คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 459: นักศึกษาใหม่รายงานตัว
ตอนที่ 459 นักศึกษาใหม่รายงานตัว
ฉินห้าวตงยอมแพ้เธออย่างสิ้นเชิง เขาคิดอยู่สักพักถึงถามขึ้นว่า “
งั้นขอผมเดาหน่อยก็แล้วกัน ถ้าหากผมเดาถูกคุณก็พยักหน้า ถ้าหากผม
เดาผิดคุณก็ส่ายหน้า แบบนี้ก็ไม่ถือว่าคุณเป็นคนพูด และก็ไม่ผิดกฎ
ของอาจารย์คุณด้วย ตกลงตามนี้นะ ? ”
เจี่ยชือหานลองคิดทบทวนตามคำพูดของเขาดู ดูเหมือนว่ามันจะ
ไม่ได้มีปัญหาอะไร ดังนั้นเธอจึงพยักหน้ารับคำ
ฉินห้าวตงแอบตลกอยู่ในใจ แม่สาวน้อยผู้อ่อนต่อโลกคนนี้ช่าง
หลอกง่ายเหลือเกิน ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอถึงถูกจูตงเหมยหลอกให้
เซ็นสัญญาขายตัวเองถึง 3 ปี
ดังนั้นเขาจึงเริ่มถามเธอ “ คุณเคยเป็นชาวยุทธคนหนึ่งใช่หรือไม่ ?
”
เจี่ยชือหานพยักหน้าก่อน จากนั้นเธอจึงถามด้วยสีหน้าสงสัย “
คุณรู้ได้ยังไง ? ”
“ ก็เดาเอา ผมเดาอะไรแม่นจะตาย ! ” ฉินห้าวตงหัวเราะแล้วถาม
ต่ออีกว่า “ อาจารย์ของคุณส่งคุณมาเซี่ยงไฮ้เพื่อมาตามหาใครสักคนใช่
ไหม ? ”
เจี่ยชือหานส่ายหน้าปฏิเสธ “ ไม่ใช่ ”
“ งั้นก็หมายความว่ามันเกี่ยวข้องกับผนึกที่อยู่ในร่างกายของคุณ
ใช่ไหม ? ”
ครั้งนี้เธอตกใจจนปล่อยตะเกียบกับชามข้าวทิ้ง แล้วถามด้วยสี
หน้าตกใจว่า “ แล้วคุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง ? ”
“ ผมเป็นหมอ เมื่อครู่นี้ผมดูออกตอนที่รักษาให้คุณ ” ฉินห้าวตง
ถามต่ออีกว่า “ เป็นไงล่ะ ผมเดาถูกหรือเปล่า ? ”
เจี่ยชือหานลังเลไปพักหนึ่ง แต่แล้วเธอก็พยักหน้า
ฉินห้าวตงเห็นดังนั้นจึงถามด้วยความสงสัยว่า “ ผนึกในร่างกาย
ของคุณมาได้ยังไง ? ศัตรูเป็นคนปิดผนึกหรือ ? ”
เจี่ยชือหานส่ายหน้าปฏิเสธ “ ไม่ใช่ ! ”
“ งั้นเป็นฝีมือของอาจารย์คุณใช่ไหม ? ”
คำถามที่มีคำตอบแค่ 2 ตัวเลือกสามารถคาดเดาได้ง่ายมาก ถ้า
หากไม่ใช่ศัตรู งั้นก็ต้องเป็นฝีมือของอาจารย์เธออย่างแน่นอน
เป็นอย่างที่เขาคาดไว้ไม่มีผิด เจี่ยชือหานพยักหน้าตอบรับ
“ แล้วทำไมอาจารย์ของคุณต้องปิดผนึกร่างกายคุณด้วย ? เป็น
เพราะคุณทำผิดใช่ไหม ? ”
“ ไม่ใช่ ! ”
“ งั้นอาจเป็นเพราะคุณแหกกฎของสำนัก คุณอยากหนีตามผู้ชาย
ใช่ไหม ? ”
เจี่ยชือหานได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นด้วยสีหน้าแดงก˹า “ อะไรนะ ?
