คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 519: คาราโอเกะหมาป่าเดียวดาย
ตอนที่ 519 คาราโอเกะหมาป่าเดียวดาย
ผลก็คือเธอกลับต้องผิดหวัง ถึงแม้ว่าฉินห้าวตงจะหยุดฝีเท้า แต่
เขาก็ยังคงพูดคุยอยู่กับน่าหลันอู๋ชวงเหมือนเดิม แต่ดูเหมือนไม่ได้สนใจ
มองมาทางเธอเลยสักนิด
เมื่อเห็นว่าหลี่เหม่ยเสี่ยวตอบรับจริง เฝิงโป๋เว่ยจึงพูดขึ้นด้วยความ
ดีอกดีใจว่า “ งั้นดีเลย วันนี้หลังเลิกเรียนฉันจะรอเธออยู่ที่หน้า
มหาวิทยาลัย ถ้าไม่เจอฉันจะไม่ยอมไปไหน ”
เขาโบกมือให้หลี่เหม่ยเสี่ยวอย่างสง่าผ่าเผย จากนั้นจึงหันหลังเดิน
ออกไป
ในเวลานี้เขารู้สึกอิ่มเอมใจมาก ถึงแม้ว่าหลายปีมานี้เขาจะเคย
นอนกับผู้หญิงมานับไม่ถ้วน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะได้ครอบครอง
สาวสวยคุณภาพดีขนาดนี้ ตอนแรกเขายังนึกว่าตัวเองคงต้องจีบอยู่
หลายครั้งถึงจะติด แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาครอบครองง่ายดายขนาด
นี้
“จบแล้ว สุดท้ายก็มีลูกแกะตัวน้อยตกลงไปในปากหมาป่าอีก
แล้ว……”
“น่าเสียดายจัง นักศึกษาสาวสวยขนาดนี้กลับต้องกลายเป็นเบี้ย
ล่างของเขา……”
“ยุคสมัยนี้คนรวยเท่านั้นถึงจะได้คาบไปกิน คนอ่อนหัดอย่างพวก
เราก็ได้แต่ขุดหาลาภกันต่อไป……”
บรรดานักศึกษาที่มุงดูอยู่โดยรอบพากันแยกย้ายออกไป ต่างคน
ต่างแยกย้ายกันไปที่โรงอาหาร
ซูฮุ่ยพูดขึ้นว่า “ เหม่ยเสี่ยว ทำไมเธอถึงตอบรับเขาไปแบบนั้น ?
เธอรู้จักเขาหรือ ? ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวตอบกลับ “ ก็เขาหล่อขนาดนั้น ในเมื่อเขาชวนฉันไป
ทำไมฉันจะไปไม่ได้ ”
หลังจากพูดจบเธอก็ชำเลืองมองไปทางฉินห้าวตงอีกครั้ง
ซูฮุ่ยฉลาดเป็นกรด ทำไมจะไม่รู้ว่าหลี่เหม่ยเสี่ยวกำลังคิดอะไรอยู่
เธอแอบทอดถอนใจอย่างอดไม่ได้ ดูเหมือนว่าผู้หญิงที่ชอบเขาจะไม่ได้
มีเพียงแค่เราคนเดียว
ในเวลานี้ฉินห้าวตงเดินเข้ามาถาม “ เป็นอะไรไป ? ผู้ชายคนเมื่อกี้
คือใครหรือ ? ”
ซูฮุ่ยตอบกลับ “ เขาชื่อว่าเฝิงโป๋เว่ย เป็นคุณชายจอมคาสโนว่าที่มี
ชื่อเสียงที่สุดในมหาวิทยาลัยของพวกเรา เขาเปลี่ยนแฟนบ่อยยิ่งกว่า
เปลี่ยนเสื้อผ้าอีก เมื่อกี้นี้เขาเพิ่งเอาดอกไม้มาให้เหม่ยเสี่ยว แถมเหม่ย
เสี่ยวยังตอบรับว่าจะไปกินข้าวเย็นกับเขาอีก ”
“ อ่อ งั้นพวกเราไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า ”
ฉินห้าวตงพูดแล้วคว้าเอาช่อกุหลาบคุณภาพดีมูลค่าหลายพัน
หยวนในอ้อมแขนของหลี่เหม่ยเสี่ยวโยนทิ้งใส่ถังขยะด้านข้างอย่างไม่
ใส่ใจ
“ เฮ้ นายโยนดอกไม้ของฉันทิ้งทำไม ”
