คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 563: ร่างเสวียนหยิน
ตอนที่ 563 ร่างเสวียนหยิน
ฉินห้าวตงไม่รู้ว่าการแสดงเมื่อสักครู่ของเขานั้นได้เปิดเผย
ความลับออกไปหรือไม่ การเผชิญหน้ากับผู้มีฝีมือสูงจากตระกูลหาน
จำนวนมากขนาดนี้ หากเขาแสดงพิรุธอะไรออกไปแม้แต่นิดเดียว
บรรพจารย์ฝีมือสูงมากมายต้องตามฆ่าเขาแน่นอน
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นหรอก แค่บรรพจารย์ขอบเขตที่ 9 ที่ทรงพลัง
ทั้งสองคนนั้นก็เพียงพอที่จะบดขยี้เขาได้
ดังนั้นเขาจึงไม่ได้หยุดพักและใช้ยันต์สายลมวิญญาณไปถึง 3 ชิ้น
ติดกัน ภายใต้การใช้พลังของจินตานทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นไป
ถึงขีดสูงสุด เขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วปานลมกรดเหมือนกับ
อุกกาบาตพุ่ง โชคดีที่สถานที่นั้นเป็นป่าเขาที่ห่างไกล จึงไม่เป็นจุดสนใจ
ของคนอื่น
หลังจากเกิดเสียงดังเปรี๊ยะ หยกในมือก้อนนั้นก็กลายเป็นผงไป
แล้วเรียบร้อย ตอนนี้เขาหนีออกมาได้ 70-80 ลี้แล้ว จึงได้หยุดฝีเท้าลง
เขาสำรวจไปรอบๆ ที่แห่งนี้มีภูเขาและแม่น˺าให้เห็นอย่างชัดเจน
ตรงหน้าเป็นภูเขาสูงตั้งตระหง่าน ที่เชิงเขามีลำธารสายหนึ่งไหลผ่าน
และฉินห้าวตงก็รู้สึกได้ว่าที่นี่มีกลิ่นอายความอุดมสมบูรณ์กว่าที่
อื่น เป็นสถานที่ที่ดีเหมาะสำหรับการฝึกฝนจริงๆ
การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเมื่อครู่นี้ทำให้เขาต้องใช้พลังลมปราณ
ไปเป็นจำนวนมาก เขาหันกลับไปมอบด้านหลัง เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร
ตามมา จึงเลือกนั่งลงบนหินสะอาดข้างลำธาร จากนั้นก็เริ่มฟื้นฟูพลัง
ลมปราณที่เสียไป
ข้างในจุดตันเถียน จินตานเม็ดกลมค่อยๆ หมุนช้าๆ พลังจำนวน
มากถูกดูดกลับคืนเข้าสู่ด้านในร่างกาย แล้วฟื้นฟูลมปราณอย่างรวดเร็ว
ปราณวิญญาณของที่นี่หนาแน่นกว่าที่อื่น ถ้าอยู่ที่เมืองหลวงอาจ
ต้องใช้เวลากว่าครึ่งวัน พลังถึงจะฟื้นคืนได้ แต่อยู่ที่นี่ใช้เวลาเพียงแค่
ครึ่งชั่วโมงก็ฟื้นตัวเกือบเต็มที่แล้ว
แต่ว่าในขณะที่ฉินห้าวตงกำลังจะสิ้นสุดการฝึกฝนของตัวเอง
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของดินฟ้าอากาศบริเวณ
รอบๆ พลังจากเดิมที่สงบก็เปลี่ยนเป็นแปรปรวนราวกับว่ามีกระแสน˺า
ที่เดือดพล่านทะลักออกมาจากยอดเขา
“ เกิดอะไรขึ้น ? ”
เขาจึงลืมตากว้างขึ้นมาทันที เห็นเพียงแค่ความผิดปกติจากปราณ
วิญญาณที่ทำให้กระแสลมปั่นป่วน สภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนไป
ภูเขาที่สงบนั้นคละคลุ้งไปด้วยหินและทราย ทำให้นกและสัตว์ป่าพากัน
แตกตื่น
เขาจึงแหงนหน้ามองขึ้นไปดู เห็นแต่เพียงพลังที่บ้าคลั่งกำลังม้วน
ตัวไปทางนั้น เหมือนกับว่าที่ยอดเขามีแรงดึงดูดอะไรอยู่
ตอนนี้สีหน้าของฉินห้าวตงเปลี่ยนไปอย่างมาก สำหรับสถานการณ์
การเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดเช่นนี้ เขามักจะเจอในโลกเซียนเป็น
ประจำ มีคนทะลวงขั้นจินตานสำเร็จพลังเป็นขั้นหยวนหยิงหรอ?
