คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 426: ล่อตกปลา
ตอนที่ 426 ล่อตกปลา
หลี่ว่างไฉหาที่เงียบสงบสักที่ ให้ผู้หญิงสวยคนนั้นอยู่รออยู่ด้านข้าง
จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมากดโทรหาเบอร์โทรศัพท์ของหม่า
โย่ว ลูกพี่ลูกน้องของเขา
ในบรรดา 3 แก๊งใหญ่ของสามเหลี่ยมทองคำ หม่าโย่วได้เข้า
ร่วมกับแก๊งลูเทอรันท์เมื่ออายุได้ 10 กว่าปี ตอนนี้ถือว่าเป็นแกนนำที่
ไม่ได้ใหญ่แต่ก็ไม่ได้เป็นรองใครเท่าไหร่นัก
ช่อง 3 เมื่อคืนวานเขาเผด็จศึกกับผู้หญิงคนหนึ่งจนถึงเช้า ถึงแม้ว่า
ตอนนี้จะเป็นช่วงเวลากลางวันแล้ว แต่หม่าโย่วก็ยังคงนอนหลับสนิท
อยู่บนเตียง
หลังจากที่ถูกปลุกเพราะเสียงโทรศัพท์นั้น เขาก็ชำเลืองมองเบอร์
ที่โทรเข้ามาด้วยสายตางัวเงีย จากนั้นก็กดรับสายด้วยความไม่พอใจ “
หลี่ว่างไฉ มีธุระอะไร ? ใครใช้ให้แกโทรมารบกวนเวลาฉันนอน ”
ถึงแม้ว่าหลี่ว่างไฉจะมีทรัพย์สินเกินร้อยล้าน แต่ที่พม่าก็ยังคงต้อง
อาศัยอิทธิพลของหม่าโย่วเพื่อทำธุรกิจต่อไป ดังนั้นหม่าโย่วจึงพูดกับ
เขาโดยไม่มีความเกรงใจสักนิด
หลี่ว่างไฉพูดขึ้นด้วยน˺าเสียงตื่นเต้นว่า “ พี่ชาย เรื่องมันเป็นแบบนี้
ตอนนี้โอกาสในการร˹ารวยกำลังเข้ามา ดังนั้นผมก็เลยโทรมาหาพี่…… ”
“ รีบพูดมาสิ มีอะไรก็รีบพูดมา เรื่องราวมันเป็นมายังไง ? ”
“ เรื่องมันเป็นแบบนี้พี่ชาย วันนี้ผมมาเข้าร่วมงานจัดนิทรรศการ
หินหยกของแก๊งหยก พี่ลองเดาดูสิว่าผมเจออะไรเข้า ? ผมเจอหยกก้อน
ใหญ่ที่มีน˺าหนักถึง 1 ตัน นอกจากนี้ยังเป็นหยกเนื้อน˺าแข็งอีกด้วย…… ”
“ เหลวไหลน่า ! ”
หลี่ว่างไฉเพิ่งพูดมาถึงตรงนี้ ก็ถูกหม่าโย่วตัดบทอย่างหยาบคาย
เขาสบถด่าว่า “ แกคิดว่าฉันเป็นคนโง่หรือไง ? ฉันอยู่พม่ามาตั้งหลาย
สิบปี ยังไม่เคยได้ยินว่ามีหยกที่มีน˺าหนัก 1 ตันมาก่อนเลย มีคงไม่ได้มา
แกล้งล้อฉันเล่นเพราะว่าว่างใช่ไหม ? ”
“ มันคือเรื่องจริงพี่ชาย พี่ต้องฟังผมพูดให้จบก่อน…… ”
ดังนั้นหลี่ว่างไฉก็ลืมเล่าเรื่องราวที่ตัวเองมีปัญหากับฉินห้าวตงใน
งานนิทรรศการหินหยกให้ฟังตั้งแต่ต้นจนจบ จนกระทั่งสุดท้ายเล่าถึง
เรื่องที่ยกหินลำห้วยขึ้นมา แล้วขัดออกมาได้หยกก้อนใหญ่
สุดท้ายเขาก็พูดต่ออีกว่า “ พี่ชาย พี่คงยังไม่เห็นคุณภาพ
ผลิตภัณฑ์ของหยกก้อนนั้น ตอนนี้ในงานนิทรรศการมีนักธุรกิจชาว
อินเดียคนหนึ่งขอเสนอซื้อในราคาพันล้านดอลลาร์ แต่ว่าไอ้เด็กหนุ่ม
นั่นมันกลับไม่ขาย ! ”
