คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 429: สังเวียนมวยเถื่อน
ตอนที่ 429 สังเวียนมวยเถื่อน
หลินโม่โม่ไม่เข้าใจว่าทำไมฉินห้าวตงต้องเป็นฝ่ายเริ่มเอาหยก
มูลค่าสูงขนาดนี้ไปให้คนอื่นปล้นด้วย ดังนั้นเธอจึงถามด้วยความสงสัย
ว่า “ นี่มันหมายความว่าอะไร ? ”
ฉินห้าวตงยิ้มบางแล้วตอบว่า “ ไม่ต้องเป็นกังวล เมื่อครู่นี้ผมได้
เอาหยกก้อนนั้นใส่ลงไปในแหวนมิติแล้ว ตอนนี้หินที่อยู่บนรถปิคอัพ
เป็นแค่ก้อนหินก้อนใหญ่ธรรมดา ใครอยากจะขโมยก็ขโมยไปสิ ”
ในเวลานี้แม่หนูน้อยพูดขึ้นว่า “ ป่าป๊า งั้นตอนนี้พวกเราจะไปที่
ไหน ? ”
ฉินห้าวตงตอบ “ ตอนนี้พวกเราจะไปหาของอร่อยกิน รอให้ถึง
กลางคืนแล้วพวกเราจะไปที่เที่ยวแห่งหนึ่งกัน ! ”
ที่สำนักงานใหญ่ของแก๊งลูเทอรันท์ หลังจากที่พวกเขาเห็นหร่วน
เจิ้นเป่ยและลูกน้องที่เหลือเพียงแค่กางเกงในตัวเดียวนั้น หร่วนเจิ้นตงก็
แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง หลายปีที่ผ่านมานี้ แก๊งลูเทอรันท์ถูก
เอาเปรียบได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันฝ ? นี่มันเป็นอะไรที่อับอายขาย
ขี้หน้าที่สุด
นอกจากนี้ตอนนี้ยังไม่เพียงแค่อับอายขายขี้หน้าธรรมดาเท่านั้น
หร่วนเจิ้นเป่ยยังถูกหักมือขวาอีกด้วย และกองกำลังเลือดทั้งหมดที่พา
ไปต่างกลายเป็นคนพิการไปหมดแล้ว ทำให้อำนาจของแก๊งลูเทอรันท์
ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้หร่วนเจิ้นหนานที่มีท่าทีสุขุมมาโดยตลอด
เริ่มเปลี่ยนสีหน้าแล้วถามขึ้นว่า “ น้องสี่ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ?
”
ในความคิดของเขา แก๊งลูเทอรันท์เคลื่อนไหวได้อย่างมีความคิด
แยบยลเช่นนี้ การเข้าบุกยึดงานนิทรรศการจัดแสดงหินหยกของแก๊ง
หยกน่าจะเป็นเรื่องง่ายนี่นา ทำไมถึงพ่ายแพ้ย่อยยับเช่นนี้
“พี่ใหญ่ พี่รอง พวกพี่จะต้องแก้แค้นให้ผมนะ ไอ้เด็กนั่นมันรังแก
ผมเกินไปแล้ว…… ”
หร่วนเจิ้นเป่ยในเวลานี้ไม่ได้มีท่าทีดุดันเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขา
พูดไปพลางร้องไห้ขี้มูกโป่งไป ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะรู้สึกรับไม่ได้
เช่นนี้ เพราะที่ผ่านมาเขาอาศัยอำนาจของแก๊งลูเทอรันท์ ทำให้หลายปี
มานี้เขาไม่เคยถูกใครรังแกมาก่อน
แต่วันนี้กลับเป็นวันโชคร้ายของเขา เขาไม่เพียงแต่ถูกทำร้ายจน
เสียแขนข้างหนึ่งไป นอกจากนี้ยังถูกจับถอดเสื้อผ้าจนเหลือเพียงแค่
