คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 706: มาเรียกอาเขยสิ
ตอนที่ 706 มาเรียกอาเขยสิ
ฉินห้าวตงหัวเราะเจ้าเล่ห์ จากนั้นเขาก็ดึงมือฉู่เสวียนเยว่มาแล้ว
พูดขึ้นว่า “ แม่ แม่พูดแล้วนะครับ อีกเดี๋ยวผมพูดอะไรแม่ต้องตอบรับ
ผมนะ ”
“ ตอบรับ ! ตอบรับสิ ! ไม่ว่าลูกจะพูดอะไรแม่จะทำตามที่ลูก
ต้องการทุกอย่าง ” ฉู่เสวียนเยว่พูดขึ้นด้วยความร้อนใจว่า “ ลูกรีบหนี
ไปเถอะ อีกเดี๋ยวยัยปีศาจเยี่ยนเฟยเฟยคนนั้นก็จะมาถึงที่นี่แล้ว ”
ในตอนนั้นหลังจากที่ฉินจ้งเหิงมีงานแต่งงานไป แต่ละวันเยี่ยนเฟย
เฟยเอาแต่ตะโกนว่าจะแก้แค้นให้ได้ ซึ่งฉู่เสวียนเยว่ยอมเข้าใจเรื่อง
ดีกว่าใคร
“ ผมบอกตอนไหนว่าจะไปจากตรงนี้ ? ” ฉินห้าวตงพูดด้วย
รอยยิ้มว่า “ เรื่องเล็กน้อยทั้งนั้น ทำให้ลูกชายแม่ตกใจกลัวจนหนีไป
ไม่ได้หรอก ”
ตระกูลเยี่ยนที่นำโดยเยี่ยนเฟยเฟยกำลังบุกไปถังเหมินอย่างอุก
อาจ เยี่ยนจื่อเฉิงรับหน้าที่เป็นคนคอยนำทางให้อยู่ด้านหน้า
ตระกูลหาน ตระกูลเว่ย ตระกูลจ้าว ตระกูลฉี เดิมทีตระกูลเหล่านี้
มาเพื่อขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย แต่น่าเสียดายที่พวกเขามาช้าไป
เพียงก้าวเดียว พวกเขาทำได้เพียงแค่คอยสังเกตดูอยู่ในระยะไกลที่
ด้านหลังของทีมตระกูลเยี่ยน พอถึงตอนนั้นค่อยจัดการตามโอกาสแล้ว
กัน
ส่วนฉู่เสวียนหมิงจากตระกูลฉู่ เดิมทีเขาอยากมาดูจุดจบของถังเห
มินอยู่แล้ว ส่วนเรื่องฉู่หมิงหลี่และฉู่หมิงฮุ่ยนั้น เขาไม่ได้สนใจเรื่อง
ความเป็นความตายของสองคนนี้เลย เพราะถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ลูกของ
เขาอยู่แล้ว
ส่วนฉินจ้งก็เดินตามอยู่รั้งท้าย เขาไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น แค่อยาก
มาดูว่าฉินห้าวตงจะตายด้วยน˺ามือของเยี่ยนเฟยเฟยอย่างไร
พวกเขาเดินมาถึงหน้าถังเหมินอย่างดุดัน เยี่ยนจื่อเฉิงชี้ไปที่ประตู
รั้วขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยความโอ่อ่าเบื้องหน้าพร้อมกับพูดว่า “ คุณ
อาครับ นี่คือรังของฉินห้าวตง ”
ในเมื่อบ้านของตัวเองมียอดฝีมือขั้นศักดิ์สิทธิ์แล้ว เยี่ยนเฟิ่งอู๋จึงมี
ความมั่นใจเต็มเปี่ยม เขาหันไปสั่งลูกน้องที่อยู่ด้านข้างว่า “ ทำลาย
ประตูรั้วนี้ซะ ”
ทุกคนของตระกูลเยี่ยนตอบรับคำ แต่ในขณะที่พวกเขากำลังจะลง
มือนั้น จู่ๆ เยี่ยนเฟยเฟยก็ตะโกนห้ามไว้ “ เดี๋ยวก่อน ”
ตอนนี้เธอถูกจัดให้เป็นคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าตระกูลเยี่ยน คำพูด
ของเธอมีอภิสิทธิ์มากกว่าคำพูดของหัวหน้าตระกูลเสียอีก หลังจากที่
ได้รับคำสั่งเธอแล้ว ทุกคนก็หยุดความเคลื่อนไหวของตัวเองทันที
เยี่ยนเฟิ่งอู๋หันไปมอง ไม่รู้ว่าลูกสาวของตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่
หรือจะบอกว่ามาถึงถังเหมินแล้วก็ต้องให้ความเกรงใจอีกฝ่ายด้วยเงิน
หรือ ?
