คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 896: การประลองไล่ล่า
ตอนที่ 896 การประลองไล่ล่า
“ เจ้านี่ คงต้องรอให้เอากระบี่มาจ่ออยู่ตรงหน้าก่อนสินะจึงจะยอม
! ”
ปีศาจสาวหัวเราะ จากนั้นเธอก็ชี้นิ้วสั่งปลาหมึกหนวดเงิน “ เอาล่ะ
ลูกรักของข้า ปล่อยพวกเขาไปแล้วกลับโลกของเจ้าเถิด ! ”
ผู้อัญเชิญสัตว์อสูรคือผู้ที่เป็นนายของสัตว์อสูรทั้งปวง ปลาหมึก
หนวดเงินมีท่าทีเหมือนไม่อยากปล่อยสามคนนี้ไป แต่ถึงอย่างนั้นมันก็
ยอมทำตามแต่โดยดี ก่อนจะกลับเข้าไปในประตูแห่งชีวิต
“ บ้าเอ้ย เจ้าเด็กคนนั้นไม่ได้ลงมืออะไรสักอย่าง แต่กลับคว้าชัย
ชนะไปครอง…… ”
“ เจ้านั่นมันเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว ข้าไม่ยอม…… ”
“ ข้าเองก็พอจะมองออกว่าไอ้ราชานักเรียนใหม่อะไรนั่นล้วนไม่ได้
เรื่องทั้งสิ้น ไม่มีความกล้าหาญ สุดท้ายต้องพึ่งพาปีศาจสาว…… ”
เมื่อได้ยินเสียงวิจารณ์รอบด้าน ฉินห้าวตงกลับไม่สนใจแต่อย่างใด
ไม่ว่าคนพวกนี้จะพูดอย่างไร สุดท้ายวันนี้เขาก็ประสบความสำเร็จอยู่ดี
เขาสามารถเอาชนะได้ภายใต้สถานการณ์ที่สามารถปกปิดพลังของ
ตัวเองไว้ได้
“ ไอ้เลวเอ้ย ที่พวกข้าเตรียมมาเสียเปล่าหมด ! ”
มองไปยังฉินห้าวตงที่อยู่บนลานประลอง เสวียผานโมโหจนดวงตา
ทั้งคู่เป็นสีแดงก˹า แต่กลับไม่สามารถทำอะไรได้
เหอไคซานพูดว่า “ พี่เสวียอย่าเพิ่งโมโหไป อีกเดี๋ยวก็จะเข้าสู่รอบ
ไล่ล่าแล้ว พอถึงตอนนั้นพวกเราก็จะลงมือด้วยตนเอง ข้าเชื่อว่าเราต้อง
จัดการเจ้าเด็กนั่นได้แน่ ”
เซียวยวี่หลงพูดขึ้นว่า “ เจ้าเด็กคนนี้มันไร้ยางอายเสียจริง เอาแต่
หลบอยู่หลังผู้หญิงตลอด ไม่เคยแม้แต่จะขยับตัวเข้ามาสู้ก็ได้ชัยชนะไป
ครองแล้ว ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย…… ”
มู่หรงจิงหงกระตุกรอยยิ้เจ้าเล่ห์ “ ข้ากลับไม่ได้คิดเช่นนี้ ข้าคิดว่า
แบบนี้ต่างหากถึงเป็นผู้ชายที่น่าสนใจ ! ”
เมื่อเห็นว่าเทพธิดาในใจของตัวเองมีความประทับใจที่ดีต่อฉินห้าว
ตงมากยิ่งขึ้น เซียวยวี่หลงได้ตัดสินใจแน่วแน่แม้ว่าเขาจะต้องสั่งสอน
อีกไอ้หนุ่มนี่ในการประลองไล่ล่าให้ได้ ให้เจ้าหนุ่มคนนี้ได้เห็นว่าอะไรที่
เรียกว่าผู้ชายที่แท้จริง อะไรที่เรียกว่าผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง
ไม่ว่าคนด้านล่างจะคิดเห็นอย่างไร แต่การแข่งขันยังคงดำเนิน
ต่อไปตามขั้นตอนของมัน ผู้ตัดสินประกาศว่าทีมของฉินห้าวตงเป็น
ฝ่ายได้รับชัยชนะในการประลองนักเรียนใหม่ประจำปีนี้ จากนั้นหลัวตง
ชิงได้ขึ้นมาบนแท่นพิธีอีกครั้ง แล้วเริ่มพูดคุยกับนักเรียนทุกคนเป็นการ
