คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 755: เถ้าแก่อีกแล้ว
ตอนที่ 755 เถ้าแก่อีกแล้ว
ชายวัยกลางคนผู้นี้ก็คือผู้จัดการแผนกเสื้อผ้า เขามีชื่อว่าอู๋ต้าฟู่
“ คุณลุง คุณลุงมาแล้ว ”
จินไห่หยางรีบเดินไปดึงมืออู๋ต้าฟู่ จากนั้นก็หันมาพูดกับทุกคนว่า “
เพื่อนทุกคน ฉันขอแนะนำให้ทุกคนรู้จักหน่อยแล้วกัน ท่านนี้คือคุณลุง
ของฉัน เขาเป็นคนดูแลแผนกเสื้อผ้าทั้งหมดภายในห้างสรรพสินค้า ”
จากนั้นทุกคนก็กล่าวทักทายอู๋ต้าฟู่ อู๋ต้าฟู่พยักหน้าตอบรับแล้ว
พูดขึ้นว่า “ ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นเพื่อนสมัยเรียนของไห่หยางทั้งนั้น
ยินดีต้อนรับทุกคนมาซื้อของที่ห้างสรรพสินค้าของฉัน ”
จินไห่หยางพูดขึ้นว่า “ คุณลุง ตอนนี้ทุกคนเลือกของที่ตัวเองจะ
ซื้อหมดแล้ว คุณลุงลดราคาให้หน่อยสิ ”
อู๋ต้าฟู่พูดขึ้นว่า “ ในเมื่อไห่หยางเอ่ยปากแบบนี้ เช่นนั้นลุงก็จะลด
ให้ 20% แล้วกัน ”
“ ขอบคุณครับคุณลุง ” จินไห่หยางพูดด้วยสีหน้ายินดี
การที่สามารถลดราคาถึง 20% ในห้างสรรพสินค้าเทียนตี้เป็น
โอกาสที่หาได้ยากมากเหลือเกิน
จากนั้นเขาก็หันมาพูดกับคนอื่นว่า “ ทุกคนตามฉันมาจ่ายเงิน ”
“ เดี๋ยวก่อน ” ในเวลานี้ฉินห้าวตงเดินเข้าไปขวางจินไห่หยาง
จากนั้นก็หันไปพูดกับอู๋ต้าฟู่ว่า “ ผู้จัดการอู๋ ผมขอถามอะไรหน่อย ของ
ที่พวกเราจะได้รับส่วนลด 20% เป็นผลิตภัณฑ์ของแท้ใน
ห้างสรรพสินค้าใช่ไหม ? ”
อู๋ต้าฟู่ได้ยินดังนั้นก็ทำสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขาคิดว่าเพื่อน
นักเรียนคนนี้ของจินไห่หยางช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเสียเลย แต่ถึงอย่าง
นั้นเขาก็ยังพูดด้วยความอดทนว่า “ เด็กน้อย ไม่ต้องกังวล ถึงแม้ว่าฉัน
จะให้ส่วนลดทุกคน 20% แต่สินค้าที่พวกเธอได้รับจะยังคงเป็นสินค้าที่
ขายในห้างตามราคาปกติ ”
หลังจากที่พูดจบแล้ว เขาก็หันไปพูดกับพนักงานคิดเงินที่อยู่ตรง
แคชเชียร์ “ เสี่ยวหวาง คนพวกนี้คือเพื่อนนักเรียนของหลานชายฉัน
ตอนคิดเงินช่วยลดราคา 20% ให้พวกเขาด้วย ”
พนักงานคิดเงินพูดขึ้นว่า “ ได้ค่ะผู้จัดการอู๋ ”
สวีเจียเจียได้ออกตัวช็อปปิ้งก่อนใครตั้งแต่แรกแล้ว และในตอนที่
เธอกำลังจะเดินเข้าไปคิดเงินนั้น ฉินห้าวตงก็ดึงเธอไว้แล้วหันมาพูด
กับอู๋ต้าฟู่ “ ผู้จัดการอู๋ ผมได้ยินมานานแล้วว่าสินค้าทุกชิ้นใน
ห้างสรรพสินค้าเทียนตี้ไม่มีการลดราคา คุณทำแบบนี้เท่ากับทำผิดกฎ
ของห้างสรรพสินค้าหรือเปล่า ? ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทันใดนั้นอู๋ต้าฟู่ก็เกิดความโมโหขึ้นมาทันที
เขาพูดกับจินไห่หยางด้วยความโกรธว่า “ ไห่หยาง เพื่อนของหลานเป็น
อะไรกัน ? สมองของเขามีปัญหาหรือเปล่า ? ทั้งที่ลุงลดราคาสินค้าให้
เขาแล้ว แต่ทำไมเขาถึงยังเรื่องมากขนาดนี้ ? ”
ในเวลานี้จินไห่หยางเริ่มไม่พอใจเช่นกัน เขาหันไปถามฉินห้าวตง
ด้วยความโมโหว่า “ สมองกลับไปแล้วหรือไง ? หรือว่านายไม่คิดอยาก