แต่ในเวลานี้เขาเห็นเพียงแค่เยี่ยนเฟยเฟยเงยหน้าขึ้นไปมองแผ่น
ป้ายที่แขวนอยู่ตรงประตูรั้วด้วยสีหน้าที่ดูตื่นเต้นผิดปกติ ทุกคนต่างเกิด
ความสงสัยเช่นกัน จริงอยู่ที่แผ่นป้ายนี้เขียนตัวอักษรไว้อย่างงดงาม
ด้านบนมีตัวหนังสือคำว่า ‘ถังเหมิน’ ที่ถูกเขียนไว้อย่างมีพลังและอ่อน
ช้อยในเวลาเดียวกัน
แต่ตอนนี้เยี่ยนเฟยเฟยคือขั้นศักดิ์สิทธิ์ เธอคงไม่ตกใจตัวอักษร
พวกนี้ใช่ไหม ?
แน่นอนว่าเยี่ยนเฟยเฟยตกใจกับตัวอักษรเหล่านี้จริง หลังจากที่
เธอเห็นตัวอักษรสองคำนี้แล้ว เธอก็เกิดความรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก
ตัวอักษรพวกนี้เป็นตัวอักษรเดียวกันกับบนกระดาษที่เธอได้รับจากเขา
หลังจากที่เธอเหม่อลอยไปชั่วขณะ เธอก็รีบหยิบเอากระดาษข้อความที่
ฉินห้าวตงเคยทิ้งไว้ให้ออกมาเทียบกับตัวอักษร 2 ตัวนี้
เป็นของจริงด้วย ! เป็นเขาจริง ๆ ! ตัวอักษรบนป้ายกับตัวอักษรใน
กระดาษนี้เหมือนกันไม่มีผิด เยี่ยนเฟยเฟยมั่นใจแล้วว่าถังเหมินเป็น
ตัวอักษรที่ผู้ชายของเธอเขียนขึ้นมา
และในตอนนี้เอง บอดี้การ์ดของบริษัทรักษาความปลอดภัยป่าป๊า
ก็วิ่งออกมา ถึงแม้ว่าต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง แต่คนพวกนี้มี
สายเลือดนักสู้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พวกเขาต่อสู้ในศึกสงครามที่
เผชิญหน้ากับความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นพวกเขาจะ
ไม่มีวันถอยกลับแน่นอน
เยี่ยนเฟยเฟยเก็บกระดาษแผ่นนั้นกลับไป เธอขยับปลายเท้า
เล็กน้อย ทันใดนั้นเธอก็ไปถึงตรงหน้าบอดี้การ์ดคนหนึ่ง จากนั้นเธอก็
ยกมือขึ้นมาดึงคอเสื้อของเขาแล้วถามด้วยความรีบร้อน “ รีบบอกมา
เดี๋ยวนี้ ว่าใครเป็นคนเขียนตัวอักษรบนป้ายแผ่นนี้ ? ”
บอดี้การ์ดคนนี้เป็นยอดฝีมือบรรพจารย์ขอบเขตที่ 2 แต่พอ
เผชิญหน้ากับเยี่ยนเฟยเฟย เขากลับไม่มีความกล้าที่จะตอบโต้อีกฝ่าย
เลยแม้แต่น้อย ภายใต้แรงกดมหาศาล พลังลมปราณของเขาดูเหมือน
จะถูกกดให้หยุดการเคลื่อนไหว
หลังจากที่ได้ยินคำถามของเยี่ยนเฟยเฟย เขาคิดว่านี่ไม่ใช่
ความลับอะไรจึงตอบกลับไปตามตรง “ เถ้าแก่ของพวกเราเป็นคน
เขียน ”
“ แล้วเถ้าแก่ของพวกนายคือใคร ? ” เยี่ยนเฟยเฟยตื่นเต้นมาก
แม้แต่น˺าเสียงของเธอก็ยังสั่นเทาเล็กน้อย ในที่สุดผู้ชายคนนั้นของเธอ
