คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 431: พลิกล็อกติดต่อกัน
ตอนที่ 431 พลิกล็อกติดต่อกัน
หลินโม่โม่ถามขึ้นว่า “ แล้วคุณเรียกพี่เฉินฟู่กุ้ยมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?
”
ฉินห้าวตงตอบกลับ “ เมื่อวานนี้เอง ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็มองอย่างเหยียดหยามไปยังนักพนันที่ตะโกน
โห่ร้องไม่หยุดอยู่รอบด้าน คนโง่พวกนี้ไม่เคยเห็นฝีมือของเฉินฟู่กุ้ยมา
ก่อน แค่ดูจากท่าทีตอนเดินขึ้นเวทีมวยก็รู้แล้วว่าใครจะแพ้หรือชนะ
คนพวกนี้ช่างน่าเอือมระอาเสียจริง
หลินโม่โม่รู้ฝีมือของเฉินฟู่กุ้ยดี ในเวลานี้เธอก็เข้าใจทันทีว่าที่แท้
ฉินห้าวตงก็เตรียมตัวลงมือจัดการแก๊งลูเทอรันท์นานแล้ว
เฉินฟู่กุ้ยเดินขึ้นบนเวทีมวยทีละก้าว เขาเดินเข้าไปในกรงเหล็ก
หลังจากนั้นพนักงานที่อยู่ด้านหลังของเขาก็ปิดประตูของกรงเหล็กจน
แน่น ตอนนี้เสียงโห่ร้องและเสียงตะโกนดังขึ้นไปเป็นระลอก ๆ
นี่คือจุดเด่นของการแข่งขันชกมวยเถื่อน เมื่อเข้าสู่กรงเหล็กถือ
เป็นการเริ่มชกอย่างเป็นทางการทันทีจนกระทั่งอีกฝ่ายล้มลงไม่
สามารถลุกขึ้นได้อีกถึงจะเป็นอันสิ้นสุดการแข่งขัน
ดวงตาของหมาป่าผู้เหลือรอดจับจ้องที่เฉินฟู่กุ้ยราวกับแววตาของ
อสรพิษ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าดุดันว่า “ ไก่อ่อนใช่ไหม ชื่อนี่ช่าง
เหมาะสมกับแกเหลือเกิน ดูเหมือนว่าแกจะยังไม่รู้ตัวว่ากำลังส่งตัวเอง
มาตายด้วยน˺ามือของฉัน ”
เฉินฟู่กุ้ยชำเลืองมองหมาป่าผู้เหลือรอด สีหน้าของเขาปรากฏให้
เห็นถึงความดูถูกเหยียดหยาม “ คำว่าไก่อ่อนไม่ได้หมายความถึงตัวฉัน
เอง แต่หมายถึงพวกไก่อ่อนอย่างพวกแกที่อยู่ตรงหน้าฉันต่างหากล่ะ
ด้วยเฉพาะคนที่ทำเป็นแข็งแกร่ง แต่เนื้อในไม่มีอะไรเลยอย่างแกไง ”
“ ไอ้เด็กปากดี ตอนนี้ฉันจะเด็ดหัวแกออก จากนั้นฉันก็จะเอาหัว
ของแกยัดใส่ก้นแกซะ ”
หมาป่าผู้เหลือรอดพูดจบก็ไม่รีรอ เขาลงมือในทันที เขาเดินเข้ามา
ด้านหน้าสองก้าวแล้วชกหมัดไปที่บริเวณใบหน้าของเฉินฟู่กุ้ยอย่างแรง
ต้องเอ่ยชมเลยว่าไอ้เด็กคนนี้มีความสามารถที่พอจะให้ภาคภูมิใจ
ได้อยู่เหมือนกัน หมัดนี้ทั้งทรงพลังมีพลานุภาพ ทั้งเต็มไปด้วยแรงกำลัง
บรรดาพวกนักพนันที่เดิมพันว่าเขาจะชนะก็พากันส่งเสียงเชียร์กันด้วย
ความตื่นเต้น
แต่น่าเสียดายที่คนที่เขาเผชิญด้วยคืออดีตราชาทหารเฉินฟู่กุ้ย ต่อ
ให้ไม่ได้รับความช่วยเหลือของฉินห้าวตง หมาป่าผู้เหลือรอดก็สู้เขา
ไม่ได้อยู่ดี นอกจากนี้ตอนนี้เฉินฟู่กุ้ยยังเป็นชาวยุทธขั้นอ้านแล้วด้วย
