คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 382: แพ้ให้กับกางเกงในหนึ่งตัว
ตอนที่ 382 แพ้ให้กับกางเกงในหนึ่งตัว
หมอจางตะลึง จากนั้นโวยวายขึ้นว่า “ อะไรนะ ? กางเกงในสีตก นี่
นายคิดจะหลอกใคร? กางเกงในสีตกได้ด้วยหรือ ? ”
“ คนแบบพวกคุณไม่เคยเจอความลำบาก ย่อมไม่รู้ว่ากางเกงใน
ราคาถูกก็สีตกได้ ” ฉินห้าวตงหันไปมองเด็กหนุ่มแล้วถามว่า “
กางเกงในของคุณราคาไม่ถึง 20 หยวนใช่ไหม ? ”
เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไร แม่ของเขาจึงตอบแทนอย่างเขินอายว่า “
หมอถัง มันเป็นแบบนั้นจริงค่ะ กางเกงในตัวนี้ราคาแค่ 8 หยวน ตอนนี้
ลูกชายของฉันยังไม่ได้แต่งงานเลย ฉันเลยตั้งใจจะเก็บเงินให้เขาหน่อย
ในอนาคตจะได้แต่งภรรยาเข้าบ้าน ดังนั้นเลยต้องประหยัดเงินหน่อย
คิดไม่ถึงเลยว่ามันจะวุ่นวายจนกลายเป็นเรื่องตลกขนาดนี้ ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ ไม่เป็นไรครับ กลับไปเปลี่ยนกางเกงในจะ
ดีกว่านะครับ แล้วก็อาบน˺าตามปกติ แค่นี้ก็ไม่เป็นไรแล้วครับ ต่อไปก็
จำไว้ว่าแม้จะลำบากหน่อย แต่ก็อย่าซื้อของไม่มีคุณภาพแบบนี้จะ
ดีกว่า กางเกงในที่สีตกมีผลต่อพวกผิวหนังด้านในนะครับ สวมใส่ของดี
หน่อยจะช่วยให้ไม่เป็นโรคผิวหนัง ”
“ ได้ค่ะหมอถัง ขอบคุณมากนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ต่อไปก็ระวัง
ตัวหน่อยนะ ”
หญิงวัยกลางคนกับเด็กหนุ่มพากันขอบคุณฉินห้าวตงไม่หยุด
หลังจากสวมรองเท้าให้เรียบร้อยอีกครั้ง เด็กหนุ่มก็ยังไม่วายหันมา
ด่าหมอจาง “ หมอเฮงซวย ฉันไม่ได้ป่วยสักหน่อย ยังกล้ามาหลอกเอา
เงินฉันตั้ง 1,000 หยวน เอาเงินที่ฉันอุตส่าห์พยายามหามาอย่าง
ยากลำบากคืนมาเดี๋ยวนี้ ! ”
หมอจางพูดขึ้นอย่างอับอาย “ เอ่อ……โรงพยาบาลเป็นคนเก็บเงิน
ฉันไม่มีหนทางคืนให้คุณได้หรอก ! ”
“ ลูกชาย ช่างมันเถอะ พวกเรากลับบ้านกันดีกว่านะ ! ”
สุดท้ายแล้วหญิงวัยกลางคนก็จูงมือเด็กหนุ่มออกไปจาก