ให้ทุกคนซื้อสินค้าในราคาถูก ? ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยน˺าเสียงเรียบเฉยว่า “ การให้คูปองส่วนลดแก่
เพื่อนเป็นเรื่องดี แต่ฉันไม่อยากให้นายใช้เงินของฉันเอาไปเป็นคูปอง
ส่วนลดให้กับคนอื่น ”
ตอนนี้ห้างสรรพสินค้าเทียนตี้เป็นทรัพย์สินในชื่อของเขา การ
กระทำแบบนี้ของอู๋ต้าฟู่และจินไห่หยางไม่ต่างอะไรจากการปล้นเงิน
เขา ถ้าหากเปลี่ยนคำพูดหน่อยก็คือกำลังใช้เงินของเขาซื้อใจคนอื่น
แต่จินไห่หยางไม่รู้เรื่องพวกนี้ หลังจากฟังประโยคนี้จบเขาก็
หัวเราะขึ้นมาทันที “ สมองของนายมันมีปัญหาจริง ๆ ใช่ไหม ใช้เงิน
นายงั้นหรือ ห้างสรรพสินค้าแห่งนี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับนาย ? อย่าบอก
นะว่าที่นี่ก็เป็นทรัพย์สินของนายอีกเหมือนกัน ”
ฉินห้าวตงตอบกลับ “ นายพูดถูกแล้ว ที่นี่คือทรัพย์สินของฉัน ”
จินไห่หยางพูดขึ้นว่า “ ขี้โม้จนไม่ดูตาม้าตาเรือเลยหรือไง ? รู้หรือ
เปล่าว่าห้างสรรพสินค้าเทียนตี้มีมูลค่าสูงขนาดไหน ? ยังกล้ามาบอกว่า
เป็นทรัพย์สินของนายอีก ไปฝันกลางวันนู่นไป ”
ฉินห้าวตงไม่สนใจเขาอีก เขาหันไปพูดกับอู๋ต้าฟู่ว่า “ ถ้าว่ากันตาม
เรื่องเล็ก การกระทำของคุณมันคือการกระทำผิดกฎของ
ห้างสรรพสินค้า แต่ถ้าว่ากันตามเรื่องใหญ่ มันเป็นการทำผิดกฎหมาย
ฐานคดีอาชญากรรม หรือว่าคุณไม่รู้เรื่องนี้ ? ”
ครั้งนี้อู๋ต้าฟู่โกรธของจริง เขาหันไปตะคอกใส่จินไห่หยาง “ เพื่อน
ของหลานคนนี้บ้าหรือเปล่า ? ทำไมถึงพาคนแบบนี้มาที่นี่ได้ ? ”
จินไห่หยางพูดขึ้นว่า “ คุณลุง เขาไม่ใช่เพื่อนของผม คุณอยากจะ
จัดการเขายังไงก็ตามสบายเลย ไม่ต้องเห็นแก่หน้าผมหรอก ”
เมื่อได้ยินว่าไม่ใช่เพื่อนของจินไห่หยาง อู๋ต้าฟู่ก็กวักมือเรียกยาม
รักษาความปลอดภัยมาทันที จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ฉินห้าวตงแล้วตะโกน
ขึ้นว่า “ เด็กคนนี้มาก่อความวุ่นวายในห้างสรรพสินค้าของเรา โยนเขา
ออกไปซะ ”
ในขณะที่ยามรักษาความปลอดภัยพวกนี้กำลังจะเดินเข้าไปจับตัว
เขา ในเวลานี้ก็มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้นอย่างดังว่า “ หยุดเดี๋ยวนี้ ! ”
ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นเพียงชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วน
เตี้ยคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา เขาก็คือผู้จัดการประจำห้างสรรพสินค้า
เทียนตี้ ชื่อของเขาคือซุนหรง
ตอนแรกอู๋ต้าฟู่ยังทำสีหน้าขึงขังด้วยความโมโห แต่หลังจากที่เห็น
ว่าเป็นซุนหรง เขาก็รีบเปลี่ยนอารมณ์ตัวเองทันที จากนั้นก็รีบเดินเข้า
ไปต้อนรับด้วยสีหน้าประจบประแจง
“ ผู้จัดการซุน ลมอะไรหอบคุณมาที่นี่ ? ”
โดยทั่วไปแล้วซุนหรงรับหน้าที่ดูแลห้างสรรพสินค้าเทียนตี้ทั้งหมด
งานของเขายุ่งมาก ปกติจะไม่ค่อยมาที่แผนกเสื้อผ้าเท่าไร แต่ในเวลานี้
ซุนหรงกลับไม่แม้แต่จะมองเขาสักนิด แต่ในทางตรงกันข้ามกลับหันไป
ด่ายามรักษาความปลอดภัยพวกนี้แทน “ พวกนายบ้าไปแล้วหรือไง ?