บนโลกนี้ไม่ควรจะมีผู้ฝึกตนขั้นหยวนหยิง ถ้าอย่างนั้นแสดงว่ามี
คนทะลวงขีดจำกัดของพลังได้น่ะสิ คือใครกัน ? เมืองหลวงยังมีผู้ฝีมือ
สูงแบบนี้อีกเหรอ ?
เขาจึงสัมผัสอย่างละเอียดอีกครั้ง พลังที่เกิดขึ้นรอบๆ ดูผิดปกติ
ต่อให้เป็นการสำเร็จขั้นหยวนหยิงก็ไม่น่าจะเป็นแบบนี้
เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้ว สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง มีความ
เป็นไปได้ว่าผู้ที่สำเร็จไปขั้นศักดิ์สิทธิ์นั้นเกิดความผิดพลาด และฝืนทำ
เกินขอบเขตมากไป ดังนั้นจึงทำให้ดินฟ้าอากาศรอบด้านเกิดความ
ปั่นป่วนแบบนี้
“ ใครกันนะ ? ควรจะขึ้นไปดูดีหรือเปล่า ? ”
ตอนนั้นเวลาใกล้เที่ยงตรง เดิมทีเขาคิดจะกลับไปที่เมืองหลวง แต่
ว่าความอยากรู้อยากเห็นฆ่าคนได้ สุดท้ายแล้วเขาก็ค่อยๆ ซ่อนตัวแล้ว
แอบขึ้นไปบนยอดเขา เพราะอยากรู้ว่าใครที่ฝ่าขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์กันแน่
เนื่องจากเมื่อครู่นี้เป็นการป้องกันเอาไว้ก่อน ยันต์พรางตัวทั้งสาม
ชิ้นที่เขาทำขึ้นมานั้นจึงยังเหลืออีก 2 ชิ้น นี่เป็นที่พึ่งใหญ่ที่สุดของเขา
เพียงพอที่จะซ่อนตัวเขาไว้ไม่ให้บรรพจารย์ระดับ 9 บนเขาพบเข้า ไม่
นานเขาก็มาถึงยอดเขา พลังฟ้าดินด้านบนนี้ยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าเป็น
คนธรรมดายืนอยู่ตรงนี้ คงถูกแรงลมบ้าคลั่งพัดปลิวไปตั้งนานแล้ว
เขาย่อตัวลงแล้วกลั้นหายใจ จากนั้นก็ไปมาที่ยอดเขาอย่าง
ระมัดระวัง เห็นเพียงกระท่อมไม้ไผ่สองชั้นตั้งอยู่ที่นี่หนึ่งหลัง ภายใต้
แรงลมที่โหมกระหน˹าทำให้มันสั่นไหวไปมา
ตรงกลางกระท่อมมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ ด้วยพลังที่
เคลื่อนไหวอย่างบ้าคลั่งทำให้เสื้อผ้าบนตัวเธอสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
ไปจนหมด ร่างกายและผิวพรรณที่ขาวดุจหยกนั้นปรากฏขึ้นกลาง
อากาศ
ทว่าผู้หญิงคนนี้กลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด เธอยังคงฝึกพลังต่อไป
ตอนนี้ที่มุมปากของเธอมีเลือดออก เห็นได้ชัดว่าอวัยวะภายในได้รับ
บาดเจ็บ
“ ลุ่มหลงในการฝึกตนมากเกินไป ที่จริงแบบนี้มันเกิดความ
ผิดพลาด ควรจะหยุดได้แล้ว ไม่อย่างนั้นผลที่ตามมาคงยากจะ
จินตนาการได้ ”
เมื่อรู้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ เขาเชื่อว่าเธอจะไม่เป็น
ภัยต่อเขาแน่นอน ฉินห้าวตงจึงผ่อนคลายลง เขาใช้พลังสัมผัสเทพที่
แข็งแกร่งสำรวจดูสถานการณ์ของผู้หญิงคนนี้ ไม่นานเขาก็ต้องตกใจ
คิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะมีร่างเสวียนหยินที่หาได้ยากยิ่ง ไม่
แปลกใจเลยที่ทำไมถึงสามารถสำเร็จถึงขั้นพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ทั้งที่ยังดู
