คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 872: ไม่จบไม่สิ้น
ตอนที่ 872 ไม่จบไม่สิ้น
ฟางจิ้งเอ๋อร์ตกตะลึงอยู่ตรงนั้นทันที ในที่สุดเรื่องที่เธอเป็นกังวล
มากที่สุดก็เกิดขึ้น เป็นตัวเธอเองที่ผิดพลาดจริงด้วย
ซูอู๋เซี่ยนหยิบเอากระดาษคำตอบแผ่นนั้นของฉินห้าวตงออกมาอีก
ครั้งแล้วพูดขึ้นว่า “ จิ้งเอ๋อร์ เมื่อครู่นี้ข้าเพิ่งจะอ่านกระดาษคำตอบ
แผ่นนี้ไป เขาไม่เพียงแต่เขียนสูตรยาที่ยอดเยี่ยมในคำถามข้อแรก
เท่านั้น แต่ว่าคำถามข้ออื่นก็มีทัศนคติตามความเข้าใจของตัวเองอย่าง
ลึกซึ้ง นี่มันไม่ใช่กระดาษคำตอบที่ได้ 0 คะแนน แต่มันควรจะเป็น
กระดาษคำตอบที่ได้ 100 คะแนน และอาจจะเกินกว่า 100 คะแนน
ด้วยซ˺า ! ” ประโยคนี้ทำเอาทุกคนที่อยู่ในสนามสอบถึงกับตกตะลึงตา
ค้าง
ซูอู๋เซี่ยนคือใคร ? เขาคือประธานของสมาพันธ์ปรุงยาสาขาย่อย
แห่งสำนักวิชาทมิฬเชียวนะ เขาคือนักปรุงยาระดับ 7 แต่ไหนแต่ไร
สายตาของเขามักสูงส่งมาโดยตลอด และก็ยังไม่เคยเห็นเขาชื่นชมใคร
ขนาดนี้มาก่อนอีกด้วย
“ ข้า……ข้า…… ” ฟางจิ้งเอ๋อร์กระตุกมุมปาก แต่สุดท้ายเธอก็พูด
อะไรไม่ออก
“ จิ้งเอ๋อร์ นี่เป็นความผิดของพวกเราเอง นักเรียนฉินห้าวตงผู้นั้น
เป็นผู้ที่มีพรสวรรค์จริง ๆ สมาพันธ์การปรุงยาของเราไม่ควรปล่อยคน
แบบนี้หลุดมือไป ดังนั้นข้าจะไปเชิญเขากลับมาที่นี่เดี๋ยวนี้แหละ ”
ซูอู๋เซี่ยนพูดจบก็เดินออกไปด้านนอกสนามสอบ ทันใดนั้นฟางจิ้ง
เอ๋อร์ก็ตะโกนเรียกเขา “ อาจารย์ รอก่อน ”
“ ทำไมหรือจิ้งเอ๋อร์ ? ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า ? ” ซูอู๋เซี่ย
นหันกลับมาถาม
“ อาจารย์ ในเมื่อข้าเป็นคนทำผิด เช่นนั้นข้าจะต้องแก้ไขมัน ! ข้า
จะเป็นคนไปเชิญฉินห้าวตงกลับมาเอง นอกจากนี้จะขอโทษต่อหน้าเขา
ด้วย ”
คำพูดนี้ถูกพูดออกมาอย่างยากลำบากจากปากของฟางจิ้งเอ๋อร์
แต่ถึงยังงั้นแม้ว่าเธอจะมีนิสัยหยิ่งทะนงในตนเอง แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคน
ที่รู้ผิดแต่ไม่แก้ไขตัวเองซะเมื่อไหร่ ในเมื่อตัวเองเป็นคนผิดก็ต้องกล้าที่
จะยอมรับมัน
ซูอู๋เซี่ยนพยักหน้าด้วยความพอใจ ลูกศิษย์ที่รู้ผิดแล้วรู้จักแก้ไขถือ
ว่าเป็นอะไรที่ไม่เลวเลยทีเดียว
เขาพูดขึ้นว่า “ เช่นนั้นก็ดี ดังนั้นเจ้าไปเถอะ เรื่องนี้ผิดที่สมาพันธ์
ปรุงยาของพวกเรา หลังจากที่เจ้าไปที่นั่นแล้วนอกจากจะขอโทษเขา
เจ้าจะต้องบอกเสี่ยวฉินว่าทางสมาพันธ์ของพวกเรายินดีให้เขาทำการ
ทดสอบฟรีทั้งหมด ถึงแม้ว่าเงินก้อนนี้มันจะไม่ได้มากมายเท่าไหร่นัก
