คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 58: ผู้เชี่ยวชาญจากเมืองหลวง
ตอนที่ 58 ผู้เชี่ยวชาญจากเมืองหลวง
เมื่อฉินห้าวตงมาถึงหน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรม น่าหลันอู๋เซี๋ย
กำลังนั่งรอเขาอยู่ในห้องทำงานด้วยสีหน้าวิตกกังวล คนที่นั่งข้างเธอคือ
หวางเจี้ยนเฟิง
เมื่อเห็นฉินห้าวตงเดินเข้าประตูมา น่าหลันอู๋เซี๋ยก็พูดขึ้นอย่างดีใจ
“หมอฉิน ในที่สุดนายก็มาแล้ว!”
“เสี่ยวฉิน ฉันขอโทษจริงๆ ที่เราต้องรบกวนนายอีกแล้ว แต่คดีนี้
สำคัญอย่างมาก เราไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้แล้วจริงๆ ไม่เช่นนั้นเราก็
คงไม่โทรเรียกนายให้มาที่นี่หรอก” หวางเจี้ยนเฟิงพูด
“ผู้บัญชาการหวางเกรงใจกันเกินไปแล้ว มีเรื่องอะไรก็รีบพูดมา
เถอะ”
หลังจากพูดจบฉินห้าวตงก็นั่งลงข้างๆ น่าหลันอู๋เซี๋ย
หวางเจี้ยนเฟิงจึงพูดขึ้น “รองผู้บัญชาการน่าหลัน คุณเล่า
สถานการณ์ของคดีนี้ให้หมอฉินฟังแล้วกัน”
“เราได้รับข่าวจากสายสืบในประเทศพม่ารายงานมาว่าในปีนี้มีการ
เก็บเกี่ยวต้นฝิ่นจากบริเวณสามเหลี่ยมทองคำเพิ่มขึ้นกว่าทุกปีถึง 30 %
สิ่งนี้นำไปสู่สถานการณ์การต่อต้านยาเสพติดอย่างรุนแรงในมณฑล
เจียงหนานและแม้แต่ในประเทศจีนด้วย”
“ตามข้อมูลวงในระบุว่า ผู้ค้ายาเสพติดในบริเวณสามเหลี่ยม
ทองคำเห็นว่าประเทศจีนมีประชากรเป็นจำนวนมาก มีการพัฒนา
เศรษฐกิจอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อีกทั้งรายได้ของ
ประชากรเพิ่มสูงขึ้น ผู้คนมีกำลังในการซื้อเพิ่มขึ้น ดังนั้นยาเสพติด
ทั้งหมดจะถูกเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อส่งขายมายังประเทศจีน”
“เพื่อที่จะกวาดล้างการซื้อขายยาเสพติดในบริเวณสามเหลี่ยม
ทองคำ รอบด้านจึงเกิดสงครามการต่อต้านยาเสพติดขึ้นเป็นวงกว้าง
กรมตำรวจได้จัดตั้งกลุ่มปฏิบัติการพิเศษขึ้นมา”
“แล้วสิ่งนี้มันเกี่ยวอะไรกับเมืองเจียงหนานของเรา?” ฉินห้าวตง
ถาม
“ตามรายงานล่าสุดแล้ว เจ้าพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ของประเทศ
พม่าได้ส่งลูกสมุนมาที่ประเทศจีนของเราพร้อมกับยาล็อตใหญ่เพื่อ
สำรวจตลาดและหาช่องทางในการขนส่งยาเสพติด และลูกสมุนพวกนี้
เลือกเมืองเจียงหนานเป็นเป้าหมาย” น่าหลันอู๋เซี๋ยตอบ
ฉินห้าวตงแอบพยักหน้าเงียบๆ ระดับงานต่อต้านยาเสพติดของ
ประเทศจีนมีความเก่งกาจเป็นอย่างมาก สามารถหาข้อมูลที่ถูกต้อง
แม่นยำเช่นนี้ได้ ดูท่าสายสืบวงในน่าจะเข้าไปถึงตัวผู้ค้ายาระดับสูงแล้ว
“ตามข้อมูลที่ได้รับมา ทางเราได้เข้าควบคุมตัวถามผู้ต้องหาและ
นำเขาไปที่หน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรมเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจาก
การสอบปากคำอย่างจริงจัง หรือแม้กระทั้งใช้สุนัขดมกลิ่นตรวจหายา