กล้าลงมือกับเถ้าแก่ของพวกเราหรือ ”
เดิมทีนี่เป็นคำด่าที่เขาใช้ด่ายามรักษาความปลอดภัย แต่พอได้ยิน
ไปถึงหูอู๋ต้าฟู่กลับทำให้เจ้าตัวรู้สึกเหมือนกับโดนสายฟ้าจากเทพ
สายฟ้าเก้าสวรรค์ฟาดเข้าอย่างจัง แทบจะทำเอาวิญญาณของเขาหลุด
ออกจากร่างเลยทีเดียว
ช่วงนี้เขาพอจะได้ยินข่าวมาบ้างเหมือนกันว่าห้างสรรพสินค้าแห่ง
นี้ได้เปลี่ยนเถ้าแก่คนใหม่ แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นชายวัยรุ่น
ตรงหน้านี้ และพอนึกถึงการกระทำทั้งหมดที่ตัวเองแสดงออกมา แข้ง
ขาของเขาก็อ่อนระทวยขึ้นมาทันที ในเวลานี้เขารู้สึกเหมือนฉี่ของ
ตัวเองกำลังจะราดกางเกง
จินไห่หยางตกตะลึงอย่างแท้จริง เมื่อกี้นี้เขายังพูดจาถากถางฉิน
ห้าวตงอยู่เลย คาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นเถ้าแก่ของที่นี่เช่นกัน
เขาเป็นทั้งเถ้าแก่ร้านอาหารเทาเทีย เป็นทั้งเถ้าแก่บริษัท
ภาพยนตร์ตงเซิ่ง ตอนนี้คิดไม่ถึงเลยว่าพอมาซื้อเสื้อผ้าที่นี่ เขาก็ยังเป็น
เถ้าแก่ของที่นี่อีก
สวีเจียเจียและคนอื่นตกตะลึงเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าแฟนที่ซูฮุ่ยหา
มาจะมีที่มาที่ไปที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ หรือจะบอกว่าเขาเป็นลูกหลานของ
ตระกูลใหญ่ ? ทำไมเขาถึงร˹ารวยขนาดนี้ ? ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเทา
เทีย บริษัทภาพยนตร์ตงเซิ่ง อีกทั้งห้างสรรพสินค้าเทียนตี้แห่งนี้ด้วย
เขาเป็นถึงเถ้าแก่ของธุรกิจถึง 3 แห่ง เกรงว่ามูลค่าทรัพย์สินของเขาคง
ไม่ได้น้อยไปกว่าร้อยล้านใช่ไหม ?