กางเกงในตัวเดียวเท่านั้น ทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจ ทำให้เขาอยากที่
จะรับไหวจริง ๆ
หลังจากที่ฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว สีหน้าของหร่วนเจิ้นตงดูถมึงทึง
จนเหมือนแทบจะระเบิดออกมา เขาโบกไม้โบกมือแล้วพูดขึ้นว่า “ รีบ
ส่งคนไปหาหมอที่ดีที่สุด แล้วมาทำการรักษาให้พวกพี่น้องของเรา ”
หร่วนเจิ้นเป่ยถูกนำตัวออกไป หร่วนเจิ้นตงสบตาหร่วนเจิ้นหนาน
และหร่วนเจิ้นซี จากนั้นพูดขึ้นด้วยน˹าเสียงเย็นชาว่า “ นับตั้งแต่แก๊งลู
เทอรันท์ของพวกเรากลายเป็น 1 ใน 3 แก๊งใหญ่ของสามเหลี่ยมทองคำ
ยังไม่เคยพ่ายแพ้ย่อยยับขนาดนี้มาก่อน ถ้าเราไม่กู้หน้ากลับคืนมา เกรง
ว่าต่อไปก็คงถูกคนทั้งพม่าหัวเราะเยาะเอาได้ ”
หร่วนเจิ้นหนานพูดขึ้นว่า “ เรื่องนี้ต้องโทษผม พวกเราแค่
พิจารณาถึงแค่แก๊งหยกเท่านั้น แต่ไม่เคยพิจารณาถึงไอ้เด็กหนุ่มคนที่
ซื้อหินลำห้วยก้อนนั้นไปว่ามันมีความแข็งแกร่งขนาดไหน ”
หร่วนเจิ้นซีพูดขึ้นด้วยความโมโหว่า “ มีอำนาจแข็งแกร่งแล้วยังไง
? เขาไม่ใช่คนของ 3 แก๊งใหญ่ในสามเหลี่ยมทองคำของพวกเราสัก
หน่อย อีกเดี๋ยวผมจะพาคนพร้อมอาวุธปืนไปจัดการเขาซะ ต่อให้เขา
แข็งแกร่งแค่ไหนก็คงไม่แข็งแกร่งไปกว่าลูกปืนหรอกใช่ไหม ? ”
ในความคิดของเขา สาเหตุที่แก๊งลูเทอรันท์พ่ายแพ้ย่อยยับขนาดนี้
ทั้งหมดเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่ได้เอาปืนไปด้วย
หร่วนเจิ้นหนานได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ อย่าเพิ่งรีบร้อนไป ต้องรู้
เขารู้เราก่อนถึงจะรบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ครั้งนี้พวกเราจะต้องสืบให้
ได้ว่าเขาคนนั้นเป็นใคร ไปสืบให้รู้แน่ชัดว่าเขายังมีกองกำลังซ่อนอยู่ที่
ไหนอีกหรือเปล่า จากนั้นก็ค่อยลงมือ ”
หร่วนเจิ้นตงได้ยินดังนั้นจึงเห็นด้วย “ น้องรองพูดถูก ครั้งนี้พวก
เราต้องเตรียมการเป็นอย่างดี อย่าให้พลาดเหมือนครั้งที่แล้วเป็นอัน
ขาด เราจะต้องรู้ให้แน่ชัดว่าไอ้เด็กคนนี้มันทำอะไรกันแน่ มันมีส่วน
เกี่ยวข้องกับแก๊งหมาป่าขาวและแก๊งหยกหรือเปล่า นอกจากนี้วันนี้
พวกเรายังสูญเสียไปมากขนาดนี้แล้ว ถึงยังไงเราจะต้องเอาหยกมูลค่า
พันล้านดอลลาร์นั้นมาไว้ในมือให้ได้ ไม่อย่างนั้นมันก็ไม่คุ้มค่ากับที่เรา
เสียไป ”
หร่วนเจิ้นซีฟังพี่ใหญ่พูดจึงพูดขึ้นว่า “พี่ใหญ่ งั้นเดี๋ยวผมจะพาคน
พร้อมอาวุธปืนไปประมาณ 20-30 คนเพื่อไปชิงเอาหินก้อนนั้นกลับมา
ให้ได้ ”
และในตอนนี้เอง โทรศัพท์มือถือของหร่วนเจิ้นตงก็ดังขึ้น เขาหยิบ