เสพติด แต่ทางเราก็ยังหาไม่พบว่ายาเสพติดซ่อนอยู่ที่ไหน”
“ต่อมาเราได้ควบคุมตัวถามผู้ต้องหาไปยังห้องสอบสวนทันที แต่
ผลลัพธ์ไม่น่าพอใจเท่าไหร่ ตอนนี้ผ่านไปสิบเก้าชั่วโมงแล้ว และยังไม่มี
อะไรคืบหน้าเหมือนเดิม”
หวางเจี้ยนเฟิงพูดขึ้นว่า “ผู้ต้องหาคือชายหนุ่มอายุประมาณ
สามสิบปี แถมยังอุ้มเด็กอายุประมาณหนึ่งขวบมาด้วย ซึ่งทำให้ทางเรา
มีความลำบากเป็นอย่างมากในการสอบสวนเขา”
“ตอนนี้ปัญหาก็คือถ้าเราไม่สามารกหาหลักฐานที่หนักแน่นพอ
ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้ เราก็ต้องปล่อยเขาไป”
“หากปล่อยตัวผู้ต้องหาไป ในทางกลับกันมันแสดงให้เห็นว่าตำรวจ
เจียงหนานของเราไร้ความสามารถในการจัดการการขนส่งยาเสพติด
รูปแบบใหม่จากประเทศพม่า จากนั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ยาเสพติด
จำนวนมากจะไหลเข้ามาในเมืองเจียงหนาน”
“ในสถานการณ์เช่นนี้เราจึงนึกถึงหมอฉินขึ้นมา เราต้องการใช้วิชา
สะกดจิตของนายเพื่อช่วยเหลือเราในการสอบสวนผู้ต้องหา”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดขึ้น “ทางเราได้รายงานคดีนี้แก่กรมตำรวจของ
ประเทศจีนแล้ว ซึ่งพวกเขาเห็นความสำคัญเป็นอย่างมาก จึงสั่งให้
ฟางฉวนซงซึ่งเป้นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษพาผู้เชี่ยวชาญด้าน
การสอบสวนสองคนมายังเมืองเจียงหนาน”
“อย่างไรก็ตามตำรวจเจียงหนานของเราจะรู้สึกอับอายถ้าต้อง
พึ่งพากรมตำรวจเพื่อไขคดีนี้ เราจึงต้องการไขคดีนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่
ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนจะมาถึง ดังนั้นเราเลยต้องการความช่วยเหลือ
ของนาย”
ฉินห้าวตงพูดโดยไม่ใส่ใจ “ไม่มีปัญหา ใช้เวลาสอบสวนลูกสมุนคน
นี้แค่ไม่กี่นาทีเท่านั้น……”
แต่ในตอนนี้เอง จู่ๆ ประตูก็เปิดออกพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจวัย
กลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอก ข้างหลังของเขามีชายสองคน
อายุประมาณห้าสิบปีเดินตามเข้ามา ถึงแม้ว่าภายนอกพวกเขาจะดู
สุภาพแต่ยากที่จะซ่อนความเย่อหยิ่งของพวกเขาไว้ได้
หวางเจี้ยนเฟิงรีบเดินไปต้อนรับเขาทันทีหลังจากที่ตกตะลึงไปพัก
หนึ่ง “หัวหน้าฟาง คุณมาถึงเร็วมาก!”
น่าหลันอู๋เซี๋ยก็ยืนขึ้นต้อนรับเช่นกัน จากนั้นเธอหันไปกระซิบที่หู
ของฉินห้าวตง ” นี่คือฟางฉวนซง หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ชาย
สองคนนั้นน่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสอบสวนจากเมืองหลวง ฉันไม่
คิดว่าพวกเขาจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ”
หลังจากกล่าวคำทักทายกันไปพักหนึ่ง ฟางฉวนซงจึงนั่งลงแล้วพูด
ขึ้น “ผู้บัญชาการหวาง คดีนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว?”
