คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 910: สัตว์อสูรระดับ 7
ตอนที่ 910 สัตว์อสูรระดับ 7
ปีศาจสาวน้อยพยักหน้าด้วยความดีใจ รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจ
มากเรื่องหนึ่ง ในขณะนี้ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ ล้วนแต่วุ่นอยู่กับงานแทบ
ทั้งหมด พวกเขากำลังจัดตั้งค่ายพักแรมกันที่บริเวณด้านข้างแม่น˺า ใน
ขณะเดียวกันถูเจียวเจียวและคนอื่นก็ไปล่าสัตว์มาเป็นจำนวนมาก ทั้ง
กระต่ายป่า ปลาสด ๆ เพื่อรอให้ฉินห้าวตงพ่อครัวใหญ่มาทำอาหารให้
กิน
เนื่องจากรีบร้อนที่จะช่วยคางคกสามขาทองคำเพิ่มระดับพลัง ฉิน
ห้าวตงจึงวุ่นวายจัดเตรียมอาหารให้เสร็จสรรพ แล้วเขาก็กินง่าย ๆ ไม่กี่
คำแล้วเตรียมตัวพาปีศาจสาวน้อยจากไป
ตอนนี้จ้าวซิงเยว่ดึงมือเขาแล้วกระซิบถามว่า “ ท่านพี่ฉิน ข้ารู้สึก
เหมือนว่าตัวเองจะสำเร็จขั้นพลังแล้ว ”
“ เอ๋ ? ” ฉินห้าวตงชะงักไปเล็กน้อย เขารู้สึกว่าลมหายใจของเธอ
แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย พลังปราณของเธอเข้มข้นขึ้น เป็น
ลักษณะของการสำเร็จขั้นพลังจริง ๆ ด้วย
หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ สาวน้อยคนนี้เพิ่งจะกินยาอมตะของเขาไป
ทำให้เธอเพิ่มระดับพลังไปอีกหนึ่งขั้นแล้ว หากพูดตามปกติ ในเวลาอัน
สั้นเช่นนี้ ยาโอสถอมตะไม่น่าจะมีผลต่อเนื่องได้ แม้จะกินแล้วก็ไม่
น่าจะมีผลอะไรที่ดีมากเท่าไหร่
นึกไม่ถึงว่าสาวน้อยคนนี้จะสำเร็จพลังในสถานการณ์ที่ไม่ได้ใช้ยา
โอสถได้ด้วย พรสวรรค์แบบนี้ช่างน่าอิจฉายิ่งนัก แต่น่าเสียดายที่สาว
น้อยคนนี้ขี้กลัวใจปลาซิวไปหน่อย แม้จะทะลุขั้นพลังแล้ว แต่ก็ไม่มี
ความกล้าหาญที่จะลงมือต่อสู้
“ อย่างนั้นก็ดี เจ้าไปทะลุขั้นพลังเถอะ ข้าจะป้องกันให้ ” ฉินห้าว
ตงพาจ้าวซิงเยว่ไปที่ที่ว่างด้านข้าง แล้วยืนอยู่ข้าง ๆ เป็นเกราะคุ้มกัน
ให้เธอ
สาวน้อยเริ่มนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นแล้วทำการทะลุขั้นพลัง การ
กระทำนี้ดึงดูดความสนใจของคนอื่นทันที
ฟางจิ้งเอ๋อร์อุทานขึ้นว่า “ น้องซิงเยว่ช่างมีคุณสมบัติที่ดีเหลือเกิน
คิดไม่ถึงว่าจะสำร็จพลังขอบเขตเลี่ยนสวี่ขั้นปลายได้เร็วขนาดนี้ ”
หลงว่านเจี้ยนเลียปากแล้วพูดว่า “ เช่นนั้นจะมีประโยชน์อะไร ?