แต่มันก็แสดงถึงคำขอโทษจากพวกเราได้ ”
“ เข้าใจแล้วอาจารย์ ! ” ฟางจิ้งเอ๋อร์ตอบรับ จากนั้นก็ไปยังหอพัก
ที่ฉินห้าวตงทิ้งที่อยู่เอาไว้
เมื่อเห็นว่าเธอเดินออกไปแล้ว หม่าเยี่ยนก็หันไปถามซูอู๋เซี่ยน “
ท่านประธานซู เราการทดสอบของพวกเราจะทำอย่างไร ? ”
ถ้าว่ากันตามข้อปฏิบัติที่ผ่านมา หลังจากที่ส่งกระดาษคำตอบแล้ว
ฟางจิ้งเอ๋อร์ก็จะตรวจคำตอบของพวกเขา จากนั้นก็จะประกาศคะแนน
ของแต่ละคนในสนามสอบ แต่ตอนนี้ฟางจิ้งเอ๋อร์ออกไปแล้ว แล้วพวก
เขาควรจะทำอย่างไรดี ?
ซูอู๋เซี่ยนพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากไม่ได้มีเรื่องด่วนอะไร พวกเจ้าก็รออยู่
ที่นี่ก่อนเถอะ แต่ถ้าใครมีธุระอะไรก็ให้กลับไปก่อน หลังจากนั้นข้าจะให้
คนไปแจ้งคะแนนแก่พวกเจ้า ”
นักเรียนที่ทำการทดสอบพยักหน้าตอบรับ ไม่มีใครออกไปไหน
ทั้งนั้น เพราะว่าพวกเขารอให้ฟางจิ้งเอ๋อร์และฉินห้าวตงกลับมา
ฉินห้าวตงกลับไปที่หอพักของตัวเอง ปีศาจสาวน้อยและจ้าวซิง
เยว่ต่างก็ไปเรียนหมดแล้ว ในบ้านเหลือเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
เขาดึงเก้าอี้มาตัวหนึ่งแล้วนั่งอยู่ตรงสนามหญ้า จากนั้นก็เหม่อมอง
ไปยังท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไป ในหัวของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึก
คิดถึงบ้าน คิดถึงครอบครัว
ตอนนี้เรามาถึงดินแดนแห่งปราณวิญญาณได้ 2 วันแล้ว หากที่
บ้านรู้ว่าเราหายสาบสูญไปจะต้องเป็นกังวลใจอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าแม่
ลูกสาวสุดน่ารักจะเป็นอย่างไรบ้าง จะคิดถึงเราที่เป็นพ่อบ้างหรือเปล่า
ไม่รู้ว่าแฟนสาวทุกคนเป็นอย่างไรบ้าง พวกเธอจะเสียใจหรือเปล่านะ ?
และในตอนนี้เองเขาก็เอาแต่เหม่อมองไปบนท้องฟ้า ไม่รู้ว่าผ่านไป
นานเท่าไหร่แล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ฟางจิ้งเอ๋อร์มาถึงด้านหน้าบ้านพักของฉินห้าวตง เธอชะเง้อคอ
มองผ่านกำแพงไป ก็เห็นว่าเขากำลังนั่งอยู่ในสวนเพียงลำพังด้วยท่าที
ที่เหม่อลอย ในแววตาของเขานั้นดูล˺าลึกและเต็มไปด้วยความเศร้าโศก
เสียใจ ราวกับว่าเขาผ่านความผันผวนของโลกมานักต่อนัก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ยังไม่เคยเห็นใครที่มีแววตาเจ็บปวดเท่านี้
มาก่อน ภายในใจของเธอรู้สึกสั่นไหวขึ้นมาเล็กน้อย ดูแล้วเขายังมีอายุ
ไม่มากนัก แต่เหตุใดเขาถึงเศร้าโศกเสียใจขนาดนี้ เขาประสบพบเจอ
กับเรื่องอะไรมา ?