หวางเจี้ยนเฟิงพูดด้วยความอับอาบ “ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร
เลย ไม่พบที่ซ่อนยาเสพติด อีกอย่างผู้ต้องหายังคงปิดปากเงียบ จนถึง
ตอนนี้ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ”
ฟางฉวนซงขมวดคิ้ว เขามองไปนาฬิกาแล้วพูดขึ้น “คดีนี้ผ่านไป
สิบเก้าชั่วโมงแล้วนะ ทำไมมันถึงยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเลย? คุณ
ทำงานสืบสวนคดีอาชญากรรมอย่างไรกัน?”
หน้าของหวางเจี้ยนเฟิงแดงด้วยความโกรธ แต่เขาไม่ได้พูดอะไร
ไม่ออก ถ้าพูดกันอย่างทั่วไปก็คือเหมือนเจ้าหน้าที่ยศใหญ่สามารถบด
ขยี้คนให้ตายได้ ยิ่งไปกว่านั้นฟางฉวนซงยังมีตำแหน่งที่สูงกว่าเขาหนึ่ง
ขั้น มีตำแหน่งสูงกว่าผู้บัญชาการตำรวจของเมืองเจียงหนาน
และมันเป็นเรื่องจริงที่ว่าเขาล้มเหลวในการไขคดีนี้ ดังนั้นเขาทำได้
แค่ฟังสิ่งที่ฟางฉวนซงพูด
ในเวลานี้ผู้เชี่ยวชาญร่างผอมสูงสวมแว่นตาพูดขึ้น “หัวหน้าฟาง
อย่าไปโทษพวกเขาเลย เจียงหนานเป็นเมืองเล็ก ตำรวจมีประสบการณ์
ในการไขคดีไม่มาก มีมาตรฐานต˹า มันเป็นปกติที่พวกเขาจะไม่สามารถ
ไขคดีใหญ่ๆแบบนี้ได้”
คำพูดนี้ฟังดูเหมือนกับเขาพูดเพื่อปกป้องหวางเจี้ยนเฟิง แต่ใน
ความเป็นจริงแล้วเขากำลังดูถูกความสามารถในการไขคดีต่างๆ ของ
ตำรวจทั้งเมืองเจียงหนาน
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดหน้านิ่ง “คุณคะ โปรดเคารพตำรวจเจียงหนาน
ของพวกเราด้วย”
ผู้เชี่ยวชาญรูปร่างอ้วนเตี้ยอีกคนยิ้มเยาะเย้ยแล้วพูดขึ้น “ถ้าเธอ
ต้องการความเคารพ เธอก็ควรมีความสามารถนั้น ถ้าเธอมี
ความสามารถนั้น เธอก็ไม่จำเป็นต้องเชิญพวกเรามาที่นี่หรอก”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดขึ้นด้วยความโกรธ “ไม่มีพวกคุณ ตำรวจเจียง
หนานก็สามารถไขคดีนี้ได้ แล้วอีกอย่างไม่มีใครเชิญคุณมาที่นี่สัก
หน่อย!”
เห็นได้ชัดว่าผู้เชี่ยวชาญรูปร่างอ้วนเตี้ยเป็นคนหยิ่งผยองและและ
ไม่ว่าจะไปที่ไหนมักจะถูกให้ความเคารพเหมือนกับพระจันทร์ ตอนนี้
ตำรวจหญิงตัวน้อยคนนี้ไม่ไว้หน้าเขาเลย เขาจึงโกรธขึ้นมาทันที “ใน
เมื่อมีความสามารถขนาดนั้น ทำไมตอนนี้ถึงยังไขคดีไม่ได้ล่ะ?”
“นั่นก็เป็นเพราะว่าฉันพึ่งมาถึง ถ้าฉันมาเร็วกว่านี้ คดีนี้คงถูกไขไป
นานแล้ว!”
ฉินห้าวตงทนไม่ได้ที่ชายผู้เย่อหยิ่งสองคนนี้เอาแต่ตัวเองเป็นหลัก
เขาจึงยืนขึ้นแล้วช่วยพูดแทนน่าหลันอู๋เซี๋ย
” แล้วนายเป็นใครอีกล่ะ?”
