คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 716: พระพุทธรูปหยก
ตอนที่ 716 พระพุทธรูปหยก
ภายในห้องโถงขนาดใหญ่มหึมาของตระกูลฉู่ จินซิ่วอิงยืนอยู่ตรง
นั้นด้วยสีหน้าบึ้งตึง สีหน้าของเธอดูไม่ดีใจแม้แต่น้อย
ฉู่เสวียนเยว่เดินเข้าไปในห้องโถง หลังจากที่เห็นจินซิ่วอิงสีแล้ว สี
หน้าของเธอก็เปลี่ยนไปอยู่หลายครั้ง ถึงแม้ว่านี่จะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด
เธอ แต่หลายปีที่ผ่านมานี้กลับทำให้เธอเจ็บช˺าน˺าใจมากกว่าทำให้เธอมี
ความสุขซะอีก หลังจากลังเลไปสักพัก ในที่สุดเธอก็เดินเข้าไปทักทาย “
แม่คะ หนูกลับมาแล้ว ”
แต่ปฏิกิริยาของแม่เธอกลับแตกต่างไปจากความรู้สึกของแม่ลูก
ทั่วไป หลังจากที่เห็นลูกสาวที่พลัดพรากจากกันไปยาวนานถึงยี่สิบกว่า
ปี ยายแก่คนนี้ไม่มีท่าทีดีใจเลยสักนิดเดียว ในทางตรงกันข้าม สีหน้า
ของเธอกลับดูจงเกลียดจงชังมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อเผชิญหน้ากับคำกล่าวทักทายของฉู่เสวียนเยว่ เธอแค่ทำ
น˺าเสียงไม่พอใจ จากนั้นก็เบือนหน้าหนีเล่นกับลูกประคำในมือของ
ตัวเองโดยไม่สนใจอะไร
ก่อนหน้านี้ฉินห้าวตงได้ยินแม่ของตัวเองพูดถึงความไร้เยื่อใยของ
คุณยายคนนี้อยู่หลายครั้ง วันนี้นับได้ว่าเขามาเห็นกับตาตัวเอง ในแวว
ตาของเขาจึงปรากฏความเย็นชาขึ้นไม่รู้ตัว
เดิมทีฉู่เสวียนเยว่คิดอยากให้ฉินห้าวตงพาลูกสะใภ้ของตัวเองไป
ทักทายคุณยายหน่อย แต่หลังจากที่เธอทักทายแล้วเห็นสีหน้าของแม่
ตัวเอง เธอก็ล้มเลิกความคิดนี้ทันที
ในเมื่อเย็นชามาขนาดนี้ เช่นนั้นตัวเราเองไม่จำเป็นต้องทำเป็น
มิตรด้วย
และเมื่อเห็นว่าบรรยากาศมันดูน่าอึดอัดใจขึ้นมา ฉู่เสวียนหลีจึงรีบ
พูดขึ้นว่า “ ในเมื่อน้องสาวกลับมาแล้ว ทุกคนรีบนั่งลงเถอะ นั่งลงสิ ”
โชคดีที่เนื่องจากฉู่ซานเหอมีท่าทีหนักแน่นมาตั้งแต่แรก คนอื่นใน
ตระกูลฉู่จึงดูเป็นมิตรต่อฉู่เสวียนเยว่ อย่างน้อยสีหน้าของพวกเขาก็เป็น
เช่นนี้ หลังจากที่ทุกคนนั่งลงแล้วก็เริ่มพากันกล่าวทักทาย พูดคุยกัน
ตามประสาญาติมิตร
ฉู่เสวียนเยว่พาพวกลูกสะใภ้ของตัวเองไปพูดคุยกับบรรดาสะใภ้
ของตระกูลฉู่ พวกเธอทักทายกันอย่างเป็นมิตร ดูสนิทสนม ทำให้
บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา แต่ทางฝั่งของฉินห้าวตงกลับดูเงียบเหงา
