คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 572: ฝีมือเทพ
ตอนที่ 572 ฝีมือเทพ
แรงระเบิดทำให้เกิดกระแสลมขนาดใหญ่พัดพาเอาก้อนหินดิน
ทรายและใบไม้ปลิวว่อนขึ้นไปบนท้องฟ้า บนพื้นราบเต็มไปด้วยฝุ่น
หนาแน่นที่เกิดจากแรงอัดของระเบิด
เมื่อเห็นภาพเบื้องล่าง เจิ้งหงเลี่ยงก็ระเบิดเสียงหัวเราะอย่างสะใจ
อยู่บนเฮลิคอปเตอร์
“ไอ้หนุ่มหน้าอ่อนคนนี้ไม่มีสมองจริงๆ กล้ากอดเอาระเบิดกระโดด
หนีไปด้วยได้ยังไง แบบนี้จะไม่ตายหรือไง ? ตอนนี้คงถูกแรงอัดจาก
ระเบิดจนร่างแหลกแล้วสินะ ! ”
แต่สิ่งที่เขามองไม่เห็นก็คือ วินาทีที่ระเบิดทำงานนั้น บนตัวของ
โอวหยางชานชานมีแสงสีแดงส่องสว่างขึ้นมา จากนั้นลำแสงเหล่านั้นก็
ผักเอาการโจมตีจากแรงระเบิดกดไว้อยู่ภายนอกร่างกายของเธอ แล้ว
คุ้มกันร่างกายของเธอไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ
มันเป็นเพราะจี้หยกเต่าเสวียนอู่ ซึ่งเครื่องรางชนิดนี้มี
ความสามารถในการป้องกันสูงมาก สมญานามของมันสามารถป้องกัน
ได้แม้กระทั่งการโจมตีของชาวยุทธระดับต˹ากว่าบรรพจารย์ลงไป แต่
ระเบิดนี้ไม่ใช่ระเบิดระดับสูง ดังนั้นพลังทำลายล้างของมันจึงมีอยู่อย่าง
จำกัด อยู่ในขอบเขตที่จี้หยกเต่าเสวียนอู่สามารถป้องกันได้
แต่ฉินห้าวตงในฐานะที่เป็นยอดฝีมือจินตานขั้นต้น ลมปราณใน
ร่างกายของเขาอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งมาก ถึงแม้ว่ามันไม่ได้แข็งแกร่ง
ขนาดมีดฟันไม่เข้าปืนยิงไม่ทะลุ แต่มันก็แข็งแกร่งพอที่ระเบิดกระจอก
แบบนี้จะทำอะไรเขาไม่ได้
จริงอยู่ที่ระเบิดมันทำงานแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ไปกระตุ้นระเบิดตัวอื่น
ที่ถูกฝังไว้บนภูเขา ดังนั้นฉินห้าวตงและโอวหยางชานชานจึงไม่ได้รับ
บาดเจ็บใดสักนิด
และในตอนที่ระเบิดกำลังทำงานนั้น โอวหยางชานชานตกใจกลัว
มาก เธอนึกว่าตัวเองต้องลาจากโลกนี้ไปเสียแล้ว
แต่หลังจากที่เห็นว่าตัวเองปลอดภัยไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร ราวกับ
ว่าเธอได้ชีวิตใหม่กลับมาอีกครั้ง เธอโผเข้าหาอ้อมกอดฉินห้าวตงแล้ว
ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ ฉันนึกว่าจะไม่ได้เห็นหน้านายอีกแล้ว ! ”
ฉินห้าวตงกอดเธอแล้วพูดปลอบ “ ก็บอกแล้วไงว่ามีผมอยู่ทั้งคน
ระเบิดลูกเดียวทำอะไรคุณไม่ได้หรอก ”
โอวหยางชานชานไม่ได้พูดอะไรต่อ ทันใดนั้นเธอก็ประกบริม
ฝีปากแล้วจูบฉินห้าวตงอย่างสุดชีวิต
เจิ้งหงเลี่ยงที่อยู่บนเครื่องบินกำลังรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก
เขาส่ายหน้าแล้วพูดขึ้น “คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้เด็กคนนี้จะจัดการได้
ง่ายดายขนาดนี้ ยังมีอีกตั้งหลายวิธีที่ฉันยังไม่ได้ใช้กับมัน ”
และในขณะที่เขากำลังเตรียมที่จะขับเฮลิคอปเตอร์กลับนั้น ทันใด
นั้นเขาก็เห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดหลังจากที่ฝุ่นสลายหายไป เขาเห็น
ฉินห้าวตงและโอวหยางชานชานไม่เพียงแต่ไม่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น