โทรศัพท์ขึ้นมารับสาย ไม่นานเขาก็วางโทรศัพท์ลงแล้วพูดขึ้นว่า “ สาย
ของเราที่แทรกซึมอยู่ในงานนิทรรศการหินหยกบอกข่าวมาแล้ว สาย
เราบอกว่าหยกก้อนนั้นอยู่บนหลังกระบะรถปิคอัพ ตอนนี้กำลังอยู่
ระหว่างขนส่งไปจีน ”
“ โอกาสดีเลย ! ” หร่วนเจิ้นซีพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น “ ถ้าออกมาจาก
แก๊งหยกแล้ว หยกก้อนนั้นก็ถือว่าเป็นของแก๊งลูเทอรันท์ของพวกเรา
ใครก็อย่าคิดชิงไป ตอนนี้ผมจะรีบพาคนไป ”
หร่วนเจิ้นตงพูดขึ้นว่า “ นายอย่าเพิ่งรีบร้อนดีกว่า เรื่องนี้มันมี
ความแปลกอยู่ ไอ้เด็กหนุ่มคนนั้นมันเอาหยกมูลค่าสูงขนาดนั้นไปไว้บน
หลังรถปิคอัพ แต่กลับไม่ส่งใครไปคุ้มกันเลยสักคน ให้แค่คนขับรถขับ
พาออกไปก็เท่านั้น ”
“ พี่วางใจได้ ผมจะพาคนพร้อมอาวุธปืนไป ต่อให้เขาส่งยอดฝีมือ
มามากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์…… ” หร่วนเจิ้นซีเพิ่งพูดได้แค่ครึ่งเดียว
ทันใดนั้นเขาก็ได้สติกลับมาแล้วถามอย่างสงสัยว่า “ อะไรนะ ? ไม่มีคน
คุ้มกันสักคนเลยหรอ ? พี่ใหญ่ ผมไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม ? ”
“ ไม่ผิด ฉันฟังมาอย่างชัดเจน รถปิคอัพคันนั้นไม่มีคนคุ้มกันแม้แต่
คนเดียว ”
หร่วนเจิ้นตงขมวดคิ้วแล้วพูดขึ้นว่า “ แปลกมากจริงๆ ถ้าว่ากัน
ตามจริงของดีมูลค่าพันล้านดอลลาร์นั้นน่าจะมีการคุ้มกันอย่างเต็มที่สิ
ทำไมถึงไม่มีคนคุมกันสักคนเลยล่ะ ? ดูเหมือนว่าจะจงใจให้คนไปขโมย
อย่างไรอย่างนั้น หรือว่ามันจะมีแผนการอะไรซ่อนอยู่ ? ”
หร่วนเจิ้นซีพูดขึ้นว่า “ พี่ใหญ่ ไม่ใช่ว่าบนรถปิคอัพคันนั้นเป็นหิน
ปลอมหรอ ? หรือว่าเขาจะเอาหินหยกของจริงไปซ่อนไว้แล้ว ? ”
หร่วนเจิ้นตงตอบกลับ “ เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด คนของเราคอย
สังเกตการณ์เขาอยู่ตลอดเวลา เขาเห็นกับตาว่าพวกนั้นเอาหยกมูลค่า
มหาศาลขึ้นใส่หลังกระบะรถปิคอัพ นอกจากนี้หยกก็นี้ยังมีน˺าหนัก
ประมาณ 1 ตัน มันไม่ใช่สิ่งของชิ้นเล็กที่จะสามารถเอาใส่กระเป๋าแล้ว
เดินไปไหนมาไหนได้ ชายวัยรุ่นคนนั้นเดินไปมือเปล่า ไม่ได้ถือห่ออะไร
ไป ”
“หรือจะบอกว่าคนขับรถคนนั้นเป็นยอดฝีมือ สามารถคุ้มกันได้
เอง ? ”
“ ไม่ใช่ ! คนของเราตรวจสอบแน่ชัดแล้วว่าไอ้เด็กนั่นมีชื่อว่าอา
ปาต๋า เป็นแค่คนขับรถธรรมดาของทางนิทรรศการ เขามีความสามารถ
เดียวคือขับรถ ”
“ ช่างเป็นเรื่องแปลกจริงๆ ” หร่วนเจิ้นซีลองคิดทบทวนดู ทันใด
นั้นเขาก็ตบหน้าขาตัวเองแล้วพูดขึ้นว่า “ ผมเข้าใจแล้วพี่ใหญ่ ไอ้เด็ก