มา มีเพียงแค่ฉู่หมิงหลี่คนเดียวเท่านั้นที่นั่งอยู่เป็นเพื่อนเขาตรงนี้
ส่วนลูกหลานของตระกูลฉู่นำโดยฉู่หมิงชงต่างมีความรู้สึกต่อต้าน
การกลับมาของฉินห้าวตง เมื่อเห็นภาพบรรยากาศนี้เข้า พวกเขาก็แอบ
หัวเราะเยาะอยู่ในใจ ในเมื่อฉันทำอะไรแกไม่ได้ งั้นฉันก็จะไม่สนใจแก
ดูแกงุ่มง่ามอยู่คนเดียว แกจะได้อับอายขายหน้า
ฉินห้าวตงเองก็ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เช่นกัน เขาจิบชาอย่างสบาย
อารมณ์แล้วกินขนมไปเล็กน้อย ในความคิดของเขาการที่คนพวกนี้ไม่
มาหาถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด จะได้ตัดปัญหาออกไป
เมื่อเวลาผ่านพ้นไป จำนวนแขกคนสำคัญที่มากล่าวอวยพรให้กับ
ผู้อาวุโสตระกูลฉู่ได้มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ฉู่หมิงหลี่เองก็ลุกขึ้นยืนตาม
ฉู่เสวียนหลีไปต้อนรับแขกด้วยกัน ทำให้ในเวลานี้ที่ด้านหน้าโต๊ะอาหาร
เหลือเพียงแค่ฉินห้าวตงคนเดียวเท่านั้น
สีหน้าของฉู่หมิงชงเผยให้เห็นรอยยิ้มเยาะ “ แกเจ๋งนักไม่ใช่หรือไง
? ฝีไม้ลายมือยอดเยี่ยมมากไม่ใช่หรือ ? ฉันไม่ต้องออกแรงอะไรสักนิด
ก็บดขยี้แกให้ตายได้ ”
ตอนนี้เองที่หน้าประตูก็มีเสียงคนรับใช้ตะโกนขึ้น “ หัวหน้าตระกูล
หาน หานอู๋จี๋มาแล้ว ”
หลังจากที่ได้ยินเสียงตะโกนอันดังก้องนี้ ทุกคนที่อยู่ภายในห้องโถง
ก็พากันชะงักไปเล็กน้อย เพราะโดยทั่วไปแล้วเวลาที่มีงานเฉลิมฉลอง
วันเกิดของหัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้ง 7 ตระกูลของเมืองหลวงนั้น โดยปกติ
ตระกูลอื่นมักจะส่งลูกหลานรุ่นที่ 2 มาอวยพรวันเกิด น้อยมากที่หัวหน้า
ตระกูลจะมาด้วยตัวเองเช่นนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้หานอู๋จี๋จะมาด้วย
ตนเอง
หลังจากที่ตะลึงไปเรียบร้อยแล้ว ฉู่เสวียนหมิงก็รีบเข้ามาต้อนรับ
หานอู๋จี๋เข้าไปในห้องโถงรับแขก
ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จับจ้องมองมา หานอู๋จี๋เดินเข้ามาใน
ห้องโถงรับแขกแล้วนั่งลงตรงข้ามกับฉู่ซานเหอพร้อมกับพูดขึ้นว่า “
หัวหน้าตระกูลฉู่ ฉันขออวยพรให้คุณมีอายุยืนหมื่นปี ”
อีกฝ่ายเป็นหัวหน้าตระกูลเช่นกัน ฉู่ซานเหอจึงไม่กล้าวางมาด
เยอะเกินไป เขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ หัวหน้าตระกูลหาน ฉันก็
แค่ฉลองวันเกิดเท่านั้น แถมยังลำบากให้คุณต้องมาอวยพรด้วยตนเอง
