คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 870: เหรียญตรานักปรุงยา
ตอนที่ 870 เหรียญตรานักปรุงยา
“ พี่ชาย เช่นนั้นให้พวกเราตามท่านไปดีไหม ! ” ปีศาจสาวน้อย
พูดหยั่งเชิง
ถึงแม้ว่าจ้าวซิงเยว่จะไม่ได้พูดอะไร แต่เธอก็พยักหน้าอย่างแรง
เพราะเธอไม่อยากแยกจากฉินห้าวตง
“ วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดเรียน หากจะให้พวกเจ้าโดดเรียนคง
ไม่ดีแน่ ไปเข้าเรียนเถอะ ! ”
หลังจากที่ฉินห้าวตงซื้อผลโพธิ์ประกายดาวมาแล้ว เขาตั้งใจว่า
เตรียมที่จะไปปรุงยาโอสถ ซึ่งเขาไม่อยากให้ปีศาจสาวน้อยคนนี้มา
จุ้นจ้านข้างกายเขา
“ แต่ว่าพี่ชาย ท่านเองก็ไม่ไปเรียนเหมือนกัน แล้วทำไมพวกเราถึง
ต้องไปเรียนด้วย ? ”
“ ข้าไม่เหมือนกับพวกเจ้า ! ”
ถ้าหากให้พูดถึงประสบการณ์และความรู้ในการฝึกตน ฉินห้าวตง
จะต้องมีมากกว่าบรรดาอาจารย์พวกนั้นแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่
จำเป็นต้องไปเรียนแต่อย่างใด สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้ก็คือศิลา
วิญญาณระดับเยี่ยมที่มากพอ และเมื่อเห็นว่าปีศาจสาวน้อยกำลังจะ
พูดอะไรบางอย่าง เขาก็รีบใช้ไม้ตายของเขาทันที “ ถ้าหากพวกเจ้าไม่
ฟังข้า ต่อไปนี้ก็ไปกินข้าวที่โรงอาหารซะเถอะ ”
“ ข้าฟังแล้ว ! ข้าฟังแล้ว ! ”
นับตั้งแต่ที่ได้ชิมอาหารของฉินห้าวตงแล้ว ไม่ว่าอย่างไรปีศาจสาว
น้อยก็จะไม่มีวันไปกินข้าวที่โรงอาหารเป็นอันขาด เธอรีบพยักหน้าตอบ
รับในทันที “ พวกเราจะไปเข้าเรียนเดี๋ยวนี้แหละ ”
หลังจากที่เห็นสองสาวเดินไปทางห้องเรียนแล้ว ฉินห้าวตงก็
กระตุกรอยยิ้มขึ้นมา จากนั้นก็เดินไปยังสมาพันธ์ปรุงยา
นี่เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่เขามาที่นี่ ดังนั้นเขาจึงเดินเข้ามาอย่างคุ้นเคย
เขามาถึงสถานที่ซื้อขายผลโพธิ์จันทร์ประกายดาว จากนั้นเขาก็พูดกับ
พนักงานขายว่า “ ข้าต้องการผลโพธิ์จันทร์ประกายดาว ”
พนักงานขายพูดขึ้นอย่างสุภาพว่า “ ไม่ทราบว่าเจ้ามีเหรียญตรา
นักปรุงยาหรือเปล่า ? ”
ฉินห้าวตงชะงักไปเล็กน้อย “ จะซื้อยาสมุนไพรก็ต้องใช้เหรียญ
ตราด้วยหรือไง ? หรือจะบอกว่านักเรียนธรรมดาไม่สามารถซื้อวัตถุดิบ
ยาสมุนไพรที่นี่ได้ ? ”
พนักงานขายพูดขึ้นว่า “ ไม่ใช่แบบนี้ นักเรียนธรรมดาก็สามารถ
ซื้อได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่จะไม่ได้รับส่วนลดเท่านั้นเอง ถ้าหากเจ้า
เป็นนักปรุงยาระดับ 1 ก็จะได้รับส่วนลดค่ายาสมุนไพร 10% ถ้าหาก
เป็นนักปรุงยาระดับ 2 ก็จะได้รับส่วนลด 20% แบ่งแยกส่วนลดไปตาม
ระดับของเหรียญตรา ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นด้วยความสงสัยว่า “ แล้วถ้าหากว่าข้าเป็นนักปรุง
ยาระดับ 9 ล่ะ จะได้รับส่วนลด 90% หรือไม่ ? ”
พนักงานขายได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นว่า “ เจ้านี่มันล้อเล่นเก่งซะ
เหลือเกิน ในบรรดานักปรุงยาทั้งหมดของสำนักวิชาเรามีเพียงแค่นัก
ปรุงยาระดับ 7 เท่านั้น ซึ่งเป็นประธานสมาพันธ์ปรุงยาของพวกเรา
นั่นเอง กฎระเบียบนี้ออกโดยสมาพันธ์ปรุงยาโอสถของพวกเรา โดยมี
