คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 446: งานใหญ่มาเสนอถึงถิ่น
ตอนที่ 446 งานใหญ่มาเสนอถึงถิ่น
ฉินห้าวตงส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ พี่หลง ระหว่างเราสองพี่น้องนั้น
การช่วยเหลือกันนิดหน่อยเป็นเรื่องที่สมควรอยู่แล้ว ผมไม่ต้องการเงิน
ทั้งหมดนี้หรอก ผมต้องการแค่ 2,000 ล้านหยวนก็พอแล้ว ”
ก่อนมาที่นี่ เขาได้เคยพูดกับหลงไห่เซิงไว้แล้ว 2,000 ล้านหยวนนี้
ถือเป็นเงินพนันของเขา ถ้าแพ้ก็ต้องชดใช้ให้หลงไห่เซิงเช่นกัน ดังนั้น
เขาจึงควรได้รับเงินจำนวนนี้
เมื่อเห็นว่าเขามีท่าทีที่เด็ดเดี่ยว หลงไห่เซิงก็ไม่ได้ติดใจอะไร จึงพูด
อย่างเลี่ยงไม่ได้ว่า “ เอาอย่างนั้นก็ได้ เดี๋ยวฉันจะให้คนของฉันโอนเงิน
เข้าบัญชีของนายแล้วกัน เงินที่เหลือเก็บไว้ที่ฉันก่อน ถ้าต้องการ
เมื่อไหร่ก็ให้ทักมาได้ ฉันจะรีบโอนไปให้ทันที ”
เมื่อเรื่องราวทุกอย่างถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว เหลยเป้าและเย่ไค
ศิษย์พี่ศิษย์น้องก็พาโจวหวังกับโจวอู่กลับไป ส่วนหลงไห่เซิงนั้นในช่วง
ระยะเวลาอันสั้นนี้เขาก็ได้เข้าควบคุมพื้นที่เมืองเจียงเป่ย ภายใน
ช่วงเวลาสั้นๆ ธุระของเขาก็เรียบร้อย ส่วนฉินห้าวตงก็กลับคฤหาสน์
ตระกูลหลินคนเดียว
หลังจากกลับมาถึงบ้าน แม่หนูน้อยยังไม่เข้านอน เมื่อเห็นฉินห้าว
ตงจึงกระโจนเข้าใส่อ้อมกอดของเขาแล้วพูดว่า “ ป่าป๊า ป่าป๊าไปทำ
อะไรมาเหรอ ? ”
ฉินห้าวตงตอบว่า “ ป่าป๊าไปหาเงินมา ”
แม่หนูน้อยจึงถามอีกว่า “ แล้วป่าป๊าหาเงินมาได้เท่าไหร่ ? ”
“ ป่าป๊าหาเงินมาได้เยอะมาก ๆ เลย ” ฉินห้าวตงตอบ แล้วล้วงเอา
บัตรกดเงินออกมา 1 ใบจากกระเป๋า ส่งไปด้านหน้าของหลินโม่โม่แล้ว
พูดว่า “ ในนี้มีเงินอยู่ 2,000 ล้านหยวน พอที่จะทำให้บริษัทยาแพทย์
แผนจีนถังเหมินย้ายไปเซี่ยงไฮ้ได้เลย ”
หลินโม่โม่รับบัตรกดเงินมาแล้วถามด้วยความสงสัยว่า “ เรื่องจริง
หรือแกล้งกันเนี่ย ? คุณไม่ได้กำลังล้อกันเล่นใช่ไหม ? ”
“ เรื่องจริงสิ เรื่องแบบนี้ผมหลอกคุณได้ด้วยหรือ ! ”
“ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร ? คุณเอาเงิน 2,000 ล้านหยวนนี้มาจาก
ไหน ? ” หลินโม่โม่พูดแล้วจ้องไปที่เอวของเขา “ คุณคงไม่ได้ขายไตทั้ง
สองไปหรอกใช่ไหม ? ”
ฉินห้าวตงหัวเราะแล้วตอบว่า “ ก็ถ้าเป็นไตจริง ๆ ก็คงขายไม่ได้
เงินสักเท่าไหร่หรอก ”
“ แล้วเงินนี้ได้มาจากไหน ? ปล้นธนาคารมาก็คงไม่เร็วขนาดนี้
หรอกใช่ไหม ? ”
“ ที่มาของเงินนี้มีเหตุมีผล ผมเป็นคนหามาเอง ”
จากนั้นฉินห้าวตงก็เล่าเรื่องเมื่อเย็นให้หลินโม่โม่ฟังอีกหนึ่งรอบ
หลินโม่โม่หอมแก้มเขาหนึ่งที แล้วพูดว่า “ ที่รัก คุณนี่เก่งจริง ๆ
เลย เงิน 2,000 ล้านยังหามาได้เร็วขนาดนี้ ดูท่าว่าชีวิตของฉันและถังถัง