แค่นี้ก็เป็นเกียรติต่อฉันมากแล้ว ! ”
หานอู๋จี๋เพียงแค่ทักทายอย่างสั้นๆ จากนั้นเขาก็มองไปท่ามกลาง
ฝูงชน
ฉู่เสวียนหมิงเห็นดังนั้นจึงรีบพูดขึ้นว่า “ หัวหน้าตระกูลหาน เชิญ
คุณไปนั่งที่โต๊ะแขกคนสำคัญก่อนดีกว่าครับ ”
จากสถานะตัวตนของหานอู๋จี๋ เขาต้องเป็นหนึ่งในแขกคนสำคัญ
ระดับสูงสุดอยู่แล้ว ถ้าว่ากันตามหลักเหตุผลควรไปนั่งที่โต๊ะแขกคน
สำคัญ แต่เขากลับไม่สนใจฉู่เสวียนหมิงที่ยืนอยู่ข้างเขาแม้แต่น้อย เขา
ก้าวเดินไปทางโต๊ะธรรมดาที่อยู่ด้านข้างท่ามกลางสายตาทุกคน
หลังจากที่เห็นฉินห้าวตงนั่งอย่างโดดเดี่ยวอยู่ตรงนี้ ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์
เช่นเขาก็มองออกถึงความหมายแฝงทันที ในใจของเขารู้สึกที่จะดีใจ
ไม่ได้ ถึงแม้ว่าฉินห้าวตงจะมาเยือนตระกูลฉู่ แต่ดูเหมือนว่า
ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาไม่ได้สนิทสนมกลมเกลียวแม้แต่น้อย
สำหรับตระกูลอื่นถือเป็นข่าวดี เพราะถ้าตระกูลฉู่ได้รับแรง
สนับสนุนจากถังเหมิน เช่นนั้นพวกเขาจะมีจุดยืนได้อย่างไร
วันนี้สาเหตุที่เขามาอวยพรวันเกิดให้ฉู่ซานเหอด้วยตนเองเป็น
เพราะว่าเขาต้องการมาสานสัมพันธ์กับฉินห้าวตงให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ดู
เหมือนว่าแผนการนี้จะถูกต้องอย่างถึงที่สุดแล้ว
“ คุณฉิน ไม่ทราบว่าคนแก่อย่างฉันพอจะมีโอกาสได้นั่งกับคุณตรง
นี้ไหม ”
ฉินห้าวตงเงยหน้าขึ้นมองหานอู๋จี๋ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็คือปู่ของหาย
เจี่ยยวี่ นอกจากนี้เขายังทำอะไรอย่างรู้งานเสมอ ดังนั้นฉินห้าวตงจึง
พยักหน้าตอบรับแล้วชี้ไปที่เก้าอี้ข้างตัวเอง “ นั่งลงสิครับ ! ”
เมื่อเห็นว่าฉินห้าวตงยินดีให้นั่ง หานอู๋จี๋ก็นั่งลงด้านข้างด้วยความดี
ใจ
ฉู่ซานเหอนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ หลังจากที่เห็นภาพนี้เข้าเขาก็รู้สึกโมโห
เป็นอย่างมาก ลูกหลานพวกนี้ของตระกูลฉู่นี่มันยังไงกัน ทำไมสมองบื้อ
เช่นนี้ ฉันทุ่มเทความพยายามมากมายกว่าจะเชิญฉินห้าวตงมาได้ แต่
พวกเขากลับมองไม่เห็นถึงความสำคัญผู้ทรงอำนาจในเมืองหลวง
ถ้าหากในเวลานี้ลูกหลานของตระกูลฉู่พากันเข้ามาห้อมล้อมฉิน
ห้าวตง เกรงว่าหานอู๋จี๋เองก็ไม่สามารถพาชิงตัวใครไปได้หรอก แต่
ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าทางนั้นได้ใจหลานชายตัวเองไปแล้ว