เพื่อดึงดูดความสนใจของหม่าโย่ว หลี่ว่างไฉถึงจงใจพูดราคาที่นัก
ธุรกิจชาวอินเดียเสนอมาเพิ่มไปอีก 10 เท่า แต่ว่าเรื่องจริงนั้นมูลค่าจริง
ของหยกก้อนนี้ก็ราคาประมาณนี้จริง
หม่าโย่วกระโดดลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันที แล้วพูดขึ้นด้วยความตก
ตะลึงว่า “ แกมั่นใจนะว่ามันมีราคาพันล้านดอลลาร์ ? แกไม่ได้หลอก
ฉันใช่ไหม ? ”
“ เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ตอนนี้ผมเสียเงินเดิมพันไปในงานนี้ 15 ล้าน
ดอลลาร์แล้ว ผมจะมากล้าหลอกพี่ได้ยังไง ”
หลังจากเงียบไปสักพัก หลี่ว่างไฉก็พูดขึ้นอีกว่า “ พี่ชาย พวกเรา
จะต้องเอาหยกมูลค่าพันล้านดอลลาร์มาไว้ในมือเราให้ได้ จากนั้นพี่ก็
สามารถให้ผมซัก 15 ล้านดอลลาร์ ถือว่าเป็นเงินรางวัลเล็กน้อยให้ผม
ได้ไหม ? ”
หม่าโย่วอยู่ในแก๊งลูเทอรันท์มานานหลายปี เขาเป็นคนที่ฉลาด
มาก ดังนั้นเขาจึงคิดทบทวนดูแล้วพูดขึ้นว่า “ เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่
เรื่องที่ฉันจะมาตัดสินใจคนเดียวได้ ตอนนี้แกมาหาฉันก็แล้วกัน แล้ว
พวกเราก็จะไปหาหัวหน้าด้วยกัน แกวางใจได้ จากอารมณ์ของหัวหน้า
ขอแค่แกพูดความจริง ยังไงเขาก็ต้องตบรางวัลให้แกอย่างแน่นอน ”
เขารู้ดีถึงมูลค่าของหยกก้อนนั้น พันล้านดอลลาร์เป็นเงินจำนวน
มหาศาลมาก จะต้องทำให้แก๊งมืดของพม่าบ้าคลั่งแน่
ถึงแม้ว่าหลี่ว่างไฉจะชอบดูแคลนฉินห้าวตง แต่เขารู้ว่าการที่
สามารถได้สมบัติมูลค่าสูงขนาดนี้มาไว้ในมือได้นั้น จะต้องไม่ใช่คน
ธรรมดาอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้ฉินห้าวตงเป็นคนธรรมดามาก แต่ที่นั่นก็ยังมี
แก๊งหยก เป็น 1 ใน 3 แก๊งใหญ่ของสามเหลี่ยมทองคำ แก๊งหยกทำธุรกิจ
หยกเป็นหลัก แก๊งหมาป่าขาวทำธุรกิจยาเสพติด แก๊งลูเทอรันท์ทำ
ธุรกิจบ่อนคาสิโน แต่สุดท้ายพื้นฐานดั้งเดิมก็ยังคงเป็นแก๊งมืดอยู่ดี เมื่อ
มีสมบัติราคามหาศาลวางอยู่ตรงหน้าแบบนี้ แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่มี
วันปล่อยไปแน่
ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเล่าเรื่องนี้ให้แก่หร่วนเจิ้นตง หัวหน้า
แก๊งลูเทอรันท์ฟัง และมีเพียงแค่หัวหน้าแก๊งออกโรงเท่านั้นถึงจะ
สามารถเอายกก้อนนั้นมาไว้ในมือได้
ครึ่งชั่วโมงต่อมา หลี่ว่างไฉและหม่าโย่วปรากฏตัวที่ในห้องประชุม
เล็กของแก๊งลูเทอรันท์พร้อมกัน
ตอนนี้เขากำลังเผชิญหน้ากับคน 4 คน คนที่อยู่นำหน้าก็คือ
