คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 693: คุณพาฉันไปได้ไหม?
ตอนที่ 693 คุณพาฉันไปได้ไหม?
ฉินห้าวตงไม่ใช่ไก่อ่อนที่ไม่เคยมีความรักมาก่อน ตั้งแต่ที่ได้พบ
กับเว่ยเยี่ยนหรานแล้ว เขาก็รู้สึกได้ว่าสายตาของผู้หญิงคนนี้ที่มองมาที่
เขานั้นไม่ปกติ มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักอย่างลึกซึ้ง
ในตอนแรกนั้นเขายังมีความรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเกิดเรื่อง
อะไรขึ้น ตอนนี้นับว่าเข้าใจชัดเจนแล้วว่า ที่แท้ผู้ที่เว่ยเยี่ยนหรานชอบ
นั้นคือฉินห้าวตงจากเมืองเจียงหนานที่ฮวาหมิงรุ่ยพูดถึง แต่ไม่ใช่ตัวเอง
ที่อยู่เมืองหลวง
เกรงว่าตอนนี้เว่ยเยี่ยนหรานยังไม่รู้ว่าเขาเป็นคู่หมั้นหมายของเธอ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงไม่ได้พูดอะไรมาก จึงยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “ ได้สิ ผม
จะวาดรูปให้น้องเว่ยสักรูปแล้วกัน ”
อุปกรณ์วาดรูปในห้องหนังสือของฮวาหมิงรุ่ยล้วนเป็นของ
สำเร็จรูป ฉินห้าวตงหยิบพู่กันวาดรูปแล้วเริ่มวาดลงบนกระดาษเซ
วียนจื่อ เว่ยเยี่ยนหรานและอีกสองคนมายืนรวมตัวกันอยู่ด้านข้างแล้ว
จ้องมองอย่างใจจดใจจ่อ
ความเร็วในการวาดรูปของฉินห้าวตงนั้นรวดเร็วมาก จะว่าพู่กัน
เป็นดั่งมังกรแหวกว่ายก็ไม่ถือว่าเกินจริงไป ไม่นานเค้าโครงร่างของสาว
งามก็ปรากฏชัดบนแผ่นกระดาษ
ผู้หญิงในรูปวาดนั้นสวมชุดคลุมยาวสีแดงสด รูปร่างผอมเพรียว
ผิวขาวราวกับหยก แม้ว่าจะเป็นเพียงภาพนิ่ง แต่กลับทำให้คนรู้สึกได้
ถึงความสง่างาม
วิธีการวาดรูปของฉินห้าวตงนั้นแปลกมาก เขาวาดท่าทางและเค้า
โครงของผู้หญิงทั้งหมดออกมา แต่กลับไม่ได้วาดคิ้วและตาของเธอ
ออกมา บนใบหน้ายังคงปล่อยว่างเปล่า แต่รูปนี้ให้ความรู้สึกน่า
ประหลาด แม้ว่าจะมองไม่เห็นดวงตา ก็สามารถทำให้คนดูรับรู้ได้ว่า
เป็นสาวงามคนหนึ่ง
เย่ชิงจึงพูดขึ้นว่า “ ผู้หญิงคนนี้เธอให้นายวาดให้ แต่นายกลับวาด
ผู้หญิงขึ้นมาอีกคน รูปนี้คือใครกัน ? ”
แน่นอนว่าเธอเข้าใจดีเรื่องแผนการข้อตกลงของถังเหมิน การตาม
จีบเว่ยเยี่ยนหรานก็เป็นหนึ่งในแผนการเหล่านั้น วันนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี
ที่เขาสร้างขึ้นมา เว่ยเยี่ยนหรานเองก็มีความรู้สึกที่ดีต่อฉินห้าวตง
เช่นกัน
แต่ไม่คิดเลยว่าฉินห้าวตงจะไม่รีบคว้าเอาไว้ คนเขาให้วาดรูปให้
หนึ่งรูป ใครจะไปรู้ว่าเขาจะวาดผู้หญิงอีกคนออกมาได้
