คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 492: ขี้หนึ่งก้อน
ตอนที่ 492 ขี้หนึ่งก้อน
ในความคิดของฟางจ้าวผิงนั้น สิ่งที่ทำให้เขาจีบซูฮุ่ยไม่ติดเป็น
เพราะฐานะครอบครัวของเธอนั้นไม่ต่างกับเขา ความสามารถต่าง ๆ ยัง
กดเขาไว้ได้ตลอด
แต่นักเรียนใหม่ทั้งสองคนนี้ไม่เหมือนกัน ด้วยตระกูลและหน้าตา
ของเขาแล้ว เพียงแค่เขาเสนออีกฝ่ายจะต้องสนองแน่นอน ไม่แน่
อาจจะอิงแอบแนบชิดด้วยซ˺าไป
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งมั่นใจในตัวเอง สายตาจับจ้องไปที่น่าหลันอู๋ชวง
และฉีหว่านเอ๋อร์อย่างไม่ลดละผู้หญิงทั้งสองนี้ช่างโดดเด่นเหลือเกิน ทำ
ให้เขารู้สึกเลือกยากเสียจริง
หลังจากไตร่ตรองดูแล้ว เขาก็ตัดสินใจเลือกฉีหว่านเอ๋อร์ที่ดูน่ารัก
กว่า เขาคิดว่าผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์ใบหน้าที่น่ารักแบบนี้คงจะอารมณ์ดี
ไม่น้อย
เมื่อระบุเป้าหมายได้แล้วนั้น เขาก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาฉีหว่าน
เอ๋อร์
“สวัสดีฉีหว่านเอ๋อร์ ฉันขอแนะนำตัวเองสักหน่อย ฉันชื่อว่าฟาง
จ้าวผิง ปู่ของฉันคือศาสตราจารย์จางเฮ่อหลุนแห่งภาควิชาแพทย์แผน
จีนของมหาวิทยาลัยเรา”
ซูฮุ่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเขาคิดจะชวนผู้หญิงอื่นคุยเพราะ
อยากให้เธอไม่สบายใจหรอกใช่ไหม อีกอย่างการกระทำที่ไม่ว่าจะไปที่
ไหนก็ต้องเอาชื่อคุณปู่มาอ้างทุกครั้ง ช่างน่าเอือมระอาเหลือเกิน
เป็นเพราะอย่างนี้เหมือนกันที่ทำให้ทั้งสองคนนี้ ถึงแม้ว่าจะโตมา
ด้วยกัน แต่ก็ไม่เคยเห็นแก่หน้าของฟางจ้าวผิงมาแต่ไหนแต่ไร
ฉีหว่านเอ๋อร์มองดูฟางจ้าวผิงแล้วพูดขึ้นว่า “ มีธุระอะไรหรือเปล่า
? ”
ฟางจ้าวผิงพูดด้วยท่วงท่าสง่างามว่า “ หว่านเอ๋อร์ พอได้เห็นเธอก็
ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้เจอโลกทั้งใบของฉัน เธอนั้นช่างสวยเหลือเกิน
พอจะบอกเบอร์โทรศัพท์ให้ฉันได้ไหม ? ”
เขาคิดว่าคำพูดของตัวเองนี้ช่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน จนพอที่จะไป
สะกิดใจของหญิงสาวคนนี้ได้แน่นอน
ในความเป็นจริงนั้นกลับทำให้เขาผิดหวัง ฉีหว่านเอ๋อร์พูดอย่าง
ราบเรียบว่า “ ขอโทษนะ ฉันก็เป็นของฉันแบบนี้ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง
อะไรกับนาย จึงไม่สามารถให้เบอร์นายได้ ! ”