หัวหน้าแก๊งลูเทอรันท์ มีชื่อว่าหร่วนเจิ้นตง อีก 3 คนที่เหลือก็คือ
น้องชายของเขาที่มีชื่อว่าหร่วนเจิ้นหนาน หร่วนเจิ้นซี หร่วนเจิ้นเป่ย
คนพวกนี้เป็นรองหัวหน้าแก๊งลูเทอรันท์
4 พี่น้องตระกูลหร่วนร่วมกันก่อตั้งแก๊งลูเทอรันท์ขึ้นมา และถูก
เรียกว่าสี่ฮีโร่ตระกูลหร่วน
หร่วนเจิ้นตงชำเลืองมองหม่าโย่วแล้วพูดขึ้นว่า “ ให้น้องชายของ
นายเป็นคนเล่าเรื่องนี้อีกครั้ง ! ”
เขาได้รับการรายงานจากหม่าโย่วมาแล้ว ตอนนี้อยากจะให้พี่น้อง
ของตัวเองได้ฟังเรื่องราวพวกนี้อย่างชัดเจน จากนั้นก็จะได้
ปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี
หลังจากรอให้หลี่ว่างไฉเราเรื่องที่ว่าหินลำห้วยถูกขัดออกมาเป็น
หยกที่มีมูลค่าสูงได้อย่างตั้งแต่ต้นจนจบนั้น หร่วนเจิ้นตงก็โบกไม้โบก
มือแล้วสั่งให้หม่าโย่วพาหลี่ว่างไฉออกไปจากห้องประชุมเล็ก
จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับน้องชายทั้งสามคนว่า “ พวกนายมีความ
คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้บ้าง ? ”
หร่วนเจิ้นเป่ยรีบพูดขึ้นมาในทันที “ พี่ใหญ่ ยังจะมัวลังเลอยู่ทำไม
ผมจะรีบพาคนไปที่งานนิทรรศการหินหยก จากนั้นก็จะไปชิงเอาหยก
ก้อนนั้นมาก็ได้แล้ว ของดีขนาดนี้ เหมาะกับแก๊งลูเทอรันท์ของพวกเรา
เท่านั้น ”
หร่วนเจิ้นตงขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นว่า “ น้องสี่ เมื่อไหร่นายจะแก้
นิสัยใจร้อนชอบทำอะไรวู่วามของตัวเองได้เสียที ใช้สมองคิดแก้ปัญหา
หน่อย ”
หร่วนเจิ้นเป่ยหัวเราะ “ พี่ใหญ่ ผมก็เป็นคนหยาบโลนแบบนี้แหละ
เรื่องที่ใช้สมองก็มีพวกพี่ 3 คนจัดการก็ได้แล้ว หลังจากที่คิดดีแล้วก็
บอกผมแล้วกัน ผมจะรีบไปจัดการให้ทันที ”
หร่วนเจิ้นตงไม่ได้สนใจเขาอีก จากนั้นหันไปหาน้องชายอีก 2 คนที่
เหลือ
หร่วนเจิ้นซีพูดขึ้นว่า “ พี่ใหญ่ ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องเอาหยก
ก้อนนี้มาไว้ในมือของพวกเราให้ได้ เพราะถึงยังไงมันก็เป็นของดีที่มี
มูลค่าถึงพันล้านดอลลาร์ แต่ว่าตอนนี้มันอยู่ในมือของแก๊งหยก ถ้าหาก
ว่าพวกเราอยากชิงมาล่ะก็ จะต้องวางแผนไว้อย่างครอบคลุม ”
หร่วนเจิ้นเป่ยได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ มีอะไรต้องกังวล ตอนนี้
แก๊งหยกไม่ได้มีอำนาจขนาดนั้นแล้ว จะมาเป็นคู่ต่อสู้ของแก๊งลูเทอ
รันท์ของพวกเราได้ยังไง นอกจากนี้นายพลหลี่ซือเท่อยังมีข้อห้าม
ชัดเจนว่าไม่ให้พวกเราทั้ง 3 แก๊งค์ลงมือโดยใช้ปืนกัน ถ้าหากว่าพวกเรา
