คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 638: หัวสำริดปีฉลู
ตอนที่ 638 หัวสำริดปีฉลู
เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีการเตรียมตัวมาเป็นอย่างดีแต่ละคนต่างพา
นักประเมินผู้เชี่ยวชาญมาด้วย
หลังจากที่คนพวกนี้เห็นภาพวาดที่ฉินห้าวตงนำออกมานั้น พวก
เขาก็รีบทำหน้าโหยหาราวกับคนที่อดอยากมาหลายวันแล้วเจอ
ซาลาเปาวางอยู่ตรงหน้า พวกเขาวิ่งเข้ามาด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
พวกเขามองดูภาพแต่ละใบ
“ พระเจ้า รูปใบนี้มันสุดยอดไปเลย ฉันกล้ารับประกันได้เลยว่ามัน
คือรูปวาดของปิกัสโซ่จริง…… ”
“ กระดาษแผ่นนี้เป็นกระดาษที่ถูกผลิตขึ้นในยุคกลางของยุโรป
หากคิดอยากจะลอกเลียนแบบคงทำได้ยาก…… ”
“ ภาพวาดสีน˺ามัน นี่มันคือภาพวาดสีน˺ามันของปิกัสโซ่ แถม
ด้านล่างยังมีลายเซ็นของเขาอีกด้วย นี่มันคือตัวอักษรของปิกัสโซ่อย่าง
แน่นอน ฉันจำได้……”
คนพวกนี้ทั้งประเมินไปด้วยและกล่าวชื่นชมไปด้วย พวกเขาพากัน
อุทานด้วยความตกใจอย่างต่อเนื่อง
ถึงแม้ว่าเซอร์โอเว่นจะไม่มีหัวสำริดสิบสองนักษัตรไปแลก
ภาพวาดของปิกัสโซ่แล้ว แต่เขาก็ยังยื่นหน้าไปร่วมชื่นชมภาพวาดอยู่ดี
ในเวลานี้ภายในห้องโถงใหญ่มีเพียงแค่ฉินห้าวตงและน่าห
ลันอู๋ชวงที่นั่งนิ่งอยู่ด้านข้าง พวกเขายกไวน์ขึ้นมาจิบเป็นครั้งคราว
หลังจากผ่านไปประมาณ 20 นาทีเต็ม คนพวกนี้ถึงค่อยได้สติจาก
ความตื่นเต้น พวกเขาเอารูปวาดพวกนี้เก็บอย่างเรียบร้อยเหมือนเดิม
ฉินห้าวตงหันไปมองพวกแคนโทน่าพร้อมกับถามด้วยรอยยิ้มบาง
“ไม่ทราบว่าพวกคุณเห็นว่าภาพของผมเป็นอย่างไรบ้าง ? ”
“ สุดยอดไปเลย มันสุดยอดมาก พวกเราไม่ได้เห็นภาพวาดที่
สมบูรณ์แบบเช่นนี้มานานแล้ว ! ”
แคนโทน่าเป็นชายที่มีเครารกครึ้ม ดังนั้นเวลาที่เขาตื่นเต้นเครา
ของเขาก็จะกระตุกตามไปด้วย
ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้นว่า “ เช่นนี้ก็หมายความว่าภาพของผมไม่มี
ปัญหาอะไรใช่ไหม ? ”
แคนโทน่ารีบตอบรับทันที “ ไม่มีปัญหา นี่มันคือผลงานของจริงจา
กปิกัสโซ่ ตอนนี้พวกเราสามารถทำการแลกเปลี่ยนกันได้แล้ว ”
“ เดี๋ยวก่อนครับ ” ฉินห้าวตงพูดต่ออีกว่า “ ทุกท่านเห็นภาพของ
ผมแล้ว ดังนั้นทุกท่านควรให้ผมตรวจดูหัวสำริดสิบสองนักษัตรของ