และในเวลานี้ฉีกั๋วฟาน หัวหน้าตระกูลฉี จ้าวชางฉง หัวหน้าตระกูล
จ้าว ต่างก็พากันมาทักทายเขาแล้วเดินไปนั่งข้างฉินห้าวตงโดยใบหน้าที่
เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
ภายในระยะเวลาไม่นาน หัวหน้าของตระกูลใหญ่ 7 ตระกูลก็เข้า
มารวมตัวกันทั้งหมด แต่ว่าในเวลานี้หัวหน้าตระกูลใหญ่อีก 6 ตระกูลที่
เหลือกลับไปนั่งอยู่ข้างกายฉินห้าวตง แถมยังพูดคุยกับเขาราวกับฉิน
ห้าวตงคือดาวจรัสแสง แต่ฉินห้าวตงเพียงแค่ตอบรับอย่างเรียบง่าย
เท่านั้น
ในเวลานี้คนของตระกูลฉู่ต่อให้โง่แค่ไหนก็มองออกว่าเป้าหมาย
ของ 6 ตระกูลใหญ่นี้ไม่ใช่มาเพื่ออวยพรวันเกิดให้กับผู้อาวุโส แต่มา
เพื่อที่จะประจบเอาใจฉินห้าวตง
สีหน้าของฉู่ซานเหอดูถมึงทึงขึ้นมา เขาพยายามอย่างหนัก
เพื่อที่จะเชิญให้สองแม่ลูกฉู่เสวียนเยว่และฉินห้าวตงกลับมาที่นี่ได้
เป้าหมายก็เพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเขาเองกับถังเหมิน
ผลปรากฏว่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์พวกนี้กลับมองออกแล้วว่า
ความสัมพันธ์ของตระกูลฉู่กับถังเหมินไม่ได้สนิทสนมกลมเกลียวขนาด
นั้น เรียกได้ว่าถ้าจะตัดขาดกันเลยก็ว่าได้
แต่จะให้ทำอย่างไรได้ สุดท้ายตอนนี้มันก็เป็นแค่งานฉลองวันเกิด
อยู่ดี บริเวณนี้มีแขกเหรื่อมาร่วมงานมากมาย เขาจึงทำได้เพียงแค่
อดทนไว้เท่านั้น รอให้งานเลี้ยงฉลองวันเกิดสิ้นสุดลงแล้วค่อยสั่งสอน
พวกลูกหลานเหล่านี้
ความภาคภูมิใจบนใบหน้าของฉู่หมิงชงหายไป เดิมทีเขาคิด
อยากจะทำให้ฉินห้าวตงอับอายขายขี้หน้าต่อคนอื่น แต่ว่าตอนนี้น่ะ
หรือ หัวหน้าตระกูลใหญ่ทั้ง 6 ตระกูลกลับเข้าไปล้อมรอบมันราวกับว่า
มันคือดวงเดือนท่ามกลางหมู่ดาว แบบนี้มันอับอายขายขี้หน้าที่ไหนกัน
นี่มันเรียกว่าดาวจรัสแสงชัดๆ
เมื่อแขกคนสำคัญทยอยมาถึง เวลาผ่านไปพอประมาณแล้ว
อันดับต่อไปก็เป็นช่วงที่ลูกหลานจะมาอวยพรวันเกิดและมอบของขวัญ
ให้แก่ฉู่ซานเหอ ในเวลานี้คนรับใช้พูดขึ้นว่า “ อันดับต่อไปขอเชิญ
ลูกหลานผู้กตัญญูของตระกูลฉู่เบอร์มอบของขวัญอวยพรวันเกิด ”
ถ้าว่ากันตามลำดับการมอบของขวัญแล้ว ควรที่จะเริ่มจากผู้ที่
อาวุโสที่สุด ฉู่เสวียนหลีได้เตรียมของขวัญไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ดังนั้นเขา
จึงมอบของขวัญกล่องสีแดงกล่องใหญ่ในมือให้แล้วพูดขึ้นว่า “ คุณพ่อ