สรุปผลการประลอง จากนั้นก็มอบรางวัลตามประกาศในตอนแรก
ผู้ชนะได้รับเงินรางวัล 20,000 ศิลาวิญญาณระดับเยี่ยม รอง
ชนะเลิศอันดับหนึ่งได้รับเงินรางวัล 15,000 ศิลาวิญญาณระดับเยี่ยม
รองชนะเลิศอันดับสองได้รับเงินรางวัล 10,000 ศิลาวิญญาณระดับ
เยี่ยม
ฉินห้าวตงได้รางวัล 20,000 ศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมมา
ครอบครอง เมื่อรวมกับที่เขาเก็บสะสมไว้ก็เป็นหนึ่งแสนพอดี ตอนนี้เขา
สามารถลองสำเร็จขั้นพลังได้แล้ว แต่ในตอนนี้เอง หลัวตงชิงที่อยู่บน
แท่นพิธีได้พูดขึ้นอีกครั้งว่า “ นักเรียนทุกคน เงินรางวัลจำนวนเหล่านี้
จะยังไม่ใช่ของพวกเจ้าชั่วคราว อีกเดี๋ยวจะเข้าสู่ช่วงการประลองไล่ล่า
พวกเขาสามารถช่วงชิงศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมในมือของพวกเจ้าได้
ทุกเมื่อ พวกเจ้าต้องใช้พลังของตัวเองมาปกป้องเงินรางวัลไว้…… ”
อันดับต่อไปเข้าสู่ช่วงการถูกไล่ล่าโดยนักเรียนเก่า หลัวตงชิงได้
ประกาศกฎการประลองไล่ล่า
อันดับแรกในระหว่างที่กำลังถูกไล่ล่า จะต้องมีการรับประกันความ
ปลอดภัยของนักเรียน สามารถต่อสู้กันจนได้รับบาดเจ็บได้ แต่ไม่
อนุญาตให้ถึงแก่ชีวิต ไม่อย่างนั้นจะถูกไล่ออกจากสำนักเต่าทมิฬ
ประการที่สองก็คือระหว่างการประลองไล่ล่า แต่ละทีมที่เข้าร่วม
จะได้เป็นนักล่า ในขณะเดียวกันก็จะต้องเป็นผู้ถูกล่าเช่นเดียวกัน
สามารถปล้นเอาศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมจากนักเรียนคนใดก็ได้
แต่ทุกครั้งที่ปล้นจะต้องปล้นเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น ผู้ใดฝ่าฝืนกฎจะ
ถูกยึดศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมทั้งหมดในมือ
ประการที่สามการประลองไล่ล่าจะจัดขึ้นในหุบเขาแห่งฝันร้าย
โดยมีเวลาไล่ล่าทั้งหมด 24 ชั่วโมง นักเรียนทุกทีมจะต้องข้ามผ่านหุบ
เขาแห่งฝันร้ายเพื่อไปถึงทางออกอีกฝั่งหนึ่งให้ได้ ไม่อย่างนั้นก็จะ
กลายเป็นผู้พ่ายแพ้ในการประลองไล่ล่า และจะไม่มีสิทธิ์ได้รับศิลา
วิญญาณระดับเยี่ยมทั้งหมด……
หลังจากประกาศกฎออกไปแล้ว สำนักเต่าทมิฬถึงเริ่มทำการ
แข่งขันไล่ล่านักเรียนใหม่ทั้งหมด 48 คนและนักเรียนเก่าทั้งหมด 30
คน ณ. หุบเขาแห่งฝันร้าย
หุบเขาแห่งฝันร้ายนี้อยู่ไม่ไกลจากสำนักเต่าทมิฬ มีรูปร่างเหมือน
แกนหมุน ก่อนหน้านี้มันถูกเรียกว่าหุบเขาแกน ต่อมาเป็นเพราะมีการ
แข่งขันไล่ล่านักเรียนใหม่ ทำให้นักเรียนใหม่มองว่ามันเป็นเหมือนฝัน
ร้ายของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาจึงเปลี่ยนชื่อมันเป็นหุบเขาแห่งฝันร้าย
ตามกฎของสำนัก นักเรียนใหม่ต้องเข้าไปในหุบเขาแห่งฝันร้าย