ผู้เชี่ยวชาญรูปร่างอ้วนเตี้ยมองไปที่ฉินห้าวตงแล้วเอ่ยถาม
เมื่อหวางเจี้ยนเฟิงเห็นว่าพวกเขากำลังจะทะเลาะกัน จึงรีบพูด
แนะนำอย่างรวดเร็ว “นี่คือหมอฉิน มีชื่อว่าฉินห้าวตง เราเชิญเขามา
เพื่อช่วยพวกเราไขคดีนี้”
ทันทีที่เขาพูดจบ ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนก็ระเบิดหัวเราะออกมา
“จะพูดว่าตำรวจเจียงหนานของพวกคุณไม่มีความสามารถก็คงไม่น่า
ฟัง ถึงขนาดต้องขอให้หมอมาช่วยสอบสวน ฉันอยู่มามากกว่าห้าสิบปี
ยังไม่เคยได้ยินเรื่องตลกแบบนี้ที่ไหนมาก่อนเลย”
สีหน้าของหวางเจี้ยนเฟิงเปลี่ยนไป เขาพูดต่ออีกว่า “หมอฉิน
เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาเป็นอย่างดีและเขาก็เคยช่วยพวกเรา……”
ยังไม่ทันที่หวางเจี้ยนเฟิงจะได้พูดจบ ฟางฉวนซงก็หมดความ
อดทน เขาจึงพูดตัดบท “เอาล่ะ เวลาเหลือไม่มากแล้ว รีบจัดการเรื่องนี้
ให้เสร็จเถอะ”
เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันไปถามหวางเจี้ยนเฟิง “ห้องสอบสวนอยู่ไหน?
ให้ผู้เชี่ยวชาญสองคนนี้เริ่มงานได้เลย”
เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ได้สนใจฉินห้าวตงแม้แต่นิดเดียว เขาไม่คิดว่า
ชายหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆ นี้จะมีส่วนช่วยเหลือในการสอบสวนคดี
หวางเจี้ยนเฟิงรู้ความสามารถของฉินห้าวตงดี เขาจึงไม่ล้มเลิก
ความคิดและยังคงพูดต่อ “หัวหน้าฟาง ทำไมไม่ลองปล่อยให้หมอฉิน
ลองทำดูก่อนล่ะ? ถ้าไม่ได้ค่อยให้ผู้เชี่ยวชาญเริ่มทีหลัง”
ผู้เชี่ยวชาญที่สวมแว่นตาพูดอย่างไม่พอใจ “คุณหมายความว่าไง ?
หรือว่าความสามารถในการสอบสวนของหมอหนุ่มคนนี้จะสูงกว่าพวก
เรางั้นเหรอ?”
ผู้เชี่ยวชาญรูปร่างอ้วนเตี้ยพูดด้วยสีหน้าหยิ่งทะนง “ไม่ต้องมัวมา
เสียเวลาหรอก นอกจากเราสองคนแล้ว ในประเทศจีนนี้ไม่มีใครที่
สามารถไขคดีนี้ได้ภายในห้าชั่วโมง”
ฟางฉวนซงรู้สึกไม่พอใจกับสิ่งที่หวางเจี้ยนเฟิงทำ ดังนั้นเขาจึงพูด
ด้วยเสียงที่เยือกเย็น “ผู้บัญชาการหวาง เราไม่มีเวลาแล้ว รีบนำทางไป
เดี๋ยวนี้!”