ทำไมคุณพูดจาน่าเกลียดขนาดนั้น ฉันอยู่กับอาจารย์บนภูเขามาโดย
ตลอด ไม่เคยมีผู้ชายคนอื่น จะมาหนีตามคนอื่นได้ยังไง อีกอย่างฉัน
ไม่ใช่คนแบบนั้น ”
ฉินห้าวตงเกาหัว ดูเหมือนว่าเหตุผลนี้จะเดาได้ยาก ดังนั้นเขาจึง
ถามต่ออีกว่า “ งั้นก่อนที่คุณจะถูกปิดผนึก ระดับการฝึกตนของคุณไป
ถึงระดับอะไรแล้ว ? ใช่ชาวยุทธขั้นอ้านหรือเปล่า ? ”
เจี่ยชือหานส่ายหน้า
ฉินห้าวตงเองก็รู้สึกว่าคำถามของเขาดูเหมือนจะประเมินเธอต˹า
เกินไป ดูจากความแข็งแกร่งของผนึกนั้นแล้ว อย่างน้อยน่าจะเป็นชาว
ยุทธระดับบรรพจารย์ขึ้นไป ดังนั้นเขาจึงถามต่ออีกว่า “ งั้นก็ต้องเป็น
ระดับบรรพจารย์ใช่ไหม ? ”
คิดไม่ถึงเลยว่าเจี่ยชือหานจะยังคงส่ายหน้าปฏิเสธ
ฉินห้าวตงจึงเอ่ยถามด้วยความตกใจว่า “ เป็นไปไม่ได้ หรือว่าคุณ
เข้าสู่ระดับผู้ศักดิ์สิทธิ์แล้ว ? ”
เจี่ยชือหานส่ายหน้าปฏิเสธอีกครั้ง “ อันที่จริงตัวฉันเองก็ไม่รู้
เหมือนกัน แต่ว่าฉันฝึกฝนกับอาจารย์ตั้งแต่เด็ก และก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยู่
ระดับอะไรแล้ว แล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดมาเมื่อครู่นี้ด้วย ”
“ บ้าเอ้ย มีแบบนี้ด้วยหรอ ? ”
ในเวลานี้ฉินห้าวตงรู้สึกสงสัยในตัวอาจารย์คนนั้นของเจี่ยชือหาน
มาก สอนให้เธอฝึกฝนวรยุทธ แต่ไม่บอกเธอว่าอยู่ในระดับอะไร นี่มัน
คนแปลกชัดๆ
เขาจึงถามขึ้นอีกว่า “ ผมสามารถดูผนึกของคุณได้ไหม ? บางทีผม
อาจจะช่วยคุณปลดผนึกก็ได้ ”
เจี่ยชือหานกลับส่ายหน้า “ ไม่ได้ อาจารย์บอกไว้ว่าผนึกนี้ต้องให้
ตัวฉันเป็นคนปลดมันเองเท่านั้น ถ้าหากให้คนอื่นช่วยล่ะก็ มีแต่จะทำ
ร้ายตัวฉันเอง “
เมื่อฟังเธอพูดมาขนาดนี้ ฉินห้าวตงจึงทำได้เพียงล้มเลิกความคิดนี้
ไป
จากนั้นทั้งสองคนก็กินข้าวพร้อมกับพูดคุยกัน ลำพังแค่คำถามที่
อาศัยการคาดเดาแบบนี้ทำให้เขาได้ข้อมูลอะไรไม่ค่อยเยอะ และเขาก็
ทำได้เพียงแค่ถามแบบนี้เท่านั้น
หลังจากที่กินข้าวกลางวันเรียบร้อยแล้ว ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้นว่า “
ปกติคุณทำอะไรหรอ ? ”
เจี่ยชือหานตอบกลับด้วยน˺าเสียงเด็ดเดี่ยว “ กู่ฉิน ! ”
“ จากนั้นล่ะ ? ไม่มีกิจกรรมสร้างความบันเทิงอย่างอื่นเลยหรอ ? ”
เจี่ยชือหานคิดแล้วถามเขาว่า “ นับเรื่องการกินข้าวและนอนหลับ
ด้วยไหม ? ”
“ เอ่อ…… ” ฉินห้าวตงหมดคำพูดจะบรรยาย “ นอกจากเรื่องพวก
