คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 751: ผลประโยชน์ภายในอย่าให้รั่วไหลสู่ภายนอก
ตอนที่ 751 ผลประโยชน์ภายในอย่าให้รั่วไหลสู่ภายนอก
ซูฮุ่ยพูดด้วยความเขินอายว่า “ ไม่ได้มีเยอะขนาดนั้นหรอก คนใน
งานเลี้ยงรุ่นจะมีกี่คนกันเชียว ”
สำหรับจุดนี้ ฉินห้าวตงไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด เพราะสาวงาม
มากความสามารถอย่างซูฮุ่ย ถ้าหากไม่มีใครมาจีบเธอนี่สิเป็นเรื่อง
แปลก
“ ทำไมล่ะ ? นายไปเป็นเพื่อนฉันได้หรือเปล่า ? ”
“ ฉันไม่ไปหรอก ” ฉินห้าวตงปฏิเสธออกมาตามตรง
ทันใดนั้นในแววตาของซูฮุ่ยก็เผยให้เห็นถึงความเสียใจออกมา ถึง
ขนาดที่ว่ามันเต็มไปด้วยความผิดหวัง เธอยอมทุ่มเทมากขนาดนี้ แต่
สุดท้ายก็ไม่สามารถครอบครองหัวใจของผู้ชายคนนี้มาได้ แม้แต่การจะ
ให้เขาปลอมตัวเป็นแฟน เขาก็ยังไม่ยอม
แต่ในตอนนี้เอง ฉินห้าวตงก็ยื่นมือไปจับที่ไหล่ของเธอ จากนั้นเขา
ก็สบตาเธอพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ ถ้าอยากให้เป็นก็ต้องเป็นจริง ๆ ถ้าให้
เป็นปลอม ๆ ไม่เอาหรอก ”
วินาทีนี้ซูฮุ่ยยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น เธอแทบไม่อยากจะเชื่อหูของ
ตัวเอง หรือจะบอกว่าเขายอมรับเธอจริง ๆ แล้ว ?
“ นายกำลังพูดอะไรอยู่นะ พูดให้ฟังอีกครั้งได้ไหม ? ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ มาเป็นแฟนของฉัน เธอยอมหรือ
เปล่า ? ”
และในตอนนี้เองภายในใจของซูฮุ่ยก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข
อย่างเหลือล้น ความอ้างว้างในใจถูกแทนที่ด้วยความสุข น˺าตาแห่ง
ความปิติยินดีไหลอาบแก้มออกมา
ฉินห้าวตงยกมือขึ้นไปเช็ดน˺าตาให้เธอแล้วพูดขึ้นว่า “ ร้องไห้
ทำไม ? หรือว่าเธอไม่ยอม ? ”
“ ฉันยอม ฉันยอม ! ” ซูฮุ่ยรีบพยักหน้าอย่างแรง จากนั้นเธอก็โผ
เข้าสู่อ้อมกอดของฉินห้าวตง
เธอรอวันนี้มานานเหลือเกิน ในที่สุดความสุขในวันนี้ก็มาถึงเสียที
ทั้งสองคนกอดกันอยู่นาน ซูฮุ่ยถึงพูดขึ้นอย่างแผ่วเบาว่า “ นี่มัน
เรื่องจริงใช่ไหม ? ฉันไม่ได้กำลังฝันไปใช่ไหม ? ”
ฉินห้าวตงจับพวกแก้มของเธอไว้ แล้วประกบริมฝีปากของตัวเอง
ไปที่ริมฝีปากของเธออย่างดุดัน จากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า “ รู้สึกหรือยัง ?