ฉินห้าวตงหัวเราะ “ พี่สาว ตอนไหนที่พี่กำจัดนิสัยใจร้อนออกไป
ได้ ก็ขายออกได้แล้วล่ะ ”
เย่ชิงจึงยื่นมือออกไปหยิกเอวเขาอีกครั้งแล้วพูดว่า “ ฉันจะขาย
ออกหรือเปล่าไม่ต้องให้นายมายุ่งหรอก รีบวาดไปเถอะ ”
ฉินห้าวตงตวัดข้อมือ พู่กันวาดรูปในมือก็วาดหน้าตาของหญิงงาม
ออกมาอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่กี่นาที เขาก็ทิ้งพู่กันลงด้านข้าง
พร้อมกับพูดว่า “ เสร็จแล้ว ! ”
ผู้หญิงสามคนมองไปบนกระดาษพร้อมกัน เห็นเพียงแค่ภาพวาด
ของสาวงามเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว ผู้หญิงบนรูปตอนนี้คิ้วชัดเจน
มุมปากโค้งงอขึ้น คือรูปสีหน้าของเยี่ยนหรานที่กำลังยิ้ม
เว่ยเยี่ยนหรานตะลึงจนยกมือราวกับหยกขึ้นมาปิดปากเล็กๆ ที่
สวยงามของตัวเองเอาไว้แล้วพูดว่า “ นะ……นี่……นี่คือฉันเหรอคะ ? ”
ไม่แปลกเลยที่เธอจะรู้สึกว่าคนบนภาพนั้นรู้สึกที่คุ้นเคยมาก ที่แท้
ภาพที่ฉินห้าวตงวาดก็คือเธอนั่นเอง
รอยยิ้มที่สุขใจที่เธอเผยออกมาตอนที่ได้ลิ้มรสชานั้น ตัวเธอเองยัง
ไม่รู้ตัวด้วยซ˺า แต่กลับถูกฉินห้าวตงวาดมันลงกระดาษอย่างครบถ้วน
สมบูรณ์
หลังจากได้เห็นผู้หญิงบนภาพนั้นแล้ว สีหน้าของฮวาหมิงรุ่ยก็
ปรากฏความตกตะลึงขึ้นมา ไม่ใช่เพราะว่ารูปทั้งหมดนี้คือเว่ยเยี่ยนห
ราน แต่ว่าเธอดูออกว่าภาพนี้มีอะไรที่ต่างออกไป
ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไป ก็จะเห็นแค่เว่ยเยี่ยนหรานบนภาพที่กำลัง
ยิ้ม แต่ว่าตอนนี้ไม่เหมือนกัน จากภาพนี้คิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะสัมผัสได้
ถึงความรู้สึกของเว่ยเยี่ยนหราน
พูดให้ถูกต้องก็คือมันสามารถทำให้รู้สึกได้ถึงอารมณ์ความรู้สึก
ของเว่ยเยี่ยนหราน ความสุขใจที่ออกมาจากภายในด้วยตัวเอง ราวกับ
ว่าอารมณ์ของตัวเองก็ถูกทำให้รู้สึกคล้อยตามไปด้วยเช่นเดียวกัน
ตอนนี้เย่ชิงและเว่ยเยี่ยนหรานก็ดูออกแล้วว่าภาพนี้มีอะไรที่ไม่
ปกติ พวกเธอพากันทำสีหน้าตกใจขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ที่ผ่านมาตอนที่เธอเห็นภาพวาดของคนอื่นนั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นจิตร
กรชื่อดังขนาดไหน ก็ไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้มาก่อน
เวลาผ่านไปสักพัก ฮวาหมิงรุ่ยถึงเพิ่งจะได้สติคืนมาจากภาพวาดนี้
จากนั้นจึงพูดด้วยความตื่นเต้นกับฉินห้าวตงว่า “ คุณฉินคะ หรือว่านี่จะ
เป็นภาพการคงอยู่ของอารมณ์ในตำนานใช่ไหมคะ?”