โรงพยาบาลด้วยกัน ก่อนจะออกไป เด็กหนุ่มยังหันไปจ้องหมอจางตา
เขม็งอีก “ ขนาดสีกางเกงในตกยังดูไม่ออก ยังกล้าเรียกตัวเองว่า
ผู้เชี่ยวชาญอีกนะ หมอเฮงซวย ! ”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนไปแล้ว หมอผู้เชี่ยวชาญพวกนี้จึงมองหน้ากัน
อย่างเก้อเขิน เดิมทีพวกเขาคิดอยากจะหักหน้าฉินห้าวตง แต่คิดไม่ถึง
เลยว่าจะเป็นการหักหน้าตัวเอง ที่น่าเศร้าที่สุดก็คือมาแพ้ให้กับ
กางเกงในตัวเดียว
คนพวกนี้ไม่มีหน้าอยู่ที่นี่ต่อไปแล้ว พวกเขาหันหลังตั้งใจจะเดิน
ออกไป แต่กลับได้ยินฉินห้าวตงพูดขึ้นมาว่า “ เดี๋ยวสิ ใครบอกให้พวก
คุณไป ? ”
ต่งไค่เริ่มโมโหจัด ท่าทีเมื่อครู่ของฉินห้าวตงทำให้พวกเขาอับอาย
ขายขี้หน้ามาก เขาหันมาตะโกนขึ้นว่า “ ฉันอยากมาก็มา อยากไปก็ไป
นายยุ่งอะไรด้วย …… ”
ยังไม่ทันรอให้เขาพูดจบ ฉินห้าวตงยื่นมือไปกดจุดที่หน้าอกของ
เขา จากนั้นเขาก็หยุดอยู่นิ่งราวกับหุ่นขี้ผึ้ง ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้อีก
เมื่อพบว่าร่างกายตัวเองสูญเสียการควบคุม ต่งไค่ก็เริ่มตกใจกลัว
เขาร้องขึ้นอย่างตื่นตระหนกว่า “ นายทำอะไร ? รีบปล่อยฉันไปเดี๋ยวนี้
! ”
หมอจ้าวเดินเข้ามาพูดว่า “ รีบปล่อยเขาเถอะ นายรู้อะไรไหม นี่
มันคือการจู่โจมกันทางกายเลยนะ มีความผิดทางกฎหมาย…… ”
ยังไม่ทันรอให้เขาพูดจบ ฉินห้าวตงก็กดจุดเขาอีกคน แค่
พริบตาเดียว พวกหมอที่มาท้าทายเขาก็พากันยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับหุ่น
ขี้ผึ้ง เหลือแค่ปากเท่านั้นที่ยังขยับได้อยู่
“ ในฐานะที่เป็นคนจีน พวกคุณน่าจะเข้าใจเหตุผลข้อนี้ดี แต่พวก
คุณเอาแต่ท้าทายผมอยู่นั่นแหละ ถ้าผมไม่สั่งสอนพวกคุณบ้าง ผมก็คง
เชื่องเกินไปแล้ว ”
ฉินห้าวตงชูมือขึ้นแล้วพูดจาถากถางหมอพวกนั้นว่า “ พวกคุณ
เป็นคนที่เชื่อเรื่องวิทยาศาสตร์ไม่ใช่หรือ ? คุณบอกเองว่าจุดและชีพจร
ทางแพทย์แผนจีนไม่มีจริง จุดฝังเข็มเป็นเรื่องไร้สาระไม่ใช่หรือ ?