นี้แล้วคุณไม่ทำอย่างอื่นเลยหรอ ? ”
เจี่ยชือหานตอบ “ ก่อนหน้านี้ก็มีฝึกวรยุทธ เพียงแต่ว่าตอนนี้
ระดับการฝึกตนถูกปิดผนึกไว้ ดังนั้นที่เหลืออยู่จึงมีเพียงแค่บรรเลงกู่
ฉิน”
“ คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้ มันจะเป็นการหลีกหนีสังคม ” ฉินห้าวตง
พูดต่ออีกว่า “ อีกเดี๋ยวผมจะไปรายงานตัวที่มหาวิทยาลัย คุณเองก็
ออกไปเดินเล่นบ้าง ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องสัมผัสสังคมให้มันเยอะหน่อย ”
เจี่ยชือหานส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ ฉันไม่ไป ฉันคิดว่าพวกเขา
เป็นคนเลวทั้งหมดนั่นแหละ ”
ฉินห้าวตงได้ยินดังนั้นก็พยายามพูดเบี่ยงประเด็น “ มันไม่ได้
รุนแรงขนาดที่คุณพูดหรอก เอาเป็นว่าในสังคมก็มีคนดีเยอะเหมือนกัน
ตอนนี้ที่บ้านไม่มีผลไม้ อีกเดี๋ยวคุณออกไปซื้อผลไม้ แล้วก็ถือโอกาส
เดินบริเวณใกล้เคียงด้วยเลยก็แล้ว ”
ที่เขาทำแบบนี้เป็นเพราะคิดอยากให้เจี่ยชือหานได้ออกกำลังกาย
เพิ่มบ้างสักหน่อย เขาอยากให้หญิงสาวผู้ออกมาจากบนเขาคนนี้คุ้นเคย
กับที่นี่โดยเร็ว
เจี่ยชือหานลังเลไปครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “ เอางั้นก็ได้ ฉันจะทำ
ตามที่คุณบอก ”
ฉินห้าวตงหยิบเอาเงินออกมาจากในกระเป๋าเสื้อจำนวนหนึ่งแล้ว
ยื่นให้เธอ “ คุณใช้เงินพวกนี้ไปก่อนแล้วกัน ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายใน
ชีวิตประจำวันของพวกเรา ”
เจี่ยชือหานหยิบเอาบัตรธนาคารที่หลี่ฮุยจ่ายแทนเงินคืนค่าเช่า
ออกมาแล้วพูดว่า “ ฉันมีเงินอยู่ ”
“ คุณเอาเงินพวกนี้ไปก่อนเถอะ บางทีร้านสะดวกซื้อไม่สามารถใช้
บัตรธนาคารซื้อของได้ ”
ฉินห้าวตงพูดจบก็ยัดเงินพวกนั้นใส่มือของเจี่ยชือหาน จากนั้น
ตัวเองก็ออกไปจากคฤหาสน์ วันนี้เขาจำเป็นต้องดำเนินการเรื่อง
รายงานตัวนักศึกษาให้เสร็จ เพราะในวันพรุ่งนี้เขามีภารกิจคุ้มกัน
ที่วิทยาลัยแพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้ วันนี้เป็นวันรายงานตัวนักศึกษา
ใหม่ ตั้งแต่ตอนเช้าเป็นต้นมาที่นี่ก็เต็มไปด้วยฝูงชนคึกคักเป็นอย่างมาก
นักศึกษาชั้นปีสูงหลายคนต่างสวมเสื้ออาสาสมัครเพื่อคอยอำนวย
ความสะดวกให้กับนักศึกษาใหม่
ถ้าพูดถึงพวกอาสาสมัครนั้น อันที่จริงส่วนใหญ่ที่มาเป็น