สาวขนาดนี้ ผู้หญิงที่มีร่างเสวียนหยินล้วนแต่เป็นชาวยุทธผู้มาก
พรสวรรค์ จะมีพลังยุทธก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเกินกว่าคนธรรมดาทั่วไป
แต่ว่าร่างเสวียนหยินมีข้อเสียอยู่หนึ่งข้อเหมือนกัน นั่นก็คือมีความ
ต้องการต่อการฝึกที่สูงมาก และกระบวนท่าที่จำเป็นต้องฝึกคือ
กระบวนท่าประเภทจี๋หยิน (กระบวนท่าประเภทสายดำ พวกกระบวน
พลังมืดหรือกระบวนท่าชั่วร้าย) แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นแค่คนที่เพิ่งจะ
ฝึกฝนขั้นสมดุลหยินหยาง
สถานการณ์แบบนี้จะไม่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในตอนแรก แต่
หากพลังยุทธสูงขึ้น ยิ่งฝึกมาถึงช่วงท้ายก็จะยิ่งปรากฎออกมาชัดเจน
ทำให้ร่างกายของผู้นั้นเย็นยะเยือกและมีนิสัยที่แปลกไป
การที่ผู้หญิงคนนี้อาศัยร่างเสวียนยินฝึกฝนพลังจนสำเร็จถึงขั้น
บรรพจารย์ขอบเขตที่ 9 ได้นั้นช่างน่าชื่นชมอย่างยิ่ง แต่หากต้องการ
สำเร็จขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้นั้นมันเป็นไปไม่ได้ น่าเสียดายที่เหตุผลนี้มีแค่เขา
ที่มีประสบการณ์กว่า 500 ปีพร้อมด้วยพลังของมหาเทพแห่งพงไพรคน
เดียวเท่านั้นที่เข้าใจ เกรงว่าบนโลกนี้คนที่เข้าใจเรื่องนี้จะมีแค่ไม่กี่คน
เหมือนกัน ซึ่งเห็นได้ชัดเลยว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้
ที่แย่ไปกว่านั้นคือผู้หญิงคนนี้ยังถือพรหมจรรย์อยู่ ร่างหยวนหยิน
ที่มีการรั่วของยิน อาศัยความสมดุลของหยินหยางเพื่อจะใช้ในการ
สำเร็จพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์นั้นเรียกได้ว่าตายได้ง่ายๆ เลย
หลังจากที่พลังหยางไม่พอที่จะสมดุลกับพลังหยิน ก็จะทำให้
ก่อให้เกิดการสะท้อนกลับของพลังหยิน เบาหน่อยก็แค่กลายเป็นคน
พิการ ถ้าหนักหน่อยก็อาจทำให้ตายได้ตอนนี้เลย แต่แล้วผู้หญิงคนนี้ก็
กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง หลังจากที่เลือดตกลงบนพื้นก็กลายเป็นลิ่ม
เลือดสีดำแดงอย่างรวดเร็ว ดูท่าว่าภายในร่างกายจะมีไอเย็นจำนวน
มาก
แต่ทว่าผู้หญิงคนนี้กลับยังคงยืนหยัดอย่างมาก ได้รับบาดเจ็บ
สาหัสขนาดนี้ แต่ยังไม่มีท่าทีที่จะหยุดลงเลย เธอยังคงกระตุ้นพลัง
ลมปราณไปยังขอบของขั้นศักดิ์สิทธิ์ต่อไป
ด้วยเหตุนี้เอง พลังของฟ้าดินบนยอดเขาก็ปั่นป่วนรุนแรงมากขึ้น
เรื่อยๆ เขาได้ยินเพียงแค่เสียงดังเปรี๊ยะ ยันต์พรางตัวที่ฉินห้าวตงใช้ไม่
อาจต้านทานต่อพลังนี้ได้ มันจึงสลายกลายเป็นฝุ่นผง
ในใจของฉินห้าวตงร้องเสียงดังว่าไม่ได้การแล้ว การเปิดเผยตัวต่อ
หน้าผู้มีฝีมือสูงที่กำลังพยายามอย่างเต็มที่แบบนี้เป็นเรื่องที่อันตราย
มาก อาจถึงขั้นถูกฆ่าตายที่นี่เอาได้