ไม่ใช้ปืน ต่อให้แก๊งหมาป่าขาวและแก๊งหยกเข้าร่วมด้วยกัน พวกเขาก็
ยังสู้แก๊งลูเทอรันท์ของพวกเราไม่ได้อยู่ดี สู้ให้ผมเอาทีมเลือดไปด้วย แค่
นี้ก็สามารถจัดการกระดูกแก่ยามหลิวฮ่านคุนได้แล้ว ”
สาเหตุที่เขาพูดอย่างมั่นใจนั้น เพราะแก๊งลูเทอรันท์ของพวกเขามี
ลักษณะพิเศษ ในบรรดา 3 แก๊งใหญ่นั้นพวกเขาทำธุรกิจการพนัน และ
ในบรรดาธุรกิจการพนันนี้ครึ่งหนึ่งเป็นคาสิโน และอีกครึ่งหนึ่งเป็น
สังเวียนมืด
เป็นเพราะว่าในมือของพวกเขาได้ควบคุมสังเวียนมืด บรรดาพวก
นักชกสังเวียนมืดที่ได้รับบาดเจ็บ หรือบางทีก็เป็นพวกที่ออกมาจาก
สังเวียนมืดก็มาเข้าร่วมกับแก๊งลูเทอรันท์ ถ้าว่ากันตามฝีไม้ลายมือของ
ลูกน้องแก๊งลูเทอรันท์พวกนี้ยอมแข็งแกร่งกว่าอีก 2 แก๊งที่เหลือมาก
นอกจากนี้นายพลหลี่ซือเท่อยังมีข้อห้าม 1 ข้อสำหรับแข่งทั้ง 3 ก็
คือไม่อนุญาตให้ใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ทุกชนิดระหว่างทั้ง 3 แก๊ง
ต้องเข้าใจว่าแก๊งทั้ง 3 แก๊งมีการค้าขายแลกเปลี่ยนเงินเป็น
ผลประโยชน์กัน และก็เป็นต้นเงินต้นทองของเขา ดังนั้นเขาจึงไม่
ต้องการให้เกิดความขัดแย้งระหว่างแก๊งมืด และพยายามไม่ให้พวกเขา
ได้รับบาดเจ็บกัน ดังนั้นนายพลหลี่ซือเท่อถึงคิดข้อห้ามนี้ขึ้นมา ถ้าหาก
ไม่ใช้ปืน การบาดเจ็บล้มตายก็จะน้อยลง
หร่วนเจิ้นตงพยักหน้าแต่ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร เขาหันไปทางหร่วน
เจิ้นหนานที่ยังคงนั่งสงบเงียบไม่พูดอะไร
เมื่อเทียบกับน้องชาย 2 คนแรก นิสัยของหร่วนเจิ้นหนานถือว่า
สุขุมเยือกเย็นกว่ามาก แต่ในบรรดาสี่พี่น้องนั้น เขาถูกจัดอยู่ในตำแหน่ง
ที่เป็นมันสมองดีที่สุด เขาถูกขนานนามในแก๊งว่าเป็นขงเบ้งน้อย
หร่วนเจิ้นหนานเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ พี่ใหญ่ นี่ถือว่าเป็นโอกาส
ที่ดี แก๊งลูเทอรันท์ของพวกเราจะต้องคว้าไว้ให้ได้ แต่อย่าจำกัด
เป้าหมายตัวเองแค่หินหยกก้อนนี้ เราต้องมองการณ์ไกลกว่านั้น ”
หร่วนเจิ้นซีพูดขึ้นว่า “ พี่รอง พี่คิดวิธีการดีๆ ออกแล้วใช่ไหม ? ”
หร่วนเจิ้นเป่ยพูดขึ้นอย่างขำขัน “ พี่รอง ผมไม่รู้จริงๆ ว่าสมอง
ของพี่มันฉลาดแบบนั้นได้ยังไง ? ในสมองของพี่เต็มไปด้วยแผนการ
ร้ายนับไม่ถ้วน จนผมเองก็เริ่มแปลกใจว่าพวกเราสองคนเกิดมาจากแม่
คนเดียวกันหรือเปล่า ”
“ แกหุบปากไปซะ ”
หร่วนเจิ้นตงถลึงตามองเขา จากนั้นหันไปพูดกับหร่วนเจิ้นหนาน