ซุนหรงไม่สนใจเรื่องอื่นแต่อย่างใด หลังจากที่เขาว่ากล่าวตักเตือน
ยามรักษาความปลอดภัยเรียบร้อยแล้ว เขาก็รีบเดินไปหาฉินห้าวตง
ด้วยสีหน้าประจบประแจง “ เถ้าแก่ มีอะไรให้ผมจัดการว่ามาได้เลย
ครับ ! ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยน˺าเสียงเรียบเฉยว่า “ ผู้จัดการซุน ผมขอถาม
คุณหน่อย ห้างสรรพสินค้าของเรามีกฎในการลดราคาสินค้า 20% หรือ
เปล่า ? ”
ซุนหรงพูดขึ้นว่า “ ไม่มี ห้างสรรพสินค้าของพวกเรามีการระบุกฎ
อย่างชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าไม่มีการลดราคาสินค้า ”
“ เช่นนั้นผู้จัดการแผนกมีสิทธิ์ในการลดราคาสินค้า 20% หรือ
เปล่า ? ”
ซุนหรงตอบกลับ “ ตอบเถ้าแก่ อย่าว่าแต่ผู้จัดการแผนก
เลย แม้แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ์ในการลดราคาสินค้าเช่นกัน ”
ในเวลานี้ฉินห้าวตงหันไปมองที่อู๋ต้าฟู่แล้วพูดขึ้นว่า “ แต่เมื่อครู่นี้
ผมเห็นมากับตาตัวเองว่าผู้จัดการอู๋ใช้อำนาจของตัวเองในการลดราคา
สินค้าให้คนอื่นอย่างเปิดเผย จากนั้นก็จะให้ยามมาโยนตัวผมออกไป นี่
มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ? ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เหงื่อบนหน้าผากของซุนหรงก็ไหลมาเป็นทาง
ภายในห้างสรรพสินค้าเกิดเรื่องประเภทนี้ขึ้น อีกครั้งยังมาถูกเถ้าแก่
เห็นเข้า ถือเป็นความผิดของผู้จัดการเช่นเขา ถ้าหากเขาจัดการได้ไม่ดี
เกรงว่าเขาคงไม่ได้ทำตำแหน่งนี้ต่อแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงหันไปพูดกับอู๋ต้าฟู่ด้วยน˺าเสียงที่เคร่งขรึมว่า “ อู๋ต้าฟู่
คนกล้าทำผิดกฎของห้างสรรพสินค้าต่อหน้าสาธารณชนแบบนี้เลยหรือ
รีบไปรับเงินเดือนจากฝ่ายบุคคลเดี๋ยวนี้ จากนั้นก็ไสหัวออกไปให้พ้น
หน้าฉันซะ ! ”
อู๋ต้าฟู่อายุเกือบจะ 50 ปีแล้ว แต่เขาเพิ่งจะดำรงตำแหน่งผู้จัดการ
แผนกได้ไม่นาน ถ้าหากเขาถูกไล่ออกในเวลานี้ ด้วยอายุปูนนี้ของเขา
หากคิดอยากจะหางานทำอีกคงเป็นปัญหาแล้ว ตอนนี้เขารู้แล้วว่า
ปัญหาอยู่ตรงไหน ดังนั้นเขาจึงรีบไปคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนต่อหน้าฉิน
ห้าวตง “ เถ้าแก่ ขอร้องล่ะ ครั้งนี้ผมผิดไปแล้ว ขอร้องให้คุณช่วยให้
โอกาสผมอีกสักครั้ง ต่อไปนี้ผมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว…… ”
คนที่น่าสงสารต้องมีบางจุดบ้างแหละที่ไม่ดี ฉินห้าวตงไม่ได้สนใจ
ต่อคนประเภทนี้เลยสักนิด เขาหันไปโบกมือออกคำสั่งซุนหรง
ซุนหรงรีบหันไปตะโกนสั่งบอดี้การ์ดที่อยู่ข้างกายว่า “ ลากเขา
ออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ อย่าให้เขามาทำให้เถ้าแก่ของพวกเรา
อารมณ์เสีย ”
เมื่อเห็นว่าคุณลุงกำลังจะถูกไล่ออกจากงานเพราะตัวเขาเอง จิน
ไห่หยางจึงหันไปพูดกับฉินห้าวตงด้วยความโมโหว่า “ นายฉิน คุณลุง
ของฉันคุกเข่าขอโทษนายแล้ว นายทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ
ไง ? ”
“ ในฐานะที่อู๋ต้าฟู่เป็นพนักงานของฉัน แต่เขากลับใช้เงินของฉัน
