คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 712: แต่งสะใภ้ได้กำไรขนาดนี้เชียวเหรอ?
ตอนที่ 712 แต่งสะใภ้ได้กำไรขนาดนี้เชียวเหรอ?
หวางหรูปิงจึงถามขึ้นว่า “ แล้วหลินโม่โม่ล่ะ หรือว่านายได้แล้วทิ้ง
อย่างนั้นเหรอ ? ”
“ เปล่านะ ผมเป็นคนแบบนั้นที่ไหนกัน ” ฉินห้าวตงไม่อยากจะคุย
เรื่องนี้มากมายเท่าไหร่ จึงถามเรื่องสุขภาพของปู่หลี่เล็กน้อย จากนั้นก็
เอาบัตร ATM ออกมาจากกระเป๋าส่งให้หวางหรูปิงไป
“ พี่ ในบัตรนี้พอมีเงินอยู่บ้าง พี่กลับไปที่เจียงหนานแล้วซื้อบ้าน
หลังใหญ่หน่อย แล้วไปรับคุณปู่ คุณย่าและอามา แล้วซื้อรถที่ได้
มาตรฐานสักคัน ให้พวกเขาได้มีความสุข ถ้าหากว่าคุณปู่วางมือจาก
การแพทย์แผนจีนไม่ลง ก็ซื้อร้านค้าสักร้านให้เขาแล้วเปิดเป็นคลินิก
แพทย์แผนจีนไปเลย ”
หวางหรูปิงรับบัตร ATM มาแล้วพูดว่า “ นายใช้เงินเรื่อยเปื่อยอีก
แล้วนะ นายรู้ไหมว่าทำเรื่องพวกนี้ในเมืองเจียงหนานต้องใช้เงิน
เท่าไหร่ ? ”
“ แน่นอนว่าต้องรู้สิ เดาว่าประมาณ 70 – 80 ล้านหยวนก็น่าจะ
พอแล้ว ในบัตรนี้มีเงินอยู่ 100 ล้าน น่าจะพอให้พวกพี่ได้ใช้กันแน่นอน
พอผ่านช่วงนี้ไปผมจะอยู่หาเงินที่นี่อีกสักหน่อย ! ”
เมื่อได้ยินว่าในบัตร ATM ใบนี้มีเงินอยู่ถึง 100 ล้านหยวน หวาง
หรูปิงถึงกับตกใจจนข้อมือสั่นทำเอาบัตร ATM ตกลงไปบนพื้น
เธอรีบหยิบมันขึ้นมาแล้วพูดว่า “ นายไปเอาเงินมากขนาดนี้มา
จากไหน ? ”
หลี่ฉางจื้อที่ยืนเงียบอยู่ข้างๆ ถึงกับมีสีหน้าเปลี่ยนไป เงิน 100
ล้านหยวนนี้จะว่าไปแล้วไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ รัฐวิสาหกิจที่จด
ทะเบียนบางแห่งเองก็มีไม่เกินกี่สิบล้านเหมือนกัน แต่ฉินห้าวตงที่หยิบ
มันออกมากลับมีสีหน้าที่ไม่เปลี่ยนไป ราวกับว่าเป็นจำนวนแค่ 1,000
หยวนอย่างนั้นแหละ
ฉินห้าวตงตอบว่า “ พี่วางใจได้ เงินนี้ผมไม่ได้ขโมยหรือแย่งชิงมา
มันมีเหตุผลและถูกกฎหมายแน่นอน ! ”
หวางหรูปิงนำบัตร ATM ส่งกลับคืนมาให้เขาแล้วพูดว่า “ ถึงแม้ว่า
เงินของนายนี้จะได้มาอย่างถูกวิธี คุณตาคุณยายและพ่อแม่พวกเขาก็
ไม่สามารถใช้ได้หรอก เงินครั้งก่อนที่นายทิ้งไว้ให้ แม่ยังเก็บไว้ให้นายใช้
แต่งสะใภ้อยู่เลย ”