สิ่งที่เธอชื่นชอบที่สุดคือการชงชา แต่สำหรับเรื่องการวาดภาพนั้น
เธอก็รอบรู้มากด้วยเช่นกัน รู้ได้เลยว่านี่คือภาพวาดขั้นสูงที่สุด “ภาพ
การคงอยู่ของอารมณ์”
เย่ชิงที่ไม่เข้าใจเรื่องการวาดภาพจึงถามขึ้นว่า “ อะไรคือภาพการ
คงอยู่ของอารมณ์เหรอ ? ”
เว่ยเยี่ยนหรานพูดขึ้นด้วยความตื่นเต้นว่า “ ที่เรียกว่า “ภาพการ
คงอยู่ของอารมณ์” นั่นก็คือการที่นักวาดสามารถแสดงอารมณ์ลงบน
ภาพวาดได้ ทำให้คนรู้สึกคล้อยตามไปด้วย อย่างเช่นภาพโมนาลิซ่า
ของลีโอนาร์โด ดาร์วินชีนั้น มีคนสามารถมองเห็นน˺าตาของโมนาลิซ่า
จากรูป รับรู้ความเจ็บปวดของเธอได้ นี่ก็คือการปรากฏให้เห็นอย่าง
หนึ่งของขั้นการวาดภาพแบบ “การคงอยู่ของอารมณ์” เพียงแต่ว่าการ
วาดภาพขั้นนี้ยากที่จะวาดได้ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันจิตรกรที่สามารถทำ
ได้ถึงขั้นนี้น้อยลงมาก”
ขณะที่พูดนั้นตาทั้งคู่ของเธอก็จ้องมองฉินห้าวตง ความรักใคร่ชื่น
ชมในดวงตานั้นยิ่งเพิ่มทวีมากขึ้นไปอีก
ฉินห้าวตงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ นับว่าใช่ ! ”
ฮวาหมิงรุ่ยจึงพูดว่า “ พูดตามสภาพที่เห็นแล้ว ภาพของคุณฉิน
ภาพนี้สูงกว่าภาพโมนาลิซ่าหนึ่งขั้น สภาพของการคงอยู่ของอารมณ์ที่
เหมือนกัน ภาพโมนาลิซ่านั้นทำได้แค่ทำให้คนน้อยมากถึงจะสัมผัสได้
ถึงความเจ็บปวดในนั้น แต่ภาพวาดของคุณฉินภาพนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่
เข้าใจหรือไม่เข้าใจในการวาดภาพก็ล้วนรู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่มี
ความสุขในภาพนี้ นี่คือความแตกต่างของระดับฝีมือ ”
เย่ชิงเอื้อมมือไปหยิกที่เอวของฉินห้าวตงอีกทีแล้วพูดว่า “ ใน
สมองของนายใส่อะไรไว้กันแน่ ? ทำไมถึงวาดรูปออกมาได้ง่ายๆ ขนาด
ดาร์วินชียังเทียบไม่ได้ แท้จริงแล้วนายยังมีสิ่งที่ปิดบังฉันไว้อยู่มาก
เท่าไหร่กันแน่ ? ”
ฉินห้าวตงหัวเราะแล้วตอบว่า “ พี่ ผมจำเป็นต้องปิดบังพี่ด้วยเหรอ
? ถ้าพี่ให้ผมแสดงความสามารถทั้งหมดที่มีออกมา เช่นนั้นจะไม่
กลายเป็นพวกขี้อวดหรอกเหรอ ? ”
เย่ชิงเหลือบมองเว่ยเยี่ยนหรานที่ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแล้ว
กระซิบกับเขาว่า “ หรือว่าตอนนี้นายไม่ได้กำลังโอ้อวดอยู่ ? ”
เว่ยเยี่ยนหรานแก้มแดงขึ้นมา เธอมองฉินห้าวตงอย่างเหนียมอาย
แล้วพูดว่า “ คุณฉินคะ ภาพนี้มอบให้ฉันได้ไหม ? ”
เธอเองก็มีความรู้ที่ลึกซึ้งในด้านภาพวาดหมึกอยู่เช่นกัน รู้ถึงคุณ