ระหว่างพวกเขาสองคนนั้นไม่มีคุณสมบัติอะไรให้เทียบกันได้เลย
เฉินฟู่กุ้ยไม่ได้มองหมัดของหมาป่าผู้เหลือรอดเลยสักนิด เขาสวน
หมัดของตัวเองออกไปในทันที
ท่ามกลางสายตาของทุกคน ชายหนุ่มผู้ใช้ชื่อแทนว่าไก่อ่อนคนนี้
กำลังรนหาที่ตายอยู่ แต่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหมัดของเฉินฟู่กุ้ยที่ดู
เหมือนจะเคลื่อนไหวเชื่องช้านั้น ในความเป็นจริงมันกลับพุ่งตัดผ่าน
อากาศออกไปอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ถึงแม้จะสวนหมัดไปทีหลัง แต่
หมัดของเขากลับปะทะเข้ากับฝ่ายตรงข้ามได้ก่อน
หมัดของหมาป่าผู้เหลือรอดนั้นยังไม่ทันได้ชกมาโดนหน้าเขา หมัด
ของเขาก็สวนเข้าหน้าอกของหมาป่าผู้เหลือรอดไปเต็มแรง
ได้ยินเพียงเสียง ‘พลั่ก’ หมาป่าผู้เหลือรอดยังคงรักษาท่าชกหมัด
ของเขาไว้เหมือนเดิม แต่เข้าตัวกลับกระเด็นออกไปราวกับลูกกระสุน
ชั่วพริบตาเดียวก็กระเด็นออกไปด้านหลังอย่างรวดเร็วแล้วไปปะทะกับ
กรงเหล็กอย่างแรงก่อนจะไถลลงไปกระอักเลือดกองใหญ่บนพื้นเวที
ในชั่วพริบตาเดียวนั้น ทั่วทั้งสังเวียนต่างพากันเงียบเสียงลง ไม่มี
ใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น คนที่มาใหม่ที่ใช้ชื่อแทนตนว่า
ไก่อ่อนนั้นจะสามารถเอาชนะหมาป่าผู้เหลือรอดได้ แถมยังสามารถ
เอาชนะได้ในหมัดเดียวด้วย
มีเพียงแค่ฉินห้าวตงเท่านั้นที่พยักหน้าเล็กน้อยด้วยความพอใจ ไม่
เจอกันหลายวัน เฉินฟู่กุ้ยฝึกตนจนมาถึงขั้นอ้านขอบเขตที่สองแล้ว ดู
เหมือนว่าการให้พวกเขากินโอสถต้าเป่ยหยวนไปจะไม่เสียเปล่า
“ ลุกขึ้นมา รีบลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้…… ”
“ รีบลุกขึ้นไปหักคอเขาเดี๋ยวนี้ ฉันเดิมพันไว้ว่าแกจะชนะตั้งแสน
หยวนเลยนะเว้ย…… ”
“ ไอ้ขยะ รีบลุกขึ้นมา……”
บรรดาพวกนักพนันที่วางเดิมพันไว้บนตัวของหมาป่าผู้เหลือรอด
เริ่มเกิดอาการโมโห พวกเขาส่งเสียงตะโกนจากที่นั่งของตัวเองไม่หยุด
หมาป่าผู้เหลือรอดพยายามตะเกียกตะกายที่จะลุกขึ้นมา แต่หมัด
ของเฉินฟู่กุ้ยมันทรงพลังเกินไป ตอนนี้เขาไม่เพียงแต่มีอาการสัน
กระดูกหน้าอกหักเท่านั้น นอกจากนี้มันยังสะเทือนไปถึงอวัยวะสำคัญ
ภายในของเขาอีกด้วย
หลังจากพยายามตะเกียกตะกายอยู่หลายครั้ง แต่สุดท้ายเขาก็ล้ม
ลงไปบนพื้น ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก
หลังจากที่ผู้ตัดสินนับ 1-10 จนครบเรียบร้อยแล้ว เมื่อเห็นว่าหมา
ป่าผู้เหลือรอดคงไม่มีท่าทีตอบสนอง ทันใดนั้นเขาก็ประกาศให้เฉิน
ฟู่กุ้ยเป็นฝ่ายชนะในการแข่งขันชกมวยครั้งนี้ทันที
จากที่ผลการชกมวยออกมาแล้ว ในตอนแรกทั่วทั้งสังเวียนมีเสียง