ฉินห้าวตงจึงหยิบบัตรแล้วยัดใส่มือเธอไปอีกครั้งพร้อมกับพูดว่า “
ให้พี่เก็บไว้ก็เก็บไว้เถอะน่า ตอนนี้มันสมัยไหนแล้ว การแต่งสะใภ้ล้วน
แต่เป็นเรื่องการได้กำไร ใครเขายังจ่ายเงินกันอยู่อีก ”
หวางหรูปิงลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็ยอมเก็บบัตรเข้ากระเป๋าไป
จากนั้นก็เหลือบหันไปมองใบหน้าของหานเจี่ยยวี่ที่แดงระเรื่อแล้วหัน
มาถลึงตาใส่เขาหนึ่งทีว่า “ อยู่ต่อหน้าผู้หญิงเขา นายยังมาพูดเรื่อง
พวกนี้อีก ไม่อวดเก่งบ้างแล้วมันจะตายไหม ? ”
“นี่ไม่ใช่เรื่องอวดเก่งนะ นี่คือความจริง ”
ฉินห้าวตงพูด “ พี่ครับ นายกเทศมนตรีหลี่ รอหลังจากทานข้าว
เสร็จแล้วไปเยี่ยมบ้านผมสักหน่อยนะครับ ”
หลี่ฉางจื้อพูดว่า “ เสี่ยวฉิน พอแล้วล่ะ มาเมืองหลวงครั้งนี้ก็
เสียเวลาไปมากแล้ว ทางบ้านนั้นยังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ ”
ในฐานะนายกเทศมนตรี แน่นอนว่าเขาต้องมีงานให้ต้องจัดการ
มากมาย
หวางหรูปิงพูดด้วยสีหน้าเศร้าขึ้น “ ตั๋วรถและตั๋วเครื่องบินที่เมือง
หลวงนี่ช่างขาดแคลนจริงๆ ตอนนี้ตั๋วกลับเจียงหนานจองไม่ได้เลย ”
เพื่อทำเวลา บวกกับเที่ยวรถนอกพื้นที่ยังมีจำกัด ดังนั้นครั้งนี้พวก
เขาจึงได้นั่งเครื่องบินมา ไม่ได้ขับรถกันมาเอง
ฉินห้าวตงจึงพูดว่า “ เรื่องนี้ไม่เป็นไร เรื่องเครื่องบินนั้นเดี๋ยวผม
ช่วยจัดการให้ บอกผมว่าจะกลับเมื่อไหร่ก็พอแล้ว ”
หลี่ฉางจื้อพูดว่า “ แน่นอนว่ายิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ”
“ คุณรอสักครู่นะครับ ” ฉินห้าวตงพูดแล้วหยิบโทรศัพท์โทรหาลุง
เวิง เมื่อวานตระกูลจ้าวได้ส่งเครื่องบินส่วนตัวมาให้ ทุกอย่างนี้มีลุงเวิง
รับผิดชอบรับเอาไว้
ไม่นานเขาก็วางสายไป จากนั้นก็พูดกับหลี่ฉางจื้อและหวางหรูปิง
ว่า “ จองเรียบร้อยแล้วครับ อีกสองชั่วโมงจะขึ้นบินได้ ตอนนี้เราทาน
ข้าวแล้วผมจะไปส่งที่สนามบินนะครับ ”
หวางหรูปิงเอื้อมมือมาหยิกที่เอวของเขาแล้วพูดว่า “ ทำไมเวลานี้
ยังจะมาพูดเล่นอยู่ได้ ท่านนายกเทศมนตรีหลี่กำลังพูดจริงจังกับนาย
อยู่นะ ”
ฉินห้าวตงแยกเขี้ยวยิงฟันแล้วพูดด้วยสีหน้าน้อยใจว่า “ พี่ พี่หยิก
ผมทำไม ? ผมก็พูดจริงจังอยู่เหมือนกัน ”
หวางหรูปิงถลึงตาโตแล้วพูดว่า “ เหลวไหล เมื่อครู่นี้ฉันตรวจสอบ