อาสาสมัครคอยช่วยเหลือนักศึกษาใหม่ก็เป็นพวกคนโสดที่มีความคิด
อยากจะจีบรุ่นน้องปีหนึ่งทั้งนั้น พวกเขาอยากมาดูว่าปีนี้จะมีรุ่นน้อง
หน้าตาดีมารายงานตัวหรือเปล่า จากนั้นพวกเขาก็จะตีเนียนเพื่อใช้
โอกาสนี้จีบพวกรุ่นน้องเหล่านั้น จะได้กำจัดปัญหาความโสดของตัวเอง
ออกไปได้เสียที
และด้วยเหตุผลนี้เอง เมื่อมีนักศึกษาผู้หญิงหน้าตาดีรูปร่างดีมา
รายงานตัวที่นี่ ก็จะมีพวกอาสาสมัครวิ่งเข้าไปหาทันที บางคนก็ช่วย
แบกกระเป๋าแบกสัมภาระให้ บางคนก็มาคอยนำทาง พวกเขาพยายาม
อำนวยความสะดวกอย่างเป็นมิตรเต็มที่
ในทางตรงกันข้ามเมื่อมีนักศึกษาชายมารายงานตัวที่นี่จะดูเคว้ง
คว้างกว่ามาก บรรดาพวกชายโสดที่สวมเสื้ออาสาสมัครจะทำเป็นมอง
ไม่เห็นพวกรุ่นน้องผู้ชาย สายตาของพวกเขาเอาแต่สอดส่องคอยมอง
หารุ่นน้องผู้หญิง
ที่ใต้ต้นฮว๋ายอายุเก่าแก่ต้นหนึ่ง อาสาสมัครร่างสูงโปร่งคนหนึ่ง
กำลังยืนคุยกับอาสาสมัครรูปร่างเตี้ย
ชายร่างสูงมีชื่อว่าจงอันกั๋ว เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 เขาสูงถึง 190
เซนติเมตร เป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย ชายคนนี้ไม่
เพียงแต่มีรูปร่างสูงใหญ่เท่านั้น นอกจากนี้เขายังพอมีความหล่อเหลา
อยู่บ้าง ที่บ้านก็มีฐานะดี นับว่าเป็นเดือนคณะคนหนึ่งที่มีชื่อเสียง
ประจำมหาวิทยาลัย
หลายปีมานี้เขาอาศัยรูปลักษณ์ภายนอกที่สะดุดตาของเขารวมถึง
ชื่อเสียงจากการเป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลเที่ยวคั่วผู้หญิงไปเรื่อย เขา
เปลี่ยนแฟนบ่อยยิ่งกว่าเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียอีก
วันนี้สาเหตุที่เข้ามาเป็นอาสาสมัครอยู่ที่นี่เป็นเพราะคิดอยากจะดู
ว่ามีนักศึกษาใหม่ในปีนี้ที่หน้าตาดีบ้างหรือเปล่า
ชายรูปร่างเล็กที่ยืนอยู่ข้างกายเขามีชื่อว่าหลิวเหว่ย เป็นกองหลัง
ของทีมบาสเกตบอล เขาติดตามเป็นสุนัขรับใช้ของจงอันกั๋วมาโดย
ตลอด เพื่ออาศัยขอกินขอดื่มไปด้วย
พวกเขาทั้งสองคนยืนอยู่ใต้ต้นไม้มานานถึง 1 ชั่วโมงเต็ม แล้วก็ยัง
ไม่ได้เข้าไปช่วยคนอื่น
จงอันกั๋วถุยน˺าลายลงพื้นอย่างแรง แล้วพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ “
เสี่ยวเหว่ย ทำไมนักศึกษาใหม่ที่มารายงานตัวในวันนี้ถึงไม่มีใครที่
หน้าตาดีเลย ฉันมองหาตั้งนานแล้วก็ยังไม่เห็นมีใครสักคนที่เข้าตา ”
