คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 489: ตราประทับ
ตอนที่ 489 ตราประทับ
เมื่อเห็นว่าฉินห้าวตงและน่าหลันอู๋เซี๋ยเดินไปด้านข้าง จือฟู่เป่า
และเถียนป๋อกวงคอยยื่นคอสังเกตเหตุการณ์อยู่ตลอด
จือฟู่เป่าพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ “ คดีถูกคลี่คลายแล้วไม่ใช่หรอ ?
แล้วตำรวจหญิงคนนั้นจะเรียกพี่ใหญ่ไปทำไมอีก ? ”
“ นายนี่มันโง่นัก ที่ตำรวจหญิงคนนั้นเรียกพี่ใหญ่ไปไม่ใช่ไปคุย
เรื่องคนดี แต่พูดคุยเรื่องความรักต่างหาก ”
เถียนป๋อกวงพูดเหมือนคนเจนประสบการณ์ “ จากประสบการณ์
หลายปีมานี้ของฉัน ตำรวจคนสวยจะต้องชอบพี่ใหญ่แน่นอน ฉันมอง
สายตาเธอออก เธอหลงรักพี่ใหญ่จนยอมตายถวายชีวิตได้เลยแหละ ”
จือฟู่เป่าถลึงตามอง “ ให้มันน้อยหน่อย อย่าทำร้ายความรู้สึกของ
คนโสดอย่างฉันสิ นายคิดว่านี่เป็นละครทีวีหรือไง ? แค่มองพี่ใหญ่ปราด
เดียวก็ตกหลุมรักเลยหรอ ? แม้พี่ใหญ่จะหล่อไปนิด แต่ก็คงไม่เป็น
แบบ…… ”
ขณะที่จือฟู่เป่ากำลังพูด ทันใดนั้นเขาก็เห็นน่าหลันอู๋เซี๋ยจุ๊บ
หน้าผากฉินห้าวตง ทำเอาเขาตกตะลึงตาค้างในทันที ตอนนี้เขาอ้า
ปากกว้างจนแทบจะยัดแอปเปิ้ลเข้าไปได้ทั้งลูกแล้ว
เถียนป๋อกวงเองก็ตกตะลึงเช่นกัน จากนั้นเขาก็พูดอย่างพอใจว่า “
เป็นไงล่ะ ? ฉันไม่ได้พูดผิดใช่ไหม ตำรวจคนสวยชอบพี่ใหญ่เข้าให้แล้ว
”
หญิงสาวทั้งสามต่างเห็นฉากนี้แล้ว หลี่เหม่ยเสี่ยวเห็นดังนั้นจึงพูด
ด้วยความโมโห “ ไอ้คนเจ้าชู้ เที่ยวจีบผู้หญิงไปเรื่อย ขนาดตำรวจก็ไม่
เว้น ”
สีหน้าของโจวซินจู๋ดูแปลกไป ชายวัยรุ่นคนนี้แสดงออกได้เกิน
ความคาดหมายของเธอซ˺าแล้วซ˺าเล่าและเขาก็เป็นคนที่น่าสนใจจริง ๆ
ทว่าซูฮุ่ยกลับไม่มีปฏิกิริยาใดเปลี่ยนไปสักนิด ราวกับว่าเธอไม่เห็น
ฉากนี้อย่างไรอย่างนั้น ในตอนนี้สิ่งที่เธอคิดก็คือจะเรียนทักษะ
การแพทย์จากฉินห้าวตงได้ยังไง ส่วนเรื่องอื่นเธอไม่สนใจ
ฉินห้าวตงเช็ดหน้าผากบริเวณที่ถูกจุ๊บแล้วพูดด้วยรอยยิ้มเจื่อนว่า
“ เธอจะให้ฉันกลับไปอธิบายกับเพื่อนนักศึกษาของฉันยังไง ”
“ นี่คือตราประทับที่พิสูจน์ว่านายเป็นของฉัน ”
น่าหลันอู๋เซี๋ยแลบลิ้นแกล้งเขาแล้วหันหลังเดินออกไป
ฉินห้าวตงเพิ่งกลับมาในห้องผู้ป่วย จือฟู่เป่าและเถียนป๋อกวงก็รีบ
วิ่งมาหาเขาสักที
“ พี่ใหญ่ แค่พบกันครั้งแรกก็สามารถทำให้ตำรวจสาวแสนสวย
เป็นฝ่ายจุ๊บก่อนได้ เก่งเกินไปแล้ว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนายคือ
ไอดอลของฉัน ! ”
“ พี่ใหญ่ นายทำได้ยังไง ? รีบสอนเคล็ดลับให้น้องชายนายเดี๋ยวนี้