นอกจากนี้ทั้งสองยังกอดจูบกันอย่างดูดดื่มอีกด้วย
“ แม่งเอ้ย นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย ? ”
เขาขยี้ตาของตัวเองอยู่หลายครั้ง แต่ก็พบว่าตัวเองไม่ได้มองผิดไป
นี่มันคือเรื่องจริง ถึงแม้ว่าระเบิดจะทำงานจนทำให้พื้นราบกลายเป็น
หลุมลึกกว้าง ต้นไม้ใบไม้ที่อยู่รอบด้านถูกแรงอัดของระเบิดจนแตก
กระจุย แต่พวกฉินห้าวตงกลับอยู่รอดปลอดภัยอยู่ตรงนั้น แถมยังกอด
จูบลูบคลำกันอย่างหนำใจอีกด้วย
“ สมควรตาย ! ”
เขาทุบกำปั้นใส่ผนังเฮลิคอปเตอร์อย่างแรง จากนั้นก็หยิบเอาวิทยุ
สื่อสารที่อยู่ด้านข้างขึ้นมาแล้วตะโกนใส่วิทยุสื่อสารอย่างดัง “ ทำตาม
แผนเดิม ยิงมันซะ ”
ฉินห้าวตงกำลังกำลังจูบกับโอวหยางชานชานอย่างดุดดื่ม ทันใด
นั้นเขาก็สัมผัสได้ว่ากำลังจะมีอันตรายเกิดขึ้น ทันใดนั้นเขาก็กอดโอวห
ยางชานชานไว้ แล้ววิ่งไปบนยอดเขาอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่เร็ว
กว่าเดิมถึง 10 เท่า
เขาเพิ่งวิ่งออกไปได้ไม่นาน ทันใดนั้นก็มีห่ากระสุนสาดเข้ามายัง
บริเวณเดิมที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่นี้ ทำเอาก้อนหินกระจุยกระจายไป
หมด ฝุ่นฟุ้งไปทั่ว
หลังจากที่วิ่งกลับมาบนยอดเขาแล้ว ความรู้สึกถึงอันตรายก็
หายไป ฉินห้าวตงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เดิมทีแผนการฆาตกรรม
ทั้งหมดที่เจิ้งหงเลี่ยงพูดถึงมันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เขายังซุ่มมือปืนไว้รอบ
ภูเขาลูกเล็กอีกด้วย
และในตอนนี้เอง โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้น หลังจากกด
รับสายก็ได้ยินเสียงพูดของเจิ้งหงเลี่ยง “ ไอ้เด็กน้อย ฉันคิดไม่ถึงเลยว่า
แกมันจะประหลาดได้ถึงเพียงนี้ ขนาดระเบิดยังทำอะไรแกไม่ได้อีกหรอ
! ”
ฉินห้าวตงได้ยินดังนั้นก็หัวเราะชอบใจ “ แกไม่มีคุณสมบัติพอที่จะ
ได้ฆ่าฉันหรอก ต่อให้แกตาย ฉันก็ไม่มีทางตายเป็นอันขาด ! ”
เจิ้งหงเลี่ยงกัดฟันพูดด้วยความโมโห “ ไอ้เด็กน้อย แกอย่าเพิ่ง
ภาคภูมิใจในตัวเองมากเกินไป ตอนที่แกเพิ่งมาถึงที่นี่ ฉันได้ส่งมือปืนไป
ประจำการอยู่รอบด้านเป็นจำนวนกว่า 100 คน ต่อให้แกเป็นบรรพ
จารย์แล้วยังไงล่ะ ? หรือว่าแกจะเก่งเหนือกว่าปืน ? ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ มือปืนร้อยคนเลยงั้นหรอ ตระกูลเจิ้งของแก
นี่ทุ่มทุนเหลือเกิน แต่ว่าพวกแกดูถูกกันเกินไป ”
“ ถึงยังไงวันนี้แกก็ต้องตาย ถ้าแกยังมีชีวิตรอดอยู่ แกจะกลายเป็น
ภัยคุกคามสำหรับตระกูลเจิ้งของพวกฉัน ”
ฉินห้าวตงหัวเราะเยาะ “ ฉันตายไม่ได้หรอก แต่วันนี้แกต้องตาย
แน่นอน ! ”
“ ตลก ! ” เจิ้งหงเลี่ยงระเบิดหัวเราะอีกครั้ง ราวกับว่าเขาได้ยิน
เรื่องที่ตลกที่สุดยังไงยังงั้น “ สมองแกมันมีแต่ขี้เลื่อยหรือไง ? ฉันคิด
แผนการที่จะจัดการแกไว้ตั้งนานแล้ว ดังนั้นฉันจึงคอยดูความสนุกอยู่
บนเฮลิคอปเตอร์ลำนี้ ถ้าแกมีความสามารถก็ขึ้นมาฆ่าฉันสิ ? ”
ฉินห้าวตงได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะ “ บางทีอาจจะได้ก็ได้นะ ! ”