เป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมีความตั้งใจฝึกฝนปรุงยาโอสถ ”
ฉินห้าวตงพยักหน้าตอบรับ ตอนนี้เขามองออกแล้วว่าสิ่งที่สำนัก
เต่าทมิฬใช้ในการกระตุ้นนักเรียนนั้นก็คือเงินทองนั่นเอง เขาพยักหน้า
แล้วพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากข้ามีเหรียญตราปรุงยาแล้ว จะได้สิทธิพิเศษ
อะไรอีกบ้าง ? ”
พนักงานขายตอบกลับ “ ถ้าหากว่าเจ้ามีเหรียญตราปรุงยาก็มีสิทธิ์
ที่จะนำโอสถมาขายให้กับสมาพันธ์ปรุงยาของพวกเรา แต่ถ้าหากเจ้าไม่
มี เวลาที่เจ้านำมาขาย พวกเราจะไม่กล้ารับไว้ ในขณะเดียวกัน ยิ่งมี
ระดับสูงมากเท่าไหร่ ทางเราก็จะยิ่งให้ราคาสูงมากขึ้นเท่านั้น พวกเรา
ให้ราคายาโอสถระดับ 1 ดาวสูงกว่าราคาตลาด 10% ยาโอสถระดับ 2
ดาวสูงกว่าราคาตลาด 20% แบ่งแยกไปตามระดับ ”
ฉินห้าวตงคิดแล้ว ดูเหมือนกับว่าสวัสดิการของนักปรุงยาจะไม่เลว
เลยจริง ๆ ดูเหมือนอันดับแรกเขาจะต้องเข้ารับการทดสอบเพื่อเอา
เหรียญตรามาให้ได้ก่อน พอถึงตอนนั้นไม่เพียงแต่ได้ราคายาสมุนไพร
มาในราคาถูกเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ศิลาวิญญาณระดับเยี่ยม
มากขึ้นอีกด้วย
“ นักเรียน เจ้ามีเหรียญตรานักปรุงยาหรือเปล่า ? ”
“ ตอนนี้ข้ายังไม่มี แต่ว่าข้าจะไปสอบ ” ฉินห้าวตงถามต่ออีกว่า “
ไม่ทราบว่ารายละเอียดการสอบเหรียญตรานักปรุงยาเป็นอย่างไรบ้าง ?
”
พนักงานขายตกตะลึงไปเล็กน้อย จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นว่า “
นักเรียน ดูเหมือนว่าเจ้ายังไม่เข้าใจภาควิชาปรุงยาเท่าไร ภายใน
ดินแดนแห่งปราณวิญญาณที่ยิ่งใหญ่นี้ สถานะของนักปรุงยาเป็นที่
เคารพนับถือที่สุด เพราะว่าผู้ฝึกเซียนทุกคนจะต้องซื้อยาโอสถจาก
พวกเขา ในขณะเดียวกันการเป็นนักปรุงยาสักคนเป็นเรื่องที่ยากมาก
ข้าขอแนะนำให้เจ้าเรียนรู้ไปก่อนสักพัก แล้วค่อยยื่นสมัครสอบดีกว่า ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ เรื่องพวกนี้ท่านไม่ต้องมากังวลหรอก ขอ
เพียงแค่บอกข้ามาก็พอว่าต้องทดสอบอย่างไรบ้าง ”
พนักงานขายส่ายหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ เดินออกไปจากตรงนี้แล้ว
เลี้ยวซ้ายจะเป็นสนามทดสอบชิงเหรียญตรานักปรุงยา แต่ข้าขอ
แนะนำว่าเจ้าควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนดีกว่านี้ เพราะทุกครั้งที่
สมัครสอบจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการสอบทั้งหมดประมาณ 10 ศิลา
วิญญาณระดับเยี่ยม หากไม่มีความมั่นใจมากพอ เงินจำนวนนั้นก็จะไม่
เหลือแล้ว ”
“ ศิลาวิญญาณระดับเยี่ยม 10 ก้อน แพงขนาดนี้เลยหรือ ? ”
ฉินห้าวตงรับรู้ได้แล้วว่าภายในสำนักเต่าทมิฬแห่งนี้ ถ้าหากไม่มี
เงินก็ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้
พนักงานขายพูดขึ้นว่า “ การสอบต้องเก็บค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว
เพราะถึงอย่างไรทางสำนักวิชาก็ต้องใช้เงินลงทุนเช่นเดียวกัน อีกอย่าง
ถ้าหากไม่ตั้งเกณฑ์ให้เข้มงวด ในแต่ละวันก็คงมีนักเรียนมาสมัครสอบ