ตอนนี้ผมกดจุดพวกคุณไว้ ไปสิ ถ้าพวกคุณมีความสามารถมากพอก็
เดินให้ผมดูหน่อยสิ ! ”
แม้คนพวกนี้จะเป็นหมอ แต่ก็ไม่เคยลิ้มรสของการถูกกดจุดมา
ก่อน พวกเขาพากันโวยวายด้วยอาการตกตะลึงว่า “ ฉินห้าวตง นายจะ
ทำแบบนี้ไม่ได้นะ รีบปล่อยพวกเราเถอะ ! ”
ฉินห้าวตงเดินล้อมรอบพวกเขา แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าเยาะเย้ยว่า
“ พวกคุณเชื่อในการแพทย์แผนปัจจุบันไม่ใช่หรือ ? พวกคุณเป็นหมอ
ผู้เชี่ยวชาญนี่ ? งั้นตอนนี้ผมจะอธิบายอะไรให้ฟัง ว่านี่มันเป็นเพราะ
อะไร ? ทำไมผมให้นิ้วมือกดจุดแล้วพวกคุณขยับไปไหนมาไหนไม่ได้
พวกคุณให้ความร่วมมือกับมายากลของผมไหม ? หรือมีความสามารถ
ก็กดจุดแก้ตัวเองแล้วกัน ไม่ต้องมาขอร้องผม ! ”
ต่งไค่และพวกพยายามขัดขืนอยู่หลายครั้ง หน้าผากของพวกเขา
เหงื่อแตกพลั่ก แต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ในเวลานี้พวกเขาถือ
ว่ารู้ความเก่งกาจของการแพทย์แผนจีนแล้ว รู้แล้วเรื่องกดจุดที่ชาย
หนุ่มคนนี้พูดถึงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่มันมีอยู่จริง
ถ้าขืนยังยืนนิ่งอยู่แบบนี้คงไม่ได้การแน่ หมอจ้าวทนไม่ไหว จึงพูด
กับฉินห้าวตงว่า “ หมอถัง พวกเรายอมรับผิดแล้ว ! ขอร้องล่ะ รีบปล่อย
พวกเราเถอะ ! ”
เขาเปิดประเด็นขึ้นก่อน คนอื่นจึงเริ่มขอร้องตาม “ ใช่แล้วหมอถัง
วันนี้เป็นความผิดของพวกเราเอง ขอร้องล่ะ ปล่อยพวกเราไปเถอะ ! ”
“ ก่อนหน้านี้พวกเราเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแพทย์แผนจีนไป ตอนนี้
พวกเรารู้แล้วว่าจุดต่าง ๆ ตามร่างกายมีอยู่จริง ! ”
ในเมื่อคนพวกนี้เปลี่ยนแปลงความคิดตัวเองแล้ว ฉินห้าวตง
ชำเลืองมองพวกเขาแล้วหัวเราะเยาะ “ ตอนนี้รู้ว่าตัวเองผิดแล้วใช่ไหม
? ”
“ รับผิดแล้ว ! พวกเรารับผิดแล้ว ! พวกเรายอมแล้ว ต้องขอโทษ
นายจริงๆ ขอโทษการแพทย์แผนจีนด้วย ! ”
คนพวกนี้พูดขึ้นอย่างร้อนรน ไม่มีท่าทีเย่อหยิ่งอย่างเมื่อครู่แล้ว
“ ยอมรับผิดหรือ ? ขอโทษหรือ ? มันจะมีประโยชน์อะไร ? ถ้าหาก
การขอโทษมันใช้ประโยชน์ได้ จะมีตำรวจไว้ทำไม ? ”
ฉินห้าวตงเปลี่ยนสีหน้า แล้วพูดขึ้นเสียงดุดันว่า “ การแพทย์แผน
จีนเป็นทรัพย์สมบัติที่บรรพบุรุษถ่ายทอดไว้ให้พวกเรา เป็นวัฒนธรรม