เขาหันกลับไปเตรียมที่จะหนี แต่ว่ามันสายไปแล้ว
ตอนนี้บนยอดเขาถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ในตอนนี้ร่างกาย
ของผู้หญิงคนนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ แต่ทันใดนั้นเองเธอก็รับรู้ถึง
การมีอยู่ของเขา ร่างนั้นก็มาถึงตรงหน้าของเขาในพริบตาเดียว
ในเวลานี้ ระยะห่างของบรรพจารย์ขอบเขตที่ 3 และขอบเขตที่ 9
แตกต่างกันอย่างชัดเจน ถึงแม้ว่าผู้หญิงคนนี้จะได้รับบาดเจ็บภายใน
แต่ฉินห้าวตงก็ไม่อาจต่อกรกับเธอได้
แต่แล้วเธอก็กางแขนทั้งสองข้างออก แล้วโอบกอดฉินห้าวตง
เอาไว้ในอ้อมกอดเหมือนกับกอดลูก ดูเหมือนเขากำลังสัมผัสได้ถึงความ
ร้อนที่ริมฝีปาก เธอบดขยี้ริมฝีปากเขาด้วยความเร่าร้อนราวกับผีดูด
เลือดที่กำลังพยายามสูบพลังชีวิตของเขาอย่างสุดชีวิต
ผู้หญิงคนนี้สูญสิ้นสติสัมปชัญญะไปเรียบร้อยแล้ว เดิมทีเธอมี
สัญชาตญาณที่อยากจะได้ความอบอุ่นอยู่แล้ว ในเวลานี้เธอจึงรู้สึกได้
ว่าเสื้อผ้าเป็นอุปสรรคสำหรับรับพลังความร้อนจากอีกฝ่าย จึงค่อยๆ
โบกมือขึ้นเบาๆ แล้วเสื้อผ้าบนตัวของฉินห้าวตงก็กลายเป็นชิ้นเล็กน้อย
ก่อนจะถูกลมแรงที่อยู่รอบบริเวณพัดหายไปในอากาศ
ตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ต่อหน้าซึ่งกันและกัน ผู้หญิงคนนี้กอดฉินห้าว
ตงเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างแนบแน่นเพื่อพยายามแนบชิดกับฉินห้าวตง
อย่างสุดชีวิต ร่างกายแผ่ไอเย็นออกมาจนเกือบทำให้เขาตัวแข็งด้วยค
วาเย็น
“ ทำอย่างไรดี ? ” ฉินห้าวตงสับสนไปหมด จะสู้ก็สู้ไม่ได้ จะหนีก็
หนีไม่พ้น จึงทำได้เพียงถูกกระทำ และถูกจูบอยู่แบบนี้
ถึงแม้ว่าผู้หญิงตรงหน้านี้จะสวยมาก แต่เธอเป็นเหมือนเจ้าหญิง
น˺าแข็งผู้งดงามที่แทบเอาชีวิตเขา พลังเสวียนหยินที่แผ่ออกมาจาก
ร่างกายนั้นแข็งแกร่งมากเกินไป ถ้าไม่ระวังตัวก็จะทำให้เขากลายเป็น
ก้อนน˺าแข็งได้เลย
เขาจึงรีบกระตุ้นพลังมหาเทพแห่งพงไพรในตัวของเขาเพื่อ
ต่อต้านกระแสความเย็นที่ไหลเข้าสู่ภายในเส้นเลือดของเขาอย่าง
ต่อเนื่อง
ไม่นานผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้ต้องการแค่การจูบแล้ว อาจเป็นเพราะ
สัญชาตญาณของเธอหรืออะไรก็ตาม แต่เธอกลับรู้ว่าแกนของพลังห
ยางอยู่ตรงไหน
เธอผลักเขาล้มลงกับพื้น จากนั้นก็ยื่นมือไปจับเจ้าสิ่งนั้นไว้แน่น
“ เฮ้ยยยยย ! ”
ฉินห้าวตงทำตัวไม่ถูก ตอนนี้เขาคาดไม่ถึงว่าตัวเองจะถูกผู้หญิงคน
หนึ่งผลักลงกับพื้นแล้วลวนลาม และสิ่งที่น่าตลกร้ายกว่านั้นก็คือภายใต้
สภาพอากาศที่เลวร้ายเช่นนี้ น้องชายของเขากลับมีชีวิตชีวาอย่างแข็ง
ขัน หลอดลมทั้งตัวของเขาใกล้จะแข็งแล้ว แต่เขาไม่คิดเลยว่าน้องชาย
ของเขาจะตอบสนองรวดเร็วขนาดนี้
นี่จะทำให้เราลำบากใจไปไหม?
