คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 836: การตื่นขึ้นของพลังธิดาศักดิ์สิทธิ์
ตอนที่ 836 การตื่นขึ้นของพลังธิดาศักดิ์สิทธิ์
ผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงก็คือแคททาเวย์ นักข่าวแห่งสำนักข่าว
eye of the Earth ที่เขาพบในมณฑลยูนนานนั่นเอง
คิดไม่ถึงว่าเบื้องหลังของเธอนั้นยังปิดบังตัวตนที่แท้จริงเอาไว้
เพียงแต่แคททาเวย์ในตอนนี้ดูแล้วแปลกประหลาดยิ่งนัก จากใบหน้า
ลงไป สีผิวเปลี่ยนไปคล้ายกับหยก มันดูสว่างเรียบเนียนส่องแสง
คล้ายอัญมณี จนถึงขั้นสามารถมองเห็นเส้นเลือดที่อยู่ภายใต้ผิวนั้นได้
ด้วย
ในเวลาเดียวกันก็มีแสงสว่างศักดิ์สิทธิ์ที่เข้มข้นห่อหุ้มทั้งร่างกาย
ของเธอไว้ มันกำลังเปลี่ยนร่างกายของเธอไปอย่างช้า ๆ นี่คงจะเป็น
แสดงให้เห็นถึงการตื่นขึ้นของพลังธิดาศักดิ์สิทธิ์
อลิซถามขึ้นว่า “ คุณหมอฉิน คุณรีบมาดูสิ อาการของผู้ป่วยแปลก
ประหลาดมาก ๆ ”
ฉินห้าวตงเดินเข้าไปที่เตียงเอื้อมมือไปจับที่แขนของแคททาเวย์
ความรู้สึกเย็นยะเยือกมาจากปลายนิ้วของเขา ดูเหมือนว่าเขากำลังจับ
รูปปั้นสวยงามที่ทำจากหยกจริง ๆ
เขาเอามือไปจับที่ชีพจรก็ยังคงปกติดี การตรวจชีพจรในครั้งนี้ใช้
เวลาค่อนข้างนาน ตามเวลาที่ได้เปลี่ยนไป เขาก็เริ่มขมวดคิ้วขึ้นมา
ผ่านไปประมาณ 5 นาทีเต็ม ๆ เขาถึงวางแขนนั้นลง ดูจากชีพจร
แล้ว อาการของแคททาเวย์นั้นก็คือการติดเชื้อไวรัสซอมบี้ แต่ปัญหามี
อยู่ว่าไวรัสซอมบี้ที่ ดร.คิงส์ตันได้วิจัยนั้นมันคือไวรัสที่ถ่ายทอดทาง
พันธุกรรมมันไม่มีอันตรายต่อคนผิวขาวตะวันตก ทำไมจู่ ๆ ถึงป่วย
ขึ้นมาได้ ?