ก็กำลังจะปรากฏตัวขึ้นแล้ว
บอดี้การ์ดพูดขึ้นว่า “ เถ้าแก่ของเราก็คือเจ้าของถังเหมิน——ฉิน
ห้าวตง ! ”
หลังจากที่ได้ยินชื่อนี้ เยี่ยนเฟยเฟยก็ยืนนิ่งงันราวกับถูกฟ้าผ่า เธอ
ยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่คาดคิดเลยว่าผู้ชายที่เธอ
เฝ้าฝันหามาตลอดทุกคืนจะเป็นลูกชายของฉินจ้งเหิงได้ ทำไมถึงเป็น
แบบนี้ได้ ? หรือว่าสวรรค์กำลังเล่นตลกกับเรา ?
คนอื่นที่อยู่รอบด้านต่างพากันมองด้วยความมึนงง พวกเขาไม่รู้ว่า
เยี่ยนเฟยเฟยกำลังจะทำอะไรกันแน่ พวกเขาไม่ได้มาแก้แค้นหรือไง ?
ไม่ได้มากวาดล้างที่นี่หรอ ? ทำไมพอมาถึงก็เกิดความสนใจต่อตัว
อักษรบนป้ายชื่อที่นี่ได้ซะแล้วล่ะ ?
ตอนนี้เองฉินห้าวตงพาทุกคนจากถังเหมินเดินออกมา ด้านหลัง
ของเขาตามมาด้วยพวกน่าหลันอู๋ชวงและพวกหูเสี่ยวเซียน นอกจากนี้
ยังมีสมาชิกของถังเหมินอีกเกือบร้อยคน
ถึงแม้ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า แต่คนพวกนี้กลับมีสี
หน้านิ่งเฉยดูไม่ตื่นตระหนกอย่างที่ทุกคนคิดไว้แม้แต่น้อย
จนกระทั่งเดินมาถึงประตูรั้ว ฉินห้าวตงชำเลืองมองผู้คนที่มา
รวมตัวกันอยู่รอบบริเวณ ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะมากันครบ 7 ตระกูลใหญ่
แห่งเมืองหลวงเลย แต่ละตระกูลล้วนแล้วแต่มีสมาชิกมาที่นี่ทั้งนั้น
เขาย่อมเข้าใจเจตนาของคนพวกนี้เป็นอย่างดี มันก็เหมือนกับการ
ที่กำแพงล้มผู้คนพร้อมเหยียบย˹าซ˺าเติมนั่นแหละ แต่น่าเสียดายที่ครั้งนี้
คงต้องทำให้คนพวกนั้นผิดหวังซะแล้ว เพราะว่ากำแพงของเขายังไม่
พังถล่มลงมา นอกจากนี้ในอนาคตก็จะไม่มีวันถล่มลงมาอีกด้วย
เมื่อเห็นว่าฉีหว่านเอ๋อร์และเว่ยเยี่ยนหรานตามคนของถังเหมินมา
เช่นกัน ฉีกั๋วฟานและเว่ยจวิ้นเช่อก็ส่งสายตาให้เพราะอยากให้พวกเธอ
รีบกลับมาที่ตระกูลของตัวเอง
แต่ว่าเด็กสาวทั้งสองคนนี้กลับทำเป็นเหมือนไม่เห็นสายตาของ
พวกเขา พวกเธอยังคงยืนหยัดที่จะยืนอยู่เคียงข้างฉินห้าวตง
ฉินห้าวตงเองก็สังเกตเห็นถึงการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของคนพวกนี้
เช่นกัน ว่าเขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด เขาเดินเข้าไปหาเยี่ยนเฟิ่งอู๋แล้ว
ถามขึ้นว่า “ หัวหน้าตระกูลเยี่ยน คุณพาคนมาถังเหมินเยอะขนาดนี้มี