หวางเจี้ยนเฟิงพยักหน้าอย่างหมดหนทาง ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียง
นำทางพวกเขาไปยังห้องสอบสวน
ในเวลานี้น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดขึ้นอย่างโกรธเกรี้ยวว่า “บ้าเอ้ย พวกเขา
คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่เพราะมาจากเมืองหลวงงั้นเหรอ”
แต่ฉินห้าวตงกลับไม่ได้สนใจ เขามีความสุขที่ตัวเองไม่ต้องลงทำ
อะไร
“ในเมื่อตอนนี้มีผู้เชี่ยวชาญแล้ว งั้นฉันกลับก่อนนะ”
“หมอฉินอย่าพึ่งกลับ ฉันพึ่งไปเจอลูกสมุนคนนั้นมาเมื่อกี้ เห็นได้
ชัดว่าชายคนนี้ถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีจากเจ้าพ่อค้ายาเสพติดราย
ใหญ่ของพม่า จิตใจของเขาค่อนข้างแข็งแกร่งมากและมีประสบการณ์
มากมายในการเผชิญหน้ากับตำรวจ”
“คนประเภทนี้สอบสวนได้ยากมาก ฉันมีลางสังหรณ์บางอย่างว่า
ผู้เชี่ยวชาญไร้ประโยชน์สองคนนั่นจะทำไม่สำเร็จ เมื่อถึงตอนนั้นเรายัง
ต้องการความช่วยเหลือจากนายอยู่”
“ฉันเข้าไปยุ่งมากไม่ได้ ฉันเป็นแค่หมอต˹าต้อยคนหนึ่ง การไขคดี
เป็นงานของพวกตำรวจอย่างพวกเธอ” ฉินห้าวตงพูด
เขาหมุนตัวกำลังจะเดินออกไปหลังจากพูดจบ แต่น่าหลันอู๋เซี๋ย
คว้ามือของเขาไว้
ฉินห้าวตงหัวมาแล้วยิ้มให้เธอ “เจ้าหน้าที่น่าหลัน เธอกำลัง
ลวนลามฉันอยู่เหรอ?”
“แหวะ! พูดจาไร้สาระ” น่าหลันอู๋เซี๋ยสะบัดมือของฉินห้าวตงออก
แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉินห้าวตง ไม่ว่านายจะเป็นหมอหรือนักเรียน
ก็ช่าง แต่คดีนี้สำคัญมากต่อคนจีนทุกคน เราควรรู้ว่าถ้ายาเสพติดเข้า
มาในประเทศของเราเมื่อไหร่ มันต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์อีกเป็นจำนวน
มากอย่างแน่นอน”
“นายเป็นหมอที่คอยช่วยชีวิตและรักษาอาการบาดเจ็บของผู้คน
ไม่ใช่เหรอ? ถ้านายช่วยไขคดีนี้ได้ นายก็จะได้รับความดีความชอบ
มากกว่าช่วยชีวิตคนป่วยเพียงคนเดียวหรือคนป่วยร้อยคนเสียอีก”
ฉินห้าวตงพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “ก็ได้ เธอทำให้ฉัน
เชื่อได้ ฉันสามารถรออยู่ที่นี่ได้อีกพักหนึ่ง แต่มีเงื่อนไขอยู่ข้อหนึ่ง”
“ฉันสัญญากับนายทุกเรื่องเลย ตราบใดที่นายเต็มใจที่จะช่วย”
น่าหลันอู๋เซี๋ยพูดขึ้นอย่างตื่นเต้น
ฉินห้าวตงมองเธอจากหัวจรดเท้า ซึ่งทำให้เธอเริ่มประหม่า
จากนั้นเขาก็หัวเราอย่างทะเล้น “ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เธอ
ต้องไปกินข้าวกับฉันหนึ่งมื้อ ไปดื่มชาและพูดคุยเป็นเพื่อนฉัน หรือ
เรียกอีกอย่างหนึ่งว่าต้องเป็นน้องหนูให้ฉัน!”
“อี๋! นายน่ะสิเป็นผู้ชายขายตัวน่ะ!” น่าหลันอู๋เซี๋ยกลอกตาใส่เขา
ด้วยความเขินอาย “บอกมา นายอยากจะกินอะไร?”