แม้จะมีพลังยุทธสูงแค่ไหนแต่ก็เป็นแค่คนไร้ประโยชน์ที่ไม่มีความกล้า
คนหนึ่งเท่านั้น ”
เมื่อได้ยินชายคนนี้ดูถูกจ้าวซิงเยว่ ปีศาจสาวน้อยก็เดือดดาล เธอ
พูดว่า “ คนอย่างเจ้ายังยังมีจิตสำนึกอยู่ไหม ? รู้จักอายบ้างหรือเปล่า
ลืมไปแล้วเหรอว่าใครถูกหมาไล่จนหนีเป็นหมา คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังมี
หน้ามาใส่ร้ายเพื่อนร่วมทีมของข้าได้ ถ้าเจ้ากล้าหาญ แต่ทำไมถึงแหก
ปากแหกคอร้องให้ช่วย ? ทำไมต้องขอให้พวกเราช่วย ? ”
หลงว่านเจี้ยนไม่ได้เห็นหัวจ้าวซิงเยว่เลย จึงอดที่จะพูดออกมา
ไม่ได้ แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะไปกระตุกต่อมโมโหของปีศาจสาวน้อยเข้า
เขาถูกถามว่าทำไมเป็นชุดจนตัวเองโมโห หน้าและหูแดงไปหมด แต่
กลับแย้งอะไรไม่ได้เลย
“ ฮึ ! พาตัวภาระที่ไร้ประโยชน์มาด้วย ไม่ช้าก็เร็วพวกเจ้าจะต้อง
เสียใจ ” เขาส่งเสียงฮึออกมา แล้วหันหลังเดินไปยังด้านข้าง
ปีศาจสาวน้อยถลึงตาใส่เขาไปหนึ่งที “ คนแบบเจ้า ควรไปให้หมา
กัดตายซะ……”
จ้าวซิงเยว่จิตใจแน่วแน่ในการสำเร็จขั้นพลัง จนไม่รู้ว่าด้านนอก
เกิดเรื่องอะไรขึ้น ประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น ลมปราณของเธอก็
เพิ่มสูงขึ้นอย่างเฉียบพลัน ทันใดนั้นเธอก็สำเร็จขั้นพลังจนถึงขอบเขต
เลี่ยนสวี่ขั้นปลาย ถึงแม้ว่าจะเป็นคนไม่กล้า แต่หลังจากที่เธอทะลุขั้น
แล้ว เธอก็ยังคงตื่นเต้น เธอดึงแขนฉินห้าวตงแล้วตะโกนขึ้นว่า “ ท่านพี่
ฉิน ในที่สุดข้าก็ทะลุขั้นพลังแล้ว ”
ฉินห้าวตงตบไหล่ของเธอแล้วพูดว่า “ ทะลุขั้นพลังแล้วก็ถือเป็น
เรื่องที่ดี หลังจากนี้เจ้าก็จะได้มีความกล้าขึ้นมาอีกหน่อย แค่นี้เขาก็จะ
กลายเป็นผู้ฝึกเซียนที่สมบูรณ์แบบแล้ว ”
จ้าวซิงเยว่เขินอายเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ ท่านพี่ฉิน ข้าจะพยายาม
”
“ เจ้าประคองขั้นพลังให้มั่นคงอยู่ที่นี่ก่อนแล้วกัน ข้าจะออกไปกับ
หงอิงสักหน่อย ”
ฉินห้าวตงให้ฟางจิ้งเอ๋อร์และหยุนเชี่ยนเชี่ยนดูแลจ้าวซิงเยว่
จากนั้นเขาและปีศาจสาวน้อยก็เหาะออกจากค่ายไป
ถูเจียวเจียวที่มองตามหลังพวกเขาแล้วพูดว่า “ ดึกขนาดนี้ พวก
เขาไปทำอะไรกัน ? ”
หลงว่านเจี้ยนพูดว่า “ เรื่องนี้ยังต้องถามอีกเหรอ ? ดึกขนาดนี้จะ
ออกไปทำอะไรได้ ? คงเป็นเรื่องชั่ว ๆ ที่มีลับลมคมนัยอย่างแน่นอน ”
ถูเจียวเจียวพูดว่า “ ในหัวเจ้าไม่มีอะไรดี ๆ อยู่เลยใช่ไหม ? จะไม่