อลิซพูดว่า “ คุณหมอฉิน คุณลองดูร่างกายของเธออีกครั้งสิ ”
ขณะที่พูด เธอก็ค่อย ๆ ดึงผ้าห่มที่คลุมแคททาเวย์ออก เผยให้เห็น
บริเวณเหนือหน้าอกของเธอ
ฉินห้าวตงตกใจเล็กน้อย เห็นเพียงหน้าอกของแคททาเวย์ตั้งแต่
ด้านบนถึงด้านล่างทุกสิ่งหยุดลงที่ตรงนี้ และด้านล่างก็มีเส้นเลือดสีดำ
พาดผ่าน เหมือนกับว่าเส้นเลือดสีดำพวกนี้มาขัดขวางการเปลี่ยนแปลง
นี้ไว้
ทั้งสองฝั่งกำลังต่อสู้กันอยู่เงียบ ๆ เขาใช้สัมผัสเทพสำรวจดูอีกครั้ง
เส้นดำๆ ที่ปรากฏขึ้นนั้นก็คือไวรัสซอมบี้ หลังพิจารณาดูสักพักก็เข้าใจ
แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น
ดร.คิงศ์ตันได้ศึกษาพัฒนาไวรัสทางพันธุกรรมชนิดนี้ ถึงแม้ว่าก่อน
หน้านี้คนผิวขาวจะไม่เกิดการล้มป่วย แต่ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะไม่ติดเชื้อ
ไวรัส แต่มันแฝงตัวอยู่ในร่างกายเธอมาโดยตลอด เดิมทีนั้นมันสงบนิ่ง
ไม่มีอะไรมาคอนกระตุ้น ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปจนถึงบั้นปลายชีวิตก็
คงไม่กลับมาป่วยอีก แต่น่าเสียดายที่แคททาเวย์เป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ของ
วิหารศักดิ์สิทธิ์
การตื่นขึ้นของพลังธิดาศักดิ์สิทธิ์ในครั้งนี้จึงไม่รู้ว่าไปกระตุ้นไวรัส
นี้ขึ้นมาได้อย่างไร จู่ ๆ ก็เริ่มล้มป่วยขึ้นมาอีกครั้ง
อลิซถามด้วยความกังวลว่า “ คุณหมอฉิน เป็นอย่างไรบ้าง ? หา
สาเหตุเจอไหม สามารถรักษาได้หรือเปล่า ? ”
เช้าวันนี้เธอได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจากแพทยสมาคมโลกเพื่อขอ
คำปรึกษา แต่ไม่มีสักคนที่หาวิธีการรักษาที่เหมาะสมได้ แม้แต่สาเหตุ
ของอาการป่วยก็ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ตอนนี้ฉินห้าวตงจึงเป็นความหวังสุดท้ายของเธอ ฉินห้าวตงพยัก
หน้ารับ “ ผมรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น การรักษาคงไม่ยากเท่าไหร่ ”
“ ดีจริง ๆ เลย คุณฉิน คุณนี่สุดยอดจริง ๆ ”
อลิซดีใจจนแทบจะกระโดด ถ้าไม่ติดว่านี่เป็นห้องรักษาอาการป่วย
เธอจะต้องร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจอย่างแน่นอน
อลิเซียมองดูอยู่ด้านข้างมาโดยตลอด หลังจากได้ยินคำพูดของฉิน
ห้าวตงแล้วก็พูดขึ้นว่า “ คุณหมอฉิน การรักษาของคุณจะมีผลกระทบ
กับการตื่นขึ้นของพลังธิดาศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ ? ”
ความคิดที่ใช้การตัดสินใจนี้ ในฐานะนักบวชชุดแดงของวิหาร
ศักดิ์สิทธิ์ เธอยิ่งให้ความสำคัญกับตัวตนธิดาศักดิ์สิทธิ์ของแคททาเวย์
หากว่าการรักษาของฉินห้าวตงมีผลต่อการตื่นขึ้นของพลังธิดา
ศักดิ์สิทธิ์แคททาเวย์ เช่นนั้นก็เท่ากับว่าได้ไม่คุ้มเสีย