รอยยิ้มของฟางจ้าวผิงชะงัก ไม่คิดเลยว่าฉีหว่านเอ๋อร์จะปฏิเสธ
เขาอย่างไร้เยื่อใยแบบนี้
ซูฮุ่ยปฏิเสธเขานั้นก็พอแล้ว ทำไมนักเรียนใหม่คนนี้ถึงได้ปฏิเสธตัว
เขาเองด้วยล่ะ? เขาจึงถามขึ้นด้วยความไม่รู้ตัวว่า “ ทำไมล่ะ ? ”
ตอนนี้เอง บทสนทนาของพวกเขาก็เป็นที่สนใจของเพื่อนนักศึกษา
ที่อยู่รอบ ๆ ทุกคนล้วนมองมาทางนี้ อยากจะดูว่านักเรียนใหม่คนนี้ว่า
จะตอบว่าอย่างไร
ภายใต้สายตามากมายที่จับจ้องนั้น ฉีหว่านเอ๋อร์ก็แสดงรอยยิ้มที่
ทำให้ทุกคนต้องแปลกใจแล้วตอบไปว่า “ ก็เพราะว่านายขี้เหร่เกินไปไง
! ”
“ ฮ่าฮ่า…… ”
ทันใดนั้นนักศึกษารอบ ๆ ก็หัวเราะเสียงดัง เสียงหัวเราะนี้ดึงดูด
ความสนใจของนักศึกษาจากภาควิชาอื่น ๆ จนต้องหันมามองทางด้าน
นี้
“ ขี้เหร่เกินไป ! ” จือฟู่เป่าหัวเราะเสียงดังแล้วพูดว่า “ นักศึกษา
คนนี้ช่างมีดวงตาที่เฉียบแหลม แค่มองปราดเดียวก็เห็นถึงเนื้อแท้
ภายใน ฉันก็คิดว่าเจ้าหมอนี่ขี้เหร่เกินไปเหมือนกัน ! ”
เถียนป๋อกวงก็หัวเราะตามแล้วพูดว่า “ มันยากสำหรับคนบางคน
จริง ๆ นะ เห็น ๆ อยู่ว่าตัวเองเกิดมาขี้เหร่แต่ก็ยังวางท่าเหมือนตัวเอง
หล่อ หรือว่าที่บ้านไม่มีกระจก ? หรือว่าตื่นเช้ามาไม่เคยส่องดูตัวเองใน
ชักโครกบ้างเลยหรืออย่างไร ? ”
เมื่อเจอเข้ากับสายตาดูถูกของคนที่อยู่รอบ ๆ ตอนนี้เองฟางจ้างผิง
ก็ไม่ได้อยู่นิ่ง เขาตะโกนใส่จือฟู่เป่าและเถียนป๋อกวงด้วยความโกรธว่า
“ พวกแกพูดอะไรกัน ? ใครบอกว่าฉันขี้เหร่เหรอ ? จะบอกว่าพวกแก
หล่อกว่าฉันอย่างนั้นเหรอ ? ”
จือฟู่เป่าตอบว่า “ เจ้านี่สมองมีปัญหาแน่เลย ฉันก็เพิ่งจะพูดไป
หรือว่าไม่ทันได้ยินหรืออย่างไร ? ถ้าไม่ใช่แกขี้เหร่ แล้วทำไมถึงได้ถูกฉี
หว่านเอ๋อร์ปฏิเสธได้ล่ะ ”
“ แก…… ” สีหน้าของฟางจ้าวผิงตอนนี้เหมือนกับตับของหมู เขา
โกรธจนร้องตะโกนขึ้นว่า “ ถ้าคิดว่าตัวเองแน่ก็ลองดู ถ้าไม่ถูกปฏิเสธ
จะให้ฉันทำอะไรก็ได้หมดเลย ”
เขาถือตัวมาแต่ไหนแต่ไร คิดว่าตัวเองจีบฉีหว่านเอ๋อร์ไม่สำเร็จ คน
อื่นก็ยิ่งไม่มีทางที่จะทำสำเร็จ
จือฟู่เป่าร้องตอบกลับไปว่า “ ถ้าหากว่ามีคนในพวกฉันทำได้ นาย
ต้องยอมรับต่อหน้าทุกคนว่าเป็นขี้ก้อนหนึ่ง ! ”
“ ไม่มีปัญหา ! ถ้าไม่สำเร็จล่ะก็ นายต้องทำแบบที่พูดเหมือนกัน
แล้วขอโทษฉันด้วย ! ” ฟางจ้าวผิงตอนนี้โกรธสุด ๆ แล้ว จึงตอบตกลง
ไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“ ทุกคนได้ยินแล้วนะ นี่เขาพูดเองเลย ”
พูดจบ เขาก็หันมาหาฉินห้าวตงและคนอื่น ๆ พูดขึ้นว่า “ เพื่อน
พ้องทุกคน หน้าที่ของฉันสำเร็จแล้ว อย่าทำให้พี่อ้วนคนนี้เสียหน้า
เด็ดขาด ”
ฉินห้าวตงทำตัวไม่ถูกแล้วพูดว่า “ เจ้าอ้วนคนนี้ช่างมี
ความสามารถจริง ๆ ลากเอาความเกลียดชังมาหาตัวเองแท้ ๆ ”
ไต้หงปิงหน้าแดงแล้วพูดว่า “ เรื่องนี้ฉันไม่เกี่ยวนะ ฉันยังไม่เคยมี
แฟนมาก่อน ! ”
เถียนป๋อกวงพูดขึ้นว่า “ ไม่ต้องมามองฉันเลย ฉันไม่มีฝีมืออย่าง
นั้น ถ้าอยากได้สาว ๆ ฉันคิดว่าคงต้องให้พี่ใหญ่แสดงฝีมือ ”
จือฟู่เป่าดึงมือของฉินห้าวตงไว้ แล้วพูดว่า “ พี่ใหญ่ พี่น้องเรา
ทั้งหมดต่างก็ชี้มาที่นาย อย่าให้พวกเราห้อง 508 ต้องขายหน้านะ ! ”
จางจื้อเชาเพิ่งจะเช็ดเลือดออกจากจมูกจนแห้ง มองเห็นฉินห้าวตง
จนโกรธจัดจนต้องกัดฟันไว้แล้วพูดข้างๆ ว่า “ เขาก็เป็นแค่ไอ้หนุ่มหน้า
ขาวที่ชอบเล่นทีเผลอเท่านั้นเอง ขนาดแม้แต่พี่ใหญ่ของเรายังถูก
ปฏิเสธได้ เขาจะทำสำเร็จได้อย่างไร ? ”
ฉินห้าวตงมองเยาะเย้ยเขาแล้วพูดว่า “ เจ้าหนุ่ม ดูดีๆ นะ วันนี้ฉัน
จะทำให้นายเห็นว่าอะไรที่เรียกว่าการจีบสาว อยากได้เบอร์โทรนั้นจริง
ๆ ไม่เท่าไหร่ ฉันสามารถทำให้เธอเรียกฉันว่าสามีได้เลยด้วยซ˺า ”
ฟางจ้าวผิงโกรธแล้วพูดว่า “ นายโม้ไปหน่อยล่ะมั้ง ช่างไม่อาย
ปากตัวเอง ! ”
ในความคิดของเขา เจอกันครั้งแรกแล้วจะทำให้คนอื่นเขาเรียกว่า
สามีได้ ถือว่าเรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้แน่ ๆ
ฉินห้าวตงไม่ได้สนใจเขา เจ้าตัวเดินเข้าไปหาฉีหว่านเอ๋อร์
ท่ามกลางฝูงชนที่จับจ้องอยู่
ฉีหว่านเอ๋อร์เองก็หันมาทางเขา ใบหน้ามีรอยยิ้มที่ทำให้คนไม่
เข้าใจเผยออกมา
ฉินห้าวตงมาถึงด้านหน้าของฉีหว่านเอ๋อร์ แล้วใช้มือเชยคางที่
เนียนเรียบเป็นประกายขึ้นมา แล้วทำเสียงเหมือนอันธพาลในหนัง เขา
หัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “ น้องสาว หน้าตาไม่เลว เรียกสามีให้ฟังหน่อยสิ
! ”
“ บัดซบ นี่มันการจีบหญิงที่ไหนกัน เขาอยากตายเหรอ ? ”
“ ฉันเดาว่า ฉีหว่านเอ๋อร์จะต้องตบหน้าเขาแน่……. ”
“ ช่างไม่รู้จักตัวเองจริง ๆ ถ้าต้องการแค่เบอร์ของเธอก็ยังพอจะได้
อยู่หรอก ตอนนี้เป็นเช่นนี้แล้วคงได้แค่ถูกปฏิเสธแน่เลย…… ”