นั่นจะต้องรู้แน่เลยว่าต่อให้ป้องกันยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นก็เลยไม่
ป้องกันอะไรเลย เพื่อคิดอยากจะให้พวกเราคิดว่ามียอดฝีมือแล้วก็กลัว
”
“ มีโอกาสเป็นไปได้ ! ” หร่วนเจิ้นตงลองคิดดูแล้วหันไปถาม
ความเห็นหร่วนเจิ้นหนาน “ น้องลองคิดเห็นยังไงบ้าง ? ”
หร่วนเจิ้นหนานส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ เรื่องนี้มันมีเงื่อนงำเกินไป
ผมเองก็มองไม่ออกเหมือนกัน เอาเป็นว่าผมจะไปกับน้องสามก็แล้วกัน
เราอย่าเพิ่งรีบร้อนลงมือจะดีกว่า รอให้รู้สถานการณ์แน่ชัดแล้วค่อยว่า
กันอีกที ”
หร่วนเจิ้นตงพูดขึ้นว่า “ แบบนี้ก็ดี ถ้านายไปฉันก็วางใจ ”
หลังจากที่ปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้ว หร่วนเจิ้นหนานและห
ร่วนเจิ้นซีก็พาลูกน้องพร้อมอาวุธปืนขึ้นรถแล้วขับออกไป
อาปาต๋าขับรถปิคอัพไปด้วยอารมณ์เป็นกังวลและตื่นเต้นไปใน
เวลาเดียวกัน ไอ้ที่เป็นกังวลก็คือด้านหลังรถมีหยกมูลค่าพันล้าน
ดอลลาร์อยู่ นั่นมันเงินพันล้านดอลลาร์เลยนะ แค่คิดก็ใจสั่นแล้ว และ
ด้วยเหตุนี้เอง ตลอดทางที่ขับไปอาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็ได้
และที่ตื่นเต้นก็คือเมื่อครู่นี้ฉินห้าวตงเพิ่งให้เงินเขา 10,000
ดอลลาร์ ซึ่งตอนนี้เงินจำนวนนั้นอยู่ในกระเป๋าของเขา เมื่อมีเงินก้อนนี้
แล้ว เขาก็จะสามารถไปสู่ขอภรรยาสวย ๆ เข้าบ้านได้
นอกจากนี้ตอนที่มาเหมาเหวินหลงยังบอกเขาว่า ถ้าหากเจอ
เหตุการณ์แปลก ๆ ขึ้น ให้รีบลงรถแล้วก็หนีไปทันที ไม่ต้องสนใจอะไร
ทั้งนั้น
เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าของที่สำคัญขนาดนี้ทำไมถึงไม่ส่งคนมาคุ้มกัน
เยอะ ๆ หน่อย ให้เขาขับรถไปคนเดียวแบบนี้ ไม่ต่างอะไรจากเอาของดี
บนหลังรถไปส่งให้คนอื่นเลย ?
แต่ว่าเขาก็เป็นแค่คนขับรถธรรมดาเท่านั้น มีหน้าที่แค่ขับรถก็
พอแล้ว เรื่องอื่นไม่จำเป็นต้องให้เขาคิดพิจารณา
เดิมทีเขานึกว่าไม่นานก็คงจะมีคนมาขโมยหินหยกก้อนนี้ แต่
ตอนนี้เขาขับมาจนกระทั่งพระอาทิตย์จะลับขอบฟ้าแล้ว ตลอดทาง
ยังคงเงียบสงัดไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ ถึงแม้ว่าจะมีรถบรรทุกขับผ่าน
มาเป็นครั้งคราว แต่สุดท้ายก็ยังไม่เห็นมีใครลงมือ
หลังจากที่เขาขับต่อไปอีก 1 ชั่วโมงเต็ม บรรยากาศรอบด้านก็เริ่ม
เข้าสู่ช่วงค˹าคืนอันเงียบสงัดแล้ว บนถนนทางหลวงไม่มีไฟ บรรยากาศ
รอบด้านดูมืดไปหมด น่ากลัวเล็กน้อย