ว่า “ น้องรอง รีบพูดมาสิว่านายคิดเห็นยังไง ”
หร่วนเจิ้นหนานพูดขึ้นว่า “ตอนนี้ในบรรดา 3 แก๊งใหญ่ของ
สามเหลี่ยมทองคำ แค่ช่วงระยะเวลา 3 เดือนสั้นๆ แก๊งหมาป่าขาวก็
เปลี่ยนหัวหน้าแก๊งไปถึง 2 รอบ ได้ข่าวมาว่าช่วงนี้ 3 องค์กรลับของ
ฮ่องกงสูญเสียลูกน้องไปเป็นจำนวนมาก ตอนนี้อำนาจไม่ได้เป็นเหมือน
ตอนแรกแล้ว แก๊งหยก ตอนที่โจวเทียนฮู่ยังอยู่มีความแข็งแกร่งมาก แต่
ว่าตอนนี้เปลี่ยนเป็นหลิวฮ่านคุนหัวหน้าแก๊งคนเก่า นอกจากนี้ตอนที่
เกิดการต่อสู้ภายในช่วงก่อนหน้านี้ได้เกิดความสูญเสียไปเป็นจำนวน
มาก และตอนนี้ภายในแกงก็ยังมีคนบางกลุ่มที่เป็นลูกน้องที่ภักดีต่อโจว
เทียนฮู่ พวกเขาไม่สนับสนุนหลิวฮ่านคุน เพียงแต่ไม่กล้าแสดงตัว
ออกมาก็เท่านั้น ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ต่อให้พวกเขาทั้งสองแก๊ง
ร่วมมือกันก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแก๊งลูเทอรันท์อยู่ดี ก่อนหน้านี้สาเหตุที่
พวกเราไม่ได้ลงมือก็เป็นเพราะ หนึ่งคือหาโอกาสที่เหมาะสมไม่ได้ สอง
ก็คือป้องกันไว้หน้านายพลหลี่ซือเท่อ แต่ตอนนี้โอกาสมาถึงแล้ว ”
หร่วนเจิ้นเป่ยพูดขึ้นด้วยสีหน้ามึนงง “ พวกเราไม่ได้พูดถึงหยก
มูลค่าพันล้านดอลลาร์ก็นั้นหรอ ? ทำไมหัวข้อถึงเปลี่ยนไปเป็นแก๊ง
หยก ? นอกจากนี้โอกาสมันมาตอนไหน ? ”
หร่วนเจิ้นตงจ้องเขาเขม็งอีกครั้งแล้วพูดขึ้นว่า “ พูดให้มันน้อยๆ
หน่อย แล้วก็ฟังพี่รองอธิบาย ”
หร่วนเจิ้นหนานพูดต่ออีกว่า “ ตอนแรกนายพลหลี่ซือเท่อได้แบ่ง
ขอบเขตอาณาจักรของพวกเราทั้ง 3 แก๊งอย่างชัดเจน ขอบเขตที่ใช้แบ่ง
อาณาจักรของพวกเราและแก๊งหยกก็คือแม่น˺าเส้นนั้น แต่ก็ไม่เคยได้ยิน
มาก่อนว่าแม่น˺าเส้นนั้นเป็นของแก๊งหยก ตอนนี้หินลำห้วยในแม่น˺าเส้น
นั้นของแก๊งหยกถูกขายให้กับชายวัยรุ่นคนนั้น พวกเราสามารถบอกได้
ว่าพวกเขาแย่งสมบัติของพวกเราไป ในเมื่อเขากล้ามาชิงเอาหินในลำ
ห้วยของพวกเราไป พวกเราก็กล้าที่จะชิงนิทรรศการหินหยกของเขาได้
ผมเชื่อว่าวันนี้พวกเขาจะต้องขายได้เป็นเงินจำนวนมาก อีกเดี๋ยวพวก
เราส่งคนไปร่วมมือการเอาหยกก้อนนั้นกลับมาก็ได้แล้ว ”
หลังจากพูดจบ มุมปากของเขาก็กระตุกรอยยิ้มเย็นชาขึ้น
“ เป็นแผนการที่ดี เป็นแผนการที่ดีมาก ” หร่วนเจิ้นตงตบหน้าขา
แล้วตะโกนขึ้น “ ไม่มีใครตั้งค่าคิดว่าหินในลำห้วยก้อนนั้นจะซ่อนหยก
ก้อนใหญ่เอาไว้ นอกจากมันจะทำเงินให้เราเป็นจำนวนมหาศาลแล้ว ใน
ขณะเดียวกันก็ยังทำให้พวกเรามีโอกาสรวมอำนาจแก๊งหยกด้วย ตอนนี้