คิดชั่วไม่ได้เลยหรือไง ? ”
หลงว่านเจี้ยนเลียปากแล้วพูดว่า “ แล้วข้าพูดอะไรผิดไปหรือ ? ถ้า
อย่างนั้นก็บอกข้าหน่อยสิว่าพวกเขาไปทำอะไรกัน ? ”
จ้าวซิงเยว่เพิ่งจะนั่งลงเรียบร้อย ยังไม่ทันรอให้เข้าสู่สภาพของการ
ฝึกฝน ก็ได้ยินหลงว่านเจี้ยนพูดจาใส่ร้ายฉินห้าวตง จึงพูดอย่างไม่พอใจ
ว่า “ อย่ามาพูดจาไม่ดีใส่ร้ายท่านพี่ฉินนะ ! ”
หลงว่านเจี้ยนถลึงตาสองข้างแล้วพูดว่า “ ก็ข้าพูดไปแล้ว คนไร้
ประโยชน์อย่างเจ้าจะทำอะไรข้าเหรอ ? ”
“ เจ้า……” จ้าวซิงเยว่โกรธจนหน้าแดง แต่เธอกลับไม่มีความกล้า
ที่จะลงมือ
ในเวลานี้ฟางจิ้งเอ๋อร์พูดขึ้นด้วยใบหน้าเยือกเย็นว่า “ เจ้าหลง เจ้า
คงมีฝีมือมากสินะ ในเมื่อเก่งขนาดนั้น ทำไมเมื่อสักครู่ถึงร้องขอให้เรา
ช่วยล่ะ ? ”
หลงว่านเจี้ยนชะงักไป จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ ข้าเรียกคนของวิทยา
เขตทางใต้ต่างหากล่ะ เกี่ยวอะไรกันกับพวกเจ้า ใครให้พวกเจ้าเข้ามา
ยุ่ง ”
ถูเจียวเจียวได้ยินดังนั้นก็มีสีหน้าเยือกเย็นแล้วพูดว่า “ หลงว่าน
เจี้ยน ถ้าเจ้าจะหน้าไม่อายขนาดนี้ก็ไสหัวไปซะ พวกเราที่นี่ไม่ต้อนรับ
เจ้า ”
มู่หรงจิงหงพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากเจ้ามีความคิดแบบนี้อีกก็ไม่ต้องอยู่
ที่นี่กับพวกเรา ทั้งชีวิตของข้าเกลียดคนหน้าไม่อายเป็นที่สุด ”
เมื่อเห็นว่าตัวเองถูกทุกคนรุมโกรธรุมด่าทอ หลงว่านเจี้ยนก็อ้า
ปากค้าง แต่ในที่สุดก็ไม่กล้าพูดอะไรออกมา
อย่างไรเสียก็ยังอยู่ในภูเขาใหญ่ หากแยกตัวออกจากกลุ่มคน พูด
ไม่ได้เลยว่าจะไปเจออันตรายแบบไหนได้บ้าง จากการผ่าน
ประสบการณ์เมื่อสักครู่นี้มาก็ทำเอาเขากลัว จึงไม่มีความกล้าที่จะจาก
ไป
ฉินห้าวตงพาปีศาจสาวน้อยมาถึงหุบเขาเล็กไม่ไกล จากนั้นเขาจึง
จัดการวางค่ายกลหลายค่ายลงไปในหุบเขานั้น จากนั้นก็หยิบเอา
วัตถุดิบยาโอสถจำนวนมากออกมาจากแหวนมิติ แล้วทำการปรุงยาใน
เตาปรุงยาเสิ่นหนงของเขา
ตอนที่เอายาชนิดนี้ออกมาจากหม้อ ก็ไม่ได้มีกลิ่นหอมพิเศษอะไร
แบบนั้นแบบยาชนิดอื่น ตรงกันข้ามกลับมีกลิ่นเหม็นคาวตลบอบอวล
ปีศาจสาวน้อยถามขึ้นว่า “ พี่ชาย ยาที่ท่านปรุงคือยาอะไร
เหรอ ? ทำไมเหม็นอย่างนี้ ”
ฉินห้าวตงตอบว่า “ ยานี้มีชื่อว่ายาสัตว์ร้ายลุ่มหลง เราดมแล้วจะ
เหม็นมาก แต่สัตว์อสูรกลับชอบกลิ่นแบบนี้มาก รอเดี๋ยวเจ้าเรียกสัตว์
อสูรขั้นสูงออกมา ก็ป้อนยานี้ให้มัน ถึงตอนนั้นคางคกสามขาทองคำก็