ธุระอะไรหรือเปล่า ? ”
“ เอ่อ…… ”
เยี่ยนเฟิ่งอู๋เกิดความรู้สึกสับสนเช่นกัน ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าเยี่ยนเฟย
เฟยมีความคิดเห็นอย่างไร ดังนั้นเขาจึงหันไปมองเธอเพื่อขอความเห็น
เยี่ยนเฟยเฟยผลักบอดี้การ์ดคนนั้นออกไป วินาทีที่เธอเห็นหน้าฉิน
ห้าวตงนั้น ใบหน้าที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตรผสานรวมเข้ากับใบหน้า
ที่เลือนลางในความทรงจำของเธอ ทันใดนั้นมันก็แปรเปลี่ยนเป็น
ชัดเจนยิ่งขึ้น
“ เขานี่เอง ! เขาคือชายคนนั้นของเรา ! ”
เยี่ยนเฟยเฟยแก้มแดงปลั่ง สีหน้าของเธอดูตื่นเต้นมาก ในที่สุดเธอ
ก็สาวเท้าเดินไปหาฉินห้าวตงอย่างรวดเร็ว
“ ในที่สุดเยี่ยนเฟยเฟยกำลังจะลงมือแล้วใช่ไหม ? พวกคุณเดาว่า
ฉินห้าวตงจะรับมือกับเธอได้กี่กระบวนท่า ? ”
“ ยังจะหลายกระบวนท่าได้อีกหรอ ฉันเดาว่าแค่กระบวนท่าเดียว
ก็รับไม่ไหวแล้ว ฉินห้าวตงเก่งแค่ไหนก็เป็นได้เพียงแค่บรรพจารย์
ขอบเขตที่ 9 เท่านั้น แต่เยี่ยนเฟยเฟยเป็นถึงขั้นศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ ”
“ จบแล้ว แบบนี้ถังเหมินจบสิ้นแล้ว…… ”
คนที่อยู่ไกลออกไปหน่อยพากันพูดนินทา แต่ในตอนที่ทั้งสอง
กำลังเดินเข้าไปใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนมากมายต่างก็พากันตกใจ
และลุ้นระทึกในเวลาเดียวกัน
ฉู่เสวียนหมิง ฉินจ้งและคนอื่นกำหมัดแน่นด้วยความดีใจ ในใจของ
เขากำลังแอบส่งเสียงเชียร์เบาๆ ว่า “ ฆ่าเขาเลย ฆ่าเขาให้ตายไปเลย !
”
ส่วนหัวหน้าตระกูลอื่นได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างแรง ดู
เหมือนว่าฉินห้าวตงเก่งแค่ไหนสุดท้ายก็เป็นได้แค่บทความสั้นๆ ที่ใน
วันนี้ต้องเริ่มเขียนเครื่องหมายจบประโยคได้แล้ว
เยี่ยนเฟยเฟยเดินมาตรงหน้าฉินห้าวตงแล้วหยุดฝีเท้าของตัวเอง
ลง เมื่อเห็นสีหน้าตื่นเต้นดีใจของเธอ ฉินห้าวตงก็สังเกตเห็นแล้วว่าเธอ
คนนี้จำเขาได้
เยี่ยนเฟยเฟยถามด้วยสีหน้าตื่นเต้นว่า “ คุณคือผู้ชายที่ใส่ใจใช่
ไหม ? ”
พอเธอเอ่ยถามประโยคนี้ออกมา ภาพจินตนาการของผู้คนรอบ
ด้านก็แตกดังเพล้งทันที ตอนนี้ทุกคนชะงักงันราวกับถูกฟ้าผ่า
การพบปะกันระหว่างยอดฝีมือสองคนควรจะเป็นการต่อสู้ที่
ดุเดือดไม่ใช่หรอ ? ไม่น่าจะเป็นท่าทีที่เรียบเฉยและนิ่งงันได้ขนาดนี้สิ ?