ค่าที่มีอยู่ในภาพของฉินห้าวตงแผ่นนี้ ถ้าหากนำไปประมูล อาศัยขั้น
การวาดภาพที่คงอยู่ซึ่งอารมณ์ขั้นนี้ก็ต้องขายได้ในราคาที่สูงมากอย่าง
แน่นอน
สองคนนี้เพียงแค่เจอกันครั้งแรก เธอก็รู้ว่าการเอ่ยปากขอของที่มี
ค่าขนาดนี้ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่นัก แต่เธอชอบภาพนี้อย่างแท้จริง
อีกอย่างภาพที่อยู่บนภาพวาดนี้ก็คือตัวเอง เธอจึงไม่อยากให้ภาพนี้ตก
ไปอยู่ในมือของคนอื่น
ฉินห้าวตงตอบว่า “ ภาพนี้คือภาพที่วาดเพื่อคุณหนูเว่ยเยี่ยนหราน
แน่นอนว่าต้องเป็นของคุณหนู แต่ว่าต้องรอสักครู่นะครับ ”
ขณะที่พูดนั้นเขาก็หยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเขียนอักษรแปดตัว
ลงบนมุมภาพว่า “ เพียงเยียนหรานยิ้ม ความงามล่มเมือง ”
อักษรนี้ตวัดงดงาม มีพลังและยังเพิ่มสีสันให้ภาพวาดนี้ไม่น้อย เว่ย
เยี่ยนหรานนิ่งเป็นหินไปชั่วขณะ แต่หัวใจกลับเต้นรัว เหมือนกับว่า
สามารถกระโจนออกจากลำคอได้ตลอดเวลา
นี่เขาหมายความว่าอะไรกัน ? หรือว่ากำลังสารภาพรักกับเราอยู่ ?
หรือกำลังจะบอกว่าเขาชอบเราอย่างนั้นเหรอ ?
หลังจากที่ลังเลอยู่สักพัก พอเธอคิดถึงเรื่องที่ครอบครัวยกตัวเอง
ให้กับคนที่ตัวเองไม่ได้ชอบแล้ว เว่ยเยี่ยนหรานจึงกัดฟันตัดสินใจแล้ว
พูดเบา ๆ ขณะที่รับม้วนภาพวาดจากฉินห้าวตงว่า “ คุณพาฉันไปด้วย
ได้ไหมคะ ? ”
“ อะไรนะ ? ”
ฉินห้าวตงถือม้วนภาพแล้วนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ตอบโต้ชั่วขณะ “
หมายความว่าอะไร ? ผู้หญิงที่ดูอบอุ่นเช่นนี้มีความคิดที่เปิดกว้างถึง
ระดับนี้เชียวเหรอ ? เจอกันเพียงครั้งแรกก็จะหนีตามเราซะแล้วเหรอ ?
”
เมื่อเห็นสีหน้าฉินห้าวตงที่ดูตกตะลึง เว่ยเยี่ยนหรานก็เขินอายจน
แก้มแดงประหนึ่งเลือดจะไหลออกมา เธอก้มหน้าต˹าจนคางแทบจะติด
กับหน้าอกอยู่แล้ว
ฮวาหมิงรุ่ยจึงรีบช่วยเพื่อนสาวชี้แจงว่า “ คืออย่างนี้ค่ะ วันนี้
ครอบครัวของเว่ยเยี่ยนหรานได้ช่วยเธอกำหนดเรื่องงานแต่งงาน อีก
ฝ่ายชื่อว่าฉินห้าวตง เป็นลูกหลานจากตระกูลฉิน แต่น่าเสียดายที่
เยี่ยนหรานไม่ชอบคนผู้นั้น คนที่เธอชอบมาโดยตลอดนั่นก็คือคุณ
ดังนั้นเธอจึงอยากให้คุณพาเธอหนีไป ”
เมื่อได้ฟังคำอธิบายแล้ว ฉินห้าวตงก็ทำตัวไม่ถูก รู้สึกว่าในใจมีอัล
ปาก้านับหมื่นตัววิ่งอยู่ในนั้น คิดไม่ถึงเลยว่าผู้หญิงคนนี้จะให้เขาพาเธอ
หนี และงานแต่งที่จะหนีคืองานแต่งที่จะแต่งกับตัวเขาเอง นี่มันเว่อร์
เกินไปหน่อยหรือเปล่า ?
เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของฉินห้าวตงแล้ว ฮวาหมิงรุ่ยก็คิดว่าฉินห้าว
ตงคงแปลกใจเรื่องที่เว่ยเยี่ยนหรานชอบเขาจึงพูดอีกว่า “ แท้จริงฉิน
ห้าวตงผู้นั้นไม่ได้แย่ อายุยังน้อยก็สามารถสำเร็จถึงบรรพจารย์ขอบเขต
ที่ 9 แล้ว แต่ว่าคนที่เว่ยเยี่ยนหรานชอบไม่ใช่คนประเภทนั้น ผู้ชายที่
เธอชอบคือคนที่มีความสามารถด้านการประพันธ์ ก่อนหน้านี้ฉันได้เล่า
เรื่องของคุณที่งานแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับญี่ปุ่นให้เธอฟัง เธอจึงเทใจ
ให้คุณตั้งแต่วินาทีนั้น ในงานเลี้ยงสหายน˺าชาเมื่อครู่นี้ยังโวยวายจะไป
หาคุณถึงเมืองเจียงหนานให้ได้ ”
เย่ชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างตกใจในตอนแรก จากนั้นก็เข้าใจจุดสำคัญ
นั้นจึงหัวเราะเสียงดังขึ้นมา
สิ่งที่เธอขำก็คือคิดไม่ถึงเลยว่าเว่ยเยี่ยนหรานอยากจะหนีตามคนที่
หมั้นกับตัวเอง แต่ว่าเว่ยเยี่ยนหรานกลับไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย จึงคิดว่าเย่
ชิงกำลังหัวเราะตัวเองอยู่ ตอนนี้จึงยิ่งเขินอายมากขึ้นไปอีกแทบ
อยากจะมุดแผ่นดินหนี
เมื่อดูออกถึงอาการเขินอายของเว่ยเยี่ยนหราน เย่ชิงจึงรีบพูดว่า “
พวกเธอคุยกันเถอะ ฉันยังมีเรื่องที่ต้องไปก่อนแล้ว ”
พูดจบเธอก็เดินออกไปพร้อมกลับหันมาปิดประตูให้อย่าง
เรียบร้อย
ภายในห้องมีคนน้อยลงไปอีกหนึ่งคน อาการเขินอายของเว่ย
เยี่ยนหรานจึงดีขึ้นมาเล็กน้อย เธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาแอบมองฉิน
ห้าวตง อยากจะดูว่าคนในใจมองตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง
เมื่อได้สติกลับมา ฉินห้าวตงเองก็รู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก เขาจึง
ไม่ได้พูดขยายความอะไรออกไป จากนั้นจึงหัวเราะว่า “ เอาล่ะ ผมเอง
ก็รู้สึกรักเว่ยเยี่ยนหรานตั้งแต่แรกพบเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นรอก่อนแล้ว
เดี๋ยวผมจะพาคุณไปด้วยนะ ”
“ ถ้างั้นก็ดีมากเลย ! ” ฮวาหมิงรุ่ยเองก็รู้สึกดีใจกับเพื่อนสาว
เพียงแต่ว่าในใจกลับมีความรู้สึกหดหู่อยู่ในนั้น เยี่ยนหรานได้พบกับคน
ที่ตัวเองรักที่สุด แต่ว่าตัวเธอเองล่ะ ?