สามารถฆ่ามันได้ ”
“ อ้อ ! ” ปีศาจสาวน้อยพยักหน้าแล้วถามว่า “ ตอนนี้ข้าสามารถ
เปิดประตูแห่งชีวิตได้แล้วใช่ไหม ? ”
“ เรียบร้อยแล้ว ทำได้เลย ”
ฉินห้าวตงพูดจบก็เก็บยา แล้วเรียกคางคกสามขาทองคำออกมา
จากกระเป๋าสัตว์วิญญาณ ปีศาจสาวน้อยกระตุ้นลูกแก้วคริสตัลของเธอ
จากนั้นประตูแห่งชีวิตก็ค่อย ๆ เปิดออก
ฉินห้าวตงมองดูอยู่ข้าง ๆ อย่างสงบ เขาอยากจะดูว่าผู้อัญเชิญ
สัตว์อสูรที่ไม่น่าเชื่อถือคนนี้จะเรียกสัตว์อสูรแบบไหนออกมา
หลังจากที่ประตูโบราณขนาดใหญ่เปิดออก ทันใดนั้นข้างในก็มี
เสียงคำรามเกรี้ยวกราดดังลั่นออกมา จากนั้นก็มีเงาขนาดใหญ่พุ่ง
ออกมาจากด้านใน
“ โอ้……”
เจ้าสิ่งนั้นสูงถึงสามจั้ง รูปร่างร่างใหญ่ หลังจากออกมาแล้วก็ส่ง
เสียงคำรามยาวออกมา สั่นสะเทือนไปทั่วภูเขาหลายลูกติดกัน
“ พระเจ้า คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นหมียักษ์ระดับ 8 ”
ฉินห้าวตงตกใจ สัตว์อสูรระดับ 8 นั้นมีพลังเทียบเท่ากับยอดฝีมือ
ขอบเขตต้าเฉิง เพิ่งจะออกมาก็สร้างความน่าเกรงขามออกมาด้วย
ถ้าหากไม่ใช่ว่าปีศาจสาวน้อยสามารถควบคุมมันได้ล่ะก็ ป่านนี้เขา
คงวิ่งหนีป่าราบไปให้ไกลที่สุดอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว นักอัญเชิญสัตว์อสูร
ผู้นี้ช่างไม่น่าเชื่อถือเลยสักนิด ในตอนที่จำเป็นต้องสู้นั้น ถ้าไม่เรียกแกะ
ออกมา ก็เรียกหมาน้อยออกมา ตอนนี้ไม่ได้สู้รบ แต่กลับเรียกเจ้าสิ่งที่
แข็งแกร่งขนาดนี้ออกมา
“ ทำตัวดี ๆ กับข้าหน่อย ! ” ปีศาจสาวน้อยดุเจ้าหมีนั้นเสียงดัง
จากนั้นก็หันมาหาฉินห้าวตงแล้วถามว่า “ พี่ชาย ตัวนี้ใช้ได้ไหม ? ”
ฉินห้าวตงส่ายหน้าแล้วบอกว่า “ นี่ไม่ได้แน่ มันขั้นสูงเกินไป ใน
ตอนที่มันโกรธขึ้นมา ถึงตอนนั้นเกรงว่าเราจะคุมไม่อยู่ ส่งกลับไปดีกว่า
”
“ ตกลง ! ” ปีศาจสาวน้อยส่งหมีใหญ่นั้นกลับไปที่ประตูแห่งชีวิต
อย่างเสียดาย
แล้วเธอก็เตรียมตัวเล็กน้อยอีกครั้งหนึ่ง ผ่านไปสิบนาที ปีศาจสาว
น้อยก็ได้เรียกสัตว์อสูรออกมาจากประตูอีกครั้ง ประตูเปิดออกครั้งนี้ มี
ไก่ห้าสีแพรวพราวหนึ่งตัวบินออกมา สิ่งนี้แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ควร
มีอยู่บนโลก แต่ว่าก็ไม่นับว่าเป็นสัตว์อสูรที่มีพลังอะไร
ฉินห้าวตงตบหัวตัวเอง แล้วพูดอย่างหงุดหงิดว่า “ นี่มันไม่ใช่
แข็งแกร่งเกินไปแต่เป็นอ่อนเกินไปแล้ว ช่วยเรียกของที่น่าเชื่อถือ
ออกมาบ้างได้ไหม ? ”