แต่ทันใดนั้นเอง ในใจของเขาก็รู้สึกคล้อยตามไปกับสัมผัสของเธอ
สาเหตุที่พลังเสวียนหยินจากร่างกายของผู้หญิงคนนี้แข็งแกร่งถึงเพียง
นี้ เป็นเพราะเหตุผลหนึ่งข้อที่สำคัญนั่นก็คือเธอยังรักษาพรหมจรรย์
เอาไว้อยู่ทำให้พลังหยินไม่รั่วไหล
ถ้าหากว่าเป็นแบบนี้ต่อไป ผู้หญิงคนนี้จะต้องถูกพลังหยินตีกลับ
จนร่างเปลี่ยนเป็นน˺าแข็งแน่นอน และตัวเขาเองคงไม่รอดเช่นกัน หาก
เขาอยากที่จะมีชีวิตต่อ ตอนนี้มีเพียงวิธีเดียวที่เป็นไปได้นั่นก็คือทำลาย
พลังหยินของเธอ ถึงจะมีโอกาสมีชีวิตรอด
จากสถานการณ์ตรงหน้า เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่เคยผ่านเรื่อง
ทางโลกเลย ไม่มีประสบการณ์ใดๆ เกี่ยวกับเรื่องระหว่างชายหญิง จึง
ทำได้แค่คลอเคลียและจับตรงนั้นของเขาไว้ แต่กลับไม่รู้ว่าจะต้องทำ
อย่างไรต่อ
เพื่อให้ตัวเองมีชีวิตรอด ฉินห้าวตงทำได้แค่พยายามใช้พลังช่วย
เธออย่างสุดชีวิต เพราะวินาทีที่เธอสำเร็จขั้นพลังนั้น พลังเสวียนหยิน
ในร่างกายของเธอพวยพุ่งเข้ามาในร่างกายเขาเหมือนกับพายุสึนามิที่
โหมกระหน˹าซัดสาดมา ทำเอาเขาแทบจะแข็งตาย
โชคดีที่หลังจากกระแสความเย็นไหลผ่าน พลังหยินในตัวของเธอ
อ่อนแรงลงทันที ดูท่าว่าวิธีของเธอจะได้ผลอยู่
หลังจากที่ร่างกายหยุดลง พลังหยินของผู้หญิงคนนี้ก็อ่อนลง
มากกว่าครึ่ง ถึงแม้ว่าจะยังคงหนาวเย็นอยู่ แต่ว่าก็ยังอยู่ในขอบเขตที่
พลังของลมปราณมหาเทพแห่งพงไพรยังพอจะควบคุมได้
ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนจะรู้สึกดีขึ้นมากเช่นกัน เธอกอดเขาเอาไว้
แน่น ไม่ขยับตัวอีก แต่ว่าในสายตายังคงเลอะเลือน ยังไม่ได้สติกลับมา
เมื่ออันตรายได้คลี่คลายลง ฉินห้าวตงจึงผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง แต่
ว่านี่ไม่ใช่วิธีที่จะเป็นแบบนี้ไปตลอด จำเป็นต้องกำจัดความคิดที่จะทำ
เกินกำลังของเธอออกไปถึงจะใช้ได้
จากนั้นเขาก็ลองพยายามมองเข้าไปในร่างกายของผู้หญิง พอดู
แล้วถึงกับตกใจ เพราะตอนนี้หลอดเลือดข้างในตัวของเธอถูกพลังฟ้า
ดินทำลายล้างจนหมดสิ้น ถ้าหากไม่หาวิธีช่วยเธอซ่อมแซมหลอดเลือด
ของเธอ เธอจะกลายเป็นเพียงคนพิการคนหนึ่ง
ไม่ว่าอย่างไรผู้หญิงคนนี้ก็กลายเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ถือว่าเป็น
ชะตาฟ้าลิขิต จำเป็นต้องหาวิธีมาช่วยเธอ หลังจากไตร่ตรองสักพัก ฉิน