ฉันไม่อยากเป็นโสดแล้ว ”
ดูท่าทางของจือฟู่เป่า เขาแทบจะคลานอยู่บนพื้นแล้วกอดขาฉิน
ห้าวตงไว้
เถียนป๋อกวงเห็นท่าทางของเขาถึงพูดขึ้น “ นายอย่าทำให้ลูกพี่
ลำบากใจเลย ผู้หญิงที่ไม่กลัวนายทับตายยังไม่เกิด ต่อให้เป็นพวกเทพ
เทวดาก็ช่วยนายไม่ได้ ! ”
“ กล้าว่าฉันขนาดนี้เลยหรอ พี่อ้วนจะสู้กับนาย ! ”
จือฟู่เป่าพูดแล้วพุ่งตัวเข้าใส่เถียนป๋อกวง แล้วไม่สนใจ ฉินห้าวตง
หันไปพูดกับโจวซินจู๋โดยไม่สนใจสองคนนั้นอีก “ คุณหนูโจว เรื่อง
ต่อไปคงต้องรบกวนเธอแล้ว ”
“ ไม่ต้องกังวล ฉันจะจัดการให้ดีที่สุด เดี๋ยวฉันจะโทรเรียกคนให้มา
รับคุณยายจางไปที่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ รับรองได้เลยว่าพรุ่งนี้เช้าน่าจะ
เห็นหน้าเพื่อนของตัวเองแน่นอน ”
“คุณหนูโจว ขอบคุณเธอมาก ! ”
“ ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหนูโจวแล้ว ฟังดูห่างเหินเกินไป
เรียกฉันว่าซินจู๋เถอะ ! ”
โจวซินจู๋ส่งรอยยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้ฉินห้าวตงแล้วพาคนกลับไป
เธอเพิ่งกลับไปได้ไม่นาน ซูฮุ่ยก็พูดกับฉินห้าวตงว่า “ ฉันขอยกเลิก
คำท้ากับนาย ฉันยอมแพ้แล้ว ทักษะการแพทย์ของนายกับฉันมัน
ต่างกันเกินไป ”
ฉินห้าวตงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แบบนี้ดีที่สุด ไม่อย่างนั้น
ถ้าเอาแต่ถูกผู้หญิงคนนี้ท้าทายต้องเป็นปัญหาแน่
แต่ยังไม่ทันรอให้เขาดีใจขึ้นมา ก็ได้ยินซูฮุ่ยพูดต่ออีกว่า “ ฉัน
ต้องการนับนายเป็นอาจารย์ เรียนต้องการเรียนทักษะการแพทย์แผน
จีนกับนาย ”
“ เรื่องนี้……พวกเราทุกคนต่างก็เป็นเพื่อนกัน แบบนี้มันไม่ค่อย
เหมาะสม นอกจากนี้คุณปู่ของเธอยังเก่งขนาดนั้น เรียนกับเขาเยอะ ๆ
ก็พอแล้ว ”
ฉินห้าวตงไม่มีความคิดที่จะรับลูกศิษย์ แล้วก็ยิ่งไม่อยากรับลูก
ศิษย์ผู้หญิงเป็นลูกศิษย์คนแรกด้วย
“ ในมหาวิทยาลัยก็คือมหาวิทยาลัย ส่วนตัวบุคคลก็คือบุคคล
ฐานะเพื่อนร่วมชั้นไม่สามารถขัดขวางให้ฉันคำนับนายเป็นอาจารย์ได้
นอกจากนี้ทักษะทางการแพทย์ของคุณปู่ฉันยังเทียบนายไม่ได้เลย ”
“ เรื่องนี้……ยังไงมันก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี ”
“ มีอะไรไม่เหมาะสม ? ”
“ เพราะว่าสำนักของพวกเรามีกฏอยู่ ให้ถ่ายทอดแก่ผู้ชายเท่านั้น
ห้ามไม่ให้ถ่ายทอดแก่ผู้หญิง ”
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสาวน้อยที่หัวรั้นขนาดนี้ ฉินห้าวตงทำได้
เพียงแค่หาเหตุผลประโลมโลกมาพูดกับเธอ
“ ฉันไม่สน ถึงยังไงฉันก็จะเรียนทักษะทางการแพทย์แผนจีนกับ
นาย ”