ในขณะที่ทุกคนดูถูกฉินห้าวตงอยู่นั้น ก็เกิดเรื่องที่ทำให้คนต้อง
ตกใจก็เกิดขึ้น
“ น่าเกลียด นี่ทำให้ฉันรู้สึกลำบากใจนะ ” เห็นเพียงแค่ฉีหว่าน
เอ๋อร์มีท่าทางเขินอายมองเขา จากนั้นก็ทำเสียงออดอ้อนขึ้นว่า “ สามี
ฉันคิดถึงพี่จังเลย! ”
นี่ยังไม่พอ หลังจากพูดจบเธอก็หอมไปที่แก้มของฉินห้าวตงหนึ่ง
ครั้ง
“ เฮ้ยยยย นี่ฉันเห็นคืออะไรกัน ? ”
“ ชิบหาย แบบนี้ก็ได้เหรอ ? ถึงตอนนี้ฉันยังเป็นโสดอยู่เลย หรือว่า
เป็นเพราะสมัยที่ฉันจีบสาวนั้นหัวโบราณเกินไปเหรอ ? ”
“ ดูท่าว่าต่อไปฉันต้องเปลี่ยนวิธีจู่โจมแล้ว ตอนจีบสาวใจต้องนิ่ง
หน่อย จะต้องหน้าด้านสักหน่อย…… ”
ท่ามกลางความงงเป็นไก่ตาแตกนั้น ทุกคนต่างคิดไม่ถึงเลยว่าฉิน
ห้าวตงจะทำสำเร็จแล้วจริง ๆ
ฟางจ้าวผิงยิ่งกว่าทุกคน เขาที่คิดไม่ถึงว่าจะเป็นแบบนี้ ผู้หญิงที่
ปฏิเสธตัวเองอย่างไม่ลังเลทำไมถึงตอบรับฉินห้าวตงได้ นี่มันเรื่องอะไร
กัน ? หรือว่าตอนนี้เจ้าหนุ่มคนนี้เนื้อหอมขนาดนี้เลยเหรอ ?
“ พี่ใหญ่สุดยอด พี่ใหญ่ช่างสุดยอดจริง ๆ ! ” จือฟู่เป่าอ้าปากกว้าง
ร้องอย่างสุดเสียงขึ้นมา
เถียนป๋อกวงร้องขึ้นว่า “ พี่ใหญ่ ได้โปรดรับการคุกเข่าของฉันด้วย
นายนี่เป็นไอดอลของฉันจริง ๆ ! ”
เมื่อเห็นว่าฝ่ายตัวเองได้รับชัยชนะ จือฟู่เป่าจึงหันไปตะโกนพูดกับ
ฟางจ้าวผิงว่า “ เจ้าหนุ่ม ทุกคนเห็นหมดแล้วนะ ตอนนี้ถึงเวลาที่นาย
ควรจะทำตามสัญญาที่พูดไว้แล้วล่ะ สารภาพตัวตนที่แท้จริงของนาย
ต่อทุกคนซะ ว่าแท้จริงแล้วนายก็แค่ขี้ก้อนหนึ่ง ! ”
“ แก…… ”
หน้าและหูของฟางจ้าวผิงแดงไปหมด เหมือนกับเลือด เขาเป็นคน
พูดเอง ทุกคนยังคงจำได้ อีกอย่างหลายคนกำลังมองอยู่ ไม่ดีแน่ถ้าเขา
จะผิดคำพูดในตอนนี้
แต่ให้เขายอมรับว่าตัวเองเป็นขี้ก้อนหนึ่งนั้นกลับทำให้เขาพูดไม่
ออก
เมื่อเห็นพี่ใหญ่ตกที่นั่งลำบาก หวางไห่เฉียงจึงก้าวขึ้นมาแล้วพูดว่า
“ พวกนายเข้าใจผิดแล้ว คนที่พี่ใหญ่ของฉันพูดไม่ใช่ฉีหว่านเอ๋อร์ แต่
เป็นนักศึกษาหญิงอีกคน ต้องให้เธอรับปากด้วยตัวเองถึงถือว่าทำได้ ”
“ ใช่……ใช่…… ” ฟางจ้าวผิงรีบพูดขึ้นมา “ ที่ฉันพูดเมื่อกี้ก็คือ
แบบนี้แหละ! ”
จือฟู่เป่าตอนนี้โกรธเข้าแล้ว เขาตะโกนด่าขึ้นว่า “ พวกนาย
ห้องนอนหมายเลข 510 ช่วยมียางอายหน่อยได้ไหม ? ทำไมถึงเปลี่ยน
คำพูดซะแล้วล่ะ ? ”
เถียนป๋อกวงก็ร้องตามขึ้นว่า “ ใช่แล้ว เมื่อกี้ก็เห็นชัด ๆ ว่าพูดว่าฉี