กำลังฝันไปอยู่หรือเปล่า ? ”
“ ห้าวตง ฉันรู้สึกถึงมันได้แล้ว นี่มันไม่ใช่ความฝัน ฉันไม่ได้กำลัง
ฝันอยู่ ฉันมีความสุขเหลือเกิน อื้อ……อื้อ…… ”
ยังไม่ทันที่ซูฮุ่ยจะได้พูดจบประโยค ทันใดนั้นริมฝีปากของเธอก็ถูก
ฉินห้าวตงพันธนาการไว้อีกครั้ง
ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อมา ซูฮุ่ยที่ตั้งใจแต่งหน้าแต่งชุดสวยได้เดิน
คล้องแขนฉินห้าวตงออกไปจากคลินิก ทั้งสองปรากฏตัวพร้อมกันที่ชั้น
ล่างของร้านอาหารเทาเทีย
มองไปยังร้านอาหารที่งดงามตระการตาเบื้องหน้า ฉินห้าวตงคิดว่า
มันตลกมาก เพื่อนสมัยเรียนของซูฮุ่ยเลือกสถานที่จัดงานรวมรุ่นในร้าน
ของเขาเอง
แต่เช่นนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ผลประโยชน์ภายในอย่าให้รั่วไหลสู่
ภายนอก หาเงินจากพวกนี้ให้เยอะสักหน่อยจะดีกว่า
เขาพาซูฮุ่ยเดินเข้าไปในร้านอาหารด้วยกัน หลังจากที่เขาได้รับ
โอนกรรมสิทธิ์ร้านอาหารเทาเทียและห้างสรรพสินค้าเทียนตี้ ลุงเวิงผู้
มากประสบการณ์ได้ส่งผู้รับผิดชอบ 2 คนให้ไปที่ถังเหมินเพื่อพบหน้า
ฉินห้าวตง แต่ว่าบรรดาพนักงานระดับกลางและระดับล่างไม่รู้จักเขา
และไม่รู้ว่าชายวัยรุ่นคนนี้คือเถ้าแก่ของพวกเขา
จากนั้นทั้งสองก็เดินขึ้นไปบนห้องแขก VIP ระดับ Platinum
ห้องส่วนตัวมีขนาดใหญ่มากและสามารถรองรับคนได้ประมาณ
20 คน ในเวลานี้มีคนนั่งอยู่ในนั้นรวมสิบกว่าคนแล้ว มีทั้งชายและหญิง
หลังจากที่เห็นซูฮุ่ยเดินเข้าประตูห้องมาแล้ว ชายผมทรงลานบินที่
สวมชุดสูทก็รีบเดินเข้ามาหาเธอทันที เพราะเขาคือจางถง คนที่เชิญซู
ฮุ่ยมาเข้าร่วมงานเลี้ยงรุ่นในวันนี้นั่นเอง
ในสมัยเรียนมัธยม จางถงเฝ้าตามจีบซูฮุ่ยมาโดยตลอด เพียงแต่ว่า
มันไม่มีผลลัพธ์ใด หลังจากเรียนจบชั้นมัธยมต้น เขาตามครอบครัวย้าย
มาที่เมืองหลวง หลายปีมานี้เรียกได้ว่าครอบครัวของเขาพอประสบ
ความสำเร็จในภาคธุรกิจอยู่บ้าง
เมื่อวานเขาบังเอิญเจอเข้ากับเธอ หลังจากนั้นเขาก็ตกตะลึงใน
ความงามของซูฮุ่ย วันนี้เขาจึงพยายามเชิญเธอมาร่วมงานเลี้ยงรุ่น
อย่างสุดความสามารถ แน่นอนว่าการเชิญในครั้งนี้เป็นการเชิญที่มี
ความหมายอื่นแอบแฝงอยู่
“ ทุกคน มานี่เร็ว ซูฮุ่ยคนสวยของพวกเรามาแล้ว ! ”
ในขณะที่พูด เขาก็เดินเข้าไปต้อนรับเธออย่างอบอุ่น แต่หลังจาก
นั้นเขาก็เห็นฉินห้าวตงที่ยืนอยู่ข้างเธอ และแล้วสีหน้าของเขาก็ดูเคร่ง
ขรึมขึ้นมาทันที
ซูฮุ่ยพูดขึ้นว่า “ ฉันขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักหน่อยแล้วกัน นี่คือ
แฟนของฉันชื่อว่าฉินห้าวตง ”
“ เอ่อ……ซูฮุ่ย ทำไมเธอถึงพาแฟนมาด้วยล่ะ ? ”
ซูฮุ่ยพูดขึ้นว่า “ ทำไมล่ะ ? งานเลี้ยงในวันนี้ไม่สามารถพาแฟนมา
ด้วยหรือ ? ถ้าหากไม่ได้ พวกเราก็จะได้กลับ ”