ที่มีมาอย่างยาวนาน 5,000 ปี มันคือความสำเร็จของวิวัฒนาการด้าน
มนุษยชาติ และด้วยเหตุนี้เองการแพทย์แผนจีนจึงสามารถรักษาอาการ
เจ็บป่วยได้ สามารถตรวจสอบได้ทั่วทั้งร่างกาย ดังนั้นการแพทย์แผน
จีนจึงเป็นการแพทย์องค์รวม ไม่แบ่งสาขา ผมไม่คัดค้านการแพทย์แผน
ปัจจุบันนะ แต่พวกคุณเพิ่งเรียนการแพทย์แผนปัจจุบันมาไม่กี่ปี แล้วก็
เอาแต่ใช้วิทยาศาสตร์มาตั้งข้อสงสัยในตัวการแพทย์แผนจีน มันจะน่า
ตลกเกินไปหน่อยไหม การแพทย์แผนปัจจุบันอยู่มานานกี่ปีกันเชียว
100 ปีหรือ 200 ปี ? จะมาเทียบกับการแพทย์ที่อยู่มา 5,000 ปีได้ยังไง
จะมาเทียบกับการแพทย์แผนจีนได้ยังไง ? ”
ต่งไค่เพิ่งขอบคุณอย่างไม่ค่อยเต็มใจไป ในเวลานี้เขาจึงตะโกนว่า
“ ถังเฟิง พวกเรายอมรับผิดหมดแล้ว ทำไมนายยังทำอย่างนี้อยู่ ? ”
“ ทำไมล่ะ ? เมื่อกี้พวกคุณดูถูกการแพทย์แผนจีนนี่นา ตอนนี้ผมก็
ต้องตบหน้าพวกคุณดูบ้าง ! ”
“ นายกล้าหรือ ! ”
ต่งไค่ยังไม่ทันได้พูดจบ ฉินห้าวตงก็ตบไปที่หน้าเขาสองฉาดใหญ่
การตบสองครั้งนี้ทั้งดังทั้งแรง ทำให้บนใบหน้าของต่งไค่มีรอยปื้น
แดงเป็นรูปรอยมือ จากนั้นก็ถึงคิวของหมอจ้าว หมอหลี่ หมอจาง หมอ
โจว……
คนพวกนี้ที่ท้าทายฉินห้าวตง ท้าทายการแพทย์แผนจีนต่างถูกฉิน
ห้าวตงตบหน้าทุกคน
ทำเอาพยาบาลสาวที่ดูอยู่ถึงกับตกตะลึง ไม่นานในใจของพวกเธอ
ก็เกิดความตื่นเต้นขึ้น เมื่อครู่นี้เธอยังนึกว่าฉินห้าวตงจะอ่อนแออยู่เลย
คิดไม่ถึงเลยว่าแค่พริบตาเดียวเขาจะดูดุดันได้ขนาดนี้ แถมยังเท่อีก
ต่างหาก !
“ หมอถังเท่มากเลย นี่มันไอดอลของฉันเลยนะ ! ”
“ ไม่รู้หมอถังมีแฟนหรือยังเนอะ ถ้าไม่มีฉันยอม…… ”
“ นี่มันก็แค่บทลงโทษเล็กน้อย หากครั้งต่อไปพวกคุณดูหมิ่น
การแพทย์แผนจีนอีกล่ะก็ ระวังผมจะตัดปากพวกคุณนะ ”
ฉินห้าวตงพูดจบก็ตะโกนเสียงดัง “ ไปให้พ้นหน้าผมเดี๋ยวนี้ ! ”
ทันทีที่เขาพูดจบคนพวกนี้ก็ได้ความสามารถในการเคลื่อนไหวอีก
ครั้ง
ต่งไค่ขยับแขนขยับขาของตัวเองที่เกร็งไปหมด แล้วนวดคอของ
ตัวเองเบาๆ ก่อนจะชี้หน้าด่าฉินห้าวตงอีกครั้ง “ ถังเฟิง นายรอฉันก่อน
เถอะ กล้าลงมือกับพวกฉันหรือ นายรอโดนไล่ออกได้เลย ”
หมอหลี่พูดตามด้วยความโมโหว่า “ ใช่แล้ว คนพวกนี้เป็นฮีโร่ของ
โรงพยาบาล นายมันก็แค่หมอแพทย์แผนจีนธรรมดาคนหนึ่ง ยังกล้าทำ