และในตอนนี้เองทันใดนั้นอาปาต๋าก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีรถคัน
หนึ่งจอดขวางลำอยู่กลางถนน ด้านหน้ารถมีคนยืนอยู่ 4-5 คน ในมือ
ของแต่ละคนถือปืนอาก้ากันหมด
“ แม่งเอ้ย สุดท้ายก็มาจนได้ ! ”
เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ เขาก็มั่นใจทันทีว่าตอนนี้กำลังมีคนมา
ขโมยหยก
อาปาต๋าเหยียบเบรคกะทันหัน จากนั้นเขาก็เปิดประตูวิ่งลงรถ ไม่
นานเขาก็หายไปท่ามกลางความมืดมิด
เมื่อเทียบกับหยกก้อนนั้นที่อยู่หลังรถปิคอัพแล้ว สิ่งที่เขาสนใจ
มากที่สุดก็คือชีวิตและเงิน 10,000 ดอลลาร์ในกระเป๋าของตัวเอง
เพราะถึงยังไงเถ้าแก่ก็ได้บอกไว้แล้วว่า เรื่องที่เหลือไม่จำเป็นต้องให้เขา
ไปรับผิดชอบ
บรรดาคนที่กำลังเตรียมจะปล้นนั้นถึงกับตกตะลึง เมื่อครู่นี้พวก
เขายังไม่ทันได้ยิงปืนเลย เพราะกลัวว่าอาจจะทำให้รถคว˹าและทำให้
หยกก้อนนั้นมีรอยด่างพ้อยได้ แต่พวกเขาก็ไม่คาดคิดว่าคนขับรถของ
อีกฝ่ายจะเห็นพวกเขาแล้วก็หนีทันที อีกทั้งยังยอมทิ้งได้แม้กระทั่งหยก
ที่อยู่หลังรถปิคอัพ
ภายใต้ความสงสัย หลายคนค่อย ๆ เดินเข้ามาตรวจสอบที่บริเวณ
รถปิคอัพ ปรากฏว่าหยกที่อยู่หลังรถยังคงอยู่
“ พี่ใหญ่ จะทำยังไงต่อดี ? ” ชายชุดดำคนหนึ่งที่มีเสียงแหบพร่า
ถามขึ้น
“ จะมัวสนใจอะไรเยอะแยะ ? ถึงยังไงหยกก้อนนั้นก็มาอยู่ในมือ
เราแล้ว รีบขับรถไปสิ ”
หลังจากที่ชายชุดดำมีคนพูดจบ เคยยื่นมือไปเปิดประตูฝั่งคนขับ
แต่ยังไม่ทันรอให้เขาได้ขึ้นรถ ทันใดนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด บนหัว
ของชายชุดดำมีเลือดไหลออกมา จากนั้นเขาก็ทรุดตัวลงไปบนพื้น
ชายชุดดำที่เหลือก็รีบคว้าปืนอาก้าของตัวเองขึ้นมาทันที นั้นพวก
เขาก็มองไปรอบด้านเพื่อเตรียมหาตัวศัตรู แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงดัง
ขึ้นท่ามกลางความมืดมิด “ แก๊งลูเทอรันท์อยู่ที่นี่ ใครที่ไม่อยากแส่หา
เรื่องก็ให้รีบไสหัวไปซะ ! ”
จากนั้นทั้ง 4 ทิศก็มีแสงไฟจากรถหลายคันส่องขึ้นมา รถออฟโรด
หลายคันขับเข้ามาปิดล้อมที่นี่ไว้หมดแล้ว
ไม่เห็นเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ ชายชุดดำพวกนั้นก็ไม่กล้าที่จะอยู่ต่อ
ตอนนี้พวกเขาไม่สนใจแม้กระทั่งศพของเพื่อนเขา พวกเขารีบถอยหลัง
วิ่งหนีไป ในไม่ช้าก็หายเข้าไปในความมืด
หร่วนเจิ้นหนานและหร่วนเจิ้นซีเดินเข้ามาที่ด้านหลังรถปิคอัพ
พร้อมกัน ตลอดทางเขาไม่ได้พบเหตุการณ์แปลกประหลาดอะไร เมื่อ
เห็นว่าหยกยังถูกห่อหุ้มไว้อย่างดี พวกเขาถึงจะเริ่มลงมือ