ครับ วันนี้เป็นวันเฉลิมฉลองวันเกิดของคุณพ่อ ดังนั้นผมขออวยพรให้
คุณพ่อมีความสุขเหลือล้นราวกับมหาสมุทร มีอายุยืนยาวนานราวกับ
ภูเขาหนานซานที่แข็งแกร่ง ”
จากนั้นคนในครอบครัวที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รีบนำของขวัญในมือของ
ตัวเองไปมอบให้ และในตอนนี้เอง ฉู่เสวียนหมิงที่ยืนอยู่ด้านข้างก็พูด
ขึ้นว่า “ พี่ใหญ่ ของขวัญที่เรามอบให้กับคุณพ่อควรที่จะแสดงให้ทุกคน
เห็นหน่อยดีไหม ให้ทุกคนได้เห็นถึงความกตัญญูของพวกเรา ”
ฉู่เสวียนหลีลังเลไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ ก็ได้ ทุกคนเห็น
แล้วต้องยิ้มแน่ ”
หลังจากพูดจบเขาก็ยื่นมือไปเปิดกล่องของขวัญ ภายในคือ
พระพุทธรูปหยกชิ้นหนึ่ง
พระพุทธรูปหยกชิ้นนี้สูงประมาณ 20 เซนติเมตรได้ จากเนื้อหยก
ที่ใช้แกะสลักแล้วเห็นได้ชัดว่ามันคือหยกมันแพะเกรดสูง มันดูส่อง
ประกายแวววาวมาก แค่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่ามันคือของดี
หลังจากที่เห็นพระพุทธรูปหยกชิ้นนี้แล้ว บรรดาแขกเหรื่อที่อยู่
บริเวณรอบด้านก็พากันพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา
“ สมควรแล้วที่เป็นตระกูลฉู่ ลูกชายของเขาถึงขนาดนำเอา
พระพุทธรูปหยกมาอวยพรวันเกิดให้ นี่มันล˺าค่าและราคาแพงมากเลย
นะ ! ”
“ เท่าที่ฉันประมาณการ พระพุทธรูปหยกชิ้นนี้จะต้องมีมูลค่า
อย่างน้อยหลายล้านหยวนแน่นอน…… ”
“ มันจะเป็นไปได้อย่างไร พระพุทธรูปหยกเนื้อไขมันแกะชิ้นใหญ่
ขนาดนี้ มูลค่าของมันต้องอย่างน้อยหลักสิบล้านหยวนแน่…… ”
ฉู่ซานเหอพยักหน้าอย่างพอใจ เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกพอใจกับ
ของขวัญที่ลูกชายตัวเองมอบให้
หลังจากที่แสดงของขวัญของตัวเองให้ดูแล้ว เขาก็เก็บพระพุทธรูป
หยกกลับเข้าไปในกล่องเหมือนเดิม จนมาถึงตาของฉู่เสวียนหมิงที่ต้อง
เป็นฝ่ายมอบของขวัญให้ ทุกคนหันไปมองด้วยความสนใจ ไม่รู้ว่าเขา
จะมอบอะไรให้เป็นของขวัญแก่พ่อของตัวเอง
“ ยกมาสิ ”
ฉู่เสวียนหลีหันไปออกคำสั่งลูกน้องของเขาที่อยู่ด้านหลัง ฉู่หมิงชง
รีบให้คนสองคนยกกล่องขนาดใหญ่เข้ามา ดูเหมือนว่ามันจะหนักมาก
ท่ามกลางสายตาสงสัยของทุกคน ฉู่เสวียนหมิงเปิดกล่องของขวัญ
ออก ภายในเป็นรูปพระพุทธรูปหยกเช่นกัน เพียงแต่ว่าพระพุทธรูป