“ ไอ้เด็กแซ่ฉิน อย่าคิดว่าฉันไม่เข้าใจเรื่องวรยุทธนะ คิดว่าตัวเอง
เป็นขั้นศักดิ์สิทธิ์หรือไง ? แน่จริงก็ขึ้นมาฆ่าฉันสิ ฉันจะรอแกอยู่บนนี้
แหละ ”
เจิ้งหงเลี่ยงหัวเราะจนหนำใจแล้วก็ยึดวิทยุสื่อสารขึ้นมาอีกครั้ง
จากนั้นก็ออกคำสั่งให้กับมือปืนที่อยู่ด้านล่างภูเขา “ รีบไปรวมพลอยู่
ด้านบนภูเขา จากนั้นก็จัดการยิงไอ้เด็กนั่นให้ตัวพรุนไปเลย ”
แต่หลังจากที่เขาวางวิทยุสื่อสารลงแล้ว เขากลับต้องตกใจเมื่อ
พบว่าฉินห้าวตงและโอวหยางชานชานได้หายตัวไปจากบนยอดเขา
เรียบร้อยแล้ว
“ เกิดอะไรขึ้น ? พวกมันอยู่ไหน ? ทำไมพวกมันถึงหายตัวไป
แล้ว ? ”
เจิ้งหงเลี่ยงตกใจจนหน้าซีด ถ้าหากตอนนี้ไม่ใช่ช่วงเวลาที่พระ
อาทิตย์กำลังส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า เขาคงต้องนึกว่าตัวเองกำลังเจอผี
แน่นอน
จากนั้นคนขับเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ด้านข้างเขาก็พูดขึ้นว่า “ ผมเองก็
ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆ สองคนนั้นก็หายไปจากระยะสายตาของพวกเรา ”
“ ค่ายกลบังตา ! จะต้องเป็นค่ายกลบังตาอย่างแน่นอน ! ถ้าไม่เชื่อ
หรอกว่ามันจะเหาะออกไไปจากตรงนี้ได้ ”
เจิ้งหงเลี่ยงคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมาแล้วตะโกนใส่อย่างบ้าคลั่ง “ ยิง
สาดไปเลย รีบยิงสาดไปตรงนั้นซะ อย่าให้พลาดแม้แต่จุดเดียว ”
บนยอดเขาหมานโถวได้ถูกห่ากระสุนจำนวนมากซัดสาดเข้ามา
กระสุนสาดเข้ามาราวกับสายฝนแผ่ปกคลุมไปทั่วยอดเขา
“ ไอ้บ้าเอ้ย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าถ้าทำแบบนี้แล้วยังจะฆ่าแกไม่ได้อีก
! ”
เจิ้งหงเลี่ยงกำหมัดแน่นแล้วตะโกนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง แต่ทันใด
นั้นเองก็มีแสงสีทองแลบผ่านไปทางด้านหลังของเฮลิคอปเตอร์ ใบพัด
ของเฮลิคอปเตอร์ถูกฟันขาดทันที
เฮลิคอปเตอร์ที่ตอนแรกลอยอยู่บนท้องฟ้าก็ตกลงมาราวกับ
แมลงวันตัวหนึ่ง มันพุ่งตัวลงบนยอดเขาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ปะทะ
เข้าที่ยอดเขาอย่างแรง
เนื่องจากมันตกลงมาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นคนขับ
เฮลิคอปเตอร์หรือเจิ้งหงเลี่ยงต่างก็ยังไม่ทันได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไร
พวกเขาไม่มีโอกาสแม้แต่จะกระโดดร่มหนีเอาชีวิตรอดด้วยซ˺า พวกเขา
ตกลงไปบนยอดเขาหมานโถวพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น
การปะทะเข้ากับยอดเขาอย่างรุนแรงทำให้เกิดชนวนระเบิดจาก
ถังน˺ามันของเฮลิคอปเตอร์ หลังจากที่มีเสียงระเบิดดังสนั่น ทันใดนั้น
เปลวไฟก็โหมกระหน˹าขึ้นไปบนท้องฟ้า
แต่เรื่องยังไม่จบ เพราะหลังจากที่เฮลิคอปเตอร์ระเบิดบนยอดเขา
มันก็ได้ไปจุดชนวนระเบิดที่ฝังอยู่ใต้ภูเขาเช่นกัน ระเบิดขนาด 20
กิโลกรัมส่งเสียงระเบิดดังลั่นในทันที แรงระเบิดมหาศาลได้ทำลายยอด
เขาหมานโถวทั้งยอดเขา
แรงระเบิดอย่างรุนแรงทำให้เกิดลมพายุหอบพัดเอาหินและทราย
ฟุ้งกระจายไปทั่ว บรรดามือปืนทั้ง 100 คนไม่มีใครมีชีวิตรอดเลยสักคน