ล่วงหน้านักเรียนเก่าเป็นเวลา 10 นาที
ในตอนที่หลัวตงชิงประกาศให้เริ่มการแข่งขันนั้น บรรดานักเรียน
ใหม่ทั้ง 48 คนก็รีบเข้าสู่หุบเขาแห่งฝันร้ายอย่างรวดเร็ว
พวกเขาแต่ละคนต่างหวงแหนศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมของตัวเอง
ทั้งนั้น พวกเขาไม่อยากถูกใครแย่งชิงไป ดังนั้นจึงรีบพยายามไปถึง
ทางออกอีกด้านของหุบเขาแห่งฝันร้ายให้เร็วที่สุด
แต่ทีมที่แตกต่างจากทุกคนก็คือทีมของฉินห้าวตง เขาหันหน้ามา
สำรวจมองบรรดานักเรียนเก่าที่อยู่ด้านหลัง เหมือนกับทีมพวกเขาไม่มี
ผิด บรรดานักเรียนเก่าที่เข้าร่วมการประลองไล่ล่าจะจับกลุ่มทีมละ 3
คน นอกเหนือจากปีศาจสาวน้อยและต่งเจิ้นไห่พี่ถูกไล่ออกจากสำนัก
ไปแล้ว ดูเหมือนว่า 10 อันดับยอดฝีมือแห่งสำนักจะเข้าร่วมกันครบทุก
คน
แต่ว่าสำนักเต่าทมิฬไม่อยากให้มีข้อแตกต่างทางด้านพลังมาก
จนเกินไป ดังนั้นทางสำนักจึงให้นักเรียนเก่า 10 อันดับยอดฝีมือจับกลุ่ม
ทีมละ 2 คน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเอานักเรียนเก่าคนอื่นเข้าร่วมทีม
อีก 1 คนด้วย
และทีมที่เป็นที่สะดุดตามากที่สุดก็คือทีมของมู่หรงจิงหงและ
เซียวยวี่หลง เดิมทีทั้งคู่เป็นผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งที่สุดอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ทั้ง
คู่ก็จับกลุ่มอยู่ทีมเดียวกันอีก ในขณะเดียวกันทีมของพวกเขาก็มี
นักเรียนเก่าที่มีพลังประดับขอบเขตเลี่ยนสวี่อีกด้วย
พลังแบบนี้ทำให้ใครเห็นเป็นต้องหวาดกลัวแน่นอน
ที่ด้านหลังของพวกเขาเป็นทีมของฟางจิ้งเอ๋อร์และหยุนเชี่ยน
เชี่ยน จากนั้นก็เป็นเสวียผานและเหอไคซานที่กำลังจับจ้องมาทางเขา
ไม่วางตา ทีมของพวกเขาเองก็เตรียมนักเรียนเก่าผู้ที่แข็งแกร่งเอาไว้
อีก 1 คน
ส่วนทีมสามคนที่ต่อแถวอันดับที่ 4 เป็นทีมที่ฉินห้าวตงไม่ค่อยคุ้น
หน้า หลังจากที่ปีศาจสาวแอบแนะนำให้เขาฟัง เขาถึงรู้ว่าในบรรดานั้น
มี 2 คนเป็นอันดับ 5 ของ 10 ยอดฝีมือนามว่าเจียงชิงโจวและยอดฝีมือ
อันดับ 8 ซ่งจินอวี๋
ส่วนอีก 6 ทีมที่เหลือก็มีพลังไม่เท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นแต่ละทีมก็มี
ยอดฝีมือขอบเขตเลี่ยนสวี่เช่นเดียวกัน
เมื่อเห็นว่าฉินห้าวตงมองมาทางตัวเอง เสวียผานจึงพูดขึ้นอย่าง
เกรี้ยวกราดว่า “ ไอ้เด็กน้อย ในการประลองไล่ล่าไม่มีใครปกป้องแกได้
อย่างแน่นอน แกรอให้ข้าเอาศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมทั้งหมดขของแก
มาก่อนเถอะ ”
เขาและเหอไคซานได้แอบปรึกษาหารือกันเรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ว่า