ถอนหายใจดังออกมา จากนั้นก็ตามด้วยเสียงสบถด่า เพราะเงินที่นัก
พนันวางเดิมพันไว้ที่ตัวของหมาป่าผู้เหลือรอดนั้นขาดทุนย่อยยับ
พนักงานบริการสาวที่คอยบริการอยู่ด้านหลังฉินห้าวตงเห็นภาพ
บนเวทีมวย ตอนแรกเธอคิดว่าเด็กวัยรุ่นคนนี้จะต้องแพ้พนันอย่าง
แน่นอน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะสามารถเอาชนะได้
และด้วยเหตุนี้เอง จากตอนแรกที่เขาวางเงินเดิมพันไว้ 1 ล้าน
ดอลลาร์ ตอนนี้เขาได้คืนมาเป็น 10 ล้านดอลลาร์เต็ม ๆ
“ คุณคะ ยินดีด้วยนะคะ สายตาคุณเฉียบคมมาก ! ”
พนักงานบริการสวมบิกินี่เดินมาย่อตัวด้านหน้าฉินห้าวตง เผยให้
เห็นหน้าอกอวบอิ่มของเธอ “ ไม่ทราบว่าคุณจะแลกเป็นเงินรางวัลเลย
หรือว่าจะเดิมพันต่อดีคะ ? ”
ฉินห้าวตงให้ฉางเตาเอาทิปให้พนักงานสาวเป็นเงินดอลลาร์หลาย
ใบ จากนั้นพูดขึ้นว่า “ บอกแล้วไงว่าฉันเป็นคนที่โชคดีมาก ไม่สามารถ
แพ้ได้อย่างแน่นอน แล้วต่อไปจะยังมีการแข่งขันของเขาไหม ? ”
พนักงานบริการพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากว่าเขายอมรับคำท้าล่ะก็ เขาก็
ยังสามารถแข่งได้อีก ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ งั้นฉันจะทุ่มเงินเดิมพันที่เขาทั้งหมด ”
พนักงานบริการถามขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ คุณหมายความว่า
คุณจะเอาเงิน 10 ล้านดอลลาร์ชนะมาไปเดิมพันที่ไก่อ่อนใช่ไหม ? ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้น “ ไม่ผิด เชื่อฉันเถอะ เขาจะต้องไม่ทำให้ฉัน
ผิดหวังอย่างแน่นอน ! ”
“ แต่อัตราการแพ้ชนะของฝ่ายตรงข้ามยังไม่ออกมา ”
“ ไม่เป็นไร ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร ไม่ว่าอีกฝ่ายจะมีอัตราการแพ้
ชนะเท่าไหร่ ฉันก็จะวางเดิมพันว่าไก่อ่อนจะเป็นฝ่ายชนะ ”
“ ได้ค่ะ ฉันจะไปวางเดิมพันให้คุณเดี๋ยวนี้แหละ ! ”
พนักงานบริการพูดจบ เธอก็ช่วยฉินห้าวตงเอา 10 ล้านดอลลาร์ไป
วางเดิมพันที่เฉินฟู่กุ้ย
หลังจากวางเงินเดิมพันแล้ว เธอลังเลไปสักพัก จากนั้นเธอก็เอา
เงินจำนวน 10,000 ซึ่งเป็นเงินส่วนตัวของเธอวางเดิมพันลงไปด้วย
โดยเลือกเดิมพันเฉินฟู่กุ้ยเช่นกัน เธอรู้สึกว่าชายวัยรุ่นตรงหน้านี้ไม่ใช่
คนธรรมดา บางทีเขาอาจจะเป็นหมอดูโหงวเฮ้งก็ได้ ถ้าวางเดิมพันตาม
เขาจะต้องไม่แพ้อย่างแน่นอน
ที่ด้านหลังสังเวียนมีห้องส่วนตัวที่ถูกประดับประดาอย่างหรูหรา
อยู่ห้องหนึ่ง ชายหนุ่มอายุประมาณ 30 ปีนั่งอยู่บนโซฟาพลางจิบไวน์
แดงไปด้วยแล้วมองดูการแข่งขันชกมวยบนหน้าจอขนาดใหญ่ไปด้วย