ไม่จบไม่สิ้น เช่นนั้นทางสำนักก็คงงานยุ่งกันแย่ ”
ฉินห้าวตงพยักหน้า ถึงแม้ว่าการทดสอบจะต้องจ่ายเงินลงทุนเด็ก
น้อย แต่ถึงอย่างไรแล้วมันก็คุ้มค่าที่จะลงทุน พอจากความสามารถใน
ปัจจุบันของเขา อย่างน้อยก็น่าจะสอบได้เหรียญตรานักปรุงยาระดับ 5
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ใช่เพราะว่าความสามารถในการปรุงยาของเขายัง
ไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะเขาถูกจำกัดด้วยระดับการฝึกตนเท่านั้นเอง
ยิ่งต้องการปรุงโอสถที่มีระดับสูงมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งต้องการสมุนไพร
และกำลังภายในที่สูงมากขึ้นเท่านั้น สาเหตุที่นักปรุงยาได้รับความ
เคารพนับถือจากผู้คนนั้น เป็นเพราะว่าในระหว่างที่ปรุงยานอกจากจะ
มีความสามารถในการปรุงยาโอสถสูงแล้ว ในขณะเดียวกันก็ยังเป็นชาว
ยุทธเช่นเดียวกัน เพียงแต่ว่าพวกเขามีพลังในการต่อสู้ต˹ากว่าชาวยุทธ
เฉพาะเล็กน้อย
เขาออกไปจากโถงขายยาสมุนไพร จากนั้นก็เดินไปยังสนามสอบ
ตามที่พนักงานขายบอกไว้
ในตอนที่มาถึงที่นี่นั้น ด้านหน้าประตูสนามสอบได้มีนักเรียนมา
รวมตัวกันประมาณ 10 กว่าคนได้ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาสอบเอา
เหรียญตรานักปรุงยาทั้งนั้น แต่สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจก็คือเขากลับพบ
เจอกับพี่อ้วนจางต้าเผิงที่นี่ด้วย
“ น้องฉิน เจ้าก็มาเหมือนกันหรือ ? ” จางต้าเผิงเองก็มองเห็นฉิน
ห้าวตงเช่นเดียวกัน เขาเดินเข้ามาต้อนรับอย่างเป็นมิตร จากนั้นก็กวาด
ตามองทั่วตัวเขาไป 1 รอบ ดูจากเจตนาแล้วเหมือนกำลังดูว่าเขาได้รับ
บาดเจ็บหรือไม่
“ น้องชาย เมื่อวานนี้ปีศาจสาวน้อยไม่ได้สร้างความลำบากให้เจ้า
ใช่หรือไม่ ? ”
“ เปล่า ข้าก็ยังอยู่ดีไม่ใช่หรือไง ” ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้ม “ พี่
จาง ท่านก็มาสอบเหรียญตรานักปรุงยาเหมือนกันใช่ไหม ? ”
จางต้าเผิงพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะฝึกฝนวรยุทธ แต่ถ้า
หากข้ามีเหรียญตรานักปรุงยาสักเหรียญ เวลาจะไปไหนจะทำอะไรก็จะ
สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังได้ซื้อยาสมุนไพรในราคาถูกอีกด้วย แต่
การทดสอบนี้มันช่างยากเหลือเกิน นี่ข้าก็มาสอบเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ถ้า
หากยังสอบไม่ผ่านอีก ข้าก็ว่าจะล้มเลิกความตั้งใจ ”
ในเวลานี้ก็มีเสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นจากด้านข้างว่า “ พวก
นักเรียนภาควิชาชาวยุทธอย่างพวกเจ้ามันเป็นคนเถื่อนทั้งนั้น จะไป
เข้าใจการปรุงยาที่ไหนกัน พวกเจ้ามาสอบที่นี่ก็มีแต่จะสิ้นเปลืองเงิน
ทองเท่านั้น ข้าขอแนะนำว่าให้พวกเจ้ากลับไปอย่างโดยดีจะดีกว่า จะ
ได้ไม่ต้องสิ้นเปลืองศิลาวิญญาณระดับเยี่ยม ”
ฉินห้าวตงหันกลับไปมองก็เห็นเพียงนักเรียนชั้นปีที่ 2 ที่สวมชุด
เครื่องแบบสีดำยืนอยู่ด้านหลังพวกเขา ตอนนี้นักเรียนคนนั้นกำลัง
หัวเราะเยาะแล้วมองมาที่พวกเขา
จางต้าเผิงพูดขึ้นว่า “ หม่าเหยียน เจ้าเก่งขนาดนั้นเลยหรือไง ?