ดูแล้ว อีกสองชั่วโมงไม่มีสายการบินที่บินไปเจียงหนาน ”
ฉินห้าวตงจึงตอบว่า “ นี่ไม่ใช่เที่ยวบิน เป็นเครื่องบินส่วนตัวของ
ผมต่างหาก ผมได้คุยกับเจ้าผู้ดูแลควบคุมการจราจรทางอากาศมา
เรียบร้อยแล้วว่าอีกสองชั่วโมงบินได้ ”
หลังจากคำพูดนี้จบลง หวางหรูปิงเบิกตากว้างอ้าปากค้างจนแทบ
จะยัดไข่ไก่ลงไปได้ทั้งฟอง นานแสนนานถึงจะได้สติกลับมาแล้วพูดว่า
“ ห้าวตง นี่นายไม่ได้ล้อเล่นอยู่ใช่ไหม ? ”
“ พี่ ท่านนายกเทศมนตรีก็อยู่ที่นี่ ผมจะพูดเล่นกับพี่ได้อย่างไร ”
“ แต่ว่า นายไปเอาเครื่องบินส่วนตัวมาจากไหน ? ”
ฉินห้าวตงหัวเราะอย่างสนุกสนานว่า “ เป็นกำไรจากการแต่งสะใภ้
น่ะ ”
“ นายไม่จริงจังอีกแล้วนะ ”
เมื่อเห็นว่าหวางหรูปิงทำท่าจะปลดปล่อยอารมณ์ออกมา ฉินห้าว
ตงจึงรีบพูดขึ้นว่า “ ผมพูดจริง เป็นสินสอดจากทางบ้านของแฟนส่งมา
ให้น่ะ ”
หวางหรูปิงจึงหันหน้าไปหาหานเจี่ยยวี่ ในแววตาแฝงด้วยคำถาม
ฉินห้าวตงจึงพูดตัดบทว่า “ พี่ไม่ต้องมองเจี่ยยวี่เลย เครื่องบินนี้ไม่ใช่
บ้านเธอที่ส่งมาให้หรอก ”
หานเจี่ยยวี่พยักหน้าแล้วพูดอย่างเขินอายว่า “ ที่จริงเครื่องบินนั้น
ไม่ใช่สินสอดของบ้านฉันหรอกค่ะ สินสอดของบ้านเราเป็นภัตตาคาร
หนึ่งหลังค่ะ ”
“ ฉัน…… ”
หวางหรูปิงอึ้งจนอ้าปากค้างไปอีกครั้งหนึ่ง ในใจเหมือนมีม้าหญ้า
โคลนเป็นหมื่นตัววิ่งอยู่ในนั้น นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?
มิน่าล่ะ เมื่อครู่ที่ฉินห้าวตงบอกว่าการหาภรรยาเป็นเรื่องของกำไร
ดูแล้วคงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ดูเหมือนว่าจะเป็นกำไรที่มากจริงๆ
ภัตตาคารแห่งหนึ่งของเมืองหลวงแถมยังมีเครื่องบินส่วนตัวเพิ่มมาอีก
นี่มันต้องใช้เงินเท่าไหร่นะ ?
พอหาแฟนได้ บ้านผู้หญิงให้เครื่องบิน ให้ภัตตาคาร อีกอย่างยังมี
แฟนมากกว่าหนึ่งคน แม้ว่าปกติแล้วหลี่ฉางจื้อจะไม่ชอบพูดคุยเฮฮา
แต่ก็ยังอดไม่ได้จนต้องยกนิ้วโป้งใหญ่ๆ ของเขาขึ้นมาแล้วพูดว่า “ น้อง
ฉิน ผู้ชายทำได้เหมือนนายถึงระดับนี้ พี่ชายขอคารวะ ! ”
ตอนนี้หานเจี่ยยวี่ได้หยิบบัตรสีทองออกมา 2 ใบ แล้วส่งให้หลี่
ฉางจื้อและหวางหรูปิงคนละใบแล้วพูดว่า “ พี่หลี่ พี่หวางคะ เราเจอกัน