แววตาของซูฮุ่ยดูแนวแน่ ความตั้งใจของเธอดูเหมือนจะเกินกว่าที่
ฉินห้าวตงจินตนาการไว้
“ เอ่อ……พวกเรากลับกันก่อนดีกว่า เรื่องนี้ไว้ค่อยพูดคุยกันวัน
หลัง ”
ฉินห้าวตงยืดเยื้อเรื่องนี้ออกไป เขาพาทุกคนออกมาจาก
โรงพยาบาล เมื่อมาถึงหน้าประตูรั้วโรงพยาบาลแล้วเขาจึงพูดกับจือฟู่
เป่าและเถียนป๋อกวงว่า “ พวกนายสองคนไปส่งซูฮุ่ยที่หอพักหญิงแล้ว
กัน ส่วนฉันและเหม่ยเสี่ยวจะเรียกแท็กซี่กลับเอง ”
“ ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ใหญ่ พวกเราต้องทำภารกิจสำเร็จแน่นอน……
”
สิ่งที่เจือฟู่เป่าชื่นชอบมากที่สุดคือการได้เป็นผู้พิทักษ์ดอกไม้งาม
ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบดีก็ได้ยินซูฮุ่ยพูดตัดบทขึ้นว่า “ พวกนายสองคน
เรียกแท็กซี่กลับเองแล้วกัน ฉันจะไปกับพวกเขา ”
ฉินห้าวตงได้ยินเช่นนั้นจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย “ ไปกับใคร เธอ
จะไปที่ไหน ? ”
ซูฮุ่ยตอบกลับ “ กลับไปกับนายไง ก่อนที่นายจะรับฉันเป็นลูกศิษย์
ฉันจะติดตามนายไปตลอด ! ”
“ เอ่อ…… ”
ฉินห้าวตงหมดคำบรรยาย ทำไมเด็กสาวคนนี้ต้องใช้ไม้นี้ด้วย
ยืนยันคำเดิมอยู่นั่นแหละว่าจะติดตามไปตลอด !
“ พี่ใหญ่ งั้นพวกเราไปก่อนนะ ขอให้นายโชคดี ! ”
จือฟู่เป่าและเถียนป๋อกวงโบกไม้โบกมือให้ฉินห้าวตง จากนั้นก็ขึ้น
ไปบนแท็กซี่คันหนึ่ง
“ ไปขึ้นรถกันเถอะ ”
ซูฮุ่ยพูดแล้วเปิดประตูรถ BMW ของเธอ
ฉินห้าวตงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เขารู้ว่าตัวเองไม่มีทางสลัด
เด็กผู้หญิงคนนี้ให้พ้นตัวได้ จึงทำได้เพียงแค่พาเธอกลับบ้านไปด้วยกัน
ยังดีที่มีหลี่เหม่ยเสี่ยวด้วย ตอนนี้ที่บ้านของเขามีผู้หญิงอยู่ด้วยกัน
ถึง 3 คนแล้ว อย่างน้อยมันก็ไม่ได้รู้สึกเคอะเขินมากเท่าไร
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาจึงแนะนำซูฮุ่ยไม่รู้จักกับเจี่ยชือหาน
จากนั้นเขาก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องน˺าเพื่อเตรียมอาบน˺านอน
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าเมื่อเขากลับมาถึงห้องของตัวเอง เขากลับ
ต้องตกใจเมื่อพบว่าซูฮุ่ยกำลังนั่งอยู่ตรงหัวเตียงของเขา
“ เธอ……เธอมาอยู่ตรงนี้ทำไม ? นี่มันห้องของฉันนะ ”
“ ฉันรู้ว่านี่คือห้องของนาย ฉันก็แค่อยากเรียนทักษะทางการ
แพทย์กับนายเท่านั้น ”
น˺าเสียงของซูฮุ่ยเรียบเฉยมาก ในแววตาของเธอเผยให้เห็นความ
ดื้อรั้นอย่างชัดเจน ในตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ฉินห้าวตงนับว่าเป็น
ผู้ชายคนแรกที่ทำให้เธอยอมแพ้