มาผูกสัมพันธ์กับคนอื่น หรือนายจะบอกว่าการที่เขาทำแบบนี้แล้วฉัน
ไล่เขาออกมันเป็นเรื่องเกินไปงั้นหรอ ? ” ฉินห้าวตงหัวเราะแล้วพูดต่อ
อีกว่า “ ในเมื่อนายบอกว่าฉันทำเกินไป งั้นฉันก็จะทำให้นายดูเดี๋ยวนี้
เลย ”
จากนั้นเขาก็หันไปออกคำสั่งซุนหรง “ แจ้งไปยังแผนกสืบสวนทาง
เศรษฐกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้พวกเขาตรวจสอบบัญชี
แผนกเสื้อผ้าอย่างละเอียด ผมได้ข่าวมาว่าซัพพลายเออร์คนนี้ก็คือ
หลานชายของผู้จัดการอู๋ พวกเขาเป็นลุงกับหลานกัน คนหนึ่งเป็นซัพ
พลายเออร์ คนหนึ่งเป็นคนรับสินค้า ถ้าให้บอกว่าไม่มีเรื่องลับลมคมใน
ภายในนั้น ต่อให้เป็นคนโง่ก็ไม่เชื่อหรอก และถ้าหากตรวจพบปัญหาใด
ขึ้นมา ก็รีบส่งเรื่องนี้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดการทันที และห้าม
ผ่อนปรนเป็นอันขาด ”
“ ได้ครับเถ้าแก่ ผมจะรีบแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้แหละ ”
ในฐานะที่เขาเป็นผู้จัดการที่ตั้งอกตั้งใจในหน้าที่ของตัวเองเป็น
อย่างมาก ซุนหรงจึงแสดงความกระตือรือร้นเป็นอย่างดี เขารีบเอา
โทรศัพท์มือถือออกมากดโทรหาตำรวจ
ครั้งนี้จินไห่หยางตกตะลึงอย่างแท้จริง เขาแทบอยากจะตบปาก
ของตัวเองเสียให้ได้
ถ้าหากเป็นการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังแค่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมานี้
อย่างน้อยครึ่งชีวิตที่เหลือของพวกเขาก็คงไม่มีปัญหาใด แต่ถ้าหากมี
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเข้ามาแทรกแซงเพื่อขอตรวจสอบการเดิน
บัญชีย้อนหลัง เกรงว่าครึ่งชีวิตที่เหลือของเขาสองคนลุงหลานคงหนีไม่
พ้นคุกแน่นอน
“ คุณฉิน ผมผิดไปแล้ว เมื่อกี้นี้ผมพลั้งปากพูดไป การกระทำของ
คุณลุงผมสมควรถูกไล่ออกจริง คุณตัดสินใจถูกแล้ว เรื่องของพวกเรา
ช่างมันเถอะ ”
เมื่อเห็นท่าทีอ้อนวอนของจินไห่หยาง ฉินห้าวตงไม่แม้แต่จะสนใจ
เลยแม้แต่น้อย เขาหันไปอีกด้านและไม่มีท่าทีว่าจะห้ามซุนหรงไม่ให้
โทรแจ้งตำรวจแต่อย่างใด
ในเวลานี้จินไห่หยางตื่นตระหนกอย่างแท้จริง นี่เป็นครั้งแรกที่เขา
รู้สึกว่าความเดือดร้อนมันมาใกล้ตัวเองถึงเพียงนี้ ดังนั้นเขาจึงรีบหันไป
ขอร้องซูฮุ่ยแทน “ ฮุ่ยฮุ่ย พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งหลายปี เธอช่วย
พูดแทนฉันหน่อยสิ อย่าแจ้งตำรวจได้ไหม ”
ถึงอย่างไรซูฮุ่ยก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง เมื่อได้ยินคำขอร้องจากจิน
ไห่หยาง เธอก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้ เธอดึงแขนเสื้อฉินห้าวตงแล้วพูดขึ้น
ว่า “ ห้าวตง พวกเราจัดการด้วยวิธีอื่นดีไหม ? ไม่ต้องแจ้งตำรวจดีกว่า
”
จินไห่หยางรีบพูดเสริมขึ้นทันที “ ใช่แล้ว ใช่แล้ว คุณฉิน พวกเรามี
อะไรสามารถเจรจากันได้ ขอแค่คุณไม่แจ้งตำรวจก็พอแล้ว ”
“ เห็นแก่ซูฮุ่ย ฉันจะยอมปล่อยพวกนายไปสักครั้งแล้วกัน ”
จากนั้นฉินห้าวตงก็หันไปบอกซุนหรง “ ยังไม่ต้องแจ้งตำรวจ
มอบหมายให้ฝ่ายการเงินในบริษัทเป็นผู้ตรวจสอบการเดินบัญชีของ