ปีศาจสาวน้อยหัวเราะคิกคิกว่า “ ข้าก็จนปัญญา ทำได้เพียงพึ่ง
โชคชะตาเท่านั้น ”
ผ่านไปอีกสิบนาที เธอก็ทำการเปิดประตูแห่งชีวิตอีกครั้ง ครั้งนี้มี
เงาสามสายพุ่งออกมา มันคือหมาป่าระดับ 6 นั่นเอง
ฉินห้าวตงดีใจมาก ตอนนี้คางคกสามขาทองคำอยู่ในระดับ 6 ใช้
สัตว์อสูร ระดับ 6 มาช่วยให้มันเพิ่มระดับพลังได้อย่างเหมาะสม จะได้
ไม่ต้องใช้ยาสัตว์ลุ่มหลงของตัวเอง
“ อ๊บ……” เมื่อเห็นหมาป่า 3 ตัวแล้ว คางคกสามขาทองคำก็
คำรามด้วยความตื่นเต้น
ทันใดนั้นมันก็มาถึงพื้นโลก หมาป่า 3 ตัวเดิมทียังตื่นเต้นเป็นอย่าง
มาก แต่ในตอนที่มันสัมผัสได้ถึงสายเลือดมังกรแล้ว พวกมันก็กลัวจน
สั่นไปทั้งตัว
คางคกสามขาทองคำไม่เกรงใจแต่อย่างใด มันพุ่งเข้าไปเต็มแรง
ใช้ลิ้นใหญ่ม้วนเอาหมาป่า 3 ตัวเข้าไปในปาก จากนั้นสองคนกับสัตว์อีก
หนึ่งตัวก็เริ่มลงมือฆ่า ปีศาจสาวน้อยรับผิดชอบเรื่องการอัญเชิญ ฉิน
ห้าวตงและคางคกสามขาทองคำจัดการเรื่องฆ่า
หลังจากนั้นสองชั่วโมง คางคกสามขาทองคำก็กลืนสัตว์อสูรระดับ
6 ไปสิบกว่าตัว สัตว์อสูรระดับ 5 ยี่สิบกว่าตัว และสัตว์อสูรน้อย ๆ ที่
เหลืออยู่อีกนับไม่ถ้วน แต่อาจจะเป็นเพราะว่าเจ้าสัตว์อสูรพวกนี้อยู่ใน
ระดับที่ต˹าเกินไป แม้ว่าจะกินไปเยอะมาก แต่ก็ไม่มีท่าทีเพิ่มระดับพลัง
แต่อย่างใด
ตอนนี้เอง การอัญเชิญอีกครั้งได้สิ้นสุดลง ประตูแห่งชีวิตค่อย ๆ
เปิดออก คลื่นพลังความร้อนที่เหมือนพร้อมจะแผดเผาได้ทุกเมื่อแผ่
ออกมาจากด้านใน
“ โฮก……” จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงคำรามลั่น สิงโตที่มีไฟแดง
ไปทั้งตัวตัวหนึ่งพุ่งออกมาจากประตูแห่งชีวิต มันคือสัตว์อสูรระดับ 7
ชื่อของมันคือสิงโตเพลิงนั่นเอง
ฉินห้าวตงดีใจมาก เขารู้ว่าหลังจากกินสัตว์อสูรระดับ 7 เข้าไปแล้ว
จะเป็นประโยชน์ต่อคางคกสามขาทองคำ เพียงแต่ว่าเจ้าคางคกสามขา
ทองคำกับสิงโตเพลิงห่างกันหนึ่งขั้น คิดจะกลืนเข้าไปโดยตรงเป็นเรื่อง
ยากแน่นอน ตอนนี้เป็นเวลาที่ยาสัตว์ลุ่มหลงจะต้องออกโรงแล้ว
ฉินห้าวตงโยนชิ้นเนื้อที่ใส่ยาโอสถเอาไว้ไปให้สิงโตเพลิง
สิงโตเพลิงส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ มันกลืนเนื้อลงท้องอย่าง
ไม่เกรงใจแม้แต่น้อย ผ่านไปไม่กี่นาทีก็ล้มลงบนพื้นแล้วหลับไป ด้วยวิธี
ของฉินห้าวตงนั้น ตอนนี้จึงควรที่จะลงมือสังหารสิงโตเพลิงแล้ว
จากนั้นค่อยให้คางคกสามขาทองคำลงมือ แต่คิดไม่ถึงว่าคางคกสามขา