เป็นครั้งแรก ฉันเองก็ไม่มีอะไรดีๆ จะมอบให้ สิ่งนี้เป็นบัตรซูพรีมของ
ร้านเรา เมื่อมีบัตร 2 ใบนี้แล้ว เมื่อไหร่ที่มาที่เมืองหลวงก็สามารถมา
รับประทานอาหารที่นี่ได้ บัตรนี้เป็นบัตรแบบวงเงินไม่จำกัด ขอให้พี่ทั้ง
สองโปรดรับไว้ด้วยค่ะ ”
หวางหรูปิงรีบผลักบัตรนั้นกลับไปแล้วพูดว่า “ น้องเจี่ยยวี่ทำแบบ
นี้ไม่ได้นะ พวกเราเจอกันครั้งแรก ของขวัญชิ้นนี้มันล˺าค่ามากเกินไป
แล้ว ”
เธอเพิ่งจะได้รู้ค่าใช้จ่ายของที่นี่ที่แสนแพง แม้แต่บาร์ด้านนอกนั้น
ล้วนแต่มีราคาหลายหมื่นแล้ว บัตรซูพรีมที่มีค่าใช้จ่ายไม่จำกัดวงเงินใบ
นี้ มูลค่านั้นแท้จริงไม่มีทางประมาณได้แน่นอน
เมื่อเห็นว่าของขวัญที่ตัวเองมอบให้ไปนั้นถูกคืนกลับมา หาน
เจี่ยยวี่จึงพูดอย่างรีบร้อนว่า “ พี่หวาง บัตรนี้ไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะ คลับ
นี้เป็นธุรกิจส่วนตัวของฉัน แท้จริงแล้วก็เป็นสินสอดของฉัน ถ้าพี่รู้สึกไม่
สบายใจ ถ้าอย่างนั้นให้ถือซะว่าห้าวตงเป็นคนให้แล้วกัน ”
“ ก็แค่บัตรกินข้าว 2 ใบเท่านั้นแหละ ให้พี่แล้วก็รับเอาไว้เถอะ ”
ฉินห้าวตงพูดจบ ก็เอาบัตรสองใบนั้นยัดใส่มือหวางหรูปิง เมื่อได้
ยินว่าเป็นสินสอด เธอก็ทำหน้าอีกแล้วเหรอ ? หวางหรูปิงอ้าปากค้าง
จนหุบไม่ลง
“ จริงสิ ที่ผมนี้ยังมีบัตรอีก 2 ใบ พี่รับไปสิ ถือซะว่าเป็นอั่งเปาที่ผม
มอบให้ในโอกาสงานแต่งของพี่ ”
ฉินห้าวตงพูดพร้อมกับหยิบบัตรวีไอพีสีดำออกมาอีกสองใบ แล้ว
ส่งไปต่อหน้าหวางหรูปิงว่า “ นี่เป็นบัตรระดับซูพรีมของภัตตาคารเทา
เทีย ส่วนใบนี้เป็นบัตรซูพรีมของศูนย์การค้าเทียนตี้ วงเงินไม่จำกัด
ต่อไปนี้ตอนพี่แต่งงานจะใช้อะไรให้มาซื้อที่นี่ ทุกอย่างฟรีทั้งหมด ”
ถึงแม้ว่าหวางหรูปิงมาที่เมืองหลวงเป็นครั้งแรก แต่ชื่อเสียงของ
ภัตตาคารเทาเทียและศูนย์การค้าเทียนตี้นั้นเธอก็เคยได้ยินมาบ้าง ที่
นั่นถือเป็นที่จับจ่ายใช้เงินของคนชั้นสูง ตัวเองนั้นเดิมทีไม่เคยคิดที่จะ
ไปซื้อของที่นั่นเลย แต่ตอนนี้น้องชายของตัวเองกลับมอบบัตรซูพรีม
วงเงินไม่จำกัดมาให้ถึงสองใบ นี่มันมูลค่าเท่าไหร่กันนะ ?
เธอจึงถามขึ้นอย่างสองจิตสองใจอีกว่า “ น้องชาย ภัตตาคาร
เทาเทียและศูนย์การค้าเทียนตี้ล้วนก็เป็นทรัพย์สินของนายด้วยเหรอ ?