ถึงแม้ปากของหลี่เหม่ยเสี่ยวจะบ่น แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกดีใจ
มาก ดูเหมือนว่าเจ้าหมอนี่จะยังสนใจเราอยู่นะ
ฉินห้าวตงไม่ได้อธิบายต่อ เขาดึงเธอเข้าไปในโรงอาหารทันที
“ ตอนเย็นอยู่บ้านดี ๆ ไม่ต้องไปกับไอ้ผู้ชายคนนั้นหรอก ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวพูดขึ้นว่า “ นายมายุ่งเรื่องของฉันทำไม ? นายเป็น
อะไรกับฉัน ? ”
ในใจของเธอกำลังคิดว่าขอแค่ฉินห้าวตงพูดว่า ‘ผมเป็นแฟนของ
คุณ คุณต้องฟังผม’ แบบนั้นเธอก็จะไม่ไปและไม่สนใจใยดีเฝิงโป๋เว่ยอีก
แต่ผลสุดท้ายเธอก็ต้องผิดหวังอีกครั้ง เพราะฉินห้าวตงกลับพูดขึ้น
ว่า “ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีเจตนาดีอะไร ถ้าคุณ
ไปมันจะไม่ปลอดภัย ”
“ ฉันไม่สน ฉันจะปลอดภัยหรือเปล่ามันเกี่ยวอะไรกับนาย ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวพูดจบก็สะบัดมือออกจากฉินห้าวตงแล้วเดินเข้าไป
ในโรงอาหารเอง
เวลาช่วงบ่ายผ่านพ้นไป ฉินห้าวตงไม่ได้พูดคุยอะไรกับหลี่เหม่ย
เสี่ยวอีก แบบนี้ยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดหวังมากยิ่งขึ้น และช่วงใกล้เวลาเลิก
เรียน ในใจของเธอก็ยิ่งรู้สึกเป็นกังวลมากขึ้นเช่นกัน
“ เจ้าคนบ้า ทำไมถึงไม่พูดโน้มน้าวเราอีกล่ะ หรือเขาจะปล่อยให้
เราออกไปกินข้าวกับผู้ชายคนอื่นจริง ? หรือเขาไม่ได้สนใจเราจริง ? ”
ตอนนี้ความรู้สึกของเธอสับสนตีกันไปหมด ถึงแม้จะพูดว่าอยาก
ไปตามนัดอย่างจริงใจน่าเชื่อถือ แต่อันที่จริงเธอไม่ได้อยากไปสักหน่อย
แต่เธอจะมายอมทิ้งศักดิ์ศรีก็ไม่ได้
“ ไม่สนแล้ว ในเมื่อนายไม่ยอมจีบฉัน งั้นฉันก็จะทำให้นายรู้ว่ามี
คนคิดอยากจีบฉันเหมือนกัน ”
เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น หลี่เหม่ยเสี่ยวโมโหแล้วลุกพรวดออกไป
จากห้องเรียนทันที
หลังจากเดินออกมาได้ไหมไกล เธอมักจะรู้สึกว่ามีใครเดินตามเธอ
มาโดยตลอด เมื่อหันไปมองก็เห็นว่าฉินห้าวตงกำลังเดินตามเธออยู่
ด้านหลัง
เธอรู้สึกดีมากจึงพูดขึ้นว่า “ นายเดินตามฉันมาทำไม ? ”
“ คุณจะออกไปกินข้าวข้างนอกไม่ใช่หรอ ผมจะไปกับคุณ ยังไงก็
ต้องห้ามขาดผมเป็นอันขาด ”
ฉินห้าวตงเองก็หมดปัญญา ไม่ว่ายังไงแม่สาวน้อยคนนี้ก็เป็นคนที่
เขาต้องให้การคุ้มกัน เขาจะปล่อยให้เธอออกไปไหนมาไหนคนเดียว
ไม่ได้
“ เขามาขอเดทกับฉัน นายเป็นอะไรกับฉันหรือ ถึงคิดอยากจะตาม
ฉันไป ? ”
ฉินห้าวตงตอบกลับ “ ผมก็แค่ไม่รู้จะไปกินข้าวที่ไหน คุณพาผมไป
ด้วยก็พอแล้ว คิดซะว่าผมเป็นบอดี้การ์ดคุ้มกันคุณก็แล้วกัน ”