“ ลูกพี่ เป็นเพราะสเปคของลูกพี่สูงเกินไปต่างหาก ” หลิวเหว่ยพูด
ขึ้นด้วยสีหน้าประจบสอพลอ “ อีกอย่างเป็นเพราะว่าวันนี้พวกเรามา
ช้าไปหน่อย ได้ยินว่าเมื่อช่วงสายมีรุ่นน้องผู้หญิงที่สวยมากอยู่ 2-3 คน
มารายงานตัว เพียงแต่ว่าพวกเรามาไม่ทัน ”
ในขณะที่จงอันกั๋วกำลังจะพูดอะไรต่อนั้น ทันใดนั้นดวงตาของเขา
ก็เป็นประกายทันที ห่างออกไปไม่ไกลมีผู้หญิงคนหนึ่งที่มีรูปร่างสูงมาก
กำลังเดินมาทางนี้
บริเวณนี้มีนักศึกษาเดินผ่านไปผ่านมาตั้งมากมาย แต่เด็กผู้หญิง
คนนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนนกกระเรียนท่ามกลางฝูงไก่ เธอสวม
เสื้อเชิ้ตสีขาว แม้ว่าเสื้อเชิ้ตจะผูกติดอยู่กับกางเกงยีนส์ที่เธอสวมใส่
ท่อนล่าง แต่เอวของเธอก็ยังคงดูเพรียวบาง ยิ่งบริเวณหน้าอกของเธอ
นั้นยิ่งดูอวบอิ่มจนชันขึ้นมา
ผนวกกับใบหน้าอันงดงามไร้มลทินและผมม้ามัดสูงสไตล์สาวมั่น
ของเธอ ยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนแม่สาวน้อยจอมซุกซนเข้าไปใหญ่
“ ของดี ! สาวสวยที่งามอย่างหมดจด 100 คะแนนเต็ม พวกเราไป
ดูกันเถอะ ”
จงอันกั๋วพูดจบก็รีบวิ่งไปทางที่เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังเดินไปอย่าง
รวดเร็ว เพราะกลัวว่าถ้าหากช้ากว่านี้อาจจะถูกคนอื่นคาบไปกินได้
มือหนึ่งของหลี่เหม่ยเสี่ยวถือเอกสารรายงานตัว อีกมือหนึ่งลาก
กระเป๋าเดินทางค่อยๆ เดินไปตามถนน และเธอก็ไม่รู้ว่าคุณปู่ของเธอ
คิดอะไรอยู่กันแน่ ให้เธอมาเรียนมหาวิทยาลัยที่ประเทศจีนก็มาก
พอแล้ว นี่ยังเลือกวิทยาลัยแพทยศาสตร์ให้เธอเรียนอีกด้วย แถมยัง
เลือกสาขาการแพทย์แผนจีนแล้วบอกว่ามันคือสิ่งที่อาจารย์อะไรสัก
อย่างพูดไว้ มีเพียงที่นี่เท่านั้นที่สามารถทำให้เธอหลีกหนีจากการถูก
ตามล่าหมายเอาชีวิตได้
ไม่ว่ายังไงก็ตามก็ถือว่าเธอได้หลีกเลี่ยงจากกฎเกณฑ์และคุณปู่
ของเธอผู้ที่เข้มงวดเป็นอย่างมากแล้ว ในที่สุดเธอก็ได้อิสรภาพอย่างที่
ตัวเองต้องการเสียที
หลายปีที่ผ่านมานี้เธอถูกกวดขันเรื่องระเบียบวินัยมาจากปู่ของ
เธอมากพอแล้ว เมื่อมาถึงเซี่ยงไฮ้เธอก็รีบทำตามใจตัวเองทันที เธอเข้า
ไปดื่มเหล้าในผับคนเดียว
ผลก็คือเพิ่งเดินเข้าไปไม่นานก็พบกับพวกอันธพาลเข้า โชคดีที่
ต่อมาได้พบกับหนุ่มหล่อฝีมือดีมาช่วยเธอไว้
เรื่องนี้ทำให้เธอตกใจกลัวมาก และเธอก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่