พวกเขาใช้เท้าเหยียบศพที่อยู่ยนพื้น จากนั้นหร่วนเจิ้นซีจึงพูดขึ้น
ว่า “ พี่รอง มันง่ายเกินไปไหม ! ”
หร่วนเจิ้นหนานพูดขึ้นว่า “ อย่าสนใจอะไรมากนักเลย รีบเรียกคน
มาขับรถไปเร็ว ”
หร่วนเจิ้นซีตกไปที่หินหยกที่ถูกห่อหุ้มไว้หลังรถแล้วพูดขึ้นว่า “
พวกเราตรวจสอบหน่อยดีไหม ? ”
หร่วนเจิ้นหนานตอบกลับ “ ไม่ต้องหรอก ของชิ้นใหญ่ขนาดนี้ มัน
ห่อหุ้มไม่ง่ายเลย นอกจากนี้เวลากลางคืนมันจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ได้ ดี
ไม่ดีแก๊งหมาป่าขาวและแก๊งหยกอาจส่งคนมาชิงก็ได้ ขับกลับบ้านของ
พวกเราก่อนแล้วค่อยว่ากัน ”
“ จริงด้วย งั้นพวกเราไปกันเถอะ ! ”
หร่วนเจิ้นซีพูดแล้วขึ้นไปนั่งเบาะคนขับ จากนั้นพวกเขาก็รีบขับ
กลับไปยังสำนักงานใหญ่ของแก๊งลูเทอรันท์
ทางฝั่งของฉินห้าวตง หลังจากที่พวกเขาได้รถมาจากเหมาเกวิน
หลง ก็เขาก็เที่ยวเล่นอยู่แถวเมืองพุกาม พอใกล้เวลากลางคืน ก็ไปทาน
อาหารแสนอร่อยกัน
หลังจากกินข้าวเสร็จแล้วพวกเขาก็ขึ้นรถแล้วขับไปยังใจกลาง
เมือง
เมื่อเห็นว่าไม่ใช่ทางที่จะกลับไปยังโรงแรม หลินโม่โม่จึงถามขึ้นว่า
“ ห้าวตง พวกเราจะไปที่ไหน ? ”
ฉินห้าวตงตอบ “ เมื่อตอนบ่ายวันนี้เราได้เงินมาจากคนพวกนั้นไม่
เท่าไหร่เอง ยังปล้นไม่หนำใจเลย ตอนนี้ผมก็เลยคิดว่าพวกเราจะไปที่
สังเวียนของแก๊งลูเทอรันท์ ที่นั่นจะต้องมีเงินเยอะอย่างแน่นอน ”
หลินโม่โม่เข้าใจในทันที เขาต้องการจะไปบุกถิ่นของแก๊งลูเทอ
รันท์ ดังนั้นเธอจึงถามขึ้นว่า “ พาถังถังไปสถานที่แบบนั้นมันจะดีหรอ ?
งั้นไปส่งพวกเรากลับโรงแรมก่อนดีไหม ”
แม่หนูน้อยได้ยินดังนั้นก็รีบตะโกนขึ้นว่า “ ไม่เอา ! ไม่เอา ! หนูจะ
ไปกลับป่าป๊า ”
ฉินห้าวตงลูบหัวแม่หนูน้อยแล้วพูดขึ้นว่า “ ไม่เป็นไร ลูกสาวของ
เราเป็นร่างหงส์เพลิงศักดิ์สิทธิ์ ไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน ให้เธอไป
ดูที่สังเวียนหน่อยก็ไม่เป็นอะไรหรอก ”
ในไม่ช้าพวกเขาก็มาถึงสถานที่ที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงามแห่ง
หนึ่ง ถ้าหากเอาสถานที่นี้ไปวางไว้ในประเทศจีน ที่แห่งนี้จะต้อง
กลายเป็นไนท์คลับหรือสถานบันเทิงอย่างแน่นอน แต่ในพม่าที่แห่งนี้
คือสังเวียนมวยเถื่อนที่ใหญ่ที่สุดของแก๊งลูเทอรันท์
และในที่แห่งนี้ แม้แต่ยาเสพติดก็สามารถซื้อขายกันได้อย่างเสรี
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกการชกมวยเถื่อนเลย ดังนั้นพอถึงเวลากลางคืน ที่นี่
จะคึกคักไปด้วยพวกคนรวยที่ชอบความตื่นเต้น
จบตอน