ถ้าหากเพื่อนร่วมชั้นเหล่านี้ไม่ยอมรับฉินห้าวตงจริง เช่นนั้นเธอก็
จะกลับออกไปจากงานเลี้ยงอย่างไม่ลังเล เพราะว่าพวกเขาสองคนเพิ่ง
ได้อยู่ด้วยกัน เธอไม่อยากให้ความน่าเบื่อของคนที่ตามจีบเธอมาส่งผล
กระทบต่อความรู้สึกของเธอและเขา
“ ยินดีต้อนรับ ยินดีต้อนรับอยู่แล้ว ! ”
จางถงหัวเราะอย่างงุ่มง่าม จากนั้นเขาก็เชิญให้ทั้งสองเข้าไปใน
ห้อง VIP
หลังจากที่เห็นฉินห้าวตงผู้มีหน้าตาหล่อเหลา ทันใดนั้นบนสีหน้า
ของเพื่อนชายสมัยเรียนคนอื่นก็ถ่ายให้เห็นถึงความอิจฉาทันที ส่วน
บรรดาเพื่อนนักเรียนหญิงคนอื่นก็พากันส่งเสียงกรี๊ดกร๊าด “ ฮุ่ยฮุ่ย
แฟนของเธอหล่อจัง ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้
เธอจึงปฏิเสธผู้ชายมากมายขนาดนั้น ที่แท้เป็นเพราะว่ามีคนหล่อกำลัง
รอเธออยู่นี่เอง…… ”
เมื่อเห็นว่าพวกเพื่อนนักเรียนหญิงพวกนี้เอาแต่พูดชมเขา จางถง
และเพื่อนนักเรียนชายอีกสองคนก็ทำสีหน้าไม่น่าดูขึ้นมาทันที
ส่วนเพื่อนนักเรียนชายอีกสองคนชื่อว่าจ้าวผู่และจินไห่หยาง สมัย
เรียนพวกเขา 3 คนเคยจีบซูฮุ่ยมาก่อนทั้งนั้น แต่ในเวลานี้พวกเขากลับ
กลายเป็นพันธมิตรกันในพริบตาเดียว
ทั้งสามคนสบตากันครู่หนึ่ง พวกเขาคิดว่าตัวพวกเขาเองไม่
สามารถให้หนุ่มหน้าขาวคนนี้มาแย่งความโดดเด่นจากพวกเขาไปได้
ดังนั้นพวกเขาจึงคิดหาวิธีที่จะพยายามกดฉินห้าวตงให้ตกต˹าลง
จางถงชิงพูดขึ้นก่อนว่า “ เพื่อนทุกคน พวกเราไม่ได้เจอกันมานาน
หลายปีขนาดนี้ มันไม่ง่ายเลยกว่าที่พวกเราจะรวมตัวกันได้ในวันนี้ ต่าง
คนต่างไม่รู้ว่าเพื่อนแต่ละคนกำลังทำอะไรกันอยู่ ดังนั้นฉันจึงขอเสนอ
ให้พวกเราแนะนำตัวกันหน่อย พวกเราจะได้ทำความรู้จักและเข้าใจซึ่ง
กันและกัน ต่อไปนี้ถ้าหากมีธุระอะไรที่สามารถช่วยเหลือกันได้ก็จะได้
ช่วยเหลือกัน เพราะถึงอย่างไรพวกเราก็เป็นเพื่อนร่วมห้องกันมานาน
หลายปี ”
จ้าวผู่รีบพูดขึ้นว่า “ ความคิดนี้ไม่เลวเลยทีเดียว เช่นนั้นก็เริ่มจาก
นายแล้วกัน ”
จางถงเริ่มพูดแนะนำตัว “ ครอบครัวของฉันย้ายมาเมืองหลวงได้
หลายปีแล้ว ตอนนี้กำลังทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซูฮุ่ย
ถ้าหากคลินิกของเธอยังขาดเหลืออะไรก็ให้รีบบอกฉันได้ ฉันยินดีจะ
มอบเครื่องมือทางการแพทย์แต่ละอย่างให้เธอฟรี แน่นอนว่าตลอด
หลายปีมานี้ฉันก็มีเพื่อนมากมายอยู่ที่เมืองหลวงเช่นกัน หากเพื่อนทุก
คนมีปัญหาในด้านอุตสาหกรรมใดก็สามารถติดต่อฉันได้ ยกตัวอย่าง
เช่นผู้จัดการประจำร้านอาหารเทาเทียแห่งนี้ก็เป็นเพื่อนของฉัน
เหมือนกัน ถ้าหากไม่มีความสัมพันธ์กับเพื่อนคนนี้ ฉันก็คงไม่สามารถ
จองห้องส่วนตัว VIP ระดับ Platinum ได้ ”
“ สุดยอด ! ไม่เลวเลย จางถง ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้นายประสบ