ที่เหลืออยู่ครึ่งหลังนี้ไม่ต้องเป็นกังวลแล้ว ”
แม่หนูน้อยถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่ว่าเธอ
ก็โผเข้าหอมแก้มอีกด้านของเขาไปหนึ่งที “ ป่าป๊า ป่าป๊าเก่งสุดยอดไป
เลย ! ”
“ แน่นอนอยู่แล้ว ป่าป๊านี่เก่งสุดยอดเลย ” ฉินห้าวตงก็หอมแก้ม
น้อย ๆ ของแม่หนูน้อยไป 1 ที จากนั้นก็พูดกับหลินโม่โม่ว่า “ มีเงินก้อน
นี้แล้ว เราก็สามารถย้ายไปที่เซี่ยงไฮ้ได้เร็วขึ้นใช่ไหม ? ”
หลินโม่โม่ตอบว่า “ มันง่ายอย่างนั้นซะที่ไหน ? คุณเป็นพ่อค้า
ธรรมดาหรือไง ? พวกเราเป็นถึงบริษัทใหญ่ หลินชื่อกรุ๊ปและบริษัทถัง
เหมินรวมกันแล้วจะต้องเตรียมงานล่วงหน้ามากมาย ”
ฉินห้าวตงได้ยินดังนั้นจึงพูดว่า “ ถ้าถึงตอนนั้นแสดงว่าเราย้ายไป
เซี่ยงไฮ้ได้แน่นอนแล้วใช่ไหม ? ”
หลินโม่โม่ตอบกลับ “ แน่นอน แต่ในเวลาสั้น ๆ ไม่ทันหรอก ”
“ แล้วเรื่องถังถังล่ะ จะทำอย่างไร ? ”
หลินโม่โม่ตอบกลับ “ ลูกต้องไปกับพวกเราอยู่แล้ว ถึงที่นั่นแล้วก็
ต้องหาโรงเรียนอนุบาลใหม่ ครอบครัวเราทั้งสามคนแยกกันไม่ได้หรอก
”
แม่หนูน้อยร้องขึ้นอย่างยินดีว่า “ ดีจังเลย ถังถังอยากเรียน
โรงเรียนอนุบาลใหม่ หนูอยากรู้จักเพื่อนใหม่แล้ว ! ”
วันต่อมา ฉินห้าวตงมาถึงบริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊า เดิมที
เขาอยากจะไปหาซูไห่ชวนที่ห้องทำงานก่อน แต่ว่าเขาติดป้ายหน้าห้อง
ว่า ‘ห้ามใครเข้าไปรบกวน’ รวมถึงฉินห้าวตงก็ไม่อนุญาต บอกว่ารอให้
หลังจากแกะสลักหยกเสร็จแล้วถึงจะสามารถเข้าพบได้
เขาจึงเดินกลับไปที่ห้องทำงานของน่าหลันอู๋ชวง ก็เห็นว่าเธอกำลัง
พูดคุยอย่างสนุกสนานอยู่กับฉีหว่านเอ๋อ
“ คุยอะไรกันเหรอ ? สนุกขนาดนั้นเชียวเหรอ ? ”
ฉินห้าวตงพูดพร้อมกับเดินเข้าไป
ฉีหว่านเอ๋อตอบว่า “ ก็คุยเรื่องพี่นั่นแหละ ”
น่าหลันอู๋ชวงหัวเราะแล้วพูดเสริมขึ้นว่า “ พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา
ทันที เพิ่งจะพูดถึงนาย นายก็มาพอดี ”
ฉินห้าวตงหัวเราะแล้วพูดว่า “ พูดถึงฉันเรื่องอะไร ? มีเรื่องดี ๆ
ไหม ? ”
น่าหลันอู๋ชวงมองเขาแล้วตอบว่า “ บริษัทรักษาความปลอดภัย
ของเรามีงานใหญ่มาเสนอ นายว่าควรทำหรือเปล่าล่ะ ? ”
ฉินห้าวตงตอบว่า “ ต้องทำแน่นอนอยู่แล้ว มีเงินมาหา ไม่คว้าไว้
จะไม่ถือว่าโง่หรอกเหรอ ? ”
น่าหลันอู๋ชวงหัวเราะอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมแล้วพูดว่า “ ในเมื่อนาย
เห็นด้วย ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็คอนเฟิร์มเลย ในฐานะบอดี้การ์ด
ระดับพรีเมี่ยมของบริษัท ตอนนี้ฉันขอส่งนายไปทำหน้าที่นี้ ”
“ อะไร ? ส่งฉันไปทำหน้าที่อะไร ? ” ฉินห้าวตงรู้สึกเหมือนตก
หลุมพราง จึงรีบพูดขึ้นว่า “ เธอไม่ใช่บอกว่าบริษัทมีงานใหญ่หรือไง ?
เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย ? ”
น่าหลันอู๋ชวงตอบว่า “ เป็นอะไรไป ? หรือว่านายไม่ใช่พนักงาน
คนหนึ่งของบริษัท ? ในตอนแรกที่พวกเราแบ่งขั้นบอดี้การ์ด นายถือ
เป็นบอดี้การ์ดระดับพรีเมี่ยม ตอนนี้มีงานมาเสนอถึงถิ่น หรือว่านายคิด
จะปฏิเสธเหรอ ? ”
จากนั้นฉีหว่านเอ๋อก็พูดตามขึ้นว่า “ ใช่แล้ว พี่ก็เพิ่งจะพูดเองนี่ว่า
ถ้าไม่ทำเงินถือว่าโง่ ! ”
ฉินห้าวตงจึงเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่า ตัวเองก็เป็นหนึ่งในบอดี้การ์ด
ระดับพรีเมี่ยม ราคาที่กำหนดไว้ในตอนนั้นคือวันละ 1 ล้านหยวน เขา
จึงพูดว่า “ มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ? เธอบอกฉันมาชัด ๆ หน่อย ”
น่าหลันอู๋ชวงตอบว่า “ เรื่องเป็นอย่างนี้ หลี่ชื่อกรุ๊ปจากฮ่องกงระบุ
ว่าจะให้นายไปเป็นบอดี้การ์ดให้กับคุณผู้หญิงหลี่เหม่ยยวี๋ผู้เป็นทายาท
สืบทอด เวลานานแค่ไหนยังไม่ได้ระบุแน่ชัด แต่ว่าเขาได้วางเงินมัดจำ
ล่วงหน้าไว้ 100 ล้านแล้ว เดาว่าไม่น่าจะใช่ช่วงสั้น ๆ ดังนั้นถึงได้บอก
ว่าเป็นงานใหญ่ ”
ฉินห้าวตงสับสนเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ วันละ 1 ล้านหยวน คิดไม่ถึง
ว่าจะวางเงินล่วงหน้ามา 100 ล้าน แสดงว่าหลี่ชื่อกรุ๊ปนี้ต้องมีเงินมาก
แน่ๆ ”
ฉีหว่านเอ๋อตอบว่า “ อย่าบอกนะว่าพี่ไม่รู้จักแม้กระทั่งหลี่ชื่อ
กรุ๊ปน่ะ ? นั่นถือเป็นบริษัทแถวหน้าสิบอันดับแรกของฮ่องกงเลยนะ
เพื่อที่จะคุ้มครองทายาทเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น อย่าพูดถึง 100 ล้าน
หยวนเลย ต่อให้จ่ายเป็นพันล้านก็เป็นเรื่องปกติมาก ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นอย่างลำบากใจว่า “ แต่ว่าถึงอย่างไรซะฉันก็เป็น
แค่หมอคนหนึ่ง ไม่สามารถเป็นบอดี้การ์ดให้ใครได้นานนักหรอก ให้จาง
เทียหนิวและเฉินฟู่กุ้ยไปไม่ได้เหรอ หม่าเหวินโจวก็ได้นี่นา ? ”
น่าหลันอู๋ชวงตอบว่า “ นายจะให้หลี่ชื่อกรุ๊ปเขาเสียเงินเปล่าเหรอ
? หาบอดี้การ์ดคนหนึ่งนั้นมีเงื่อนไขอยู่แล้ว หลี่เหม่ยยวี๋ไม่เห็นด้วยที่
ตระกูลหาบอดี้การ์ดให้ ดังนั้นบอดี้การ์ดที่จ้างจะต้องปิดบังตัวตน หลี่
เหม่ยยวี๋กำลังจะเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้
ดังนั้นนายจะต้องใช้ตัวตนของนักเรียนไปคอยคุ้มครองเธอ พิจารณา
จากจุดนี้แล้ว จางเทียหนิวและเฉินฟู่กุ้ยก็ไม่ผ่านมาตรฐานสักคน บริษัท