“ ตกลง งั้นนายตามฉันไป แต่ห้ามพูดอะไรเยอะเป็นอันขาด ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวโล่งใจขึ้นมาก เธอยินดีเป็นอย่างมากที่จะพาฉินห้าว
ตงไปด้วย เพราะประการแรกเลยก็คือเวลาที่อยู่ข้างกายผู้ชายคนนี้ทำ
ให้เธอรู้สึกปลอดภัย ประการที่ 2 คือสามารถทำให้ฉินห้าวตงเห็นได้ว่า
คนอื่นเขาจีบเธออย่างไร และถ้าหากเขายังไม่รีบคว้าโอกาสก็อาจจะ
สายเกินไปได้
ฉินห้าวตงหัวเราะเล็กน้อย จากนั้นเดินตามเธอออกไปจาก
มหาวิทยาลัย
ที่ประตูทางออกของมหาวิทยาลัยมีรถบีเอ็มดับเบิลยู ซีรี่ส์ 7 จอด
อยู่ตรงนั้น เฝิงโป๋เว่ยยืนอยู่หน้ารถด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม
เมื่อเห็นว่าหลี่เหม่ยเสี่ยวเดินออกมาจากประตูมหาวิทยาลัยแล้ว
เขาก็รีบเดินเข้าไปหาเธอทันที “เหม่ยเสี่ยว โทรมาแล้ว ”
จากนั้นเขาก็หันไปมองฉินห้าวตงที่ยืนอยู่ข้างเธอแล้วถามด้วย
ความสงสัย “ ผู้ชายคนนี้คือ ? ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวพูดขึ้นว่า “ เขาคือเพื่อนของฉัน ชื่อว่าฉินห้าวตง ฉัน
พาเพื่อนไปด้วยหนึ่งคนคงไม่เป็นอะไรใช่ไหม ? ”
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ! ”
ถึงยังไงครั้งนี้ก็เป็นเดทครั้งแรกของหลี่เหม่ยเสี่ยว การที่เธอจะพา
เพื่อนไปด้วยสักคนมันถือเป็นเรื่องปกติ แล้วอีกอย่างแค่มองปราดเดียว
ก็รู้แล้วว่าไอ้เด็กคนนี้เป็นคนจน อีกเดี๋ยวค่อยสลัดเขาทิ้งก็ได้แล้ว
หลังจากพูดจบเขาก็หันไปเปิดประตูรถ ตอนแรกเขาคิดอยากจะ
ให้หลี่เหม่ยเสี่ยวขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าฉินห้าวตง
จะชิงหย่อนก้นนั่งลงไปก่อน ส่วนหลี่เหม่ยเสี่ยวเดินไปนั่งเบาะหลัง
เฝิงโป๋เว่ยถลึงตาโตมองเขาแล้วระงับความโกรธในใจของตัวเองไว้
จากนั้นเขาก็ขับรถมาถึงหน้าโรงแรมหรู 5 ดาวแห่งหนึ่ง
หลังจากที่จอดรถแล้ว เขาก็พาฉินห้าวตงและหลี่เหม่ยเสี่ยวเข้าไป
ในล็อบบี้ของโรงแรมพร้อมกัน
ผู้จัดการของล็อบบี้โรงแรมรีบวิ่งมาหาเฝิงโป๋เว่ยแล้วพูดขึ้นด้วยสี
หน้าประจบ “ คุณชายมาแล้ว ”
เฝิงโป๋เว่ยพยักหน้าให้ จากนั้นหันไปพูดกับหลี่เหม่ยเสี่ยว “
โรงแรม 5 ดาวแห่งนี้เป็นธุรกิจของตระกูลเฝิงของพวกเรา อีกเดี๋ยวถ้า
เธออยากกินอะไรก็สั่งได้เต็มที่เลย เชฟของโรงแรมเราเป็นเชฟ
ระดับประเทศ ฝีมือการทำอาหารไม่เลวเลย ”
ตอนแรกเขาอยากจะอวดความร˹ารวยเพื่อที่จะได้แสดงข้อดีของ
ตัวเองออกมา และอีกเดี๋ยวแม่สาวน้อยคนนี้จะต้องเป็นฝ่ายโผเข้าหา
อ้อมกอดของเขาแน่นอน
แต่ผลลัพธ์ของมันกลับทำให้เขาต้องผิดหวัง เพราะไม่ว่าจะเป็นหลี่