ความสำเร็จไม่น้อยเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นบุคคลที่มีหน้ามีตาในเมือง
หลวงเลยนะเนี่ย ! ”
จ้าวผู่ทำท่าตบหน้าอกตัวเองแล้วพูดขึ้นว่า “ ฉันเทียบกับประธาน
บริษัทอย่างจางถงไม่ได้เลย 2-3 ปีที่ผ่านมานี้ฉันเอาแต่อยู่ในวงการ
บันเทิงมาโดยตลอด ตอนนี้อยู่ฝ่ายการเงินของบริษัทภาพยนตร์ตงเซิ่ง
”
จินไห่หยางพูดขึ้นว่า “ ทำงานอยู่ในวงการบันเทิงงั้นหรือ แสดงว่า
ต้องเจอดาราดังหลายคนเลยสิ ? ”
จ้าวผู่พูดขึ้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจว่า “ มันแน่นอนอยู่แล้ว ปกติทุก
คนคงไม่ค่อยได้เห็นดาราดังใช่ไหม แต่ว่าฉันเจอทุกวันเลย ยกตัวอย่าง
เช่นโอวหยางชานชานที่พึ่งแสดงคอนเสิร์ตไปเมื่อวาน เธอคือเจ้าของ
บริษัทภาพยนตร์ตงเซิ่งของพวกเรา ฉันได้เห็นเธอทุกวันเลยแหละ ไม่
ว่าจะวันไหนก็ได้เจอเธอ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงดาราคนอื่นเลย ”
“ สุดยอด ! สุดยอดมาก ! ” จางถงพูดแล้วยกนิ้วโป้งชื่นชมเขา “
โอวหยางชานชานเป็นดาราที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศจีนของเรา
เชียวนะ ถ้าหากได้ทำงานกับเธอ ไม่แน่ว่าในอนาคตนายอาจจะได้
กลายเป็นดาราก็ได้ ! ”
“ ฉันไม่กล้าหรอก ไม่กล้า ! ” จ้าวผู่หันไปพูดกับจินไห่หยางที่อยู่
ด้านข้างว่า “ ถึงตานายแล้ว ลองเล่ามาสิว่าช่วงนี้นายกำลังทำอะไร
อยู่ ? ”
จินไห่หยางพูดขึ้นว่า “ ฉันเองก็ไม่ได้ยุ่งอะไรขนาดนั้นหรอก ตลอด
หลายปีที่ผ่านมานี้ไม่ได้ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่มากมายนัก ฉันก็
แค่จัดหาสินค้าให้แก่ห้างสรรพสินค้าเทียนตี้ ”
ถึงแม้ว่าปากจะพูดว่าตัวเองประสบความสำเร็จไม่เท่าไร แต่มุม
ปากของเขากลับยิ้มอย่างภาคภูมิใจมาก
จางถงพูดขึ้นว่า “ ฉันอยู่เมืองหลวงมานานหลายปี นั่นมัน
ห้างสรรพสินค้าเทียนตี้เชียวนะ นั่นเป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่ดีที่สุด
ในเมืองหลวงของพวกเรา คนที่จัดหาสินค้าให้แก่ห้างสรรพสินค้านั้นได้
จะต้องเป็นคนที่มีความสามารถอยู่ไม่น้อย อีกทั้งยังทำเงินได้มากตลอด
หลายปีที่ผ่านมานี้ด้วย ”
จินไห่หยางโบกมือปัดแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจว่า “ ก็พอได้
ปีนึงได้ประมาณไม่กี่สิบล้าน ได้พอให้กระชุ่มกระชวย พอกินข้าวได้
หน่อย ! ”
“ ได้ตั้งหลักสิบล้านแล้วยังจะมาพูดว่าพอกินข้าวได้อีก เช่นนั้น
พวกเราคงไม่เป็นคนจนเลยหรือไง ”
จ้าวผู่พูดพร้อมกับหันไปมองทางฝั่งของซูฮุ่ย ในใจของเขาพูดขึ้น
ว่าถ้าหากเธอได้ยินความสำเร็จของพวกเขาแล้ว แม่สาวน้อยคนนี้ก็
น่าจะเกิดความสนใจบ้างแหละ
แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาต้องผิดหวังก็คือซูฮุ่ยไม่แม้แต่จะหันมามอง
พวกเขาเลยสักนิด นอกเสียจากว่าจะมีคนพูดคุยกับเธอ นอกนั้นเธอก็