แล้วไอ้ผู้ชายที่ใส่ใจนั่นมันคืออะไรกัน ? และแล้วภาพที่ทำให้พวกเขา
แปลกใจมากขึ้นกว่าเดิมก็เกิดขึ้น พวกเขาเห็นว่าฉินห้าวตงเพียงแค่
พยักหน้าเล็กน้อยเท่านั้น จากนั้นเยี่ยนเฟยเฟยก็โผเข้าหาอ้อมกอดของ
เขาราวกับนกน้อยบินกลับรัง ทั้งสองยืนกอดกันอย่างแนบแน่นอยู่ตรง
นั้น
ภาพนี้ทำเอาทุกคนถึงกับตกตะลึงจนลูกตาแทบจะถลนออกมา
จากเบ้า
แม้แต่หัวหน้าตระกูลทั้ง 7 ตระกูลก็ยังตกตะลึงไม่แพ้กัน ทุกคนใน
ตระกูลเยี่ยนตะลึงจนตาค้าง ฉู่เสวียนหมิงและฉินจ้งต่างตะลึงเช่นกัน
เพราะเรื่องราวมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่พวกเขาคิดไว้เลยสักนิด นี่มันเกิด
อะไรขึ้นกันแน่ ?
ครั้งนี้ยังต้องการมาทำลายล้างตระกูลอยู่ไหม ? ไหนตอนแรกบอก
จะมาแก้แค้นถังเหมิน ? ทำไมพอมาถึงที่นี่แล้วกลับเข้าไปกอดเขาอย่าง
นั้นล่ะ ? แล้วนี่ยังจะสู้กันอยู่ไหม ?
ไม่ใช่แค่พวกเขาเหล่านี้เท่านั้น แม้แต่สมาชิกทุกคนของถังเหมินก็
ยังตกตะลึงจนตาค้าง โดยเฉพาะฉู่เสวียนเยว่ ต่อให้เธอฝันไปเธอก็ไม่
คาดคิดว่าเยี่ยนเฟยเฟยจะมากอดกับลูกชายตัวเองแบบนี้ นี่มันอะไร
กัน ?
งั้นเธอก็ยกมือขึ้นไปหยิกแก้มตัวเอง พอรับรู้ได้ถึงความเจ็บที่
แผ่ซ่านเข้ามา เธอก็มั่นใจว่าภาพทุกอย่างตรงหน้านี่คือเรื่องจริง
เยี่ยนเฟยเฟยและฉินห้าวตงกอดกัน ส่วนคนอื่นยืนนิ่งเหมือนรูป
ปั้นหิน ไม่มีใครพูดอะไร บรรยากาศรอบด้านดูราวกับถูกแช่ไว้ เวลาราว
กับหยุดไปชั่วขณะ
ไม่มีใครเข้าใจลูกสาวคนนี้ไปมากกว่าพ่อตัวเอง เยี่ยนเฟิ่งอู๋รู้จักลูก
สาวของตัวเองคนนี้เป็นอย่างดี เธอเป็นเด็กที่มีความหยิ่งทะนงในตัวเอง
มาโดยตลอด นอกจากนี้ยังไม่เคยสนใจผู้ชายคนไหนอีกด้วย แต่ตอนนี้
ลูกสาวของเขากลับโผเข้าหาอ้อมกอดของชายหนุ่มคนหนึ่ง เช่นนั้นก็คง
อธิบายได้เพียงปัญหาเดียว และพอนึกถึงตรงนี้เขาก็ดูเหมือนกับคิด
อะไรออก หรือจะบอกว่าฉินห้าวตงคือผู้ชายคนนั้นที่เยี่ยนเฟยเฟยพูด
ถึง ?