“ คุณหนู นี่มันก็ใกล้จะดึกแล้ว พวกเรานอนก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อย
ว่ากันใหม่ดีไหม ? ”
“ ฉันไม่สน ถ้านายไม่สอนฉัน ฉันก็จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ”
“ ฉัน…… ”
เมื่อฉินห้าวตงต้องมาเผชิญหน้ากับสาวสวยหัวดื้อเช่นนี้ เขาจะตี
เธอก็ไม่ได้จะด่าเธอก็ไม่ดี มันไม่มีหนทางแล้วจริงๆ
“ ฉันบอกเธอไปแล้วไง ตระกูลของฉันมีกฏอยู่ว่าไม่อนุญาตให้
ถ่ายทอดให้แก่ผู้หญิง ”
ครั้งนี้ดูเหมือนว่าซูฮุ่ยจะขี้เกียจพูดอะไรแล้ว เธอเพียงแค่หันหน้า
ไปอีกทาง แล้วทำท่าเหมือนถ้าตัวเองไม่บรรลุเป้าหมายก็ไม่มีทางยอม
ออกไปไหนทั้งนั้น
“ ตกลง ฉันยอมแพ้เธอแล้ว ! ”
ฉินห้าวตงไม่รู้จะจัดการกับผู้หญิงคนนี้ยังไงดี เขาหันหลังไปที่โต๊ะ
หนังสือที่อยู่ด้านข้าง จากนั้นก็หยิบเอากระดาษและปากกาขึ้นมาก่อน
จะเขียนอะไรบางอย่างลงไป
10 นาทีต่อมา เขาเอากระดาษ a4 สองแผ่นที่เขียนตัวหนังสือไว้
เต็มยืนให้ซูฮุ่ย “ อันนี้ฉันให้เธอ เอากลับไปฝึกก่อนแล้วกัน ”
ซูฮุ่ยรับกระดาษ a4 มาด้วยสีหน้าตื่นเต้น เห็นเพียงบนกระดาษ
เขียนอักษรตัวขนาดใหญ่ว่า “ การฝังเข็มดอกเหมยเก้าขั้น ”
ฉินห้าวตงเรียนรู้วิธีการฝังเข็มแบบนี้มาจากโลกเซียน มาจากเซียน
หญิงผู้มีชื่อว่าเทพธิดาดอกเหมย มันเป็นการฝังเข็มหนึ่งในไม่กี่วิธีที่เขา
จำได้ว่ามันไม่จำเป็นต้องใช้ลมปราณ ซึ่งเหมาะที่จะใช้สอนซูฮุ่ยพอดี
ซูฮุ่ยอ่านกระดาษ a4 ในมือ เธอเป็นผู้มีพรสวรรค์ทางด้าน
การแพทย์ ในไม่ช้าเธอก็เห็นถึงความมหัศจรรย์ของการฝังเข็มชนิดนี้
จากนั้นเธอก็รีบมองไปยังเขาแล้วพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่า “ ขอบคุณ
อาจารย์ ! ”
ฉินห้าวตงรีบพูดขึ้นว่า “ วิธีการฝังเข็มนี้ไม่ใช่ของฉัน เพียงแต่เอา
ออกมาให้เธอเรียนเท่านั้น เธอไม่จำเป็นต้องนับถือฉันเป็นอาจารย์
หรอก พวกเรายังคงเป็นเพื่อนนักศึกษากันอยู่ ”
ในเวลานี้ซูฮุ่ยเองก็ไม่ต่อปากต่อคำอะไรอีกแล้ว เธอรีบเอาสูตร
วิธีการฝังเข็มดอกเหมยเก้าขั้นกลับห้องของตัวเองไป จากนั้นก็เริ่มเรียน
อย่างตั้งอกตั้งใจ
ฉินห้าวตงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ตอนนี้ถือว่าขจัดปัญหาไป
ได้หนึ่งปัญหาแล้ว
เช้าวันต่อมา เขาเดินออกจากห้องมาก็เห็นซูฮุ่ยที่ยืนอยู่หน้าประตู
รอบตาของเธอคล˺าเหมือนหมีแพนด้า ในมือยังคงถือกระดาษ a4 สอง
แผ่นนั้นอยู่
เขาจึงถามด้วยความสงสัย “ นี่เธอไม่ได้นอนทั้งคืนเลยหรอ ? ”
ถึงแม้ว่าซูฮุ่ยจะดูงัวเงียอยู่บ้าง แต่เธอก็ยังคงตื่นเต้น “ วิธีการ