แบบนี้กับพวกเราได้ รอโดนไล่ออกได้เลย ! ”
ฉินห้าวตงขมวดคิ้ว คิดไม่ถึงเลยว่าคนพวกนี้จะมีนิสัยแบบนี้เป็น
สันดานไปแล้ว เพิ่งปล่อยเมื่อกี้ก็ทำปากเก่งกันอีกแล้ว ในขณะที่เขา
กำลังคิดจะสั่งสอนหมอพวกนี้อีกครั้งนั้น ที่หน้าประตูคลินิกก็มีเสียง
เรียกดังขึ้น “ ใครกล้ามาตะโกนอะไรแบบนี้ ? กล้าไร้มารยาทต่อหน้าน้า
แฟนของฉันงั้นหรือ ไม่อยากทำงานอยู่ที่นี่แล้วใช่ไหม ? ”
ทุกคนหันมองไปตามเสียง เห็นเพียงจางห้าวปรากฏตัวขึ้นที่หน้า
ประตู
“คุณชาย ? ”
คนพวกนี้รู้จักจางห้าวดีอยู่แล้ว เขาคือลูกชายคนเดียวของเจ้าของ
โรงพยาบาลจางลี่จวิน อนาคตจะต้องรับช่วงต่อธุรกิจนี้อย่างแน่นอน
แต่คนพวกนี้กำลังเกิดความสงสัย ต่างคนต่างมองหน้ากัน ไม่เข้าใจ
ว่าจางห้าวเรียกใครว่าน้าแฟน
ต่งไค่เกิดความสงสัยเช่นกัน เขาคิดไม่ออกจริงๆ ว่าใครในกลุ่ม
พวกเขาที่เป็นน้าแฟนของคุณชาย แถมยังปกปิดตัวตนไว้อย่างดีอีก
แต่เรื่องนี้มันไม่สำคัญแล้ว สิ่งสำคัญก็คือวันนี้ฉินห้าวตงต้องเสร็จ
แน่ ดังนั้นเรื่องนี้จึงไม่จำเป็นต้องถึงมือพวกเขา คุณชายสามารถไล่เขา
ออกได้อย่างง่ายดาย ใครกันที่กล้ามาทำร้ายน้าแฟนของคุณชายได้ !
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็ยิ่งทำตัวหยิ่งเข้าไปใหญ่ เขาชี้หน้าด่าฉินห้าว
ตง “ เด็กน้อย นายทำให้น้าแฟนของคุณชายต้องโมโห นายเสร็จแน่ ”
แต่ยังไม่ทันรอให้เขาพูดจบ เขาก็ถูกจางห้าวตบหลังเข้าอย่างแรง
“ คุณนี่ประสาทหรือเปล่า ทำไมพูดกับน้าของแฟนผมแบบนั้น ? ”
“ เอ่อ……คุณชาย ผมไม่ได้ว่าน้าของแฟนคุณนะ ผมว่าเด็กหนุ่มคน
นี้…… ”
ต่งไค่ถูกตบหลังจนไม่ทันได้ตั้งสติ จนภึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ตัว จาง
ห้าวจึงยกมือขึ้นตบหัวเขาอีกครั้ง “ นี่ไงน้าของแฟนผม ! ”
“ หา ? ”
ทำเอาคนพวกนี้ตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าฉินห้าวตงที่ดูไม่เอา
อ่าวคนนี้จะเป็นน้าของแฟนจางห้าวได้ เป็นน้าของแฟนว่าที่เจ้าของ
โรงพยาบาล จะเป็นไปได้ยังไง ?
ถ้ารู้ตั้งแต่แรกต่อให้พวกเขามีความกล้า พวกเขาก็ไม่กล้ามาสร้าง
ปัญหาให้ฉินห้าวตงหรอก โรงพยาบาลก็เป็นของเขา แต่คนอย่างพวก
เขายังกล้ามากระตุกหนวดน้าของแฟนว่าที่เจ้าของโรงพยาบาลได้ นี่ถ้า
ไม่ได้เป็นสมองพิการแล้วจะเป็นอะไร ?