เอาแต่จับจ้องฉินห้าวตงด้วยแววตาที่หวานซึ้ง
ในใจของเขาอดรู้สึกโมโหขึ้นมาไม่ได้ ตอนนี้เขาคิดว่าจะต้องคว้า
โอกาสในการพูดจาถากถางเจ้าหนุ่มหน้าขาวคนนั้นให้ได้
การแนะนำตัวยังคงดำเนินต่อไปจนกระทั่งใกล้มาถึงซูฮุ่ย
“ ฉันเพิ่งจะเปิดคลินิกแพทย์แผนจีนแห่งหนึ่งที่เมืองหลวง ทำ
หน้าที่เป็นแพทย์ประจำการที่นั่น ”
“ สุดยอดเลย สุดยอดมาก ! ” ซูฮุ่ยพูดจบ จางถงก็รีบปรบมือขึ้นมา
ทันที “ ปู่ของฮุ่ยฮุ่ยเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยที่ฉันเรียน ฉัยเชื่อ
ว่าทักษะทางการแพทย์ของฮุ่ยฮุ่ยต้องยอดเยี่ยมมากแน่ ในอนาคตเธอ
จะต้องเป็นหมอที่ยอดเยี่ยมมากแน่ ”
พูดจบ เขาก็หันไปถามฉินห้าวตง “ น้องชายคนนี้ แค่มองก็รู้แล้ว
ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว นายประสบความสำเร็จทางด้านไหนล่ะ ? ”
ฉินห้าวตงหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “ ฉันไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นของทุกคน
เอาเป็นว่าไม่ต้องให้ฉันแนะนำตัวหรอก ”
จ้าวผู่พูดขึ้นว่า “ แบบนั้นได้ยังไง วันนี้พวกเราถือว่ามีวาสนาที่
ได้มานั่งพูดคุยกัน ต่อให้ในอนาคตนายกับซูฮุ่ยจะเลิกกัน แต่ก็ถือว่า
พวกเรายังเป็นเพื่อนกันอยู่ ถ้าหากมีปัญหาอะไรสามารถบอกกล่าวกัน
ได้ พวกเราพี่น้องจะไม่มีวันนั่งเฉยนิ่งดูดายแน่นอน ”
จินไห่หยางพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้ว ทุกคนต่างก็แนะนำตัวกันหมดแล้ว
นายคงไม่ได้กลัวว่าคนอื่นจะกดนายให้ต˹าใช่ไหม? ”
แม้ปากของเขาจะพูดแบบนี้ แต่ในแววตาของเขาเต็มไปด้วย
ความรู้สึกเหยียดหยาม
ฉินห้าวตงพูดขึ้นด้วยน˺าเสียงเรียบเฉยว่า “ งั้นฉันขอแนะนำตัวให้
ทุกคนได้รู้จักแล้วกัน ฉันชื่อว่าฉินห้าวตง ตอนนี้ไม่ได้มีงานประจำทำ
กำลังช่วยงานที่คลินิกของซูฮุ่ย ”
หลังจากที่เขาพูดจบแล้ว พวกจางถงก็เผยรอยยิ้มเยาะออกมา
ทันที
พวกเขาพยายามตั้งนานเพื่อที่จะรอคอยวินาทีนี้ ทันใดนั้นจ้าวผู่ก็
รีบคว้าโอกาสทันที “ น้องชายคนนี้เป็นเด็กหนุ่มที่มีความสามารถ
สามารถช่วยงานซูฮุ่ยได้ มันไม่ใช่เรื่องที่คนธรรมดาทั่วไปจะสามารถทำ
ได้ งั้นฉันขอถามหน่อยว่านายช่วยทำความสะอาดคลินิก ? หรือว่าช่วย
เสริฟน˺าชาเสริฟน˺าให้ผู้ป่วยกันล่ะ ? ”
ในตอนแรกพวกเขาดูถูกฉินห้าวตงด้วยการอวดสรรพคุณของ
ตัวเอง แต่ตอนนี้คำพูดนี้มันกลับกลายเป็นคำดูถูกอย่างชัดเจนแล้ว
ฉินห้าวตงมองออกถึงความคิดของคนพวกนี้ดี เขารู้ว่าคนพวกนี้
อิจฉาริษยาตัวเขา ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงแค่หัวเราะโดยไม่ใส่ใจอะไร
แม้ว่าเขาจะไม่ใส่ใจ แต่ซูฮุ่ยทนนิ่งเฉยไม่ได้ เธอไม่อนุญาตให้คน
อื่นมาดูถูกคนที่เธอรัก