หลังจากที่เงียบคิดไปอย่างนั้นอยู่สักพัก เมื่อเห็นว่าฉินห้าวตงยังคง
เหม่อลอยอยู่ และไม่ได้สังเกตเห็นว่าเธอมาถึงแล้ว ฟางจิ้งเอ๋อร์จึงเคาะ
ประตูบ้านพักของเขา
ในเวลานี้ฉินห้าวตงถึงได้สติกลับมา เขาเปิดประตูบ้านพัก หลังจาก
ที่เห็นฟางจิ้งเอ๋อร์แล้ว เขาจึงพูดขึ้นว่า “ ในเมื่อเจ้ามาแล้ว งั้นก็เริ่มโดย
เถอะ ! ”
ฟางจิ้งเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นจึงถามด้วยความสงสัยว่า “ เริ่มอะไร ? ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “ ศิษย์พี่ไม่ได้มาขอโทษข้าหรือ
ไง งั้นก็เริ่มเลยเถอะ ถ้าหากท่านขอโทษอย่างจริงใจ บางทีข้าก็อาจจะ
พิจารณายกโทษให้ท่าน ! ”
“ เจ้า…… ”
ฟางจิ้งเอ๋อร์โมโหจนถลึงตาโต แต่เรื่องนี้ผิดที่เธอ สุดท้ายเธอจึงกัด
ฟันพูดขึ้นว่า “ ขอโทษ วันนี้ข้าตรวจข้อสอบเจ้าโดยพละการเกินไป
เข้าใจเจ้าผิด ข้ามาขอโทษเจ้า ”
“ ไม่เลว จริงใจมาก ! ” ฉินห้าวตงพนักหน้าแล้วพูดขึ้นว่า “ แล้วไง
อีก ? ”
“ ข้าขอโทษเจ้าแล้ว เจ้ายังจะเอาอะไรอีก ? ”
ฟางจิ้งเอ๋อร์พูดด้วยความโมโห โตขนาดนี้แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอ
ขอโทษคนอื่น แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าหมอนี่จะไม่รู้จักพอ
ฉินห้าวตงพูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ “ ขอโทษน่ะได้ มีความ
จริงใจมาก แต่ไม่มีอะไรชดเชยให้ข้าเลยหรือไง ? ”
“ เจ้า…… ”
มองดูสายตาเย้าแหย่ของชายหนุ่มตรงหน้า ตอนนี้มันมีท่าที
อ้างว้างและเศร้าสร้อยที่ไหนกัน ฟางจิ้งเอ๋อร์พูดด้วยความโมโหว่า “
อาจารย์ข้าพูดไว้ว่าเรื่องนี้ผิดที่สมาพันธ์ปรุงยาของพวกเราเอง ใน
ฐานะค่าชดเชย เขายินดีจะให้เจ้าทดสอบฟรีทุกรายการ ”
“ แบบนี้ไม่เลวเลย ไปกันเถอะ ข้าจะกลับไปพร้อมกับท่าน ” ฉิน
ห้าวตงพยักหน้าด้วยความพอใจ ฟรีค่าทดสอบทุกรายการ เช่นนั้นถ้า
หากวันนี้สอบได้เหรียญตรานักปรุงยาระดับ 5 เช่นนั้นก็หมายความว่า
เขาจะประหยัดศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมไปได้มากถึง 50 ก้อน นั่นมัน
เงินก้อนใหญ่เชียวนะ
ฟางจิ้งเอ๋อร์ทำเสียงไม่พอใจ เธอหันหลังเดินนำทางกลับมายัง
สมาพันธ์นักปรุงยาพร้อมกับฉินห้าวตง
ซูอู๋เซี่ยนเห็นว่าฟางจิ้งเอ๋อร์พาชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง
กลับมาด้วย ก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะต้องเป็นฉินห้าวตงอย่างแน่นอน
จากนั้นเขาจีงรีบปรี่เข้าไปต้อนรับ “ เจ้าหนุ่ม ข้าคือประธานสมาพันธ์