”
ฉินห้าวตงพยักหน้าแล้วตอบว่า “ แน่นอน พี่วางใจเถอะ อย่าได้
รู้สึกกังวลใจเลย ”
“ นี่คงไม่ใช่เป็นสินสอดอีกใช่ไหม ? ”
“ เป็นสินสอดแน่นอน ไม่อย่างนั้นผมจะไปทำธุรกิจทรัพย์สินใหญ่
ขนาดนั้นได้ที่ไหนกัน ” ฉินห้าวตงพูดอย่างหนักแน่น
ในตอนนี้หวางหรูปิงรู้สึกได้ว่าในใจของเธอได้พังสลายลงอย่าง
สมบูรณ์แบบ สินสอด การแต่งงานมันกลายเป็นธุรกิจที่หากำไรแบบนี้
ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ?
“ น้องชาย นายคงไม่ได้ทำอาชีพแมงดาที่เมืองหลวงหรอกใช่ไหม
? ”
ฉินห้าวตงพูดว่า “ พี่ นี่หมายความว่าอะไร? ของเหล่านี้ล้วนเป็น
ทางฝ่ายบ้านผู้หญิงแย่งชิงกันส่งมาให้ ถ้าไม่เชื่อพี่ก็ถามเจี่ยยวี่สิ ”
หานเจี่ยยวี่พยักหน้าแล้วพูดอย่างเก้อเขินว่า “ เป็นเช่นนั้นจริงค่ะ
”
เรื่องนี้หมดปัญญาที่จะพูดอะไรต่ออีกแล้ว หวางหรูปิงรู้สึกพูดคน
ละภาษากับน้องชายคนนี้ไปแล้ว หลังจากที่กินข้าวเรียบร้อยก็รีบไปขึ้น
เครื่องบินด้วยกันกับหลี่ฉางจื้อ
ฉินห้าวตงขับรถชั้นธุรกิจคันหนึ่งมาส่งที่สนามบิน ส่งสองคนขึ้น
เครื่องบินส่วนตัว จนถึงตอนนี้ หวางหรูปิงถึงเชื่อว่าที่ฉินห้าวตงพูดเป็น
เรื่องจริง
หลังจากส่งพวกเขากลับไปแล้ว ฉินห้าวตงดูเวลาแล้วพูดกับหาน
เจี่ยยวี่ว่า “ เราอย่าเพิ่งรีบกลับไปเลย รอเดี๋ยวจะได้รับคนจากสนามบิน
ไปพร้อมกัน ”
เมื่อเช้าเขาโทรหาหลินโม่โม่ เธอบอกว่าเรื่องราวต่างๆ ที่เซี่ยงไฮ้
นั้นได้จัดการเรียบร้อยแล้ว เธอและแม่หนูน้อยนั่งเครื่องเที่ยวบินเช้ามา
ที่เมืองหลวง ตอนนี้เวลากำลังดีที่จะมารับที่สนามบิน
เขาพาหานเจี่ยยวี่มาที่ทางออกล้อบบี้ของสนามบิน พลางรอหลิน
โม่โม่และแม่หนูน้อยไป พลางคุยกับหานเจี่ยยวี่ไปด้วย เขาพูดแนะนำ
เรื่องราวของตัวเอง
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่ ทันใดนั้นเด็กชายอายุเจ็ดแปดขวบ
ก็ไถสกู้ตเตอร์ของเขาพุ่งเข้ามา ถึงแม้ว่าในสนามบินจะมีผู้คนมากมาย
แต่เด็กคนนี้ไม่ได้สนใจเลย ไถสกู้ตเตอร์ของตัวเองอย่างอุตลุด
เมื่อเห็นว่าเด็กคนนั้นจะชนเข้ากับหานเจี่ยยวี่ ฉินห้าวตงจึงรีบคว้า
แขนของเธอเอาไว้ย้ายเธอมาที่ด้านหลัง จึงสามารถหลบรถสกู้ตเตอร์ที่
เข้ามาด้วยความเร็วได้ พวกเขาหลบไปแล้ว แต่ชายวัยกลางคนที่กำลัง
ลากกระเป๋าอยู่ไม่ไกลไม่ได้โชคดีอย่างนั้น เขาถูกรถสกู้ตเตอร์ชนเข้า
พอดี
“ นี่ลูกใครกัน ? ทำไมถึงมาเล่นสกูตเตอร์ในสนามบิน ? ไม่มีคน