กฎของสำนักจะให้ปล้นศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมเพียงแค่ครึ่งเดียว
เท่านั้น แต่มันก็ไม่ได้จำกัดจำนวนครั้งในการปล้นแต่อย่างใด
พอถึงตอนนั้นพวกเขาทั้งสองทีมจะไม่ปล้นกันเอง พวกเขาพุ่งเป้า
ไปที่ฉินห้าวตงโดยเฉพาะ พวกเขาจะไม่เพียงแต่ปล้นฉินห้าวตงเท่านั้น
แต่จะทำลายพลังของเขาด้วย
เมื่อเผชิญหน้ากับอำนาจคุกคามอย่างออกนอกหน้าเช่นนี้ ฉินห้าว
ตงเพียงแค่กระตุกรอยยิ้มบางเท่านั้น “ ข้ามีศิลาวิญญาณระดับเยี่ยม
มากมาย แน่จริงก็มาแย่งไปสิ ”
“ บ้าเอ้ย ไอ้เด็กคนนี้เป็นใครกัน ? ถึงกล้ามาท้าทายเสวียผานและ
เหอไคซาน รับรองว่าเขาต้องพบจุดจบอันน่าเวทนาแน่นอน…… ”
“ ข้าเดาว่าเจ้าเด็กคนนี้จะต้องอาศัยอิทธิพลของปีศาจสาว ดังนั้น
ก็เลยกล้าท้าทายเสวียผาน แต่เขาคงไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าวิชา
อัญเชิญสัตว์อสูรของปีศาจสาวไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ดีทุกครั้งเสมอไป ถ้าเกิด
มันไม่น่าเชื่อถือขึ้นมาคงจะเป็นปัญหาแน่…… ”
“ คิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะเลิศในการประลองใหญ่ของนักเรียนใหม่
แล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นหรือ นักเรียนใหม่ก็คือนักเรียนใหม่อยู่วันยังค˹า
ไม่สามารถเทียบชั้นกับ 10 อันดับยอดฝีมือแห่งสำนักได้ เจ้าเด็กคนนี้
ตายแน่…… ”
บรรดานักเรียนที่มาชมการประลองรอบด้านต่างพากัน
วิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา นักเรียนเก่าที่เข้าร่วมการประลองไล่ล่าในปีนี้ดู
น่าตื่นตาตื่นใจกว่าปีที่ผ่านมา เพราะว่าปีนี้เทพธิดาจิงหง มู่หรงจิงหงมา
เข้าร่วมประลองด้วย ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก
“ ถึงแม้ว่าทางสำนักจะเพิ่มจำนวนรางวัลขึ้นมา แต่การประลองปี
นี้คงเป็นคราวซวยของนักเรียนใหม่เข้าแล้ว แม้แต่เทพธิดามู่หรงจิงหงก็
ยังเข้าร่วมการประลองไล่ล่า คาดว่าพวกเขาคงไม่เหลือรอดสักคน”
“ เจ้าพูดถูก ต่อให้รางวัลมากแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ไม่ใช่ของพวก
เขาอยู่ดี…… ”
ฉินห้าวตงไม่ได้สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้านแต่อย่างใด เขา
หันไปโบกมือทักทายฟางจิ้งเอ๋อร์และหยุนเชี่ยนเชี่ยนด้วยความสนิท
สนม จากนั้นทีมของเขาสามคนก็เดินเข้าไปในหุบเขาแห่งฝันร้าย
ปีศาจสาวเป็นนักเรียนใหม่ที่เข้าร่วมการประลองไล่ล่าครั้งที่ 4
แล้ว ดังนั้นเธอจึงชำนาญทางเป็นอย่างมาก เธอนำพวกเขาเดินผ่านหุบ
เขาไปอย่างสบาย ๆ
มองไปยังป่ารกชัฏที่ถูกปกคลุมไปด้วยท้องฟ้า