พวกท่านแต่ละคนก่อน หลังจากที่ผมมั่นใจแล้วถึงจะทำการแลกเปลี่ยน
”
“ ได้สิ ได้เลย ” แคนโทน่าพูดจบแล้วหันไปกวักมือเรียกนัก
ประเมินที่ยืนอยู่ด้านหลัง จากนั้นเขาก็เอากล่องใบใหญ่มาวางไว้ตรง
ข้ามอีกฝ่าย หลังจากที่เปิดกล่องออกแล้วพบว่าด้านในมันคือหัวสำริดปี
จอ
ฉินห้าวตงใช้สัมผัสเทพของตัวเองสำรวจหัวสำริดชิ้นนี้ หลังจาก
รับรู้ได้ถึงคลื่นความผันผวนบนผนึกของหัวสำริดปีจอชิ้นนี้แล้ว เขาก็
มั่นใจทันทีว่านี่คือของจริง
จากนั้นเขาก็ทำทีเป็นเหมือนนักประเมินผู้เชี่ยวชาญพร้อมกับพูด
ขึ้นว่า “ คุณแคนโทน่า ผมชื่นชอบหัวสำริดสิบสองนักษัตรชิ้นนี้ของคุณ
มาก พวกเราสามารถทำการแลกเปลี่ยนกันได้แล้ว ”
“ ยอดไปเลย พระเจ้าช่วย ! ต่อไปนี้คุณคือสหายของผม ยินดี
ต้อนรับคุณไปเยือนยุโรป ! ”
แคนโทน่าตื่นเต้นดีใจจนเครากระตุก จากนั้นเขาก็ยื่นมือไปคว้าชุด
ภาพสีน˺ามัน “ ในห้องจัดแสดงของฉันมีรูปโครงร่างลายเส้นของปิกัสโซ่
อยู่แล้ว ดังนั้นฉันจึงใคร่ครวญหาภาพวาดสีน˺ามันของเขามานานแสน
นาน ในที่สุดภาพวาดชุดนี้ก็ตกเป็นของฉันสักที ”
เซอร์โอเว่นพูดแสดงความยินดีขึ้นว่า “ ยินดีด้วยเพื่อน ! ”
แคนโทน่าพูดตอบรับ “ ฉันต้องขอบคุณคุณมาก ที่ช่วยทำให้ฉันได้
รู้จักกับนักสะสมอย่างคุณฉินคนนี้ ”
หลังจากที่เห็นว่าแคนโทน่าได้รูปสีน˺ามันไปครอบครอง คนอื่นก็
เริ่มพากันอิจฉา ดังนั้นโจเซฟจึงพูดขึ้นบ้าง “ คุณฉินที่เคารพ ผมก็อยาก
แลกเปลี่ยนผลงานของคุณเหมือนกัน นอกจากนี้ผมยังเอาหัวสำริดสิบ
สองนักษัตรติดมาอีกด้วย แต่ผมยังมีจุดหนึ่งที่อยากอธิบายให้คุณฟังสัก
หน่อย หัวสำริดสิบสองนักษัตรชิ้นนี้เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษถ่ายทอดมาให้
ผม มันถูกวางไว้ในห้องเก็บสมบัติของตระกูลโจเซฟมาอย่างยาวนาน
แต่ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดทำไมในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศ
จีนถึงมีของแบบนี้อยู่เหมือนกัน ผมคิดว่าหัวสำริดของผมเป็นของจริง
ดังนั้นเลยอยากให้คุณฉินลองประเมินมันดูก่อน ถ้าหากคุณไม่ถือสา
อะไร พวกเราก็จะทำการแลกเปลี่ยนกัน แต่ถ้าหากคุณไม่ยินยอม ผมคง
ทำได้เพียงแค่รู้สึกเสียใจ ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ ไม่เป็นไรคุณโจเซฟ แค่มองปราดเดียวผมก็รู้