ปฏิเสธบอดี้การ์ดที่คุณปู่ส่งมา แต่คนที่มีนิสัยดื้อรั้นอย่างเธอก็ยังคงไม่
ยอมก้มหัวขอร้องให้ที่บ้านช่วย เธอมารายงานตัวที่วิทยาลัย
แพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้ด้วยตัวเอง
ในขณะที่เธอกำลังคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนอยู่นั้น ทันใดนั้นก็
มีเงาคนรูปร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหน้าเธอ “ รุ่นน้อง เธอมา
รายงานตัวใช่ไหม ต้องการให้ช่วยอะไรไหม ? ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่มี
ส่วนสูงถึง 190 เซนติเมตรยืนอยู่ด้านหน้าเธอ บนใบหน้าของเขามี
รอยยิ้มสดใส
แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร หลี่เหม่ยเสี่ยวกลับรู้สึกไม่ชอบรอยยิ้มนี้
เธอรู้สึกว่าภายในรอยยิ้มแฝงอะไรบางอย่างไว้มากมาย ดูไม่เหมือน
หนุ่มหน้าอ่อนคนเมื่อคืนนี้เลยสักนิด ที่ดูแล้วทำให้เธอรู้สึกสบายตา
“ ไม่ต้องการ ฉันทำเองได้ ! ”
เดิมทีเธอเป็นคนที่ชอบทำอะไรคนเดียวอยู่แล้ว นอกจากนี้นิสัย
ของเธอยังเป็นคนดื้อรั้นและแข็งแกร่ง ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่เดินทาง
มายังเซี่ยงไฮ้ด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นเธอจึงไม่ลังเลที่จะปฏิเสธจงอันกั๋วที่
กำลังยืนโพสท่าหล่ออยู่
จงอันกั๋วอึ้งไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าเหยื่อที่เขาหมายตาจะ
ปฏิเสธเขาแบบนี้ ทว่าผ่านไปไม่นานเขาก็สงบสติอารมณ์ตัวเอง จากนั้น
ก็เดินตามหลี่เหม่ยเสี่ยวแล้วพูดขึ้นว่า “ รุ่นน้อง ให้ฉันแนะนำตัวหน่อย
ก็แล้วกัน ฉันคือรุ่นพี่ชั้นปีที่ 3 ชื่อว่าจงอันกั๋ว ฉันชอบเล่นบาสเกตบอล
เป็นกัปตันทีมบาสเกตบอลของมหาวิทยาลัยเรา ถ้าหากว่าเธอชอบเล่น
บาสเกตบอลล่ะก็ รุ่นพี่สามารถแนะนำให้เธอเข้าทีมของมหาวิทยาลัย
เราได้…… ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่เธอกลับยิ่งรู้สึกรำคาญชาย
คนนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เธอรำคาญมากกว่าตอนที่เจอกับหนุ่มหน้าอ่อนคน
เมื่อคืนนี้อีก
แต่พอคิดถึงหนุ่มหน้าอ่อนคนเมื่อคืนเธอก็อดที่จะหงุดหงิดอารมณ์
เสียไม่ได้ เดิมทีเขาคนนั้นช่วยเธอไว้ เธอควรที่จะขอบคุณเขา แต่ใครจะ
ไปคาดคิดว่าเขาจะกล้าตีก้นเธอ