แม้ว่าทักษะทางการแพทย์ของพวกเขาจะสูงแค่ไหน แต่ก็ไม่ได้มี
อำนาจอะไรขนาดนั้น อีกทั้งโรงพยาบาลกว่างเหรินก็เป็นโรงพยาบาล
เอกชนที่ดีที่สุดในเมืองเจียงหนาน เงินเดือนที่พวกเขาได้รับมันเยอะ
มาก ถ้าหากพวกเขาต้องถูกเจ้าของโรงพยาบาลไล่ออก คงยากที่จะหา
งานที่ดีอย่างนี้ได้
เวลานี้จางห้าวเดินมาอยู่ด้านหน้าฉินห้าวตง แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้า
ประจบประแจงว่า “ น้าครับ คนพวกนี้ไม่เคารพน้าใช่ไหม น้าบอกมา
เลยว่าจะให้ผมจัดการพวกเขายังไง แล้วผมจะรีบจัดการให้ทันที ”
ฉินห้าวตงมองคนพวกนี้อย่างเหยียดหยาม ทุกครั้งที่สายตาของ
เขาไปสบตากับใครเข้า คนพวกนั้นก็จะรีบก้มหน้าทันที เพราะกลัวว่า
จะทำให้เขาไม่พอใจ
โดยเฉพาะต่งไค่ ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจมาก ถ้าตัวเองดื่มชาอยู่ที่ห้อง
ทำงานดีๆ จีบพยาบาลสวยๆ สักหน่อยคงจะดีกว่านี้ ทำไมถึงต้องมาหา
เรื่องใส่ตัวที่นี่ด้วย ในเวลานี้ใจของเขาเต้นแรงจนแทบจะถลนออกมา
เพราะกลัวว่าฉินห้าวตงจะไล่จางห้าวเขาออก
หลังจากบรรยากาศเงียบไปสักพัก ฉินห้าวตงก็โบกไม้โบกมือแล้ว
พูดขึ้นว่า “ ให้พวกเขาออกไปเถอะ ต่อไปนี้ก็อย่ามาระรานที่คลินิก
แพทย์แผนจีนอีก ”
เดิมทีจางห้าวเป็นคุณชายว่าที่เจ้าของโรงพยาบาลอยู่แล้ว ดังนั้น
เขาจึงไม่ค่อยเกรงใจคนพวกนี้ เขารีบตะโกนขึ้นมาทันทีว่า “ ได้ยินแล้ว
ไม่ใช่หรือ น้าของผมบอกให้พวกคุณออกไป ก็รีบออกไปซะสิ แล้ว
ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องมาทำให้เขาไม่พอใจที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้นผมจะให้พวก
คุณได้เจอดี ”
แม้ว่าคำพูดนี้จะดูไม่เกรงใจเป็นอย่างมาก แต่คนพวกนี้ก็ยอมรับ
แต่โดยดี พวกเขารีบวิ่งออกไปจากคลินิคแพทย์แผนจีนอย่างรวดเร็ว
เพราะกลัวว่าจะถูกไล่ออก
หลังจากที่ไล่คนพวกนี้ออกไปได้หมดแล้ว จางห้าวก็หันมายิ้มแล้ว
พูดกับฉินห้าวตงอีกครั้ง “ น้าครับ ต่อไปนี้ถ้าในโรงพยาบาลมีใครก็
ตามมาทำให้น้าไม่พอใจอีก รีบบอกผมมาเลยนะ ผมจะจัดการให้ทันที
”
ฉินห้าวคงไม่สนใจเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เขายิ้มบางแล้วพูดขึ้นว่า “
ไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องเปิดเผยตัวตน ”
จางห้าวตบหน้าผากตัวเองแล้วพูดขึ้นว่า “ ขอโทษด้วยครับน้า ผม
เห็นคนพวกนี้ทำให้คุณโมโห ผมเลยอดไม่ได้น่ะ ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นมาว่า “ อะไรที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วไปเถอะ ว่า
แต่นายมาหาฉันทำไม ? ”
จางห้าวพูดขึ้นว่า “ เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับน้า วันนี้เป็นวันเกิดของ
หรูปิง ผมก็เลยอยากมาปรึกษาน้าว่าจะให้อะไรเธอเป็นของขวัญวันเกิด
ดี ? ”
จบตอน