รักษาความปลอดภัยของเราจึงมีแค่นายคนเดียวที่ทำได้”
ฉินห้าวตงตอบว่า “ หม่าเหวินโจวก็ได้นี่ ถึงเขาจะไม่หล่อเท่าฉัน
แต่ว่าให้ปลอมเป็นนักศึกษาแพทย์ก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอก ”
น่าหลันอู๋ชวงตอบว่า “ หลี่เหม่ยยวี๋เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยแพทย์
ศาสตร์เซี่ยงไฮ้ หม่าเหวินโจวไม่มีวัฒนธรรมแล้วยังไม่รู้เรื่องการแพทย์
สอบไม่ผ่านตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม ขนาดจดหมายจีบสาวยังให้นาย
เขียนให้ ให้เขาไปเรียนมหาวิทยาลัย ไม่กี่วันไม่ความแตกเอาหรอกหรอ
? ”
“ ฉัน…… ”
ฉินห้าวตงไม่มีอะไรจะพูดในทันที พนักงานของบริษัทรักษาความ
ปลอดภัยล้วนแต่เป็นทหารเหล็ก ให้พวกเขาไปเรียนมหาวิทยาลัยคงไม่
รอดแน่นอน เมื่อมองแบบนี้แล้ว เห็นทีจะมีแค่ตัวเขาที่เหมาะสม
ฉีหว่านเอ๋อจึงพูดขึ้นว่า “ เรื่องนี้พี่เห็นด้วยก็คือเห็นด้วย ไม่เห็น
ด้วยก็คือไม่เห็นด้วย ไม่ต้องมาอ˺าๆ อึ้งๆ แล้ว ”
ฉินห้าวตงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ แล้วไง หรือว่าฉันถูกขายให้
พวกเขาไปแล้ว ? ”
น่าหลันอู๋ชวงตอบว่า “ ก็ไม่ขนาดนั้น แต่ว่าฉันได้เซ็นสัญญากับ
เขาไปแล้ว แล้วยังรับเงิน 100 ล้านหยวนไว้แล้วด้วย ถ้าผิดสัญญา
จะต้องชดใช้ 100 เท่า ถ้านายหาเงิน 10,000 ล้านมาได้ จะไม่ไปก็ได้ ”
“ ฉัน…… ” ฉินห้าวตงเกือบจะกระอักเลือดออกมา ในเมื่อเรื่อง
มาถึงจุดนี้แล้ว เขาจึงทำได้เพียงก้มหน้ารับชะตากรรมตัวเอง “ ฉันไปก็
ได้ ! ”
“ ทำอย่างนี้ถูกแล้วล่ะ ! ” น่าหลันอู๋ชวงจึงพูดอีกว่า “ ต่อไปฉันจะ
แนะนำข้อมูลของคนที่จะถูกคุ้มครอง หลี่เหม่ยยวี๋ อายุ20 ปี ผิวขาว
หน้าตาสวย ขนาดของรอบหน้าอก…… ”
ฉินห้าวตงทำตัวไม่ถูก “ ฉันไปเป็นบอดี้การ์ด ไม่ใช่ไปหาเมีย เธอ
มาพูดเรื่องสัดส่วนกับฉันทำไม ? ”
ฉีหว่านเอ๋อพูดขึ้นว่า “ หลี่ชื่อกรุ๊ปเป็นหัวหน้ากลุ่มนายทุนใหญ่ใน
ฮ่องกง ทรัพย์สินของครอบครัวมีเป็นร้อยล้านหมื่นล้าน อีกอย่างหลี่
เหม่ยยวี๋ก็เป็นทายาทเพียงคนเดียว โตมาสะสวย พวกเราก็แค่อยากจะ
บอกพี่ว่า เป็นบอดี้การ์ดน่ะเป็นได้ แต่ห้ามขโมยลูกสาวของเขามาเป็น
ของตัวเอง ”
ฉินห้าวตงตอบว่า “ นี่เธอมองฉันเป็นคนอย่างไรกัน เธอกับอู๋ชวงก็
ไม่ใช่คุณหนูของตระกูลร˹ารวยหรือไง ฉันเองก็ไม่ได้ขโมยลูกสาวของ
พวกเขามาใช่ไหมล่ะ ?”