เมื่อเวลาผ่านพ้นไป เยี่ยนเฟยเฟยค่อยๆ สงบสติอารมณ์ของ
ตัวเองที่ตื่นเต้นจากเมื่อครู่นี้ ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจทันทีว่าทำไมฉินห้าว
ตงถึงเอายาโอสถมาให้เธอเพียงเท่านั้นโดยไม่ยอมมาพบหน้าเธอ นั่น
เป็นเพราะสถานะตัวตนของทั้งสองค่อนข้างน่าอึดอัดเล็กน้อย
แต่ว่าในเวลานี้เธอไม่อยากสนใจอะไรมากไปกว่านี้ ฉินจ้งเหิงได้
กลายเป็นอดีตสำหรับเธอไปเรียบร้อยแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองก็ไม่ได้มี
สัญญาหมั้นหมายอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด และไม่มีทางเป็นไปได้
เด็ดขาดที่ทั้งสองจะได้อยู่ด้วยกัน เพราะไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะอยู่เคียง
ข้างกับชายตรงหน้านี้เท่านั้น
ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าถามฉินห้าวตง “ คุณยินดีจะยอมรับฉันไหม ?
”
ฉินห้าวตงพูดด้วยความอ่อนโยน “ แน่นอนสิ คุณคือผู้หญิงของผม
ไม่ว่าต่อให้คุณอยากจะหลีกหนีผมไปทั้งชีวิต คุณก็ไม่มีทางหนีพ้นหรอก
”
เยี่ยนเฟยเฟยถามขึ้นด้วยความลังเลอีกครั้ง “ คุณไม่กลัวว่าแม่
ของคุณจะไม่เห็นด้วยหรอ ? ”
“ ไม่เป็นไรหรอก แม่ตอบรับคำขอของผมแล้ว ”
ฉินห้าวตงพูดแล้วก็หันมองไปทางฉู่เสวียนเยว่ นอกจากนี้เขายังทำ
หน้าหยอกล้อแม่ของเขาโดยการแลบลิ้นทำหน้าเหมือนหลอกผีอีก
ต่างหาก
ในเวลานี้ฉู่เสวียนเยว่เข้าใจในทันทีว่าเมื่อครู่นี้เธอเพิ่งตก
หลุมพรางของลูกชายตัวเอง แต่ว่าเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เธอเองก็ไม่รู้
ว่าจะคัดค้านอย่างไร
สุดท้ายเธอถึงเปลี่ยนความคิด ถ้าหากเยี่ยนเฟยเฟยและฉินห้าวตง
อยู่ด้วยกัน นันเท่ากับว่าตัวเธอมีสถานะสูงกว่าเยี่ยนเฟยเฟยเท่าตัว
ผลลัพธ์เช่นนี้ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว
และพอลองคิดแบบนี้ดู เธอก็รู้สึกดีใจขึ้นมามาก เพราะในตอนนั้น
ทั้งสองถูกขนานนามว่าเป็นดอกไม้งามของเมืองหลวง ผลปรากฏว่า
ตอนนี้เยี่ยนเฟยเฟยกลายเป็นลูกสะใภ้ของตัวเอง ไม่ว่าอย่างไรตัวเธอ
เองก็เป็นฝ่ายได้เปรียบอยู่ดี
เมื่อเห็นว่าฉู่เสวียนเยว่ไม่ได้มีท่าทีคัดค้านแต่อย่างใด เยี่ยนเฟย
เฟยก็คล้องแขนฉินห้าวตงแล้วหันไปพูดกับทุกคนในตระกูลเยี่ยนว่า “
นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันคือผู้หญิงของฉินห้าวตง และเป็นคนของถัง
เหมินเช่นกัน ! ”