ถึงแม้ว่าเจ้าจะเป็นนักเรียนภาควิชาปรุงยา แปลว่าตอนนี้เจ้ายังสอบ
ไม่ได้เหรียญตรานักปรุงยาสักเหรียญเลยไม่ใช่หรือไง ? ”
นักเรียนผู้ที่ชื่อหม่าเหยียนพูดขึ้นว่า “ เจ้าจะไปเข้าใจอะไร ? แบบ
ข้าเรียกว่าค่อยเป็นค่อยไป หลังจากที่ข้าเรียนรู้มาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว
ตอนนี้ข้าก็มีความมั่นใจพอที่จะสามารถสอบเอาเหรียญตรานักปรุงยา
ระดับ 1 ได้ จะไปเหมือนกับคนประเภทพวกเจ้าที่ไหนกัน ที่สอบมา 3 ปี
แต่ก็ยังไม่ได้สักเหรียญ เดิมทีพวกเจ้าเป็นเพียงแค่ชาวยุทธธรรมดา
เท่านั้น แค่ตั้งหน้าตั้งตาเพิ่มระดับพลังของตนเองก็พอแล้ว ยังจะมา
สอบเอาเหรียญตรานักปรุงยาอีก แบบนี้มันเรียกว่าทะเยอทะยานเกิน
ตัว ”
“ เจ้า……” จางต้าเผิงโมโหจนหน้าแดง แต่กลับพูดอะไรไม่ออกสัก
คำ ใครใช้ให้เขาตอบมา 3 ที่แล้วก็ยังสอบไม่ได้สักเหรียญกันล่ะ
หม่าเหยียนดูมีสีหน้าภาคภูมิใจมาก หลังจากเขาดูถูกเหยียดหยาม
จางต้าเผิงแล้ว ดูเหมือนเขาจะยังไม่หนำใจ จากนั้นเขาก็พุ่งเป้ามาที่ฉิน
ห้าวตง
“ ข้าว่านักเรียนใหม่อย่างเจ้าทางที่ดีตั้งใจเรียนเพื่อเพิ่มพูน
ความสามารถของตัวเองจะดีกว่า เพิ่งเข้าสำนักวิชามาได้ไม่นานก็คิดจะ
มาสอบเอาเหรียญตรานักปรุงยาแล้ว ไม่รู้ความสามารถตัวเองเลยหรือ
ไง ? ในฐานะที่เป็นศิษย์พี่ ข้าพูดได้เลยว่าการจะเป็นนักปรุงยาคนหนึ่ง
นั้นไม่ใช่ว่าคนทั่วไปก็สามารถสอบได้ เจ้ากลับไปเพิ่มระดับการฝึกตน
ของตัวเองจะดีกว่า ”
ฉินห้าวตงชำเลืองมองไปที่เขาแล้วพูดขึ้นว่า “ ทั้งที่เรียนอยู่ใน
สำนักวิชาเต่าทมิฬมาตั้ง 1 ปีแต่ก็ยังมีพลังอยู่ในระดับหยวนหยิงขั้น
กลางเท่านั้น ในฐานะที่เป็นนักเรียนภาควิชาปรุงยา แต่กลับไม่สามารถ
สอบเอาเหรียญตรามาได้สักเหรียญ ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าเจ้ามาเรียนใน