เธอเป็นถึงผู้หญิงคนหนึ่งเชียวนะ อายุ 19 ปีแล้วด้วย โตขนาดนี้
แล้วยังไม่เคยถูกใครตีก้นมาก่อน แต่เธอกลับถูกเขาตีเอาแบบนี้ ถ้าหาก
ให้ตัวเธอเองต้องมาพบเจอกับชายหนุ่มคนนั้นอีก เธอจะต้องทำให้เขา
เห็นดีอย่างแน่นอน
ในขณะที่เธอกำลังแอบหงุดหงิดอยู่นั้น ทันใดนั้นเธอก็ตกตะลึง เธอ
หยุดฝีเท้าที่กำลังเดินไปข้างหน้าอย่างรวด เป็นเพราะว่าบริเวณ
ด้านหน้าไม่ไกลจากเธอมาก หนุ่มหน้าอ่อนคนนั้นกำลังยืนเอามือ
ล้วงกระเป๋ากางเกงแล้วผิวปากอย่างอารมณ์ดีอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนว่า
เขากำลังมองไปยังประตูรั้วของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้
เมื่อเห็นว่าในที่สุดหลี่เหม่ยเสี่ยวก็หยุดเดิน จงอันกั๋วจึงนึกว่าการโอ้
อวดของตัวเองใช้ได้ผล เขายื่นมือไปหยิบเอาเอกสารรายงานตัวเข้า
เรียนที่หลี่เหม่ยเสี่ยวถือไว้ในมือซ้ายมาไว้ที่ตนเอง
เขาเปิดเอกสารอ่านแล้วกล่าวชมไม่หยุด “ หลี่เหม่ยเสี่ยว รุ่นน้อง
ชื่อของเธอไพเราะมาก มันสวยเหมือนกับเธอเลย ! ”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มผู้น่ารำคาญคนนี้กล้าแย่งเอกสารรายงานตัว
ของตัวเองไป หลี่เหม่ยเสี่ยวก็พูดเสียงเข้ม “ นายรู้หรือเปล่าว่าการที่
ตัวเองทำแบบนี้มันไม่มีมารยาท รีบเอาเอกสารรายงานตัวคืนฉันมาซะ !
”
จงอันกั๋วหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพูดขึ้น “ คนสวย ทำไมถึงต้อง
เอาแต่ปฏิเสธกันขนาดนั้น ? มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้ของ
พวกเรากว้างใหญ่ขนาดนี้ เธอคงหาสถานที่รายงานตัวอย่างยากลำบาก
แน่นอน ฉันไปส่งเธอรายงานตัวดีจะตายไป ”
ในเวลานี้หลิวเหว่ยก็วิ่งตามเข้ามา แล้วพูดประจบสอพลออยู่ข้าง
กายเขาว่า “ ใช่แล้วรุ่นน้อง รุ่นพี่อันกั๋วของเราเป็นถึงกัปตันทีม
บาสเกตบอลของมหาวิทยาลัย รูปร่างและสมรรถภาพทางกายของเขา
ดีมาก แถมเขายังหล่อด้วย ผู้หญิงที่ตามจีบเขาต่อแถวยาวเป็นหางว่าว
ไม่ว่าเธอจะพบเจอปัญหาอะไร แค่เธอเรียกหาเขาก็สามารถแก้ไข
ปัญหานั้นได้แล้ว ”
จงอันกั๋วหัวเราะแล้วพูดสมทบ “ ใช่แล้ว และถ้าเธอขาดแคลน
แฟนหนุ่ม ฉันก็สามารถช่วยเป็นให้เธอได้ ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นด้วยความโมโห “ รีบเอา
เอกสารรายงานตัวคืนฉันมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจ ! ”
จบตอน