“มันไม่สำคัญหรอกว่าอยากกินอะไร ประเด็นหลักคือไปกินกับใคร
ต่างหาก มีสาวสวยไปกินด้วย ไม่ว่าอาหารอะไรก็อร่อยทุกอย่างแหละ”
ฉินห้าวตงแกล้งน่าหลันอู๋เซี๋ย จากนั้นทั้งสองคนไปกินข้าวเย็น
ด้วยกันแล้วรอเวลา
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว สี่ชั่วโมงครึ่งผ่านไป แต่ในห้องสอบสวน
ยังคงไม่มีข่าวคราวอะไรออกมา
ในตอนแรกฟางฉวนซงยังดูใจเย็นอยู่ เขานึกว่าผู้เชี่ยวชาญทั้งสอง
คนที่เขานำมาจะสามารถไขคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปแต่
ละนาที เขาเริ่มกระวนกระวายใจขึ้นและเริ่มเดินวนไปวนมาในห้องโถง
ของหน่วยสอบสวนคดีอาชญากรรม
ในฐานะที่เขาเป็นหัวหน้าของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ แน่นอนว่า
เขาหวังว่าจะไขคดีแรกของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้ดูเหมือน
มันจะกลายเป็นเรื่องที่ยากมาก
หวางเจี้ยนเฟิงอยู่กับเขาตลอด และเขาก็ดูวิตกกังวลมากเช่นกัน มี
เพียงแค่ฉินห้าวตงเท่านั้นที่ดูจะผ่อนคลายขณะกำลังพูดคุยอยู่กับน่าห
ลันอู๋เซี๋ยที่มุมห้อง บางครั้งเขาก็ทำให้เธอหัวเราะ บางครั้งก็ทำให้เธอ
หน้าแดง
เวลาผ่านไปอีกสิบนาที อีกแค่ยี่สิบนาทีก็จะครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้ว
ประตูห้องสอบสวนเปิดออก ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนเดินออกมาจากด้าน
ใน
“ไอ้หยา ผู้เชี่ยวชาญออกมาแล้ว พวกเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ยัง
เหลือเวลาอีกตั้งยี่สิบนาที แต่พวกเขาก็สามารถไขคดีนี้ได้แล้ว ดูท่าพวก
เราน่าจะออกไปแสดงความยินดีกับพวกเขานะ” ฉินห้าวตงพูดด้วย
น˺าเสียงหัวเราะ
ฟางฉวนซงก็ถามอย่างกระตือรือร้นเช่นกัน “ใช่แล้ว ทั้งสองท่าน
คดีเป็นอย่างไรบ้าง?”
ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนอับอายเป็นอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญที่สวมแว่น
พูดเสียงเบา “หัวหน้าฟาง ผู้ต้องหาเจ้าเล่ห์เกินไป เรายังไม่ได้เบาะแส
อะไรเลย”
“คุณไม่ได้เป็นคนพูดเหรอว่าสถานีตำรวจเจียงหนานของพวกเรา
ไม่มีความสามารถ? คุณเป็นถึงผู้เชี่ยวชาญจากเมืองหลวง ทำไมถึงไข
คดีนี้ไม่ได้ล่ะ?”
ชายคนนี้เพิ่งจะดูถูกตำรวจเจียงหนานไป ดังนั้นน่าหลันอู๋เซี๋ยจึง
อดกลั้นกับความโกรธของเธอมาโดยตลอด
“เอ่อ……” ผู้เชี่ยวชาญที่สวมแว่นตาไม่คิดว่าเขาจะตกอยู่ใน
สถานการณ์ที่งุ่มง่ามเช่นนี้ เขาหน้าแดงและพูดไม่ออก
ผู้เชี่ยวชาญรูปร่างอ้วนเตี้ยจึงพูดขึ้น “ความจริงแล้วจะโทษเราก็
ไม่ได้ พวกคุณเหลือเวลาให้เราน้อยเกินไป ถ้าให้พวกเรามาช่วยตั้งแต่
แรกก็คงล้วงความลับมาได้แล้ว”
ในเวลานี้ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้น “ผู้เชี่ยวชาญคนเก่ง เมื่อกี้คุณเป็นคน
พูดเองว่าทั่วทั้งประเทศจีน มีแค่พวกคุณสองคนเท่านั้นที่สามารถไขคดี
นี้ได้ภายในห้าชั่วโมง ทำไมตอนนี้มาโทษว่าเวลาน้อยเกินไปล่ะ?”
จบตอน