ภาควิชานี้ได้อย่างไร ถ้าหากว่าข้าเป็นเจ้าป่านนี้คงเอาหัวโขกกำแพง
ตายไปแล้ว ”
“ เจ้า…… ”
ถ้าว่ากันตามทั่วไปแล้วนักเรียนใหม่มักจะให้ความเคารพนักเรียน
เก่าอยู่เสมอ โดยเฉพาะนักเรียนใหม่ที่พึ่งเข้ามาในสำนักวิชาแค่ไม่กี่วัน
อย่างฉินห้าวตง
แต่ไม่ว่าอย่างไรหม่าเหยียนก็คาดไม่ถึงว่าชายวัยรุ่นคนนี้ไม่
เพียงแต่ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาเท่านั้น ในขณะเดียวกันยังทำตัวหยาบ
คายต่อหน้าเขาด้วย อีกทั้งยังพูดจาถากถางเขารุนแรงกว่าที่เขาพูดจา
ถากถางจางต้าเผิงเสียอีก
ทันใดนั้นเขาก็โวยวายขึ้นด้วยความโมโห “ เจ้าเด็กน้อย เจ้าพูด
อะไรของเจ้า? ข้าเป็นหยวนหยิงขั้นกลางแล้วจะทำไม ? หรือจะบอกว่า
เจ้ามีพลังสูงกว่าข้า ? ”
เมื่อเห็นว่าหม่าเหยียนผู้ที่ชอบพูดจาถากถางคนอื่นกำลังโดนตอก
กลับ จางต้าเผิงก็รู้สึกสะใจเสียยิ่งกว่าตอนดื่มเบียร์ซะอีก เขาหัวเราะ
แล้วพูดขึ้นว่า “ ข้าขอบอกไว้ก่อนเลยว่าน้องฉินมีพลังแข็งแกร่งกว่าที่
เจ้าคิดอีก ตอนนี้เขาคือราชาคนใหม่ในปีนี้ แค่เพิ่งเข้าสำนักวิชามาก็มี
พลังอยู่ในระดับขอบเขตฮั่วเซิ่นขั้นปลายแล้ว ”
“ เอ่อ…… ”
หม่าเหยียนคิดไม่ถึงเลยว่าระดับการฝึกตนของเขาทั้งสองจะ
แตกต่างกันถึงเพียงนี้ นักเรียนใหม่คนหนึ่งที่เพิ่งเข้ามาเรียนในสำนัก
วิชาได้ไม่นานกับเก่งกาจจนถึงระดับนี้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยัง
โวยวายขึ้นว่า “ แล้วอย่างไรล่ะ ? พวกเจ้าเป็นนักเรียนภาควิชาชาว
ยุทธ จะมีพลังแข็งแกร่งกว่าข้าเล็กน้อยก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ถ้ามี
ความสามารถมากพอก็มาสอบเหรียญตรานักปรุงยาให้ข้าดูหน่อยสิ ! ”
“ ไม่ต้องกังวล อีกไม่นานความปรารถนาของเจ้าก็จะเป็นจริงแล้ว !