ฉินห้าวตงพูดว่า “ อาการป่วยของเธอนั้นเกิดจากการตื่นขึ้นของ
พลังธิดาศักดิ์สิทธิ์ หากไม่รีบกำจัดไวรัสออกไป เกรงว่าการตื่นขึ้นของ
พลังธิดาศักดิ์สิทธิ์จะเป็นแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่สมบูรณ์ ดังนั้น
จำเป็นต้องรีบรักษาให้หายก่อนจึงจะถูก ”
พอได้ฟังดังนี้ อลิซรีบพูดว่า “ คุณหมอฉิน คุณรีบลงมือเถอะ ฉัน
ขอร้อง ”
เมื่อรู้ถึงสาเหตุการป่วยที่แน่ชัดแล้ว การรักษาก็ง่ายขึ้นมาก ฉิน
ห้าวตงหยิบยาชำระล้างเลือดออกมา แล้วเอาให้กับแคททาเวย์กิน แต่
คิดไปคิดมาแล้ว เขาก็หยิบยาชำระล้างความบริสุทธิ์ออกมาอีกเม็ดแล้ว
ใส่เข้าไปในปากของแคทเธอรีน เมื่อยาที่ถูกต้องกับอาการป่วยมาเจอ
กัน พอเวลาผ่านไป รอยเส้นสีดำบนหน้าอกของแคททาเวย์ก็ค่อย ๆ
หายไป จนกระทั่งในที่สุดก็หายไปจนหมด
และยาชำระล้างความบริสุทธิ์ก็ได้ช่วยขจัดสิ่งสกปรกสุดท้าย
ภายในร่างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ ออกมา ช่วยกำจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคใน
ร่างกายของงธิดาศักดิ์สิทธิ์ออกไป
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป แคททาเวย์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา พอมองเห็นฉิน
ห้าวตงที่อยู่ตรงหน้า ในดวงตากลมโตของเธอได้ฉายความประหลาดใจ
ออกมา “ คุณฉิน ฉันกำลังฝันไปหรือเปล่า ? ทำไมถึงได้พบคุณอีก ? ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ นี่ไม่ใช่ความฝัน คุณได้ล้มป่วยลง ผมมา
รักษาคุณ ”
“ ขอบคุณคุณมากที่ช่วยฉันอีกแล้ว ”
นึกถึงตอนที่อยู่มลฑลยูนนาน ฉินห้าวตงได้ช่วยตนเองไว้ถึง 2 ครั้ง
ดวงตาของแคทเธอรีนฉายแววแห่งความซาบซึ้งออกมา “ คุณหมออลิซ
นักบวชชุดแดงอลิเซีย ฉันอยากจะคุยเป็นการส่วนตัวกับฉินห้าวตงสัก
สองสามคำ ”
เมื่อเห็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ปลอดภัยดีแล้ว อลิเซียพยักหน้ารับแล้วพาอ
ลิซออกไปนอกห้อง
แคททาเวย์มองฉินห้าวตงแล้วพูดว่า “ คุณฉิน เมื่อสักครู่นี้ฉันเป็น
อะไรเหรอ ? ”
ฉินห้าวตงได้เล่าถึงอาการที่เธอโดนไวรัสซอมบี้เล่นงานอีกหนึ่ง
รอบ สุดท้ายจึงพูดว่า “ คุณวางใจได้ ไวรัสโดนกำจัดไปแล้ว ต่อจากนี้ก็
ไม่มีอะไรแล้ว ”
“ ขอบคุณนะคะ ” หลังจากนั้น แคททาเวย์ขอบคุณเขาอีกครั้งแล้ว
จึงพูดขึ้นว่า “ ตอนนี้คุณเห็นฉันเป็นแบบนี้ คุณกลัวไหม ? ”
“ นี่ไม่มีอะไรน่ากลัว คุณออกจะสวยขนาดนั้น ” ฉินห้าวตงยิ้มกับ
แคททาเวย์แล้วถามขึ้นว่า “ คุณเป็นนักข่าวของ eye of the Earth
ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้กลายเป็นลูกสาวของดยุคแอนดรูว์ไปได้ ? ตอนนี้
ยังเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์อีก ”
“ แล้วลูกสาวของดยุคแอนดรูว์จะเป็นนักข่าวไม่ได้หรือ ? ” ท่าทาง