เขามีชื่อว่าหร่วนเฉิงฟา เป็นลูกพี่ลูกน้องของหร่วนเจิ้นตง เขารับหน้าที่
เป็นผู้ดูแลสังเวียนที่นี่
เมื่อตอนที่เขาเห็นเฉินฟู่กุ้ยใช้หมัดเดียวชกหมาป่าผู้เหลือรอดจน
กระเด็นออกไปนั้น สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างอดไม่ได้ เขายกมือกด
ปุ่มสีแดงที่อยู่บนโต๊ะ ในไม่ช้าผู้จัดการของสังเวียนก็รีบวิ่งเข้ามา
“ เมื่อครู่นี้มันเกิดอะไรขึ้น ? ” หร่วนเฉิงฟาถาม
ผู้จัดการตอบกลับ “ เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับคุณชาย วันนี้ที่
สังเวียนมีนักชกหน้าใหม่เข้ามาคนหนึ่ง เขาใช้ชื่อแทนตัวเองว่าไก่อ่อน
แต่เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งสามารถเอาชนะหมาป่าผู้เหลือรอดได้ในหมัดเดียว
อย่างไม่เคยมีมาก่อน ทำเอาพวกนักพนันอารมณ์เสียกันใหญ่เลยครับ ”
หร่วนเจิ้นฟากระตุกรอยยิ้มที่มุมปาก “ ถ้าอารมณ์เสียก็ดีเลยสิ พอ
เกิดเหตุการณ์อารมณ์เสียขึ้นทีไร พวกเราก็ทำเงินจากการพนันได้เยอะ
ทุกที ! ”
ในความคิดของเขา เมื่อคู่นี้ที่เกิดเหตุการณ์อารมณ์เสียขึ้นก็ดีแล้ว
เพราะเมื่อผู้คนอารมณ์เสียแสดงว่าพวกเขาทั้งหมดวางเดิมพันไว้ที่หมา
ป่าผู้เหลือรอด แต่ตอนนี้หมาป่าผู้เหลือรอดถูกชกจนตายแล้ว เงินพวก
นั้นก็จะกลายเป็นเงินของสังเวียน
ผู้จัดการได้ยินดังนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ คุณชาย เรื่องมันไม่ใช่แบบ
นั้นน่ะสิ ในการแข่งขันชกมวยครั้งนี้มีเรื่องแปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง
มีคนวางเดิมพันที่นักชกหน้าใหม่สูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ ถ้าว่ากันตาม
อัตรา 1:10 พวกเราควรจะจ่ายให้เขา 10 ล้านดอลลาร์ และดูเหมือนว่า
เงินเดิมพันที่หมาป่าผู้เหลือรอดจะมีประมาณ 10 ล้านดอลลาร์พอดี นั่น
หมายความว่าการแข่งขันชกมวยในครั้งนี้ทำให้สังเวียนของพวกเรา
ไม่ได้กำไรสักนิด เพราะเงินถูกชายคนนั้นชนะเอาไปหมดแล้ว ”
“ ยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วยหรือ ? ” หร่วนเฉิงฟาขมวดคิ้วแล้ว
พูดขึ้นว่า “ พวกเขามาเพื่อทำลายสังเวียนของพวกเราหรือเปล่า ? ”
“ ตอนนี้ยังไม่สามารถระบุแน่ชัดได้ บางทีอาจจะเป็นแค่เรื่อง
บังเอิญ เมื่อครู่นี้ผมได้ไปถามคนของพวกเรา เธอบอกว่าชายวัยรุ่นคน
นั้นพูดว่าตัวเองกำลังจะมีโชคดี ดังนั้นก็เลยวางเดิมพันไว้ที่ไก่อ่อนคน
นั้น ”
หลังจากเงียบไปสักพัก ผู้จัดการก็พูดขึ้นอีกว่า “ คุณชาย ตอนนี้ไก่
อ่อนยอมรับการท้าทายจากเวทีมวยแล้ว นอกจากนี้ชายวัยรุ่นคนนั้นยัง
วางเดิมพันที่ไก่อ่อนถึง 10 ล้านดอลลาร์ พวกเราควรจะทำอย่างไรดี ?