ได้แล้วว่าสามารถแลกเปลี่ยนกันได้หรือเปล่า ”
เขาคิดว่าโจเซฟคนนี้ถือว่าเป็นคนดีเลยทีเดียว เขาเป็นคนที่มีเรื่อง
อะไรแล้วจะพูดออกมาตามตรง ซึ่งคนที่ตรงไปตรงมาเช่นนี้ทำให้เขา
รู้สึกดีมาก
นอกจากนี้สมบัติอย่างพวกหัวสำริดสิบสองนักษัตรที่วางอยู่ใน
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีนก็ใช่ว่าจะเป็นของจริงเสมอไป ยกตัวอย่างเช่นหัว
สำริดปีมะเส็งชิ้นนั้น ที่ของจริงอยู่ในมือของเขา ส่วนของที่อยู่ใน
พิพิธภัณฑ์เป็นของที่ทำขึ้นมาในภายหลัง
โจเซฟให้นักประเมินของเขายกกล่องมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็
หยิบเอาหัวสำริดปีเถาะออกมาจากกล่อง
ฉินห้าวตงใช้สัมผัสเทพตรวจสอบ เห็นได้ชัดว่าหัวสำริดปีเถอะชิ้น
นี้มีคลื่นพลังงานของผลึกลอยวนอยู่เลือนราง ดูเหมือนว่าหัวสำริดชิ้นนี้
จะเป็นของจริง ส่วนชิ้นที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีนเป็นของที่ทำ
เลียนแบบขึ้นมาในภายหลัง
เขาเดินเข้าไปหยิบหัวสำริดปีเถอะขึ้นมาจับเล่นในมือ จากนั้นก็หัน
ไปมองโจเซฟที่มีสีหน้าเป็นกังวล “ ผมรู้สึกชอบหัวสำริดปีเถาะชิ้นนี้
มาก ไม่ว่ามันจะเป็นของจริงหรือของปลอม ผมยินดีจะแลกเปลี่ยนกับ
คุณ ”
“ ยอดไปเลยคุณฉิน นี่ช่างเป็นข่าวดีสำหรับผมเหลือเกิน ”
โจเซฟเดินเข้าไปกอดฉินห้าวตง แถมยังจุ๊บบนหน้าผากของเขาอีก
ด้วย
ที่ผ่านมาเขาใต้แต่เฝ้าปรารถนาถึงรูปวาดของปิกัสโซ่มาโดยตลอด
ระหว่างที่เดินทางมาที่นี่ใจของเขาก็ได้แต่รำส˹าระส่ายด้วยความเป็น
กังวล ในที่สุดตอนนี้ก็สามารถทำการแลกเปลี่ยนได้อย่างเป็นทางการ
เสียที
เขายื่นหัวสำริดปีเถาะให้กลับฉินห้าวตง จากนั้นก็ไปเลือกชุดภาพ
เด็กมา
ในบรรดาพวกเขาทั้งสามคนนั้น สามารถทำการแลกเปลี่ยนได้
สำเร็จถึงสองคน ตอนนี้เหลือเพียงแค่แกมโบสคนเดียวเท่านั้น
แกมโบสจึงพูดขึ้นว่า “ คุณฉินที่เคารพ หัวสำริดสิบสองนักษัตร
ของฉันไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน นอกจากนี้มันยังไม่เคยปรากฏตัวขึ้นใน
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีนมาก่อน คุณวางใจได้ ”
หลังจากพูดจบเขาก็สั่งให้นักประเมินของตัวเองยกกล่องเข้ามา
แล้วหยิบเอาหัวสำริดสิบสองนักษัตรจากในกล่องขึ้นมาให้ฉินห้าวตงดู