จ้าวซิงเยว่ก็จับแขนของฉินห้าวตงเอาไว้แน่นแล้วถามด้วยความ
กังวลว่า “ ตอนนี้พวกเราได้รางวัลชนะเลิศแล้ว แต่ทำไมถึงยังมีคนอื่น
มาปล้นศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมของพวกเราไปได้อีกละ ? ”
ปีศาจสาวพูดขึ้นว่า “ นี่คือมาตรการหนึ่งที่สำนักเต่าทมิฬต้องการ
ใช้พัฒนานักเรียนของตนเอง พวกเขาใช้วิธีนี้มาทำให้นักเรียนใหม่รู้ถึง
ความต่างชั้นของพลังระหว่างตนเองกับนักเรียนเก่า เพื่อให้พวกเขา
ตั้งใจฝึกฝนเพื่อเพิ่มระดับพลังของตัวเองให้สูงขึ้นในภายหลัง แล้วทำไม
ถึงต้องให้ปล้นศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมเพียงแค่ครึ่งนึงเท่านั้นน่ะหรือ
เป้าหมายก็เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสในการต่อสู้มากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ครั้ง
เดียวก็ถูกคัดออกจากการประลองไป ในขณะเดียวกันก็เป็นบททดสอบ
สำหรับนักเรียนเก่าเช่นเดียวกัน เจ้าคิดว่า 10 อันดับยอดฝีมือแห่งสำนัก
ใช้คุณสมบัติอะไรมาจัดอันดับกันล่ะ ในแต่ละปีจะจัดอันดับโดยการยึด
เอาจำนวนศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมที่ตนเองได้รับมาจัดระดับทั้งนั้น ”
จ้าวซิงเยว่พยักหน้ารับ เธอพอเข้าใจเหตุผล เพียงแต่ว่ายังเป็น
กังวลเท่านั้นเอง
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ เช่นนั้นก็หมายความว่า 10 อันดับยอดฝีมือ
ตอนนี้มาจากการจัดอันดับของปีที่แล้วใช่ไหม ? ”
ปีศาจสาวพูดขึ้นว่า “ น่าจะเป็นเช่นนั้นแหละ จัดอันดับจากรายชื่อ
ครั้งที่แล้ว หยุนเชี่ยนเชี่ยนถูกจัดเป็นอันดับ 7 ฟางจิ้งเอ๋อร์ถูกจัดอันดับ
เป็นอันดับ 9 แต่ตอนนี้พวกนางสองคนไม่ได้อยู่ในอันดับนี้แล้ว หลังจาก
ที่พวกนางได้รับการเพิ่มพลังโดยท่าน ตอนนี้น่าจะอยู่อันดับต้น ๆ แล้ว
ล่ะ ในขณะเดียวกันคนอื่นก็น่าจะมีการเพิ่มระดับพลังของตัวเอง
เหมือนกัน ดังนั้นหลังจากที่สิ้นสุดการประลองไล่ล่าในแต่ละมี ยอด
ฝีมือ 10 อันดับแรกของสำนักมักจะมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ มักจะมีคน
ใหม่เข้ามาติดอันดับในบอร์ดยอดฝีมือ นอกจากนี้ก็มีคนเก่าที่ถูกคัดชื่อ
ออกไป แต่ว่าพลังของมู่หรงจิงหงแข็งแกร่งมากจริง ๆ ไม่มีใครสามารถ
แทนที่นางได้ ”
จ้าวซิงเยว่พูดขึ้นว่า “ ท่านพี่ฉิน พวกเรารีบเดินเร็ว ๆ หน่อยดี
ไหม ? หรือไม่งั้นพวกเราก็เหาะไปยังทางออกเลยดีหรือไม่ ”
ถ้าว่ากันตามปกติความเร็วของขอบเขตเลี่ยนสวี่ขั้นกลางเช่นพวก
เขาสามารถเหาะข้ามหุบเขาแห่งนี้ไปได้อย่างง่ายดายภายในระยะเวลา
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง
ปีศาจสาวพูดขึ้นว่า “ พี่ซิงเยว่ ท่านเพ้อฝันไปแล้ว หุบเขาแห่งนี้มี
ความยาว 100 ลี้ มีความกว้างมากถึง 30 ลี้ ทั่วทั้งหุบเขาเต็มไปด้วย
ค่ายกลของทางสำนัก ไม่ว่าใครก็ตามล้วนไม่สามารถเหาะเหิน
เดินอากาศในนี้ได้ ทำได้เพียงแค่เดินไปทีละก้าวเท่านั้น ”
จ้าวซิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็พูดขึ้นอย่างเป็นกังวล “ แล้วแบบนี้จะทำ
อย่างไรดี ? อีกเดี๋ยวคนพวกนั้นก็จะไล่ตามทัน แบบนี้ศิลาวิญญาณ
ระดับเยี่ยมของพวกเราจะไม่ถูกปล้นไปหมดหรือ ? ”
ฉินห้าวตงหมดคำจะพูด “ ซิงเยว่ ไม่ว่าอย่างไรเจ้าก็เป็นยอดฝีมือ
ขอบเขตเลี่ยนสวี่ขั้นกลาง เจ้าจะขี้ขลาดตาขาวแบบนี้ตลอดไปไม่ได้
ทำไมเราต้องให้ศิลาวิญญาณระดับเยี่ยมของพวกเราถูกคนอื่นปล้นไป
ด้วย ? ”
“ แต่ว่าข้ากลัว ข้าไม่กล้าลงมือกับพวกเขา ”
ปีศาจสาวพูดขึ้นว่า “ มันน่ากลัวตรงไหน ท่านเองก็เห็นกฎของ
สำนักแล้ว ในที่นี้ไม่อนุญาตให้มีการฆ่ากันตาย แล้วท่านจะไปกลัวอะไร
อีก ? ”
จ้าวซิงเยว่ก้มหน้าลงต˹าแล้วพูดขึ้นว่า “ ข้าก็แค่กลัว ! ”
ฉินห้าวตงไม่รู้จะทำอย่างไร ตลอดช่วงระยะนี้เขาพยายามลองหา
วิธีอยู่หลายครั้งเพื่อที่จะเพิ่มความกล้าหาญให้กับจ้าวซิงเยว่ แปลว่า
จริงอยู่ที่มันง่ายในการเพิ่มระดับพลังของเธอ แต่ถ้าให้เพิ่มความกล้า
หาญของเธอนั้นยากเหลือเกิน ไม่ว่าอย่างไรแม่สาวน้อยคนนี้ก็ยังคงขี้
ขลาดตาขาวไม่เปลี่ยนแปลง
เขาจึงพูดขึ้นว่า “ ไม่ต้องกังวล มีข้าอยู่ตรงนี้ทั้งคน ไม่มีเรื่องอะไร
เกิดขึ้นแน่นอน เจ้าแค่ฟังคำของข้าก็พอแล้ว ”
จ้าวซิงเยว่เองก็รู้สึกอายเหมือนกัน เธอพยักหน้าตอบรับ “ ข้ารู้
แล้วท่านพี่ฉิน ข้าจะฟังคำท่านทุกอย่าง ”
หลังจากพูดจบแล้วเธอก็ยังคงกอดแขนฉินห้าวตงเอาไว้แน่น
เหมือนเดิม ทำอย่างกับกลัวว่าถ้าหากเธอผ่อนแรงที่จับแขนเขาแล้วเขา
จะหนีไปอย่างนั้นแหละ
ฉินห้าวตงขมวดคิ้วขึ้นมา ดูเหมือนว่าคราวนี้จะต้องวางแผนจริง ๆ
จัง ๆ เสียที
เพราะในทีมของเขา คนหนึ่งก็เป็นคนที่มีพลังไม่น่าเชื่อถือเป็น
อย่างมาก บางครั้งก็อัญเชิญสัตว์อสูรเป็นพวกกระต่ายออกมา ซึ่งไม่
สามารถต่อสู้ได้แต่อย่างใด ส่วนอีกคนถึงแม้จะมีพลังสูงมากแต่กลับขี้
ขลาดที่จะไปต่อสู้
หากต้องการเป็นผู้ชนะในการประลองไล่ล่า ดูเหมือนว่าเขาต้องพึ่ง
ตัวเองแล้ว
ทั้งสามเดินไปด้วยพร้อมกับพูดคุยไปด้วย แค่ชั่วพริบตาเดียวเวลา
สิบนาทีก็ผ่านพ้นไป ตอนนี้นักเรียนเก่าที่อยู่ทางด้านนั้นเริ่มเข้ามาใน
หุบเขาแห่งฝันร้ายอย่างเป็นทางการแล้ว
ทันใดนั้นฉินห้าวตงก็เปลี่ยนสีหน้าไป เขาตะโกนขึ้นว่า “ มีคนมา
รีบซ่อนตัวเร็ว ! ”
จบตอน