แก๊งหยกทำผิดกฎก่อน ขอให้พวกเราเข้ายึดงานนิทรรศการแสดง
หุ่นยนต์ของพวกเขา นายพลหลี่ซือเท่อก็ไม่สามารถโทษพวกเราได้ ”
หร่วนเจิ้นซีพูดขึ้นว่า “ พี่รอง ไม่แปลกใจเลยที่พี่ได้สมญานามขง
เบ้งน้อย พี่คิดการไกลจากหินก้อนเดียวได้ ผมนี่นับถือพี่เลย ! ”
หร่วนเจิ้นเป่ยตะโกนขึ้นว่า “ เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว เรื่องใช้
สมองก็ให้พวกพี่ทำไป ส่วนที่เหลือให้ผมจัดการเองก็แล้วกัน เดี๋ยวผม
จะไปเรียกพวกลูกน้องมา แล้วก็ไปชิงนิทรรศการหินหยกนั่นมาให้ได้ ”
หร่วนเจิ้นหนานได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ ครั้งนี้เราใช้ยุทธวิธี
โจมตีแบบจู่โจมอย่างฉับพลันในขณะที่อีกฝ่ายกำลังเผลอเรอ ต้องตั้งท่า
เตรียมพร้อมให้ดี ให้สำเร็จในการจู่โจมเดียว เอาแบบนี้แล้วกัน นายพา
ทีมเลือดไปสิบคน จากนั้นก็จะต้องยึดเอานิทรรศการหินหยกและชิงเอา
หยกมูลค่าสูงก็นั้นมาให้ได้ ”
หร่วนเจิ้นเป่ยตอบรับแล้วรีบพาคนออกไป
ตั้งแต่ที่พูดคุยกันมา ตอนที่ 4 พี่น้องตระกูลหร่วนวิเคราะห์ถึง
ปัญหานั้นต่างก็รวมแค่แก๊งหยกเข้าไปในแผนการด้วย แต่ไม่ได้
พิจารณาถึงเจ้าของของหินหยกมูลค่าสูงก้อนนั้น ในความคิดของพวก
เขา ฉินห้าวตงก็คงเป็นเพียงแค่นักธุรกิจชาวจีนธรรมดาที่มาจาก
ประเทศจีนก็เท่านั้น คงจัดการได้ไม่ยาก ในสถานที่แบบประเทศพม่านี้
ไม่มีใครใส่ใจอยู่แล้ว
ที่งานนิทรรศการหินหยก หลังจากที่ได้หยกก้อนใหญ่มหึมาก้อนนี้
นั้น ฉินห้าวตงก็หมดความสนใจในหินหยกก้อนอื่นทันที และเขาก็ไม่ได้
เดินมั่วไปทั่ว เขาอุ้มแม่หนูน้อยแล้วนั่งลงตรงบริเวณหินหยกก้อนมหึมา
นั้น
หยกก้อนนี้ก็มีความมหัศจรรย์เช่นกัน ถึงแม้ว่าอากาศวันนี้จะร้อน
แค่ไหน บรรยากาศรอบข้างจะร้อนเพียงใด แต่ขอแค่อยู่ใกล้บริเวณมัน
ก็จะไม่รู้สึกร้อน ในทางตรงกันข้ามกลับรู้สึกเย็นสบาย
หลินโม่โม่เดินมากระซิบฉินห้าวตง “ ห้าวตง พวกเราควรรีบเอา
หยกก้อนนี้กลับประเทศจีนดีไหม ? วางไว้ตรงนี้มันอันตรายเกินไป ! ”
เธอรู้ดีถึงสภาพการณ์ในประเทศพม่า หยกก้อนใหญ่ที่มีมูลค่า
ขนาดนี้ ขอให้แก๊งหยกเห็นแก่หน้าพวกเขาแล้วไม่คิดที่จะชิงมันไป แต่ก็
ยังมีแก๊งอื่น หากรีบออกไปโดยเร็วก็จะยิ่งเป็นการดี
ฉินห้าวตงกลับไม่สนใจ เขายังคงยกล้อแม่หนูน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “
รีบร้อนอะไรกัน ผมกำลังล่อตกปลาอยู่ จนถึงตอนนี้ก็ยังตกปลาไม่ได้สัก
ตัว จะรีบไปได้ยังไง ”
จบตอน