ที่แสดงออกของแคททาเวย์ยากที่จะดูออก สายตามีรอยยิ้มขึ้นมา “ ที่
จริงแล้ว ตอนเด็ก ๆ ฉันถูกวิหารศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบแล้วว่าร่างกายของ
ฉันเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ หลังอายุ 20 ปีจึงจะถูกปลุกพลังขึ้นมา และการ
เป็นนักข่าวก็เป็นความฝันอย่างหนึ่งในชีวิตของฉัน ดังนั้นก่อนอายุ 20
ปี ฉันจึงเป็นนักข่าวของสำนักข่าว eye of the Earth แล้วออกเดินทาง
รอบโลกเพื่อรวบรวมข้อมูลที่ตัวเองต้องการ ตอนนี้ฉันก็ได้บรรลุความ
ใฝ่ฝันของฉันแล้ว สามารถที่จะวางใจได้และรอให้พลังตื่นขึ้นอย่าง
สมบูรณ์ได้แล้ว”
ฉินห้าวตงถามขึ้นว่า “ ในเมื่อรู้ตั้งแต่แรกแล้วว่ามีการตื่นขึ้นของ
พลังธิดาศักดิ์สิทธิ์ ทำไมไม่ไปอยู่ที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่แรกล่ะ ? อย่าง
นั้นน่าจะปลอดภัยกว่า ”
แคททาเวย์ตอบว่า “ การตื่นขึ้นของพลังธิดาศักดิ์สิทธิ์ไม่มีเวลาที่
แน่นอน อาจจะเกิดขึ้นตอนไหนก็ได้ ไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่าจะเป็น
เมื่อไหร่ ฉันไม่อยากถูกจองจำอยู่ในเมืองศักดิ์สิทธิ์เหมือนนักโทษ
และตอนที่พลังตื่นขึ้น ฉันจะขยับไปไหนโดนพลการไม่ได้ เพราะมี
พลังศักดิ์สิทธิ์ที่รวมตัวกันอยู่มาก หากออกไป การตื่นของพลังก็จะ
หยุดชะงักลง ดังนั้นฉันจึงได้แต่อยู่ที่นี่เพื่อให้การตื่นของพลังเสร็จสิ้น
สมบูรณ์แล้วค่อยไปที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ ”
ฉินห้าวตงมีบางอย่างที่ประหลาดใจจึงถามว่า “ หลังจากที่ร่างกาย
คุณถูกปลุกพลังแล้ว คงไม่เป็นแบบนี้ตลอดไปหรอกสินะ ? ”
แคททาเวย์พูดว่า “ ไม่แน่นอน หลังจากที่ร่างกายถูกปลุกพลังแล้ว
ก็จะได้รับการยอมรับจากของวิเศษอย่างหัวใจทูตสวรรค์ศักดิ์สิทธิ์ ถึง
ตอนนั้นร่างกายก็จะกลับคืนสู่สภาพเดิมเหมือนคนทั่วไป ”
“ อ๋อ ! ” ฉินห้าวตงพยักหน้า “ คุณต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหน ? ”
แคททาเวย์พูดว่า “ หากดูตามที่วิหารศักดิ์สิทธิ์บันทึกไว้ ปกติการ
ตื่นขึ้นของพลังธิดาศักดิ์สิทธิ์ใช้เวลาประมาณ 3 วัน แต่ว่าสภาพการณ์
ไม่เหมือนกัน บางคนนาน บางคนก็ใช้เวลาไม่นาน ไม่มีเวลา
เฉพาะเจาะจง ”
ทั้งสองคุยกันอีกสักพัก ฉินห้าวตงก็พูดขึ้นว่า “ คุณพักผ่อนเถอะ
ผมไม่รบกวนแล้ว ”
หลังพูดจบเขาก็จะจากไป แคททาเวย์พูดขึ้นอีกว่า “ คุณฉิน
ขอบคุณมาก ”
ฉินห้าวตงพูดว่า “ พวกเราเป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องเกรงใจมาก ”
แคททาเวย์กัดริมฝีปากของเธอ หลังจากลังเลเล็กน้อยแล้วจึงพูด
ว่า “ คุณฉิน ธิดาศักดิ์สิทธิ์ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ก็มีแฟนได้นะ ”