แต่หลังจากที่เห็นหัวสำริดชิ้นนี้แล้ว สีหน้าของฉินห้าวตงพลัน
เปลี่ยนไปในทันที เป็นเพราะว่านี่คือหัวสำริดปีฉลู และตอนนี้หัวสำริดปี
ฉลูของจริงได้อยู่ในแหวนมิติของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนศิลา
วิญญาณก้อนนั้นถูกเขาใช้ไปแล้วเช่นกัน ดังนั้นหัวสำริดของแกมโบส
ในตอนนี้คือของปลอมแน่นอน
สองสามีภรรยาสมิธเคยเล่าให้เขาฟังว่าพวกเขาขโมยหัวสำริดปีฉลู
ชิ้นนี้มาจากคลังเก็บสมบัติของมหาเศรษฐีคนหนึ่งที่มีชื่อว่าแกมโบส แต่
คนยุโรปมีคนใช้ชื่อนี้อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งคนจีนไม่สามารถแยกแยะ
ได้ ดังนั้นในตอนแรกเขาจึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่คิดไม่ถึงเลยว่า
จะเป็นแกมโบสคนนี้จริง
“คุณฉิน เป็นอย่างไรบ้าง ? ถ้าหากไม่มีปัญหาอะไร ชุดภาพนิ่ง
พวกนั้นตกเป็นของฉันแล้วใช่ไหม ”
แกมโบสพูดแล้วยื่นมือไปหมายจะคว้าภาพชุดขึ้นมา เมื่อกี้เขาเห็น
ตอนที่ฉินห้าวตงสำรวจหัวสำริดสิบสองนักษัตรทั้งสองหัวก่อนหน้านี่
แล้ว เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กนี่ไม่มีความเป็นผู้เชี่ยวชาญเลยสักนิด แค่ดูพอ
เป็นพิธีเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงคิดว่าฉินห้าวตงเป็นเพียงแค่คนที่ดูวัตถุ
โบราณไม่เป็น
แล้วในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าเด็กนี่ไม่มีทางมองเห็นถึงปัญหาของหัว
สำริดเขาออกแน่
แต่ถ้าไม่ถึงเลยว่ายังไม่ทันรอให้มือของเขาสัมผัสกับชุดภาพวาด
พวกนั้น ฉินห้าวตงก็พูดขึ้นด้วยน˺าเสียงเย็นชาว่า “ ขอโทษด้วยคุณแกม
โบส ผมไม่ชอบหัวสำริดปีฉลูของคุณ ดังนั้นพวกเราจึงไม่สามารถทำ
การแลกเปลี่ยนกันได้ ”
ล้อกันเล่นหรือไง ถ้าพูดถึงเรื่องการประเมินหัวสำริดสิบสอง
นักษัตร ทั่วทั้งโลกใบนี้ไม่มีใครเชี่ยวชาญไปมากกว่าเขาอีกแล้ว เขาจะ
มาถูกหัวสำริดปีฉลูของปลอมแบบนี้ตบตาได้อย่างไรกัน
แกมโบสชักสีหน้าขึ้นมาทันที เขาพูดด้วยความไม่พอใจว่า “ คุณ
ฉิน ทำไมล่ะ ? ทำไมคุณสามารถแลกเปลี่ยนกับหัวสำริดสิบสองนักษัตร
ของคนอื่นได้ ? แต่ทำไมมีแค่ของฉันคนเดียวที่ไม่ได้ ? ”
ฉินห้าวตงขมวดคิ้วขึ้น ตาแก่คนนี้น่ารำคาญชะมัด ตัวเขาพูดจา
อย่างอ้อมค้อมเช่นนี้ก็ถือว่าให้เกียรติมากพอแล้ว หรือคิดอยากจะให้
พูดความจริงทั้งหมดออกมา ?