ฝังเข็มดอกเหมยเก้าขั้นนี้มันลึกซึ้งเหลือเกิน ฉันต้องเรียนรู้มันทั้งคืน
กว่าจะพยายามที่จะจำได้ แต่ยังมีอีกหลายส่วนที่ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจ
นายช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม…… ”
ฉินห้าวตงรู้สึกยอมรับท่าทีที่พร้อมจะเรียนรู้และความ
ขยันหมั่นเพียรของเธอ เขาจึงให้เธอเข้ามาในห้อง จากนั้นก็เริ่มอธิบาย
ทีละส่วน
ในที่สุด ซูฮุ่ยก็สามารถทำความเข้าใจข้อสงสัยทั้งหมดที่เกี่ยวกับ
บริเวณหน้าท้อง เมื่อมองใบหน้าอันหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้านี้ทำให้ในใจ
ของเธอเต็มไปด้วยความเคารพนับถือ เดิมทีเธอคิดว่าทักษะทางการ
แพทย์ของเธอโดดเด่นกว่าคนในวัยเดียวกัน แต่เธอไม่คาดคิดเลยว่าฉิน
ห้าวตงจะเก่งกว่าเธอขนาดนี้ เพราะฉะนั้นเขาจึงเหมาะสมที่จะเป็น
อาจารย์ของเธอมาก
“ อาจารย์ ขอบคุณมาก ! ”
ฉินห้าวตงรีบพูดขึ้นว่า “ เธอไม่ต้องพูดขนาดนี้หรอก ถ้าหากคน
อื่นได้ยินคงอธิบายให้ฟังได้ยาก เอาเป็นว่าเรียกฉันว่าฉินห้าวตงก็
พอแล้ว ”
“ การเรียกชื่อไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่ งั้นฉันเรียกนายว่าพี่ห้าวตงก็
แล้วกัน ”
“ แบบนั้นก็ได้ ”
ฉินห้าวตงพยักหน้าตอบรับ และในตอนนี้เอง ที่หน้าประตูห้องก็มี
เสียงเคาะประตูดัง ‘ก็อก ก็อก’
“ รีบตื่นมาทำอาหารได้แล้ว ”
คนที่เคาะประตูก็คือหลี่เหม่ยเสี่ยว หลังจากที่เธอได้ชิมฝีมือการ
ทำอาหารของฉินห้าวตงแล้ว เธอก็เริ่มไม่สนใจต่อรสชาติอาหารเช้าของ
ที่อื่นอีกเลย ดังนั้นเธอจึงรีบวิ่งมาเพื่อมาเรียกให้เขาไปทำอาหารเช้าให้
กิน
ฉินห้าวตงเปิดประตูห้อง หลี่เหม่ยเสี่ยวจึงพูดขึ้นว่า “ ตอนนี้มันกี่
โมงกี่ยามแล้วทำไมถึงยังไม่ไปทำอาหารเช้า ระวังฉันจะบอกความลับ
ของนายให้กับชือหานฟังนะ…… ”
ในขณะที่เธอกำลังพูดอยู่นั้น ทันใดนั้นเธอก็เห็นซูฮุ่ยที่นั่งอยู่หัว
เตียง ตอนแรกเธอตกตะลึงจนอ้าปากค้าง จากนั้นเธอก็ตะโกนขึ้นด้วย
ความโมโหว่า “ นายนี่มันเจ้าชู้เหลือเกินเลยนะ เมื่อวานก็ไปจีบสาวคน
อื่น พอมาวันนี้ก็มานอนกับซูฮุ่ยหรอ ? แล้วยังกล้าพูดอีกว่าจะขอจีบฉัน
นายนี่มันคนหลอกลวง ! ”
ที่ฉินห้าวตงบอกว่าจะขอจีบหลี่เหม่ยเสี่ยวนั้น อันที่จริงมันเป็น
เพียงแค่คำแก้ตัวที่เขาสุ่มคิดมา ตัวเขาเองไม่ได้เห็นว่ามันเป็นเรื่อง
จริงจัง ตอนแรกหลี่เหม่ยเสี่ยวเองก็ดูไม่จริงจังอะไร แต่ไม่รู้ว่าเป็น
เพราะอะไรหลังจากที่เธอเห็นน่าหลันอู๋เซี๋ยจุ๊บหน้าผากฉินห้าวตงเมื่อ
วานนี้ ในใจของเธอก็รู้สึกไม่พอใจยังไงก็ไม่รู้
แล้วพอมาตอนนี้เธอเห็นซูฮุ่ยอยู่ในห้องของฉินห้าวตงแต่เช้าตรู่