“ อ้อ ! อย่างนั้นผมขอให้คุณโชคดีนะ ! ”
ฉินห้าวตงพูดจบก็เดินออกไปจากห้อง มองดูแผ่นหลังของเขา
แคททาเวย์รู้สึกว้าวุ่นในใจ
ที่จริงก่อนหน้านี้เธอต่อต้านการเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์มาก ด้วยเหตุนี้
จึงได้ออกไปเป็นนักข่าว แต่นับตั้งแต่ได้เจอกับฉินห้าวตงที่ยูนนานตอน
นั้น ในสมองของเธอยังคงมีแต่ภาพของหนุ่มชาวจีนคนนั้นอยู่
ตลอดเวลา เธอรู้ว่าตัวเองได้หลงรักหนุ่มน้อยที่หล่อเหลาคนนี้เข้าแล้ว
แต่เธอก็รู้ถึงความสามารถของฉินห้าวตงดี แต่เพียงแต่ฐานะของลูก
สาวดยุคแอนดรูว์คงยังไม่พอ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจจะเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์
ของวิหารศักดิ์สิทธิ์
แต่ฉินห้าวตงกลับไม่รู้เรื่องราวเหล่านี้ หลังจากออกมาจากห้องก็
มาบอกลาอลิเซียแล้วเตรียมตัวจะกลับไป
ในตอนนี้เอง เขาก็เห็นเงาหนึ่งเดินเข้ามาจากด้านนอกประตู
“ คุณเองเหรอ ซีโยว่หมี่ ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ? ”
ฉินห้าวตงต้องประหลาดใจอีกครั้ง คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกับซีโย่วห
มีที่พึ่งจากกันมาเมื่อไม่กี่วันก่อน
ซีโยว่หมี่ทั้งดีใจและประหลาดใจที่ได้เจอฉินห้าวตง เธอโผเข้ามา
กอดแขนฉินห้าวตงแล้วพูดว่า“ ห้าวตง พวกเราได้พบกันเร็วขนาดนี้
เรียกว่ามีวาสนาต่อกันจริง ๆ ”
ฉินห้าวตงถามขึ้นว่า “ คุณบอกว่ามีธุระที่สำคัญต้องไปทำไม่ใช่
เหรอ ? ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้ ? ”
อลิเซียที่อยู่ด้านข้างพูดว่า “ คุณหมอฉิน คิดไม่ถึงว่าคุณจะสนิท
สนมกับซีโยว่หมี่ขนาดนี้ เธอเป็นดีไซน์เนอร์ที่ทางวิหารศักดิ์สิทธิ์เชิญ
มาเพื่อออกแบบเครื่องแต่งกายให้กับธิดาศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะ เป็น
เพราะว่าข่าวของธิดาศักดิ์สิทธิ์ต้องปิดเป็นความลับ ดังนั้นพวกเราจึงได้
บอกให้ซีโยว่หมี่ว่าอย่าบอกเรื่องนี้กับใคร ”
“ อ๋อ ! ”
ฉินห้าวตงพยักหน้า บางทีก็มีเพียงคำเชิญของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ถึง
ทำให้ซีโยว่หมี่ต้องอำลางานแสดงสินค้าแฟชั่นตั้งแต่เนิ่น ๆ
อลิเซียพูดต่อไปอีกว่า “ คุณซีโยว่หมี่ทุ่มเทในงานมาก วันนี้ตอน
เช้าเธอก็มาถึงอังกฤษแล้ว ฉันบอกให้เธอพักผ่อนสักหน่อย เธอก็ไม่
ยอม แล้วก็รีบมาวัดตัวเพื่อตัดชุดให้กับธิดาศักดิ์สิทธิ์เลย ”
ผู้พูดไม่ได้คิดอะไร แต่ภายในใจของฉินห้าวตงเกิดความคิดขึ้น เขา
และซีโยว่หมี่ได้แยกกันไป 2 วันแล้ว ทว่าเธอเพิ่งมาถึงอังกฤษวันนี้เช้า
แล้วช่วงระยะเวลา 1 วันที่เกินมาเธอไปที่ไหน ? หรือมีเรื่องอะไรที่
สำคัญไปกว่างานแฟชั่นวีคและคำเชิญของวิหารศักดิ์สิทธิ์ ?