“ คุณแกมโบส ผมบอกไปแล้วว่าถ้าผมชอบถึงจะแลกเปลี่ยน ถ้า
ไม่ชอบผมก็ไม่แลก ผมไม่ชอบหัวสำริดปีฉลูของคุณ ดังนั้นผมจึงไม่
สามารถทำการแลกเปลี่ยนกับคุณได้ ”
“ ไม่ นี่มันไม่เห็นจะสมเหตุสมผลเลย ” แกมโบสพูดขึ้นด้วยสีหน้า
ถมึงทึง “ ฉันคือนักสะสมผู้มีชื่อเสียงทั้งในยุโรปและทั่วโลก การที่คุณ
มาทำกับฉันแบบนี้มันจะทำให้คนอื่นคิดว่าหัวสำริดปีฉลูของฉันเป็นของ
ปลอม และมันจะส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของฉัน ดังนั้นคุณต้อง
แลกเปลี่ยนกับฉัน ”
เซอร์โอเว่นพูดขึ้นว่า “ คุณแกมโบส คุณไม่เห็นจำเป็นต้องทำแบบ
นี้เลย บางทีต่อไปนี้คุณอาจจะเอาไปแลกได้ของที่ดีกว่านี้ก็ได้ ”
ซึ่งเขารู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของแกมโบส ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่
อยากแลกด้วย ทำไมถึงต้องไปบังคับเขาขนาดนั้น ? เดิมทีแล้วการ
แลกเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ต้องยอมรับกันทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว นี่ไม่ใช่การ
กระทำของสุภาพบุรุษเอาซะเลย
บางทีการที่เขาพูดออกมาแบบนี้ทำให้ตัวเองเผยพิรุธออกมาอยู่
แล้ว แต่ตอนแก่คนนี้กลับไม่มีท่าทีว่าจะยอมเลยสักนิด เขายังคงตะโกน
ต่ออีกว่า “ ไม่ คุณจะมาทำแบบนี้ไม่ได้ ฉันคิดว่าหากคุณทำแบบนี้มัน
เป็นการสร้างความอับอายให้ฉัน ”
ฉินห้าวตงเพิ่งได้ศิลาวิญญาณระดับสูงมา 2 ก้อน เขากำลังอารมณ์
ดีซึ่งไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับตาแก่คนนี้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตาแก่คน
นี้จะดื้อรั้นขนาดนี้
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ไว้หน้าตัวเอง งั้นเขาก็ไม่จำเป็นต้องให้เกียรติอีก
ฝ่ายต่อไป
เขาจึงพูดขึ้นว่า “ คุณแกมโบส ในเมื่อคุณพูดออกมาแบบนี้ งั้นผม
คงรู้สึกเสียใจอย่างมากที่ต้องบอกคุณว่าหัวสำริดปีฉลูชิ้นนี้ของคุณคือ
ของปลอม ”
“ อะไรนะ ? ของที่ฉันเอาออกมาจะเป็นของปลอมได้ยังไง ? สรุป
แล้วคุณเข้าใจเรื่องการประเมินวัตถุโบราณจริงหรือเปล่า ? คุณมาบอก
ว่าหัวสำริดของฉันเป็นของปลอมแบบนี้ งั้นคุณต้องบอกเหตุผลให้ผม
ฟัง ”
เซอร์โอเว่นพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้วคุณฉิน คุณมั่นใจนะว่าไม่ได้ประเมิน
ผิดพลาด ? ”
ในวงการของพวกเขานั้นการที่เอาของปลอมออกมาแลกเปลี่ยน
กับคนอื่นถือเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้ามาก เขากลัวว่าฉินห้าวตงจะ
พูดออกมาอย่างเรื่อยเปื่อยเพราะความโมโห
“หัวสำริดปีฉลูของเขาเป็นของปลอมจริงๆ ” ฉินห้าวตงพูดต่ออีก
ว่า “ เพราะหัวสำริดปีฉลูของจริงอยู่ที่ผม ”