เมื่อได้ยินเขาพูดจบ ฉีหว่านเอ๋อก็จ้องตาเขม็งทันที “ กล้าพูดได้
อย่างไร ทำไมนายจะไม่คิดขโมยล่ะ ฉันและอู๋ชวงไม่สวยเหรอ ? ”
“ เอ่อ…… ” จิตใจของผู้หญิงยากแท้เกินหยั่งถึงจริง ฉินห้าวตงไม่รู้
ว่าจะพูดอย่างไรดี จึงพูดออกไปว่า “ ถ้าอย่างนั้นฉันควรจะขโมยหรือว่า
ไม่ควรขโมยกันแน่ ? ”
ฉีหว่านเอ๋อตอบว่า “ ฉันไม่สน ถึงอย่างไรแล้วพี่ออกไปก็ต้อง
ซื่อสัตย์หน่อยแล้วกัน ”
น่าหลันอู๋ชวงหัวเราะแล้วพูดว่า “ ใช่แล้ว ถ้านายถูกใจเธอ อย่าง
น้อยก็ต้องดูว่าใครมาก่อนมาหลังหน่อยแล้วกัน ”
ฉินห้าวตงรู้สึกว่าปวดหัวไปหมด คนที่ให้ตัวเองไปเป็นบอดี้การ์ดก็
คือพวกเธอ คนที่ไม่วางใจตัวเขาเองก็คือพวกเธอ นี่จะยังให้เขามีชีวิต
ต่อหรือเปล่า
เมื่อรู้ว่าคุยกับผู้หญิงไม่ได้เหตุผลที่ชัดเจน เขาจึงรีบเปลี่ยนหัวข้อ
สนทนาว่า “ ฉันไม่เข้าใจนิดหน่อย บอดี้การ์ดในโลกมีตั้งมากมายขนาด
นี้ ด้วยอิทธิพลของหลี่ชื่อกรุ๊ป ต่อให้ใช้หน่วยซีลมาโจมตีทั้งหมดก็ไม่มี
ปัญหา ทำไมถึงจ้างฉันไปเป็นบอดี้การ์ดด้วย ? อีกอย่างบริษัทของเราก็
เพิ่งจะก่อตั้งได้เพียง 2 เดือน พวกเขารู้จักบริษัทของเราได้อย่างไรกัน ?