เธอจึงนึกว่าทั้งสองคนนี้นอนด้วยกันเมื่อคืน ในใจของเธอจึงรู้สึกหึงหวง
ขึ้น จากนั้นก็ระเบิดอารมณ์ทันที
“ เปล่านะ เธอเข้าใจฉันผิดแล้ว มันไม่ใช่แบบที่เธอคิด……”
ฉินห้าวตงไม่อยากให้หลี่เหม่ยเสี่ยวเข้าใจผิด ไม่อย่างนั้นมันอาจไม่
เป็นประโยชน์ต่อเขาในการทำภารกิจให้สำเร็จในอนาคต นอกจากนี้ยัง
เป็นการทำลายชื่อเสียงของซูฮุ่ยอีกด้วย
แต่หลี่เหม่ยเสี่ยวไม่ให้โอกาสเขาได้อธิบายเลยสักนิด เธอตะโกน
ขึ้นด้วยความโมโหอีกครั้ง “ ยังจะกล้าปฏิเสธอีก ? นายดูสภาพของซูฮุ่ย
สิ เธอถูกนายย˹ายีจนมีสภาพเป็นแบบนี้แล้ว เมื่อคืนจะต้องไม่ได้นอนกัน
ทั้งคืนแน่เลย…… ”
ในความคิดของเธอ การที่ขอบตาของซูฮุ่ยคล˺าเป็นหมีแพนด้านั้น
ต้องเป็นเพราะถูกฉินห้าวตงย˹ายีแน่
“ นี่มันบานปลายกันไปใหญ่แล้ว ? เธอฟังฉันพูดก่อนได้ไหมล่ะ ! ”
ฉินห้าวตงยื่นมือไปกดไหล่หลี่เหม่ยเสี่ยวแล้วพูดขึ้นว่า “ ซูฮุ่ยเพิ่ง
มา เธอมาขอให้ฉันอธิบายเรื่องปัญหาของการฝังเข็ม เธออย่าพูดจาไร้
สาระสิ ”
ในเวลานี้ซูฮุ่ยเดินถือกระดาษ a4 มาแล้วพูดว่า “ เมื่อคืนนี้พี่ห้าว
ตงถ่ายทอดวิธีการฝังเข็มชุดนี้ให้ฉัน ตอนเช้าฉันยังมีจุดที่ไม่เข้าใจอยู่จึง
มาถามเขา เธออย่าเพิ่งเข้าใจผิด ”
“ หา ? ” หลี่เหม่ยเสี่ยวได้สติในทันที เธอมองกระดาษ a4 ที่เต้มไป
ด้วยตัวหนังสือ จากนั้นก็หันไปมองเสื้อผ้าของทั้งสองคนที่ยังดูเรียบร้อย
ไม่ยับยู่ยี่อะไร มันไม่ได้มีท่าทีเหมือนเพิ่งร่วมหลับนอนกันมาจริงๆ
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเก้อเขินในทันที
โชคดีที่เธอมีปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างรวดเร็ว เธอจึงพูดหยอกล้อขึ้น
ว่า “ ซูฮุ่ย เธออย่าไปสนใจเลย ฉันก็แค่ล้อเล่นกับหมอนี่เท่านั้น ”
“ ฉันไม่ได้เป็นอะไรหรอก ในเมื่อแก้ไขข้อเข้าใจผิดได้แล้ว งั้นฉัน
ขอกลับไปศึกษาวิธีการฝังเข็มชุดนี้ก่อนแล้วกัน ”
ซูฮุ่ยพูดจบก็เดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง
ฉินห้าวตงมองหลี่เหม่ยเสี่ยวอย่างเย้าแหย่ “ เธอแน่ใจนะว่าเมื่อกี้
แค่เข้าใจผิด ไม่ได้หึงเข้าจริง ? ”
“ ฉันเนี่ยนะหึงนาย ทำไมฉันถึงต้องถึงนายด้วย นายอยากจะนอน
กับใครก็นอนไปเลย ไม่เกี่ยวอะไรกับฉัน รีบไปทำอาหารเช้าให้ฉันกิน
เดี๋ยวนี้ ” หลี่เหม่ยเสี่ยวเอามือเท้าเอวแล้วพูดกับฉินห้าวตงว่า “ ฉันจะ
กินไข่ทอด ใส่น˺าส้มสายชูลงไปเยอะ ๆ หน่อย ! ”
“ รู้แล้ว ใส่น˺าส้มสายชูเยอะ ๆ ! ”
ฉินห้าวตงหัวเราะอย่างชอบใจแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว
จบตอน