สิ้นเสียงคำประกาศิตของเธอ ในเวลานี้ทุกคนเหมือนได้สติกลับมา
เมื่อครู่นี้พวกเขาพึ่งหายจากอาการตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ แต่กลับ
ต้องมาตกใจกับข่าวนี้มากกว่า
เดิมทีเยี่ยนเฟิ่งอู๋กำลังยิ้มหน้าบานอยู่ แต่ในเวลานี้จู่ๆ เขาก็ทำหน้า
เย็นชาขึ้นมา ตระกูลเยี่ยนเฝ้าคอยมาโดยตลอดซึ่งมันไม่ง่ายเลยกว่าที่
ในตระกูลจะมีขั้นศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวขึ้นได้ แต่จู่ๆ ก็กลายเป็นคนของ
คนอื่นไปเสียแล้ว แบบนี้มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเกินไปหน่อยนะ
นอกจากนี้ถ้าหากเยี่ยนเฟยเฟยออกไปจากตระกูลเยี่ยน เท่ากับว่า
ตระกูลของเขาก็จะเหลือบรรพจารย์ขอบเขตที่ 9 เพียงคนเดียว เช่นนั้น
จะให้พวกเขาอยู่ในเมืองหลวงได้อย่างไร ?
ตระกูลหาน ตระกูลเว่ย ตระกูลจ้าว ตระกูลฉี หัวหน้าตระกูล
เหล่านี้ต่างพากันตกตะลึงก่อนในตอนแรก จากนั้นพวกเขาก็ถอน
หายใจออกมาด้วยความโล่งอก นั่นเป็นเพราะว่าผลลัพธ์ในวันนี้มัน
แตกต่างจากที่พวกเขาคิดไว้ราวฟ้ากับเหว
เพราะว่าถังเหมินไม่เพียงแต่ไม่ถูกทำลายเท่านั้น ในทางตรงกัน
ข้ามกับมียอดฝีมือขั้นศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน เมื่อเทียบกับแต่ก่อน
แล้วถือว่าแข็งแกร่งขึ้นมาก โชคดีที่ตระกูลเยี่ยนมาถึงที่นี่ก่อนพวกเขา
ถ้าหากพวกเขาชิงมาพูดขอถอนยกเลิกสัญญาหมั้นหมายก่อน เช่นนั้น
พวกเขาก็จะต้องทำให้ถังเหมินเกิดความไม่พอใจ และแทบจินตนาการ
ถึงจุดจบไม่ออกเลย
ฉู่เสวียนหมิงและฉินจ้งได้สติกลับมาแล้วก็ได้แต่กัดฟันด้วยความ
โมโห เดิมทีพวกเขาคิดอยากมาดูว่าฉินห้าวตงจะตายอย่างไร ผล
ปรากฏว่าเจ้าเด็กเวรนี่ไม่เพียงแต่ไม่ตายเท่านั้น ในทางตรงกันข้ามกลับ
ได้สาวงามไปครอบครองเพิ่ม นอกจากนี้ยังเพิ่มพลังอำนาจให้แก่ถังเหมิ
นอีกด้วย สิ่งนี้ทำให้พวกเขารู้สึกอิจฉามาก จนพวกเขารู้สึกจงเกลียดจง
ชังถึงขีดสุด
เยี่ยนจื่อเฉิงตกตะลึงอย่างแท้จริง เดิมทีเขาต้องการพาคุณอาของ
เขามาช่วยแก้แค้นให้ตัวเอง แต่ตอนนี้คุณอาของเขากลับอยู่ข้างอีกฝ่าย
จนถึงกระทั่งตอนนี้ภายในใจของเขาก็ยังคงรู้สึกตกตะลึงจากเหตุการณ์
เมื่อครู่นี้ไม่หาย เขาไม่เข้าใจว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
และในตอนนี้เอง เยี่ยนเฟยเฟยก็กวักมือเรียกเขา “ มานี่เดี๋ยวนี้
เรียกเขาว่าอาเขย ! ”
จบตอน