ชื่อเสียงของเรามีมากขนาดนั้นเชียวเหรอ ? ”
น่าหลันอู๋ชวงตอบว่า “ ความสัมพันธ์ของตระกูลใหญ่นั้นซับซ้อน
มาก เนื่องจากหลี่เหม่ยยวี๋เป็นทายาทเพียงคนเดียวของหลี่ชื่อกรุ๊ป
ดังนั้นหลายคนจึงคอยจับตาดูเธอ ถ้าจ้างบอดี้การ์ดในฮ่องกง พ่อของ
เธอก็ไม่ค่อยวางใจ เมื่อรวมกับเรื่องก่อนหน้าแล้ว ในเมื่ออยากจะ
คุ้มครองคุณหนูหลี่ให้ดี จะต้องห้ามให้เธอรู้ว่านายเป็นบอดี้การ์ด และ
ยังต้องปลอมเข้าไปในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้ ดังนั้นบอดี้
การ์ดทั่วไปจึงไม่เหมาะกับเงื่อนไขนี้ ”
ฉีหว่านเอ๋อยังพูดอีกว่า “ คุณหลี่นั้นเป็นเพื่อนสนิทกับลุงของฉัน
เป็นลุงของฉันเองที่เสนอบริษัทของเราไป แล้วฉันก็เสนอชื่อพี่ให้เขาไป
เป็นอย่างไรบ้าง ควรให้รางวัลฉันหรือเปล่า ? ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยใบหน้าที่ลำบากใจว่า “ ฉันเป็นหมออยู่ดี ๆ ถูก
พวกเธอเปลี่ยนให้มาเป็นบอดี้การ์ด คิดไม่ถึงว่ายังมาขอรางวัลจากฉัน
อีก ”
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ทำให้เขายินดีนั่นก็คือหลินชื่อกรุ๊ปและบริษัทถังเห
มินจะย้ายสำนักงานไปเซี่ยงไฮ้ ครั้งนี้ที่เขาไปเพื่อที่จะสำรวจเส้นทาง
ล่วงหน้าก่อน และเตรียมการล่วงหน้า ถ้าดูจากจุดนี้ก็ถือว่าไม่เลวเลย
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว เขาจึงถามว่า “ ฉันต้องเดินทางเมื่อไหร่ ? ”
น่าหลันอู๋ชวงตอบว่า “ เย็นนี้ก็ต้องไปแล้ว พรุ่งนี้เป็นวันเปิดเรียน
ของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้ นายจะได้ไปรายงานตัวพอดี ”
“ ไปวันนี้ นี่มันเร็วไปหน่อยหรือเปล่า ? อีกอย่างเอกสารและ
สถานะนักศึกษาของฉันยังอยู่ที่มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เจียงหนาน
จะไปทำเรื่องลาออกได้ไง ”
น่าหลันอู๋ชวงตอบว่า “ วางใจเถอะ เรื่องนี้ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว
เรื่องสถานภาพนักศึกษามหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เจียงหนานนั้น
ลาออกเรียบร้อยแล้ว แล้วยังช่วยนายจัดการเอกสารต่าง ๆ ใหม่
หมดแล้วด้วย ตอนนี้นายก็ยังเป็นฉินห้าวตงเหมือนเดิม แต่อายุ
เปลี่ยนเป็น 19 ปี เป็นนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่หนึ่งของมหาวิทยาลัย
แพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้ เรียนวิชาเอกแพทยศาสตร์ ”
ฉีหว่านเอ๋อหยิบตั๋วเครื่องบินออกมา “ นี่คือสายการบินของเย็นนี้
จะถึงสนามบินเซี่ยงไฮ้ในเวลาเที่ยงคืนตรง ”
เมื่อเห็นว่าผู้หญิงทั้งสองคนยืนยันจะส่งเขาไปให้ได้ ฉินห้าวตงจึง
ไม่พูดอะไรอีก ทำได้เพียงรีบจัดการเรื่องต่าง ๆ ก่อนไปให้เรียบร้อย
เวลาเที่ยงคืน ณ สนามบินเซี่ยงไฮ้ เครื่องบินโดยสารก็ร่อนลงจอด
จากนั้นฉินห้าวตงก็เดินตามผู้โดยสารคนอื่น ๆ ออกมายังประตูทางออก
ของสนามบิน แล้วขึ้นรถบัสของสนามบินไปยังตัวเมือง
หลังลงจากรถบัสแล้ว ระยะทางที่จะไปโรงแรมที่ฉีหว่านเอ๋อจองไว้
ก็ไม่ไกลเท่าไหร่ เขาชื่นชมทัศนียภาพเซี่ยงไฮ้ไปด้วย แล้วก็เดินตามทาง
ไปที่โรงแรมไปด้วย
เพิ่งจะเดินออกมาได้ไม่นาน ทันใดนั้นก็มีผู้หญิงผมสีเขียวทั้งหัววิ่ง
เข้ามาหาเขาแล้วจับมือของเขาพลางตะโกนว่า “ ที่รัก ในที่สุดฉันก็เจอ
คุณแล้ว ! ”
จบตอน