หยกชิ้นนี้สูงประมาณ 50 เซนติเมตร ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหรือขนาดของ
มันล้วนแล้วแต่ดูดีกว่าของฉู่เสวียนหลีอยู่มาก
ทันใดนั้นแขกทุกคนก็พากันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที “ พระเจ้า
พระพุทธรูปหยกชิ้นใหญ่ขนาดนี้จะมีราคาขนาดไหนกัน…… ”
“ คุณชายรองช่างทุ่มทุนเหลือเกิน อย่าว่าแต่งานฝีมือของ
พระพุทธรูปหยกชิ้นนี้เลย แค่ชิ้นใหญ่ขนาดนี้ก็มีมูลค่าเกินกว่าร้อยล้าน
แล้ว ”
“ พระพุทธรูปหยกชิ้นนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน มันช่างเป็นของดีที่
อยากจะพบเห็นจริงๆ…… ”
เมื่อได้ยินคำชมของทุกคน ฉู่เสวียนหมิงก็พูดด้วยความภาคภูมิใจ
ว่า “ คุณพ่อ ผมรู้ว่าคุณพ่อเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปี ผมให้คน
ไปตามหาหยกชั้นดีแบบนี้ถึง 3 ปีกว่าจะได้ นอกจากนี้ยังเชิญช่าง
แกะสลักฝีมือดีมาแกะสลักพระพุทธรูปหยกชิ้นนี้เพื่อไว้เป็นของขวัญ
สำหรับอวยพรคุณพ่อโดยเฉพาะ ผมคาดหวังว่าแสงธรรมแห่ง
พระพุทธรูปจะปกป้องคุ้มครองตระกูลฉู่ของพวกเรานับตั้งแต่วันนี้เป็น
ต้นไป ขอให้คุณพ่อมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนหมื่นปี ! ”
“ ขอบคุณมากลูกรอง ! ”
ฉู่ซานเหอยิ้มกว้าง เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจกับเหตุผลนี้มาก
ฉู่เสวียนหลีเห็นเช่นนั้นก็ทำหน้าบึ้งตึงขึ้นมาทันที เขาก็แค่เป็นคน
ใจกว้างแต่ไม่ใช่คนโง่ ฉู่เสวียนหมิงเลือกของขวัญแบบเดียวกันกับ
ตัวเอง นอกจากนี้ยังเป็นฝ่ายขอให้แสดงต่อหน้าสาธารณชน เห็นได้ชัด
ว่าต้องการจะเหยียบย˹าเขาให้จมลงดิน
ฉู่เสวียนหมิงหันมาพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “ พี่ใหญ่ ผมต้องขอ
โทษจริงๆ ก่อนหน้านี้ผมไม่ได้ปรึกษากับพี่ก่อน พี่ดูสิของขวัญของพวก
เราเหมือนกันเลย ”
ช่วงนี้เป็นเพราะระดับการฝึกตนของฉู่เสวียนหลีเพิ่มสูงขึ้น ทำให้
สถานะของเขาในตระกูลฉู่สูงขึ้นเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าฉู่เสวียนหมิง
ต้องการเปรียบเทียบกับเขา
วันนี้เขาตั้งใจวางแผนตอนที่มอบของขวัญเป็นอย่างดี เขาได้ยินมา
ตั้งนานแล้วว่าฉู่เสวียนหลีเตรียมพระพุทธรูปหยกมอบเป็นของขวัญ
ให้กับพ่อ เขาก็เลยตั้งใจให้คนแกะสลักชิ้นที่ใหญ่กว่า นอกจากนี้ยังจงใจ
เลือกวัสดุที่มีระดับกว่า เป้าหมายก็เพื่อต้องการให้ตัวเองสามารถอยู่