ปรุงยา ผู้มีนามว่าซูอู๋เซี่ยน เมื่อครู่นี้พวกเราเกิดความเข้าใจผิดกัน ทำ
ให้ตัดสินคะแนนของเจ้าผิดพลาด ตอนนี้ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ ไม่เป็นไร เมื่อครู่นี้ศิษย์พี่ขอโทษข้าแล้ว ไม่มี
ใครไม่เคยผิดพลาด ทำผิดก็ปรับปรุงตัวจึงเป็นสิ่งที่ดี ”
พอพูดถึงตรงนี้ ฟางจิ้งเอ๋อร์ก็โกรธจนถลึงตาโต เจ้านี่มันเก่งนัก
หรือไง
เมื่อครู่นี้เธอนึกออกแล้ว ฉินห้าวตงจะต้องไปเอาสูตรยาแบบนี้มา
จากคนอื่นแน่นอน ซึ่งมันบังเอิญตรงกับคำถามพอดี ไม่ว่ายังไงก็ปรุงยา
ไม่เก่งเท่าตัวเธอเองหรอก
“ ไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด พูดได้ดี ” ซูอู๋เซี่ยนพูดต่ออีกว่า “ เสี่ยว
ฉิน ข้าเพิ่งอ่านกระดาษคำตอบของเจ้า ความคิดของเจ้ามีเอกลักษณ์
มาก เจ้ามีความรู้ลึกซึ้งในศาสตร์การปรุงยา ไม่ทราบว่าอาจารย์ของเจ้า
คือผู้ใด ? ”
ความคิดของเขาเหมือนกับฟางจิ้งเอ๋อร์ เขาคิดว่าฉินห้าวตงจะต้อง
มีอาจารย์ที่เก่งกาจแน่นอน และบังเอิญที่เขาได้สูตรยานี้มาพอดี
ฉินห้าวตงจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าพวกเขากำลังคิดอะไร แต่แบบนี้ก็
ช่วยให้เขาปกปิดฐานะตัวตนของตัวเองได้ งั้นลองโกหกเหมือนตอนที่
โกหกจ้าวซิงเยว่ดีกว่า “ อาจารย์ข้าคือคนที่มหัศจรรย์มาก เขาอาศัยอยู่
บนภูเขามาโดยตลอด ตอนนี้เขาตายแล้ว ”
“ อ้อ ! ” ซูอู๋เซี่ยนพยักหน้า แต่ไม่ได่พูดอะไรต่อ “ เสี่ยวฉิน เมื่อครู่
นี้ข้าแก้ไขคะแนนให้เจ้าแล้ว ครั้งนี้เจ้าได้คะแนนเต็ม ได้เหรียญตรานัก
ปรุงยาระดับ 1 ”
หลังจากที่ได้ยินประโยคนี้ นักเรียนที่รวมตัวกันอยู่ด้านข้างต่างเผย
แววตาอิจฉาออกมา เพราะใบคะแนนของเขายังไม่ได้ตรวจ แต่ว่าชาย
หนุ่มคนนี้กลับได้คะแนนเต็มซะแล้ว
หม่าเยี่ยนทำหน้าไปไม่ถูก เมื่อครู่เขาเพิ่งพูดไปว่าอีกฝ่ายจะสอบ
ไม่ผ่าน แต่ตอนนี้ดันมาสอบได้คะแนนเต็มในครั้งเดียว ทำให้เขารู้สึก
ร้อนผ่าวที่ใบหน้า เหมือนกับโดนตบแรง ๆ ไปฉาดใหญ่
แต่สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือฉินห้าวตงไม่ได้มีท่าทีดีใจแต่อย่างใด แต่
เขายังพูดต่ออีกว่า “ ประธานซู ข้าขอสอบระดับ 5 เลยได้ไหม ? ”
ฟางจิ้งเอ๋อร์จ้องเขาเขม็ง เจ้าหมอนี่ไม่จบไม่สิ้นสักที ได้คืบจะเอา
ศอก แถมยังจะมาสอบระดับ 5 อีก ก็แค่ผู้ได้คะแนนเต็มของระดับ 1 คิด
ว่าตัวเองเก่งนักหรือไง
ส่วนคนอื่นต่างวิพากษ์วิจารณ์กัน ถึงแม้ว่าการสอบได้คะแนนเต็ม
ของระดับที่ 1 จะเก่งกาจมาก แต่ว่านักปรุงยาแต่ละระดับต่างก็มีความ
ต่างกันอยู่มากมาย เรียกได้ว่าไม่สามารถเทียบกันเลยก็ว่าได้ รวมถึง