หว่านเอ๋อร์ ตอนนี้ทำไมถึงได้เปลี่ยนเป็นน่าหลันอู๋ชวงได้ล่ะ ? คำพูด
ของพวกนายเป็นตดหรืออย่างไรกัน ? ”
ภายใต้เสียงตะโกนโห่ร้อง ฟางจ้าวผิงทีแรกเขาก็ทำตัวไม่ถูก
จากนั้นจึงร้องขึ้นว่า “ ที่ฉันพูดคือหมายความแบบนี้ ฟังไม่เข้าใจนั่นก็
เป็นเรื่องของพวกนาย ”
ฉินห้าวตงเข้ามาขวางจือฟู่เป่าและเถียนป๋อกวงเอาไว้ แล้วพูดกับ
เขาว่า “ ครั้งนี้นายแน่ใจแล้วใช่ไหม ? ถ้าฉันทำสำเร็จอีกครั้ง นายจะแก้
ตัวไม่ได้แล้วนะ ? ”
“ ไม่มีทาง นี่เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้านายยังทำสำเร็จอีก ฉันจะ
ยอมรับในคำที่ต้องเองสัญญาไว้ ”
ฟางจ้าวผิงส่ายหัวไม่หยุด ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่มีทางเชื่อว่าฉินห้าว
ตงจะสามารถเอาชนะสาวงามสองคนอย่างต่อเนื่องได้ ยกเว้นว่าผู้หญิง
ทั้งสองคนจะบ้าไปแล้ว
“ นี่คือสิ่งที่นายพูดเองนะ จำไว้ให้ดี อย่ากลับคำพูดแล้วกัน ” ฉิน
ห้าวตงพูดจบ ก็หันหน้าเดินไปหาน่าหลันอู๋ชวง
ก้าวของเขาทุกก้าว ทำเอาใจของทุกคนเต้นรัว หนุ่มโสดภาควิชา
แพทย์แผนจีนก็ล้วนสวดภาวนาในใจเงียบ ๆ
“ พระเจ้า อย่าให้เจ้าหนุ่มคนนี้ทำสำเร็จอีกเลย ให้โอกาสเหลือไว้
ให้ผมด้วยเถอะ…… ”
“ พระเจ้า อย่าให้เจ้าหนุ่มคนนี้ทำสำเร็จอีกเลย เหลืออาหารไว้ให้
พวกเรากินด้วยเถอะ! ”
ความจริงชัดเจนว่า พระเจ้ากลับไม่ได้สนใจคำสวดอ้อนวอนของ
คนเหล่านี้เลย สิ่งที่ทุกคนไม่อยากจะเห็นนั้นก็เกิดขึ้นอีกครั้ง
ยังไม่ต้องรอให้ฉินห้าวตงเดินไปถึงข้างกาย น่าหลันอู๋ชวงก็โผเข้า
ไปหาด้วยตัวเอง เธอยื่นแขนทั้งสองข้างออกมาโอบกอดรอบคอของเขา
เอาไว้ แล้วหอมไปที่แก้มอีกด้านของเขา
ความคิดถึงทั้งหมดหลายวันมานี้ได้ใส่ลงไปกับรอยจูบนี้ทั้งหมด
“ พระเจ้า ฆ่าฉันเถอะ…… ”
“เทพธิดาของฉัน ทำไมถึงตกหลุมพรางเขาอีกแล้ว ? นี่มันยัง
สมเหตุสมผลอยู่ไหม ? ”
“ มันเกินไปแล้ว เจ้าหน้าขาวคนนี้ ฉันจะสู้กับเขาให้ถึงที่สุด…… ”
ตอนนี้เองฉินห้าวตงก็ได้กลายเป็นคู่อริของสิ่งมีชีวิตเพศชาย
ทั้งหมดไปโดยปริยายเรียบร้อยแล้ว ผู้หญิงสี่คนในภาควิชาแพทย์แผน
จีนทุกคนล้วนแต่เป็นหญิงงาม แต่ตอนนี้กลับมารวมตัวกันที่ข้างกาย
เขาคนเดียว
คนเดียวจะมาครอบครองสาวงามมากขนาดนี้ เขามีจิตใจเห็นแก่
ส่วนรวมอยู่บ้างหรือเปล่า ? เคยคิดถึงความรู้สึกของหนุ่มโสดคนอื่น ๆ
บ้างหรือเปล่า ?