ห้าวตงก็คิดถึงวิธีที่จะช่วยคนขึ้นมาหนึ่งวิธี จึงตัดสินใจที่จะลองเสี่ยงดู
สักครั้ง
เขาเริ่มใช้เคล็ดวิชาบำเพ็ญคู่ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อส่งต่อพลัง แต่เป็น
การใช้พลังลมปราณมหาเทพแห่งพงไพรเข้าไปในร่างกายเธอเพื่อช่วย
ซ่อมแซมหลอดเลือดที่ได้รับความเสียหายของผู้หญิงคนนี้
เขาเริ่มด้วยการส่งพลังเข้าไปที่จุดจินตานของผู้หญิงคนนี้ พลัง
ลมปราณมหาเทพแห่งพงไพรได้ผลอย่างมหัศจรรย์ในการรักษาอาการ
บาดเจ็บ ไม่นานก็ซ่อมแซมจุดจินตานที่ได้รับความเสียหายของผู้หญิง
คนนี้จนเสร็จ จากนั้นก็นำลมปราณของผู้หญิงคนนี้ค่อยๆ ขยายไปยัง
รอบนอกของหลอดเลือดให้กว้างออกไป
เมื่อคิดจะช่วยผู้หญิงคนนี้แล้ว เขาจึงตัดสินใจจะช่วยให้ถึงที่สุด
ตอนที่อยู่โลกเซียน เขาเคยได้รับเคล็ดวิชาเสวียนหยินมาอยู่บ้าง เป็น
วิชาหนึ่งที่เหมาะสำหรับการใช้ฝึกฝนพลังหยินขั้นพิเศษ
และเรื่องจริงได้พิสูจน์แล้วว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ได้ผล
ในขณะที่ฉินห้าวตงกำลังนำพลังลมปราณของเธอโคจรในร่างกาย
นั้น พลังเสวียนหยินแต่เดิมที่บ้าคลั่งเหมือนกับเหล่านกที่บินกลับรังก็มา
รวมตัวกันที่จุดจินตานอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าในทางปฏิบัติจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ว่าความบริสุทธิ์
และปริมาณของลมปราณนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย ยังคงอยู่ขั้น
พลังของบรรพจารย์ขอบเขตที่ 9 เหมือนเดิม
เมื่อมีลมปราณเป็นเหมือนเกราะกำบัง ความเร็วในการฟื้นฟู
สภาพการบาดเจ็บก็เร็วขึ้นหลายเท่า
“ สำเร็จแล้ว ! ”
ฉินห้าวตงโล่งใจ ถ้าวันนี้หากเขาไม่มาบังเอิญเจอเธอเขาล่ะก็
ผู้หญิงคนนี้ถ้าไม่ตายก็พิการไปแล้ว และคงไม่สามารถฝึกฝนได้อีกชั่ว
ชีวิต
เหมือนมีโชคดีในโชคร้ายอยู่ เพราะตอนนี้ไม่เพียงแต่สามารถ
รักษาชีวิตของเธอเอาไว้ได้เท่านั้น แต่พลังบรรพจารย์ขอบเขตที่ 9 ยัง
ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ที่สำคัญที่สุดคือเธอได้รับพลังที่เหมาะสมกับ
ร่างกายของตัวเองแล้ว
ขอเพียงแค่ดูแลอาการบาดเจ็บให้หายดี แล้วค่อยสงบจิตใจและ
ฝึกอีกสักระยะ การสำเร็จพลังขั้นศักดิ์สิทธิ์ได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
จบตอน