เดียว ทุกคนตายเพราะแรงระเบิดทั้งหมด
โอวหยางชานชานอยู่ในอ้อมกอดของฉินห้าวตง เธอมองภาพ
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตกใจ ตอนนี้เธอตะลึงงัน
ราวกับท่อนไม้ นี่มันน่าระทึกใจกว่าภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของอเมริกา
ซะอีก
แค่ช่วงลมหายใจเดียว เฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่งรวมถึงมือปืนติดอาวุธ
ครบมือทั้งหมด 100 คนต่างไม่มีใครรอดชีวิต
แต่สิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่านั้นฉินห้าวตงเหาะได้อย่างไร ? ทั้ง
สองขึ้นมายังเฮลิคอปเตอร์เหมือนกับเหยียบบนบันไดขึ้นมา
เมื่อครู่นี้เจิ้งหงเลี่ยงยังตะโกนอย่างบ้าคลั่งอยู่ในโทรศัพท์ว่าจะฆ่า
ฉินห้าวตงให้ตาย แต่ไม่ทันไรเขาก็ขึ้นไปแล้วจัดการตัดใบพัด
เฮลิคอปเตอร์ทันที
ฉินห้าวตงพึงพอใจกับผลลัพธ์ของวิธีการตัวเองมาก เขาร่อนตัวลง
ไปบนตีนเขาช้าๆ จากนั้นพลังจากยันต์เหยียบฟ้าของเขาก็สลายไป
เมื่อครู่นี้เขาเพิ่งใช้ยันต์กำบังกายเพื่อซ่อนตัวพวกเขาทั้งคู่ไว้
จากนั้นก็ใช้ยันต์เหยียบฟ้าเหาะขึ้นไปที่เฮลิคอปเตอร์แล้วใช้ดาบเซวียน
หยวนตัดใบพัด
ทั้งหมดนี้แม้แต่พูดมาเหมือนว่ามันง่ายดายมาก แต่กลับเป็น
วิธีการที่แนบเนียนดั่งฝีมือเทพ เกรงว่าในประเทศจีนคงมีเขาคนเดียว
เท่านั้นที่สามารถทำได้
มีเพียงสิ่งเดียวที่ยังรู้สึกไม่พอใจก็คือ ตอนนี้แรงระเบิดจาก
เฮลิคอปเตอร์ได้ระเบิดรถออฟโรดของเขาจนกลายเป็นเศษเหล็ก ยังดีที่
เงินมูลค่า 30 ล้านหยวนเป็นภาพมายาที่เขาสร้างขึ้นมา ไม่อย่างนั้นเขา
จะต้องเสียหายเยอะแน่
โอวหยางชานชานที่มองดูอยู่ยังคงตกตะลึงตาค้าง ฉินห้าวตงจึงยื่น
มือไปตีแก้มเธอเบาๆ “ เป็นยังไงบ้าง ? เธอไม่ได้เป็นอันตรายอะไรใช่
ไหม ? ”
“ ไม่……ไม่……ไม่…เป็นไร ! ”
ถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะว่าพระอาทิตย์กำลังส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า
โอวหยางชานชานคงกำลังคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป ลำพังแค่ระเบิดเวลา
ไม่สามารถทำอันตรายอะไรเธอได้ก็เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อมากพอแล้ว
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเยอะขนาดนี้
วันนี้ฉินห้าวตงทำให้เธอตกใจอยู่หลายครั้งหลายคราว เดิมทีเธอ
นึกว่าตัวเองคงจะต้องตายอยู่ที่นี่แน่นอน แต่สุดท้ายเธอกลับไม่เป็น
อะไรเลยสักนิด ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ทำได้อย่างไร
ความรู้สึกตกตะลึงนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงช่องว่างของเธอและเขาที่มัน
ต่างกันเกินไป ผู้ชายคนนี้มีความโดดเด่นเหลือเกิน โชคชะตาคงไม่ได้
กำหนดมาให้ใช้ชีวิตร่วมกับเธอ
“ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ” ฉินห้าวตงหยิบเอาโทรศัพท์ออกมาดูเวลา
ตอนนี้เป็นเวลา 8 โมงเช้า
เมื่อคิดว่าวันนี้โอวหยางชานชานจะต้องบินไปแสดงคอนเสิร์ตที่
ฮ่องกง เขาจึงถามขึ้นว่า “ คุณขึ้นเที่ยวบินช่วงกี่โมง ตอนนี้ยังทันไหม ?