เว่ยเยี่ยนหรานก้มหัวลงแล้วพูดอย่างเขินอายว่า “ ถ้าหากจะไปก็
ต้องรีบหน่อยแล้วล่ะ ไม่อย่างนั้นถ้าถูกคนในตระกูลของฉันพบเข้า ถึง
ตอนนั้นคุณอาจจะมีอันตรายได้ ”
ฉินห้าวตงหัวเราะ “ ไม่เป็นไรหรอก ถ้าคนในตระกูลคุณมาเห็นผม
จะต้องปลาบปลื้มยินดีมากแน่นอน ”
เว่ยเยี่ยนหรานพูดขึ้นอย่างรีบร้อนว่า “ มันไม่ใช่แบบนั้นที่คุณคิด
จริงๆ แม้ว่าคุณจะยอดเยี่ยมมากแค่ไหน แต่ว่าปู่ของฉันท่านได้
กำหนดการแต่งงานให้ฉันไปแล้ว…… ”
ขณะที่พูดอยู่ โทรศัพท์ของฉินห้าวตงก็ดังขึ้น คือหลินโม่โม่โทรมา
เขาจึงกล่าวขอโทษกับเว่ยเยี่ยนหรานว่า “ ขอโทษนะ ผมต้องรับสายนี้
ก่อน ”
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับเดินไปข้างนอก หลังจากรับ
โทรศัพท์แล้วจึงพูดว่า “ โม่โม่ ทางนั้นเตรียมการไว้เป็นอย่างไรแล้ว ?
จะมาถึงเมืองหลวงเมื่อไหร่ ? ผมคิดถึงคุณกับถังถังแล้ว ”
“ ฉันก็คิดถึงคุณ ” หลินโม่โม่ตอบ “ เรื่องราวทุกอย่างคืบหน้า
ราบรื่นมาก รอให้ฉันจัดการทางนี้เรียบร้อยแล้ว ก็จะไปที่เมืองหลวงได้
แล้วล่ะ เพียงแต่ว่าตอนนี้เงินทุนเกิดช่องโหว่แล้ว ”
“ อ้อ ! ” ครั้งนี้ฉินห้าวตงได้ฝากฝังเย่ชิงให้ซื้อสโมสรถังเหมินนี้ไป
ถึงสามพันล้านหยวน จากนั้นได้ดำเนินการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง เติม
ของมากมาย รวมๆ แล้วก็ราวสี่พันล้านหยวน เกือบจะสูบเงินทุนในมือ
ของเขาและหลินโม่โม่จนหมด
“ ทั้งหมดขาดอีกเท่าไหร่ ? ”
“ สองพันล้านหยวน ถ้าหากมีเงินทุนนี้ ฉันถึงจะสามารถจัดการ
ธุระบริษัทยาแพทย์แผนจีนถังเหมินและหลินชื่อกรุ้ปได้อย่างเรียบร้อย
จากนั้นจะรีบไปเมืองหลวงทันที ”
“ อย่ารีบร้อน อีกไม่กี่วันผมจะโอนเงินไปให้คุณนะ ”
ฉินห้าวตงวางสายไป แต่เขากลับไม่ได้รีบร้อนกลับบ้านแล้วเริ่มคิด
ว่าจะหาเงินสองพันล้านหยวนมาได้อย่างไร ถ้าหากเอ่ยปากกับฉู่เสวียน
เยว่ อย่าได้พูดถึงสองพันล้านเลย ต่อให้เป็นสี่พันล้านก็สามารถให้มาได้
แต่เขาไม่อยากทำแบบนี้ แม่ลำบากมาตั้งหลายปีขนาดนี้ จะมาแบมือ
ขอเงินทั้งที่เพิ่งรวมกันได้ไม่นานแบบนี้ไม่ได้ แต่เงินสองพันล้านหยวนก็
ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ จะทำอย่างไรจึงจะได้มันมาอย่างรวดเร็วดีนะ ?
ทันใดนั้นเขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ถึงการประชุมที่เพิ่งผ่านมา เขาคิดว่า
จะทำอย่างไรจึงจะสามารถช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเจ็ดตระกูลใน
เมืองหลวงโดยที่ไม่ต้องเอ่ยปาก ในที่สุดตอนนี้เขาก็มีวิธีแล้ว
เขาสามารถใช้ยาของตัวเองเอาออกไปขายประมูล พอถึงตอนนั้น
ก็จะสามารถช่วยเพิ่มพลังยุทธให้กับชาวยุทธของเจ็ดตระกูล แล้วยัง
สามารถควบคุมพวกเขาได้อย่างโหดเหี้ยม นี่ถือเป็นความคิดที่ดีกับทั้ง
สองฝ่ายจริงๆ
จบตอน