จางต้าเผิงที่สนิทสนมกับฉินห้าวตงด้วย ไม่มีใครมองว่าเขาจะสามารถ
ผ่านการทดสอบของนักปรุงยาระดับ 5 ได้
ซูอู๋เซี่ยนพูดขึ้นว่า “ เสี่ยวฉิน เจ้าพึ่งเข้ามาในสำนักวิชาได้ไม่นาน
ต่อไปนี้เจ้ายังมีเวลาอีกมาก ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอก นัก
ปรุงยาแต่ละระดับชั้นมีความแตกต่างกันเยอะมาก ใช่ว่าจะสอบผ่านได้
โดยง่าย ข้าขอแนะนำให้เจ้าตั้งใจศึกษาไปซักระยะหนึ่ง จากนั้นก็ค่อย
มาทำการทดสอบใหม่ ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ ประธานซู แบบนั้นมันวุ่นวายเกินไป ข้าคิด
ว่าจะสอบให้เสร็จวันนี้เลย ”
“ ยุ่งยาก……ปากกล้านักนะ คิดว่าตัวเองเป็นร่างทรงของเทพแห่ง
โอสถหรือไง ? ”
ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครสนใจ แต่ถึงอย่างนั้นหม่าเยี่ยนก็ยังรู้สึกว่า
ตัวเองเสียหน้า และดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะหาวิธีกู้หน้าของตัวเองคืน
ได้แล้ว ดังนั้นเขาจึงพูดจาถากถางขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
ซูอู๋เซี่ยนยังอยากที่จะพูดโน้มน้าวอีกสักประโยคสองประโยค แต่
ในเวลานี้ฟางจิ้งเอ๋อร์ได้พูดขึ้นมาว่า “ อาจารย์ ข้าอยากทดสอบการ
ปรุงยากับเขา ถ้าหากว่าเขาสามารถเอาชนะข้าได้ ก็ถือว่าสอบผ่าน
เหรียญตรานักปรุงยาระดับ 5 แบบนี้ได้หรือไม่ ? ”
ผู้หญิงคนนี้มักจะหยิ่งทะนงตนต่อหน้าคนอื่นเสมอ ตอนนี้หลังจาก
ที่ต้องไปขอโทษฉินห้าวตงแล้ว ภายในใจของเธอก็รู้สึกอึดอัดเป็นอย่าง
มาก เธออยากจะหาโอกาสมากู้หน้าตัวเองเช่นเดียวกัน
ในฐานะที่เป็นอาจารย์ของเธอ ซูอู๋เซี่ยนย่อมรู้อยู่แล้วว่าลูกศิษย์
ของเขาคิดอะไรอยู่ หลังจากลองคิดทบทวนดูแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ ตกลง
เช่นนั้นพวกเจ้าก็ประลองกันสักหน่อย ฉินห้าวตง เจ้าคิดว่าวิธีการนี้ดี
หรือไม่ ? ”
สำหรับฉินห้าวตงแล้ว ขอเพียงแค่ให้ตัวเองสามารถสอบได้ก็ไม่มี
ปัญหาอะไรแล้ว เขาพูดด้วยน˺าเสียงเรียบเฉยว่า “ ได้สิ ไม่ทราบว่าจะ
ประลองกันด้วยวิธีไหน ? ”
ซูอู๋เซี่ยนพูดขึ้นว่า “ พวกเจ้าก็ตั้งเตาปรุงยาขึ้นมาด้วยกันเลย ขอ
เพียงแค่เจ้าสามารถปรุงยาโอสถระดับ 5 ออกมาได้ นอกจากนี้ขอเพียง
แค่สีสันของมันไม่ได้ด้อยไปกว่ายาโอสถของจิ้งเอ๋อร์ ก็ถือว่าผ่านการ
ทดสอบแล้ว ”
ในความคิดของเขา ทักษะการปรุงยาของฉินห้าวตงไม่มีทางเทียบ
ชั้นกับลูกศิษย์ของเขาได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาก็เลยสร้างมาตรฐานให้
ไม่สูงมาก
ฉินห้าวตงถามขึ้นอย่างไม่แยแสว่า “ สามารถปรุงยาโอสถอะไร