เหนือกว่าฉู่เสวียนหลีต่อหน้าทุกคน
ฉู่เสวียนเยว่ที่ยืนอยู่ด้านข้างได้แต่ส่ายหน้าด้วยความระอาใจ นี่ก็
ผ่านมานานหลายปีขนาดนี้แล้ว แต่พี่รองของตัวเองก็มักจะชอบคิด
แผนการเจ้าเล่ห์เพทุบายเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ที่จะคิดแผนการต่อหน้าพี่
ใหญ่ของตัวเอง
เมื่อครู่นี้เพิ่งเหยียบย˹าพี่ใหญ่ไปได้ เกรงว่าอีกเดี๋ยวก็คงถึงเวลาที่จะ
มาเหยียบย˹าตัวเราเองแล้ว พอคิดถึงตรงนี้เธอจึงหันไปถามฉินห้าวตง “
ลูกรัก ลูกเตรียมของขวัญอะไรไว้ ? ”
ฉินห้าวตงยิ้มบาง “ แม่ไม่ต้องเป็นกังวล มีผมอยู่ทั้งคน ผมจะไม่ให้
แม่อายใครทั้งนั้น ”
ก็เป็นไปอย่างที่พวกเขาเพิ่งพูดจบไป ฉู่เสวียนหมิงหันมาถามฉู่
เสวียนเยว่ด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์ “ น้องสาว ถึงตาที่เธอต้องแสดงความ
กตัญญูต่อหน้าทุกคนแล้ว ”
เมื่อเห็นว่าฉู่เสวียนเยว่และฉินห้าวตงมามือเปล่า เขาก็แกล้งทำ
เป็นจงใจสงสัยยิ่งกว่าเดิม “ น้องสาว วันนี้วันเกิดครบรอบอายุ 80 ปี
ของคุณพ่อ น้องสาวคงไม่ลืมที่จะเตรียมของขวัญมาใช่ไหม ? ”
ฉู่เสวียนเยว่ทำหน้าไม่ถูก เธอจึงหันไปมองที่ฉินห้าวตง
ฉินห้าวตงส่งสายตาปลอบใจไปให้แม่ของตัวเอง จากนั้นก็เดินเข้า
ไปพูดกับฉู่เสวียนหมิง “ ความหมายของคุณก็คือ ถ้าไม่ให้ของขวัญผู้
อาวุโสถือว่าไม่มีความกตัญญูใช่ไหม ? หรือจะบอกว่าผู้อาวุโสเห็น
ความสำคัญของสิ่งของและเงินทองมากกว่า แล้วเขาก็ดูความกตัญญู
ของลูกหลานจากมูลค่าของสิ่งของใช่ไหม ? ”
“ ฉัน…… ”
ฉู่เสวียนหมิงคิดอยากจะใช้พระพุทธรูปหยกที่ตัวเองตั้งใจเตรียม
มาเพื่อมายกระดับสถานะของตัวเองในตระกูล แต่ตอนนี้กลับมาถูกหัก
หน้าด้วยคำพูดฉินห้าวตง ทำเอาเขาโกรธจนหูแดงหน้าแดง
ถ้าหากเขาพูดว่าฉินห้าวตงพูดถูก นั่นหมายความว่าของขวัญที่
ตัวเองเตรียมมาก็จะสูญเปล่า แต่ถ้าหากเขาปฏิเสธคำพูดของฉินห้าวตง
เช่นนั้นก็เทียบเท่าได้กับว่าพ่อของเขาเป็นคนที่โลภมากในทรัพย์สมบัติ
เวลานี้จินซิ่วอิงที่นั่งอยู่ข้างฉู่ซานเหอหัวเราะเยาะออกมาแล้วพูด
ขึ้นว่า “ ปากคอเราะร้าย แน่นอนว่าตระกูลฉู่ไม่ได้ใช้สมบัติมาแบ่งแยก
ความกตัญญูอยู่แล้ว แต่ว่าการมอบของขวัญในงานฉลองวันเกิดของผู้
หลักผู้ใหญ่ในบ้านเป็นประเพณีพื้นฐานอย่างหนึ่งอยู่แล้ว ถ้าหากไม่ได้
เตรียมของขวัญมาก็ไม่ต้องมายืนเถียงข้างๆ คูๆ อยู่ตรงนี้ ”
จบตอน