แคนโทน่าได้ยินเช่นนั้นก็พูดขึ้นว่า “ แกมโบส ในเมื่อคุณฉินมีหัว
สำริดปีฉลูอยู่แล้วชิ้นหนึ่ง เช่นนั้นก็ช่างมันเถอะ ”
เขาคิดว่าการแลกเปลี่ยนแบบนี้มันคือการแลกเปลี่ยนของคนใน
ด้วยกันเอง ไม่จำเป็นต้องพูดออกมาว่าของใครเป็นของจริงของใครเป็น
ของปลอม ไม่อย่างนั้นมันอาจจะเป็นการทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าได้
แต่ว่าแกมโบสยังคงยืนกรานเสียงแข็ง “ นี่มันไม่ใช่เหตุผลเลยสัก
นิด แล้วทำไมหัวสำริดปีฉลูในมือของคุณไม่ใช่ของปลอม ? ทำไมถึงต้อง
มาบอกว่าของฉันเป็นของปลอม ? ”
สีหน้าของฉินห้าวตงดูเยือกเย็นขึ้นมาทันที เขาจะรู้สึกรำคาญตา
แก่หัวรั้นคนนี้ซะแล้ว เห็นกันอย่างชัดเจนอยู่แล้วว่าตาแก่คนนี้ต้องการ
ใช้หัวสำริดปีฉลูของปลอมมาแลกเปลี่ยนกับภาพวาดของเขา
สองสามีภรรยาสมิธขโมยหัวสำริดปีฉลูชิ้นนั้นมาจากแกมโบส เขา
ต้องรู้แน่นอนว่าของจริงได้หายไปแล้ว และหัวสำริดปีฉลูชิ้นนี้ต้องเป็น
ชิ้นที่เขาทำขึ้นมาทีหลังอย่างแน่นอน ทั้งที่ในใจรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นของ
ปลอมแต่กลับพูดออกมาด้วยท่าทีที่ดูมีเหตุผลปานนั้น ดังนั้นปัญหาของ
เรื่องนี้จึงอยู่ที่คุณธรรมของแต่ละคนแล้ว
เขาพูดขึ้นอย่างเย็นชาว่า “ คุณแน่ใจนะว่าจะให้ผมพิสูจน์ให้ดู ? ”
“ นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว คุณไม่สามารถมากล่าวหาของสะสมของ
ฉันว่าเป็นของปลอมได้ ตอนนี้คุณควรจะขอโทษฉันด้วยซ˺า จากนั้นพวก
เราก็ทำการแลกเปลี่ยนให้มันเสร็จสิ้นไป ”
สาเหตุที่แกมโบสยังคงหนักแน่นเช่นนี้นั้นเพราะเขามีความมั่นใจ
อยู่เต็มเปี่ยม
หัวสำริดปีฉลูชิ้นนี้เขาได้ไหว้วานให้คนของเขารีบทำเลียนแบบ
ขึ้นมาเพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกับภาพวาดของปิกัสโซ่ ซึ่งลูกน้องของเขามี
ปรมาจารย์ด้านการทำของเลียนแบบขั้นเทพอยู่คนหนึ่ง ซึ่งชายผู้นี้
สามารถทำวัตถุโบราณของปลอมออกมาได้อย่างไม่มีที่ติและไม่มีช่อง
โหว่ใด ยากที่จะมีคนสังเกตได้
อีกทั้งสิ่งที่ฉินห้าวตงแสดงออกมายังดูตามใจตัวเองเกินไป เด็ก
หนุ่มคนนี้ไม่มีมาดของผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณเลยสักนิด ดังนั้นเขา
จึงยืนกรานคำเดิมซ˺าไปซ˺ามา เพราะคิดอยากเอาภาพวาดของปิกัสโซ่
ในมือของฉินห้าวตงมาครอบครอง
“ งั้นผมจะพิสูจน์ให้คุณดูเดี๋ยวนี้แหละ ”
ฉินห้าวตงพูดจบก็หันหน้าไปหยิบดาบนารีของน่าหลันอู๋ชวงออก
มา จากนั้นก็ฟันลงไปบนหัวสำริดปีฉลูชิ้นนั้นเต็มแรง
และเนื่องจากเขาใช้พลังลมปราณเข้ามาช่วย ทำให้ดาบนารีอัน
งดงามเล่มนั้นมีความคมอย่างล˺าเหลือ แค่คมดาบเดียวสามารถตัดหัว
สำริดปีฉลูออกเป็นสองท่อนได้
จบตอน