“ พวกนายพูดอะไรออกมา ? อันที่จริงเรื่องที่ห้าวตงบอกว่า
ช่วยงานฉันเป็นเรื่องโกหกทั้งนั้น ทักษะทางการแพทย์ของเขาสูงมาก
สูงกว่าฉันอีก ”
แม้ว่าคำพูดของเธอจะเป็นเรื่องจริง แต่พอพวกจางถงได้ฟังก็คิด
ว่าเธอกำลังปกป้องฉินห้าวตง
ซูฮุ่ยได้รับการถ่ายทอดทักษะทางการแพทย์มาจากผู้อาวุโสซูหงโป๋
พวกเขารู้ดี แต่ว่าฉินห้าวตงที่เป็นคนหนุ่มขนาดนี้จะมีทักษะทาง
การแพทย์ที่สูงส่งได้อย่างไร แต่เมื่อเห็นซูฮุ่ยโกรธจริง พวกเขาก็รีบแก้
สถานการณ์ทันที
จางถงพูดขึ้นว่า “ ฮุ่ยฮุ่ย อย่าพึ่งโมโหกันสิ ทุกคนก็แค่พูดจา
ล้อเล่นกับน้องฉินเท่านั้น อย่าคิดจริงจังสิ ”
จ้าวผู่เองก็รีบพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้ว ใช่ พวกเราแค่ล้อเล่นเท่านั้น อย่า
ถือสาเลย ”
หลังจากนั้นเพื่อนนักเรียนคนอื่นก็พูดคุยกันไปได้สักพักเพื่อแก้ไข
บรรยากาศที่มันดูน่าอึดอัดเช่นนี้ หลังผ่านไปครู่หนึ่งจินไห่หยางก็มอง
ไปที่ชุดสูทของจางถงแล้วพูดขึ้นว่า “ ชุดสูทของนายไม่เลวเลยทีเดียว
ราคาเท่าไหร่หรอ ? ”
เมื่อเห็นสายตาที่จินไห่หยางส่งมาให้ จางถงก็เข้าใจเจตนาเขาทันที
เพราะเมื่อครู่นี้พวกเขาเห็นว่าบนชุดสูทของฉินห้าวตงไม่มีแม้แต่
สัญลักษณ์อะไร ให้ความรู้สึกเหมือนกับชุดสูทที่ซื้อตามตลาด ดังนั้น
พวกเขาจึงตั้งใจจะโอ้อวดเรื่องพวกนี้
จางถงจับคอเสื้อแล้วพูดขึ้นว่า “ ชุดสูทของฉันไม่ได้แพงมากนัก
หรอก มันคือชุดสูท Armani มูลค่าห้าหมื่นหยวน ”
จินไห่หยางพูดขึ้นด้วยความตกใจว่า “ ชุดสูทที่ผลิตโดยแบ
รนด์ Armani ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว ราคาห้าหมื่นหยวนถือว่าไม่ได้สูง
มากนัก ขนาดชุด Prada ของฉันยังต้องราคาหหกหมื่นกว่าหยวนแน่ะ ”
จ้าวผู่เองก็พอเข้าใจเจตนาของสองคนนี้ เขาจึงทำเป็นพูดด้วย
ความตกใจว่า “ พวกนายนี่มันสปอร์ตเหลือเกิน ชุดของพวกนายมีแต่
แพงๆ ทั้งนั้น ของฉันถูกลงมาหน่อย มันคือชุดของ Versace มูลค่าสี่
หมื่นหยวนเอง ”
เมื่อได้ยินว่าเสื้อผ้าของคนพวกนี้มีราคาสูงขนาดนี้ เพื่อนนักเรียน
คนอื่นต่างพากันรู้สึกอุทานด้วยความตกใจ มีเพื่อนนักเรียนหญิงคน
หนึ่งที่นั่งอยู่ข้างๆ ซูฮุ่ยพูดขึ้นว่า “ คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าไม่เจอทุกคน
เพียงแค่ไม่กี่ปี แต่ละคนก็กลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว เสื้อผ้าของพวกนาย
มีราคาเท่ากับเงินที่ฉันหาได้ทั้งปีเลยนะ ”
เพื่อนนักเรียนอีกคนหนึ่งพูดตามขึ้นว่า “ ใช่แล้ว ชุดแค่ชุดเดียว
ราคาตั้งห้าหกหมื่นหยวน มูลค่าของมันเทียบได้กับการเอารถกระบะคัน
เล็กมาสวมบนตัวเลยนะเนี่ย ”
จินไห่หยางพูดขึ้นด้วยความภาคภูมิใจว่า “ ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร
หรอก ก็แค่เงินเล็กน้อยเท่านั้นเอง ”
จบตอน