ดูแลเลยเหรอ ? ”
เมื่อถูกชนโดยไม่มีสาเหตุ ชายวัยกลางคนคนนั้นก็ตะโกนไปรอบๆ
“ ตะโกนอะไร แค่ถูกเด็กชนมันไม่ตายหรอก มันไม่ใช่เรื่องใหญ่สัก
หน่อย ”
ตอนนี้มีชายหนุ่มอายุประมาณ 30 เดินเข้ามา เขาเชยคางขึ้น สี
หน้าของเขาหยิ่งยโส สวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ประเมินราคาไม่ได้
ข้อมือสวมนาฬิกาทองคำ ด้านหลังยังมีบอดี้การ์ดร่างสูงใหญ่ติดตามมา
อีกสี่คน
เมื่อเห็นพลังที่ออกมาจากผู้ชายคนนี้ ชายวัยกลางคนรู้ตัวว่าตัวเอง
คงยุ่งไม่ได้ จึงมองด้วยสายตาโกรธแค้น จากนั้นก็ลากกระเป๋าเดินจาก
ไป
ชายหนุ่มคนนั้นทำสีหน้าภูมิใจแล้วหันไปพูดกับเด็กคนนั้นว่า “ ลูก
ชาย เล่นต่อเถอะ อะไรสนุกก็เล่นอย่างนั้นแหละ ทุกเรื่องเดี๋ยวพ่อ
จัดการเอง ”
หานเจี่ยยวี่มองเงียบๆสักครู่ แล้วพูดกับฉินห้าวตงอย่างไม่พอใจว่า
“ ผู้ชายคนนี้ทำไมเป็นอย่างนี้ได้ ? แถมยังสั่งสอนลูกแบบนี้อีก ? ”
ฉินห้าวตงพูดว่า “ บางคนพอมีเงินหน่อยก็คิดว่าตัวเองเป็นที่หนึ่ง
ในใต้หล้า แม้แต่แซ่ก็ลืมไปหมด ช่างเถอะ คนแบบนี้เราไม่ต้องสนใจ
พวกเขาหรอก ”
ตอนนี้ในใจของเขารอที่จะได้เจอหน้ากันกับแม่หนูน้อย จึงขี้เกียจ
จะสนใจลูกผู้ลากมากดีแบบนี้
เวลาไม่นาน เครื่องบินลำหนึ่งก็ร่อนลงที่สนามบิน จากนั้นผู้คน
จำนวนมากก็หลั่งไหลออกมาจากประตูทางออก ไม่นานฉินห้าวตงก็เห็น
เงาของหลินโม่โม่และแม่หนูน้อย ถังถังเองก็ยืนมองหาเขาอยู่ท่ามกลาง
ผู้คน
พอเธอมองเห็นฉินห้าวตงแล้วจึงร้องตะโกนเรียกขึ้นว่า “ ป่าป๊า
! ป่าป๊า ! ”
หลังจากมองเห็นเขาแล้ว แม่หนูน้อยก็ดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของ
หลินโม่โม่ทันที แล้ววิ่งเข้ามาหาเขาด้วยความดีใจ
หลังจากเห็นแม่หนูน้อยสุดจ˺าม˹าแล้ว หานเจี่ยยวี่ก็อุทานขึ้นว่า “
ห้าวตง นี่คือลูกสาวของคุณใช่ไหม โตมาแล้วสวยเชียวนะ เหมือนกับ
นางฟ้าน้อยในเทพนิยายเลย ”
ขณะที่ทั้งสองคุยกันอยู่ ทันใดนั้นรถสกู้ตเตอร์คันนั้นก็พุ่งเข้ามาอีก
ครั้ง เนื่องจากเข้ามาอย่างกะทันหันมากเกินไป แม่หนูน้อยจึงหลบไม่
ทัน ทั้งสองคนจึงพุ่งชนเข้าด้วยกันทันที
ถึงแม้ว่าถังถังจะเด็กกว่าเด็กชายคนนั้นมาก แต่ว่าเธอมีร่างหงส์
เพลิงศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายจึงแข็งแรงกว่าเด็กทั่วไปมาก เธอจึงไม่ได้เป็น
อะไร แต่เด็กผู้ชายคนนั้นพร้อมด้วยสกู้ตเตอร์นั้นได้ลอยออกไปด้วยกัน
จบตอน