แผนกเสื้อผ้า ถ้าหากบัญชีขาดดุลก็ให้จินไห่หยางและอู๋ต้าฟู่ชดใช้ หาก
ขาดแม้แต่หยวนเดียวก็ให้แจ้งตำรวจได้ทันที ”
จินไห่หยางสีหน้าซีดขาว เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้เขา
และอู๋ต้าฟู่ทำบัญชีปลอมมาโดยตลอด พวกเขาฟอกเงินของ
ห้างสรรพสินค้าเทียนตี้ไปเป็นจำนวนมาก
และเงินก้อนนี้ก็ไม่ใช่เงินก้อนน้อย ๆ เลย เรียกได้ว่าถ้าหากนำมา
คืน ก็คงต้องใช้เงินเก็บที่เขาหามาตลอดทั้งชีวิต แต่เมื่อเทียบกับอีกครึ่ง
ชีวิตที่เหลือ การคืนเงินเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
“ คุณฉิน คุณไม่ต้องกังวล ผมจะรีบหาเงินและนำมาคืนคุณให้เร็ว
ที่สุด ” หลังจากพูดจบเขาก็ไม่มีหน้าอยู่ตรงนี้อีก เขารีบวิ่งหนีออกไป
จากห้างสรรพสินค้าอย่างรวดเร็ว
จินไห่หยางไปแล้ว ในเวลานี้เพื่อนนักเรียนคนอื่นเพิ่งได้สติกลับมา
จากอาการตกใจ คิดไม่ถึงเลยว่าแค่การมาซื้อเสื้อผ้าจะกลายเป็นเรื่อง
ใหญ่ขนาดนี้ได้ ถึงแม้ทุกคนจะรู้ว่าเขาหาเรื่องใส่ตัวเอง การที่ฉินห้าวตง
ไม่ดำเนินคดีตามกฎหมายกับเขาก็ถือว่าเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดแล้ว แต่ใน
เวลานี้ทุกคนก็เกิดความเสียใจอยู่เหมือนกัน เพราะถึงอย่างไรในมือของ
พวกเขาก็ยังถือสินค้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้อยู่ แต่พวกเขากลับ
ไม่ได้ส่วนลดอย่างที่หวังไว้ตอนแรก
เมื่อมองออกถึงอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง ซูฮุ่ยจึงหันไปกระซิบบอก
ฉินห้าวตง “ ห้าวตง ดูสิว่าเพื่อนเลือกของมาหมดแล้ว ช่วยลดราคาให้
พวกเขาหน่อยได้ไหม ”
ฉินห้าวตงส่ายหน้าปฏิเสธ “ ลดราคาไม่ได้อย่างแน่นอน ฉันไม่ชิน
กับการลดราคาให้ใคร ”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ทุกคนก็ได้แต่ถอนหายใจ ดูเหมือนว่าตัวเอง
ทำได้เพียงแค่ต้องเอาของกลับไปคืนที่เดิมแล้ว
แต่ในตอนนี้เองพวกเขาก็ได้ยินฉินห้าวตงพูดต่ออีกว่า “ เดิมทีฉัน
ไม่เคยลดราคาให้เพื่อนอยู่แล้ว เพราะถึงอย่างไรฉันก็ให้ทุกคนเลือกซื้อ
ได้ฟรี ทุกคนล้วนเป็นเพื่อนของซูฮุ่ย เอาเป็นว่าฉันยกของที่ทุกคนเลือก
ไว้เมื่อครู่นี้ให้ฟรีแล้วกัน บัญชีเท่าไรให้มาคิดที่ฉัน ”
“ โอ้ ! ไชโย ! ”
บรรดาเพื่อนของซูฮุ่ยต่างพากันส่งเสียงเฮฮาขึ้นมาทันที เพราะ
สิ่งของที่พวกเขาเลือกซื้อไว้เป็นสิ่งของที่มีมูลค่าไม่น้อยเลยทีเดียว มี
แม้กระทั่งบางคนเลือกสินค้ามูลค่า 5 หลักไว้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มันมา
ฟรี
จางถงและจ้าวผู่ได้แต่ก้มหน้านิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงชน ตอนนี้พวก
เขารู้แล้วว่าตัวเองเทียบไม่ได้กับฉินห้าวตงเลยสักนิด ไม่มีคุณสมบัติพอ
ให้เทียบได้เลย
หลังจากที่พาทุกคนเช็คบิลที่แคชเชียร์แล้ว ฉินห้าวตงก็พาโอวห
ยางชานชานและซูฮุ่ยกลับไปที่ถังเหมินพร้อมกัน
ฉินห้าวตงเป็นคนขับรถ ส่วนสองสาวนั่งอยู่เบาะหลัง ในเวลานี้ซูฮุ่ย
ยื่นหน้ามาแอบกระซิบถามที่ข้างหูฉินห้าวตงว่า “ นายมีธุรกิจมากน้อย
แค่ไหนกันแน่ ? คงไม่ใช่ว่าฉันหาแฟนเป็นมหาเศรษฐีผู้ร˹ารวยใช่ไหม ?
”
จบตอน