เหม่ยเสี่ยวหรือฉินห้าวตงต่างก็มีท่าทีเรียบเฉย ดูเหมือนไม่มีใครสนใจ
โรงแรม 5 ดาวของเขาอยู่ในสายตา
จะต้องเป็นเพราะพวกเธอไม่เคยเข้าโรงแรม 5 ดาวมาก่อนแน่ ๆ
เลยไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
เฝิงโป๋เว่ยถามตัวเองตอบตัวเอง จากนั้นจึงพูดกับผู้จัดการว่า “
เพื่อนของฉันมาหมดหรือยัง ? ”
“ มาครบทุกคนแล้ว พวกเขามาถึงห้องส่วนตัวครบทุกคนแล้ว
กำลังรอคุณชายอยู่ ”
ในขณะที่ผู้จัดการกำลังพูด เขาก็เดินนำทั้งสามคนเข้ามาในห้อง
ส่วนตัวสุดหรูขนาดใหญ่ ในเวลานี้ภายในห้องส่วนตัวของโรงแรมมีคน
นั่งอยู่ประมาณ 7-8 คน
หลังจากที่คนพวกนั้นเห็นเฝิงโป๋เว่ยแล้ว พวกเขาก็รีบลุกขึ้นยืน
แล้วทักทายเฝิงโป๋เว่ยอย่างยิ้มแย้ม
ชายวัยรุ่นไว้ผมทรงลานบินและสวมสร้อนคอโซ่ทองพูดขึ้นว่า “
โป๋เว่ย สาวน้อยคนสวยคนนี้คือใคร ? แฟนใหม่ของนายหรอ ? รีบ
แนะนำให้พวกเรารู้จักสิ ”
เขาคือเกิ่งจวิ้น เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของเฝิงโป๋เว่ย
เฝิงโป๋เว่ยพูดขึ้นว่า “ ฉันขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักหน่อยแล้วกัน นี่
คือดาวมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์เซี่ยงไฮ้ของพวกเรา รุ่นน้องหลี่เหม่ย
เสี่ยว ”
เขาเป็นคนที่มีทักษะทางการพูดมาก เขาไม่ได้ปฏิเสธเรื่อง
ความสัมพันธ์กับหลี่เหม่ยเสี่ยว ซึ่งหมายความว่าเขายอมรับว่าเธอเป็น
แฟนของเขา ในขณะเดียวกันเขาก็เอาใจหลี่เหม่ยเสี่ยวโดยการบอกว่า
เธอเป็นดาวมหาลัย
หลี่เหม่ยเสี่ยวขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอเคยเข้าร่วมปาร์ตี้ขนาด
ใหญ่ของฮ่องกงมาหลากหลายรูปแบบ ทำไมเธอถึงจะไม่รู้ทันเฝิงโป๋เว่ย
เพียงแต่เธอไม่ได้หักหน้าเขาก็เท่านั้น
เฝิงโป๋เว่ยพูดต่ออีกว่า “ เหม่ยเสี่ยว ฉันจะแนะนำให้เธอรู้จักกับ
เพื่อนของฉันแล้วกัน คนพวกนี้คือเพื่อนสนิทของฉัน นี่คือลูกชายของ
รองนายกเทศมนตรีเมืองตงเฉิง คนนี้คือคุณชายใหญ่แห่งจางชื่อกรุ๊ป
ส่วนคนนี้ที่บ้านทำธุรกิจบ่อน˺ามัน…… ”
หลังจากที่เขาแนะนำเพื่อนของเขาจนครบทุกคนแล้ว เขาจึงพูด
ขึ้นว่า “ เพื่อนของฉันแต่ละคนเป็นคนที่มีชื่อเสียงในเมืองเซี่ยงไฮ้ทั้งนั้น
ถ้าหากเธอมีปัญหาตอนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ เธอสามารถพูดออกมาได้เลย ไม่มี
อะไรที่เพื่อนของฉันทำไม่ได้ ”
ชายวัยรุ่นคนหนึ่งที่สวมแว่นตาพูดขึ้นอย่างหยิ่งทะนงว่า “ ใช่แล้ว
ในเซี่ยงไฮ้ไม่มีอะไรที่พวกเราทำไม่ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็
ตามเธอสามารถพูดออกมาได้ทั้งหมด พวกเขาจะต้องไว้หน้าพวกเรา