ไม่ว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร แต่สรุปแล้วการเดิมพันครั้งนี้ฉินห้าวตงก็
ชนะได้อย่างง่ายดาย
หลังจากนั้นจือฟู่เป่าก็วิ่งมาตรงหน้าของฟางจ้าวผิงหัวเราะเสียง
ดังแล้วพูดว่า “ เจ้าหนุ่ม เห็นถึงความยอดเยี่ยมของพี่ใหญ่ของเราหรือ
ยัง ? ครั้งนี้นายยังมีอะไรจะพูดอีกไหม ? ”
ตอนนี้ใจของฟางจ้าวผิงแตกสลายแล้ว ทำไม ? ทำไมผู้หญิงพวกนี้
ถึงได้ชอบเจ้าหน้าขาวคนนี้ทั้งนั้น ? ทำไมไม่มีใครชอบเขาเลย ?
เถียนป๋อกวงเข้ามาแล้วพูดว่า “ ฟางจ้าวผิง รีบ ๆ ประกาศตัวตน
ของนายซะ ทุกคนรอไม่ไหวแล้ว นายคงไม่คิดจะผิดคำพูดอีกหรอกใช่
ไหม ? ”
“ ฉัน…… ” ฟางจ้าวผิงอ้าปากกว้าง แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสักคำ
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่อาจยอมรับต่อหน้าทุกคนว่าตัวเองเป็นก้อนขี้ได้
สุดท้ายแล้วเขาก็กระทืบเท้าด้วยความโกรธ หันหน้าไปอีกด้านของ
ฝูงชนแล้วเดินออกไป จือฟู่เป่าและเถียนป๋อกวงจะตามไป แต่ถูกฉิน
ห้าวตงห้ามไว้
จือฟู่เป่าตะโกนขึ้นด้วยความโกรธว่า “ พี่ใหญ่ อย่าห้ามพวกเรา
เราต้องไปคิดบัญชีกับเจ้าคนหน้าไม่อายคนนั้น ! ”
ฉินห้าวตงตอบว่า “ ช่างเถอะ ตอนนี้พูดหรือไม่พูดก็เหมือนกัน ใน
สายตาของทุกคนในตอนนี้เขาก็เป็นก้อนขี้ไปแล้วเรียบร้อยแล้ว ”
ทันใดนั้นเถียนป๋อกวงก็หัวเราะขึ้นมาแล้วตะโกนขึ้นว่า “ ที่พี่ใหญ่
พูดก็ถูก ไม่ว่าเขาจะยอมรับหรือเปล่า ในสายตาพวกเราเขาก็คือขี้ก้อน
หนึ่งแล้ว ”
ฟางจ้าวผิงหนีมาหลบซ่อนตัว ใบหน้าของเขาแสดงออกถึงความ
อับอาย วันนี้เขาพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ อีกอย่างยังแพ้แบบน่าสมเพชอีก
ด้วย
ถ้าเขายอมรับต่อหน้าทุกคนว่าเป็นก้อนขี้ แบบนั้นคงไม่แปลกใจ
เลยว่าเขาคงจะไม่เหลือศักดิ์ศรีอะไรอีกแล้ว เหมือนในตอนนี้ที่เขาหนี
มาซ่อนตัวและปฏิเสธที่จะยอมรับ ภาพของการปฏิเสธความรับผิดชอบ
ทำให้เขาดูแย่ขึ้นอย่างรวดเร็ว อยากที่จะไปแข่งขันเพื่อเป็นหัวหน้าห้อง
อีกครั้งก็คงไม่มีทางเป็นไปได้อีกแน่นอน !
จบตอน