”
“ เที่ยวบินรอบ 10 โมงตรง ถ้าหากมีรถคงทัน แต่ว่าตอนนี้…… ”
โอวหยางชานชานพูดแล้วหันไปมองรถออกรถที่มีสภาพเป็นเศษ
เหล็ก
“ ไม่เป็นไร ยังทันอยู่ อีกเดี๋ยวก็จะมีคนมาที่นี่แล้ว ”
ฉินห้าวตงพูดจบไปได้ไม่นาน ทันใดนั้นพวกเขาก็ได้ยินเสียง
เครื่องยนต์ดังขึ้น รถชั้นธุรกิจขับมาตรงนี้อย่างรวดเร็ว
รถที่ขับมาเป็นคนของบริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊า ตอนที่ฉิน
ห้าวตงมาที่นี่ เขาได้ป้องกันไว้ก่อนโดยการโทรบอกหม่าเหวินโจวไว้
เพียงแต่ว่าเขามาถึงที่นี่อย่างรวดเร็วเกินไป ดังนั้นคนในบริษัทของเขา
จึงมาช้ากว่าเล็กน้อย
“ ลูกพี่ ไม่เป็นอะไรใช่ ? ”
หม่าเหวินโจวกระโดดลงมาจากบนรถแล้วรีบวิ่งไปหาฉินห้าวตง
จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปแตะตามตัวของฉินห้าวตง
ฉินห้าวตงรีบผลักเขาออกในทันที “ ไอ้บ้า นายทำอะไรเนี่ย ? ”
“ ให้มันน้อยๆ หน่อย ต่อให้ฉันเป็นเกย์ฉันก็ไม่เอานายเป็นคู่ขา
หรอก ฉันก็แค่จะดูว่าอวัยวะส่วนไหนของนายหายไปหรือเปล่า ! ”
หม่าเหวินโจวหันไปมองที่ยอดเขาหมานโถว ในเวลานี้ยอดเขา
หมานโถวถูกแรงอัดจากระเบิดจนกลายเป็นที่ราบ นอกจากนี้ยัง
สามารถเห็นชิ้นเนื้อสีแดงเข้มกระจัดกระจายอยู่บนพื้นอีกด้วย ช่างน่า
ขนลุกเหลือเกิน
เขาถามด้วยน˺าเสียงโหดเหี้ยมว่า “ ลูกพี่ สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกัน
แน่ ? ใครมันกล้าลงมือกับนายกัน ? ”
ถ้าว่ากันตามพลังแห่งยุทธแล้ว ตอนนี้บริษัทรักษาความปลอดภัย
ป่าป๊าจัดได้ว่าเป็นลูกพี่ของเมืองเซี่ยงไฮ้ แต่ในเวลานี้กลับมีคนกล้าลง
มือกับเพื่อนรักของตัวเอง ดังนั้นเขาจึงรู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก
“ ตระกูลเจิ้ง ! ”
ฉินห้าวตงเล่าเรื่องราวแผนการฆาตกรรมของเจิ้งหงเลี่ยงให้เขาฟัง
ตั้งแต่ต้นจนจบ ทำเอาหม่าเหวินโจวที่ได้ยินถึงกับขนหัวลุก
“ลูกพี่ นี่มันคือแผนฆาตกรรมเชียวนะ ถ้าเป็นฉันคงตายไปเป็น
ร้อยรอบแล้ว แต่ทำไมนายถึงยังมีชีวิตรอดล่ะ ? นายไม่ได้เป็นวิญญาณ
มาหาฉันช่วยไหม ? ”
ในขณะที่พูด เขาก็ลูบแก้มฉินห้าวตงไปมา
“ ไอ้บ้า ฉันยังสบายดีเว้ย ! ”
ฉินห้าวตงผลักมือของเขาออกแล้วพูดขึ้นมา “ ช่วยเตรียมคนของ
นายไว้ให้ฉันหน่อย จากนั้นก็จะเตรียมรถไปส่งชานชานที่สนามบิน ส่วน
คนที่เหลือให้ไปที่บ้านตระกูลโจวพร้อมกับฉัน ”
จบตอน