”
“ วางเดิมพันอีก 10 ล้าน ? ” สีหน้าของหร่วนเฉิงฟาดูอึมครึมขึ้น
เห็นได้ชัดว่าหมอนั่นต้องการจะใช้สังเวียนของเขาเป็นแหล่งปั๊มเงินสด
เขาคิดไปสักพักแล้วพูดขึ้นว่า “ คิงคองไม่ได้เข้าสังเวียนนานแล้ว
ไม่ใช่หรอ วันนี้ก็ให้เขาขึ้นไปสู้หน่อยแล้วกัน ให้เขาไปจัดการไก่อ่อนนั่น
เพื่อเอาเงิน 10 ล้านดอลลาร์ของเรากลับคืนมา ”
“ ได้ครับคุณชาย ! ” ผู้จัดการผู้ต่ออีกว่า “ แล้วจะใส่อัตราการ
ต่อรองเท่าไหร่ครับ ? ”
“ อัตราการต่อรองจะต˹าไม่ได้ ไม่อย่างนั้นทุกคนก็คงเดิมพันที่คิง
คองกันหมด แล้วพวกเราจะได้อะไร งั้นก็เอาอัตราการต่อรองที่ 1 : 5
แล้วกัน ”
เห็นได้ชัดว่าหน่วยเฉิงฟามีความมั่นใจว่านักชกที่ใช้ชื่อแทนว่าคิง
คองต้องชนะอย่างแน่นอน
“ ได้ครับเถ้าแก่ ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้แหละ ! ”
หลังจากที่ผู้จัดการพูดจบ เขาก็หันหลังเดินออกจากห้องไป ในไม่
ช้าบนหน้าจอก็ประกาศอัตราการต่อรองของทั้งสองฝ่าย อีกฝ่ายหนึ่ง
คือคิงคองที่เคยเอาชนะการชกมา 18 เวทีติด และอีกฝ่ายก็คือไก่อ่อน ผู้
ซึ่งเคยได้รับชัยชนะเป็นครั้งแรก และอัตราอยู่ที่ 1 : 5
หลังจากที่เอาข้อมูลขึ้นบนหน้าจอแล้วนั้น ทั่วทั้งสังเวียนต่างพากัน
ตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่านี่เพิ่งเป็นเวทีที่ 2 ทางสังเวียนก็ส่งคิงคองอ
อกมาแล้ว
ถึงแม้ว่าคิงคองจะไม่ถือว่าเป็นนักชกระดับสูงที่สุดของสังเวียน แต่
เขาก็มีความสามารถแข็งแกร่งมาก เพราะเขาสามารถเอาชนะได้ถึง 18
เวทีติด ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นเลย
ทันใดนั้นนักพนันนับไม่ถ้วนต่างก็พากันวางเดิมพันที่ตัวคิงคอง
แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกนับถือหมัดเมื่อครู่นี้ของเฉินฟู่กุ้ย
ด้วยความคิดของนักพนันนั้น พวกเขาจึงวางเดิมพันที่เฉินฟู่กุ้ย เงิน
เหล่านี้เมื่อรวมกันขึ้นมาแล้วก็ได้หลายล้านดอลลาร์อยู่ แล้วก็มีบางคน
คิดว่าการแข่งขันในครั้งนี้ไม่สามารถเดิมพันได้ จึงเลือกที่จะเป็นผู้ชม
หลังจากไม่นานก็มีคนพบว่าภายใต้ชื่อของไก่อ่อนคนหน้าจอนั้นมี
ตัวเลขชุดยาวปรากฏขึ้น นั่นมันเงิน 10 ล้านดอลลาร์ มีคนวางเดิมพันที่
เขาถึง 10 ล้านดอลลาร์
สิบนาทีต่อมาหลังจากที่การวางเดิมพันเสร็จสิ้นลง การแข่งขันชก
มวยก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
“ รีบดูเร็ว คิงคองมาแล้ว ! ”
เกิดเสียงดังอื้ออึงเซ็งแซ่ทั่วทั้งสังเวียน ชายผิวสีรูปร่างสูงตระหง่าน
เดินออกมา เขาดูสูงถึง 2 เมตร ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อเป็นมัดดู
แวววาวราวกับการหล่อเหล็กทองแดง
ชายร่างกำยำคนนี้ดูแข็งแรงเหมือนคิงคองจริง ในแต่ละก้าวเดิน
ของเขาดูเหมือนจะทำให้เวทีมวยสั่นสะเทือน เฉินฟู่กุ้ยยืนอยู่ตรงหน้า
เขาดูเตี้ยกว่ามากและดูอ่อนแอกว่ามาก
ผู้จัดการของสังเวียนวิ่งมากระซิบกระซาบที่หูของคิงคอง คิงคอง
พยักหน้า จากนั้นแววตาของเขาก็เต็มไปด้วยความดุร้าย เขาเดินขึ้นเวที
มา
ที่ด้านหน้าเวทีนั้น เฉินฟู่กุ้ยเองก็ค่อย ๆ เดินขึ้นมาบนเวทีอย่าง
เชื่องช้าเช่นกัน แต่ในครั้งนี้ไม่มีใครกล้าดูถูกเขาอีกแล้ว !