อย่างแน่นอน ”
เขาเองก็เป็นหนึ่งในเพื่อนสนิทของเฝิงโป๋เว่ยเช่นกัน ชื่อของเขา
คือจางเล่ย ที่บ้านของเขาทำธุรกิจค้าเหล็ก ดังนั้นเบื้องหลังคนเขาจึงมี
พวกอันธพาลเป็นจำนวนมาก
จากนั้นพวกเขาก็นั่งลง ส่วนฉินห้าวตงที่ยืนอยู่ด้านข้างได้ถูกเฝิงโป๋
เว่ยเพิกเฉยใส่ไปเรียบร้อยแล้ว
ในความคิดของเฝิงโป๋เว่ย ขอแค่ฉินห้าวตงรู้ตัวในบรรยากาศแบบ
นี้ เขาจะต้องเป็นฝ่ายออกไปเองแน่นอน
ฉินห้าวตงไม่สนใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด เป้าหมายของเขาคือมา
คุ้มกันความปลอดภัยให้หลี่เหม่ยเสี่ยว ส่วนพวกแมลงวันไร้ค่าพวกนี้
ย่อมไม่อยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว
ความสนใจของพวกนี้ต่างพากันจับจ้องไปที่หลี่เหม่ยเสี่ยว จากนั้น
ก็พยายามบอกข้อดีของกลุ่มตัวเองออกมาทั้งหมด แถมแต่ละคนยังยก
ยอปอปั้นเฝิงโป๋เว่ยอย่างเต็มที่
เฝิงโป๋เว่ยทำสีน่าภาคภูมิใจ เพื่อนของเขาช่างรู้งานจริง รู้ว่าเวลา
ไหนควรพูดอะไร
แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจก็คือความสนใจของหลี่เหม่ยเสี่ยวไม่ได้
อยู่ที่ตัวเขาเลยสักนิด แต่กลายเป็นว่าเธอเอาแต่มองไอ้หนุ่มหน้าขาวคน
นั้นที่นั่งอยู่ข้างเธอ
ในใจของหลี่เหม่ยเสี่ยวเองก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกัน ดูเหมือนว่าหมอนี่
จะมาเพื่อกินข้าวของจริง ความสนใจของเขาอยู่ที่อาหารตรงหน้า
ทั้งหมด ตะเกียบในมือของเขาไม่มีท่าทีว่าจะหยุด แถมยังไม่มองมาทาง
เธอเลยสักนิด
พอเริ่มกินอาหารกัน อาหารจากสุดยอดเชฟระดับประเทศกว่าครึ่ง
เข้าไปอยู่ในท้องฉินห้าวตง ไวน์บอร์กโดซ์ชื่อดังที่เสิร์ฟขึ้นโต๊ะทั้งหมด 5
ขวด ถูกเขาดื่มจนเกลี้ยงไปถึง 3 ขวด
ถึงแม้ว่าเพื่อนจอมเจ้าเล่ห์ของเฝิงโป๋เว่ยจะพยายามชวนคุยไม่
หยุด แต่เนื่องจากหลี่เหม่ยเสี่ยวไม่ได้มีความสนใจมากมาย ดังนั้น
บรรยากาศตอนกินข้าวจึงดูเหมือนขาดอะไรบางอย่างไป
เมื่อเห็นว่าหมดค่าอาหารไปหลายหมื่นหยวนแล้ว แต่กลับไม่ได้
สัมผัสแม้แต่มือของคนสวย แน่นอนว่าเขาไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายดาย
แบบนี้แน่ เขาจึงพูดขึ้นอีกว่า “ เหม่ยเสี่ยว พวกเราไปร้องคาราโอเกะ
กันดีไหม ? ”
เกิ่งจวิ้นพูดสมทบขึ้น “ ข้อเสนอนี้ดี คุณชายเฝิงร้องเพลงได้เพราะ
มาก ร้องเพราะกว่าพวกที่เป็นนักร้องซะอีก ดูเหมือนว่าพวกเราจะไม่ได้
ฟังเขาร้องเพลงมานานแล้ว ”
จางเล่ยพูดขึ้นว่า “ งั้นพวกเราไปที่คาราโอเกะหมาป่าเดียวดายใน
เมืองซีเฉิงดีไหม เครื่องเสียงที่นั่นสุดยอดมาก ”