”
ฉินห้าวตงหันไปพูดกับจางต้าเผิงว่า “ พี่จาง ท่านรู้หรือเปล่าว่า
วิธีการสมัครสอบต้องทำอย่างไรบ้าง ? สามารถสอบเหรียญตรานักปรุง
ยาระดับ 5 ได้เลยหรือไม่ ? ”
จางต้าเผิงได้ยินดังนั้นก็ตกใจมาก “ เอ่อ……น้องชาย ข้าไม่ได้ยิน
ผิดไปใช่ไหม เจ้าจะสอบนักปรุงยาระดับ 5 งั้นหรือ ? ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้ว ข้าคิดว่าการสอบไปทีละระดับขั้นมัน
ยุ่งยากเกินไป สู้ข้ามขั้นไปเลยดีกว่า ”
เมื่อได้ยินคำพูดของทั้งคู่ หม่าเหยียนดูเหมือนจะหาจุดโจมตีกลับ
เจอ เขาตะโกนขึ้นทันที “ ไอ้เด็กน้อย เจ้านี่มันไม่รู้จักที่ต˹าที่สูง คิดว่า
เจ้าเป็นเทพเซียนหรือไง ? คิดว่าตัวเจ้าเองเป็นศิษย์พี่ฟางฉงเอ๋อร์งั้น
หรือ ? พี่ยังไม่ทันได้เรียนจบดีก็สามารถสอบเหรียญตรานักปรุงยา
ระดับ 6 ได้แล้ว ? ”
ฉินห้าวตงไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิด เจ้าตัวยังคงพูดกับจางต้าเผิงว่า
“ พี่จาง ฟางฉงเอ๋อร์คือใคร ? ใช่หนึ่งในยอดฝีมือทั้งสิบแห่งสำนักที่ท่าน
พูดถึงเมื่อวานหรือไม่ ? ”
จางต้าเผิงพูดขึ้นว่า “ ใช่แล้ว นางนั่นแหละ นางเป็นผู้ที่มี
พรสวรรค์ชนิดที่คนอื่นต้องยอมรับนับถือ ฟางฉงเอ๋อร์ไม่เพียงแต่มี
ระดับการฝึกตนอยู่ในขอบเขตเลี่ยนสวี่ขั้นกลางเท่านั้น นอกจากนี้ยัง
เป็นนักเรียนคนเดียวในสำนักวิชาที่เริ่มสอบเหรียญตรานักปรุงยา
ระดับ 5 นางเป็นลูกศิษย์ที่น่าภาคภูมิใจที่สุดของซูอู๋เซี่ยน ท่านหัวหน้า
สมาพันธ์ปรุงยา ว่ากันว่าถ้าหากนางเรียนจบแล้วก็จะรับตำแหน่งรอง
ประธานสมาพันธ์ปรุงยา ตอนนี้นางรับผิดชอบดูแลเรื่องการสอบของ
นักเรียนที่นี่ อีกเดี๋ยวคนที่จะมาทำการทดสอบให้พวกเราก็คือนาง ”
หม่าเหยียนพูดตามขึ้นว่า “ ได้ยินหรือยัง ? นางเป็นคนที่มี
พรสวรรค์ เจ้าเทียบอะไรกับศิษย์พี่ฟางฉงเอ๋อร์ไม่ได้หรอก ”
ฉินห้าวตงชำเลืองมองไปที่เขาด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย “ ฟางฉงเอ๋อร์
เป็นคนรักของเจ้าหรือไง ? ”
“ เอ่อ……ศิษย์พี่ฟางฉงเอ๋อร์เป็นผู้หญิงของสำนักวิชาเรา ข้าจะไป
เด็ดดอกฟ้าได้อย่างไร ”
“ เช่นนั้นเจ้ามีความสัมพันธ์พิเศษอะไรกับนางหรือไม่ ? ”
“ ไม่มี ศิษย์พี่ฟางฉงเอ๋อร์ไม่รู้จักข้า ”
ฉินห้าวตงหัวเราะเยาะแล้วพูดขึ้นว่า “ ในเมื่อนางไม่รู้จักเจ้า ต่อให้
นางเก่งกาจแค่ไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับเจ้ากัน ? ”
“ เจ้า……ฟางฉงเอ๋อร์คือศิษย์พี่ของข้า นางเป็นคนที่ยอดเยี่ยม
แน่นอนว่าข้าต้องภาคภูมิใจอยู่แล้ว ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ คนแบบเจ้าไปพยายามเพิ่มความสามารถ
ของตัวเองจะดีกว่า อย่าได้เที่ยวเอาเรื่องคนอื่นพี่ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าไป
พูดอวดเลย ”
หม่าเหยียนโกรธจนหน้าแดง และในตอนนี้ก็มีเสียงที่ดังฟังชัดดัง
ขึ้นมา “ ที่นี่คือสนามสอบ กรุณาเงียบเสียงด้วย ”
ฉินห้าวตงหันมองไปตามเสียง ก็พบว่ามีนักเรียนหญิงสวมชุด
เครื่องแบบสีม่วงกำลังเดินมาทางด้านนี้
รูปร่างของผู้หญิงคนนี้สูงโปร่งมาก มีส่วนเว้าส่วนโค้งอย่างชัดเจน
ผมยาวประบ่า ความงามของเธอคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าจ้าวซิงเยว่และ
หลัวหงอิงแต่อย่างใด เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือความเย่อหยิ่ง
บนใบหน้าที่ดูอยู่เหนือสิ่งมีชีวิตทั้งหมด
จบตอน