หลังจากที่ทั้งสองคนเข้าไปในกรงเหล็ก พนักงานก็ปิดกรงเหล็กอีก
ครั้ง และการแข่งขันการชกมวยเป็นอันเริ่มต้นขึ้น
เท้าขวาของคิงคองกระทืบลงบนเวทีอย่างแรง และทั้งเวทีดูเหมือน
จะสั่นสะเทือนขึ้นมา เขาจับจ้องไปที่เฉินฟู่กุ้ยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วย
แรงสังหาร “ ไอ้เด็กน้อย แกตายแน่ ! ”
เฉินฟู่กุ้ยแค่ชำเลืองมองเขาธรรมดา แล้วพูดขึ้นด้วยน˺าเสียง
ราบเรียบว่า “ พวกแกนี่มันพูดมากจัง รีบลงมือได้แล้ว ! ”
“ ไปตายซะแกน่ะ ! ”
คิงคองส่งเสียงร้องคำรามออกมาเป็นที่น่าหวาดกลัวไปทั่ว จากนั้น
เขาก็ชกหมัดคู่ไปที่หัวของเฉินฟู่กุ้ย
แม้ว่าขนาดของมันจะใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ดูเงอะงะ และความเร็วของ
มันนั้นเร็วมาก ขนาดของกำปั้นแต่ละหมัดนั้นไม่แตกต่างจากศีรษะของ
เฉินฟู่กุ้ยมากนัก
เมื่อเห็นท่าทางแบบนี้แล้ว ในขณะที่ทุกคนกำลังคิดว่าเฉินฟู่กุ้ยผู้มี
ร่างกายผอมบางนั้นอาจจะใช้เวลานี้หลบหลีกหมัดคู่นี้อย่างรวดเร็ว แต่
ทุกคนกลับเห็นว่าเขาชกหมัดคู่สวนออกไปโดยไม่ได้แสดงความอ่อนแอ
ของตัวเองแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังชกสวนไปยังหมัดของคิงคองอีก
ด้วย
ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน หมัดคู่ใหญ่และหมัดคู่เล็ก
หมัดดำและหมัดขาวปะทะกันอย่างแรงกลางอากาศจนเกิดเสียงดัง
‘พลั่ก’ จากนั้นก็มีเสียงกระดูกแตกดัง ‘กร็อบ กร็อบ’
“ สรุปใครแพ้ ? ”
สายตาของทุกคนต่างจับจ้องทั้งสองคนเวทีที่ปะทะหมัดกันอย่าง
ตั้งใจ พวกเขาเห็นเพียงเฉินฟู่กุ้ยยังคงยืนนิ่งอยู่บนเวที ร่างกายของเขา
ไม่ขยับเขยื้อนสักนิด
แต่ร่างกายขนาดใหญ่ของคิงคองกลับกระเด็นออกไปราวกับ
กระสอบทราย แขนทั้งสองข้างของเขามีรูปร่างที่ผิดเพี้ยนไป
โดยเฉพาะแขนซ้ายที่มีกระดูกสีขาวแหลมคมแทงทะลุเนื้อออกมา
หมัดนี้ของเฉินฟู่กุ้ยแม้จะไม่ได้กะเอาถึงชีวิตของคิงคอง แต่ก็ทำให้
เขาสูญเสียแขนทั้งสองข้างไป ไม่ว่าใครต่างก็ดูออกว่าคิงคองได้สูญเสีย
ความสามารถในการต่อสู้ไปแล้ว
จบตอน