หลี่เหม่ยเสี่ยวลังเลไปสักพัก อันที่จริงเธอไม่ได้อยากไปกับคนพวก
นี้ แต่เมื่อเห็นว่าฉินห้าวตงไม่ได้มีท่าทีคัดค้านอะไร ในใจของเธอก็รู้สึก
โกรธมากขึ้น
ฉันจะไปกับพวกเขาแล้วจะคอยดูว่านายจะสนใจฉันหรือเปล่า ?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอจึงพยักหน้าให้เฝิงโป๋เว่ย
เมื่อเห็นว่าหลี่เหม่ยเสี่ยวยอมไป เฝิงโป๋เว่ยก็ดีใจเป็นอย่างมาก
เพียงแต่ว่าเขายิ่งรู้สึกขัดหูขัดตาต่อฉินห้าวตง
“ เหม่ยเสี่ยว เพื่อนของเธอก็กินอิ่มแล้ว ที่นั่งบนรถก็มีจำกัด งั้นไม่
ต้องให้เขาไปด้วยจะดีกว่าไหม ? ”
เป้าหมายของหลี่เหม่ยเสี่ยวคือต้องการให้ฉินห้าวตงหึงเธอ
เพราะฉะนั้นจะปล่อยให้เขากลับไปได้อย่างไร “ แบบนั้นไม่ได้ ถ้าเขาไม่
ไป ฉันก็ไม่ไปแล้ว ”
เมื่อเห็นสีหน้าแน่วแน่ของหลี่เหม่ยเสี่ยว เกิ่งจวิ้นจึงรีบพูดดักขึ้น
ทันที “ พวกเราไปด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ คนเยอะก็คึกครื้นดี บนรถ
ของฉันยังมีที่นั่งว่างอยู่ ”
จางเล่ยพูดตามขึ้นว่า “ ใช่แล้ว มีคนเยอะก็จะยิ่งสนุก งั้นเดี๋ยวฉัน
จะเรียกพวกสาว ๆ มาซัก 2-3 คน พอถึงตอนนั้นทุกคนก็ควงสาว ๆ คน
ละคนแล้วกัน อยากจะเล่นกับพวกเธอยังไงก็ตามใจเลย ”
ถึงแม้ว่าเฝิงโป๋เว่ยจะไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่เขาก็ไม่มีวิธีอื่น
นอกจากพาฉินห้าวตงไปด้วย
ครึ่งชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงคาราโอเกะหมาป่าเดียวดายที่อยู่
ในเขตเมืองซีเฉิง ในเวลานี้เป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของชีวิตยามค˹าคืนใน
เซี่ยงไฮ้ ไฟร้านคาราโอเกะแต่ละร้านถูกเปิดสว่างไสวเพื่อเรียกลูกค้า
หลังจากที่เข้ามาในห้องโถงคาราโอเกะแล้ว ด้านในห้องโถงมีสาว
สวยในชุดเมดและถุงน่องสุดเซ็กซี่ยืนเป็นแถมอยู่สองฝั่งซ้ายขวา พวก
เธอทั้งสะสวยและมีขาเรียวยาวขาวเนียน คนเหล่านี้ต่างก็เป็นนักเรียน
หญิงจากโรงเรียนใกล้เคียงที่หางานทำนอกเวลา หลังจากที่เห็นว่ามี
แขกเดินเข้ามาจึงรีบโค้งตัวกล่าวทักทาย
หลังจากที่ผู้จัดการเห็นเฝิงโป๋เว่ยแล้ว เขาก็รีบเดินเข้ามาต้อนรับ
“คุณชายเฝิง ยินดีต้อนรับครับ ! ”
เฝิงโป๋เว่ยพยักหน้าให้แล้วพูดด้วยความเย่อหยิ่ง “ วันนี้ฉันพาพวก
เพื่อนมาพักผ่อนหย่อนใจ ช่วยเปิดห้องส่วนตัวหมายเลข 1 ที่ดีที่สุดให้
พวกเราด้วย ”
ผู้จัดการของที่นี่รู้จักและคุ้นเคยเฝิงโป๋เว่ยเป็นอย่างดี เขาจึง
หัวเราะเบาๆ แล้วพูดขึ้นว่า “ ต้องขอโทษด้วยคุณชายเฝิง วันนี้ห้อง
ส่วนตัวหมายเลข 1 ถูกพี่หลางเปิดใช้ไปแล้ว คุณไปที่ห้องส่วนตัว
หมายเลข 2 ดีไหม ”
จบตอน