ถึงแม้ว่าภายในใจจะคิดอย่างนี้แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา เขาพูดขึ้นว่า
“ คุณทำธุระของคุณเถอะ ผมขอตัวกลับก่อน ”
ซีโยว่หมี่ไม่ปล่อยมือจากแขนของเขา และถามขึ้นว่า “ คุณมาทำ
อะไรที่อังกฤษ ? ”
ฉินห้าวตงพูดว่า “ ผมไม่มีธุระอะไร ผมแค่มาเที่ยวเล่นเท่านั้นเอง
”
ซีโยว่หมี่พูดว่า “ แล้วคุณพักอยู่ที่ไหน ? จะอยู่ที่อังกฤษนาน
เท่าไหร่ ? ”
ฉินห้าวตงพูดว่า “ ผมเช่าวิลล่าในแถบชานเมือง ตอนนี้ก็ยังอยู่ที่
นั่น อยู่นานแค่ไหนยังบอกไม่ได้ ถ้ายังมีสิ่งที่น่าสนใจก็จะอยู่อีกนานสัก
หน่อย แต่ถ้าไม่มีอะไรน่าสนใจแล้วก็จะกลับเมืองจีน ”
ไม่รู้เพราะอะไรเขาจะต้องมีความรู้สึกบางอย่างที่ต้องแสร้งพูด
บิดเบือนต่อหน้าซีโยว่หมี่ตลอด นี่เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นโดย
สัญชาตญาณ เขาจึงไม่พูดความจริงออกไป
ซีโยว่หมี่พูดว่า “ ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ฉันยังไม่ได้หาโรงแรมที่พัก รอ
ฉันสักครู่ให้ฉันวัดตัวตัดชุดให้คุณแคททาเวย์เสร็จก่อน จะรีบกลับไป
พร้อมคุณทันที ”
ฉินห้าวตงพูดว่า “ คุณจะไปกับผมทำไม ? ”
“ ก็ต้องไปพักอยู่กับคุณน่ะสิ ตอนอยู่ที่อเมริกาพวกเราก็อยู่ด้วยกัน
ไม่ใช่เหรอ ? หรือคุณมีความคิดอย่างอื่น ? ”
ซีโยว่หมี่ใช้สายตาที่ซุกซนคู่นั้นมองเขา แล้วรีบเข้าไปในห้องของ
แคททาเวย์ ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นเธอก็กลับออกมาแล้วพูดว่า “ เสร็จ
แล้ว ตอนนี้พวกเราก็ไปได้แล้ว ”
พูดจบเธอก็คล้องที่แขนของฉินห้าวตงทันที ทั้งสองได้เดินออกจาก
ที่นี่ไป
หลังจากออกมาก็ขึ้นรถ ซีโยว่หมี่คล้องแขนของฉินห้าวตงแล้วพูด
ว่า “ ฉันยังไม่ได้ทานอาหารเช้า ตอนนี้รู้สึกหิวมาก คุณควรจะเลี้ยง
อาหารมื้อใหญ่แก่ฉันสักมื้อ ”
“ ก็ได้ อยากทานอะไรคุณเลือกได้เลย ”
ตอนนี้ใกล้ถึงเวลาอาหารเที่ยง ฉินห้าวตงเองก็เริ่มหิวแล้ว
เหมือนกัน “ อยู่ที่อเมริกานาน ฉันเริ่มเบื่ออาหารฝรั่งแล้ว อยากจะทาน
อาหารจีน พวกเราไปหาร้านอาหารจีนกันดีกว่า ”
ฉินห้าวตงพยักหน้าพูดว่า “ ได้สิ ”
ไม่กี่นาทีหลังจากนั้น พวกเขาก็มาถึงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งที่มีชื่อ
ว่า ‘ภัตตาคารราชาเกี๊ยวจีน’
เพิ่งมาถึงหน้าประตูก็ได้กลิ่นหอมของอาหารจีนลอยมาเตะจมูก
แล้ว เขาพาซีโยว่หมี่และเลิร์ฟเดินเข้าไปด้านใน
นี่เป็นช่วงเวลารับประทานอาหารที่มีคนแน่นร้าน ดังนั้นห้องทาน
อาหารส่วนตัวจึงเต็มแล้ว พวกเขาจึงเลือกนั่งโต๊ะบริเวณโถงห้องอาหาร
ของร้านแทน
จบตอน