ออกมาก็ได้ใช่ไหม ? ”
ซูอู๋เซี่ยนตอบกลับ “ ขอเพียงแค่สามารถปรุงยาโอสถระดับ 5
ออกมาได้ก็พอ จะปรุงยาโอสถอะไรออกมาก็แล้วแต่เจ้า ”
ฟางจิ้งเอ๋อร์เชิดหน้าพูดขึ้นว่า “ เจ้าจะปรุงยาอะไร ข้าก็จะปรุงยา
แบบนั้น เพราะถ้าหากแพ้ขึ้นมาจะได้ไม่มาว่าข้าทีหลังว่าใช้ความยาก
มารังแกเจ้า ”
ฉินห้าวตงกระตุกรอยยิ้มบาง “ เช่นนั้นข้าขอเลือกปรุงยาปรับแต่ง
พลังแล้วกัน ”
ในบรรดายาโอสถระดับ 5 ยาโอสถปรับแต่งพลังถูกจัดเป็นยา
โอสถที่ปรุงออกมาได้ยากมาก ขอเพียงแค่สามารถปรุงมันออกมาได้ก็
จะขายได้ในราคาที่สูงเทียมฟ้า และนี่คือเหตุผลที่เขาเลือกปรุงยาชนิด
นี้ออกมา
หลังจากฟังเขาพูดจบแล้ว ซูอู๋เซี่ยนและคนอื่นก็เปลี่ยนสีหน้าไป
เดิมทีนึกว่าเขาจะเลือกยาที่มีระดับความยากไม่มากนัก เพราะถึง
อย่างไรยาโอสถระดับ 5 ต่างหากที่เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้สอบผ่าน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชายวัยรุ่นคนนี้จะเลือกยาที่ยากขนาดนี้ได้
บนใบหน้าของฟางจิ้งเอ๋อร์เผยให้เห็นถึงรอยยิ้มดูถูกเหยียดหยาม
ในความคิดของเธอ สาเหตุที่ฉินห้าวตงเลือกยาโอสถที่ยากที่สุดนั้น
เพราะถึงอย่างไรก็มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่พวกเขาทั้งคู่จะปรุงยาไม่
ประสบความสำเร็จ และต่อให้ต้องพ่ายแพ้ทั้งคู่ อย่างน้อยก็ยังพอกู้หน้า
ของเขาคืนมาได้บ้าง
แต่จากความสามารถของเธอ หากจะให้ผลิตยาโอสถปรับแต่งพลัง
ออกมาก็คงเป็นเรื่องยากเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากเธอพยายามอย่างสุด
ความสามารถก็พอที่จะปรุงออกมาได้อยู่ เมื่อเห็นว่าทั้งสองไม่มีข้อขัด
ค้านใด ซูอู๋เซี่ยนจึงพูดขึ้นว่า “ ตกลง เช่นนั้นพวกเจ้าก็ปรุงยาโอสถ
ปรับแต่งพลังแล้วกัน ”
“ เดี๋ยวก่อน ” ฉินห้าวตงเรียกซูอู๋เซี่ยนไว้
ฟางจิ้งเอ๋อร์หัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “ ทำไมล่ะ หรือว่าคิดจะกลับคำ
แล้วใช่ไหม ? อยากจะเปลี่ยนเป็นยาที่ง่ายขึ้นกว่าเดิมหรือเปล่า ? ”
“ เปล่าหรอก เพียงแต่ว่าข้าอยากถามว่าตอนที่แข่งกัน เรื่อง
วัตถุดิบยาล่ะ จะทำอย่างไร ? ”
ซูอู๋เซี่ยนพูดด้วยรอยยิ้ม “ ข้าบอกไปแล้วว่าครั้งนี้ข้าให้เจ้าทดสอบ
ฟรีทุกรายการ ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการทดสอบของเจ้าจะเป็นความ
รับผิดชอบของสมาพันธ์เราเอง ”
“ เช่นนั้นข้าก็จะได้วางใจ ” ฉินห้าวตงถามต่ออีกว่า “ เช่นนั้นโอสถ
ที่ปรุงออกมาล่ะ ? มันจะตกเป็นของข้าหรือว่าเป็นของสมาพันธ์ ? ”
จบตอน