ทองคำจะรอไม่ไหวแล้ว มันใช้ลิ้นยื่นออกมา กลืนเจ้าสิงโตเพลิงลงท้อง
ไป
“ แบบนี้ก็ได้เหรอ ? ” ฉินห้าวตงอดไม่ได้ที่จะลิ้นจุกปาก ไม่แปลก
ที่เป็นสัตว์อสูรที่มีสายเลือดมังกร ช่างแข็งแกร่งมากจริง ๆ
หลังจากที่คางคกสามขาทองคำกลืนสิงโตเพลิงลงไปแล้ว พลังบน
ร่างกายก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ดูท่าว่าจะได้รับผลประโยชน์อย่างเต็ม
เปี่ยม ลวดลายสีทองสองลายนั้นเข้มขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีระยะห่าง
ในการสำเร็จพลังระดับ 7 อยู่อีกเล็กน้อย
เวลาผ่านไปหนึ่งคืนเต็ม ในวันถัดมาที่พระอาทิตย์ส่องแสงยามเช้า
คางคกสามขาทองคำก็ได้กินสัตว์อสูรน้อยใหญ่ไปเป็นจำนวนมาก
สุดท้ายหลังจากที่ได้กินสัตว์อสูรระดับ 7 ไปอีกตัวก็ทะลุขั้นพลังทันที ใน
ที่สุดก็เข้าสู่ระดับ 7 โดยสมบูรณ์
“ ดีมากเลย ! ”
เมื่อสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของคางคกสามขาทองคำ ฉินห้าว
ตงก็ดีใจเป็นอย่างมาก เขาเก็บมันเข้ากระเป๋าสัตว์วิญญาณแล้วตบบ่า
แม่ปีศาจสาวน้อยพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ วันนี้เจ้าช่วยข้าเยอะเลยนะ ! ”
ปีศาจสาวน้อยหัวเราะอย่างสนุกสนานแล้วพูดว่า “ แล้วท่านจะ
ขอบคุณข้าอย่างไร? ”
“ เจ้าอยากกินของอร่อยอะไรดีล่ะ ? ข้าจะรีบไปทำให้เจ้ากินเลย ”
ทว่าสิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือปีศาจสาวน้อยกลับส่ายหน้า
แล้วพูดว่า “ ครั้งนี้ข้าไม่ต้องการของอร่อยหรอก ”
ฉินห้าวตงแปลกใจมาก ไม่รู้ว่าปีศาจสาวน้อยผู้เห็นแก่ของกินคนนี้
ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนไป จึงถามว่า “ ถ้าอย่างนั้นเจ้าอยากได้อะไรล่ะ ?
”
ภายใต้แสงแดดที่ส่องลงมา แก้มของปีศาจสาวน้อยก็แดงอย่างไม่
เคยเห็นมาก่อน เธอพูดติดเขินอายว่า “ ข้าต้องการให้ท่านหอมข้า
หน่อย ! ”
“ เอ่อ……นี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะ ! ”
แต่ไหนแต่ไรปีศาจสาวน้อยเป็นคนครื้นเครงเฮฮา เต็มไปด้วย
ลักษณะของปีศาจสาว แม้ว่าหลายครั้งที่จู่โจมหอมแก้มเขาก่อน แต่ฉิน
ห้าวตงก็คิดเอาว่าการแสดงออกของเธอเป็นแบบเด็กน้อย จึงไม่ได้ใส่ใจ
อะไร แต่ตอนนี้ขอให้เขาเป็นฝ่ายหอมแก้มเธอก่อน เช่นนั้นสิ่ง
แสดงออกจึงไม่เหมือนกัน
“ มีอะไรที่ไม่ดีเหรอ ตกลงท่านจะทำหรือไม่ทำ ? ”
“ เอ่อ……”
ฉินห้าวตงจึงพูดขึ้นว่า “ เปลี่ยนเงื่อนไขได้ไหม ? ”
จบตอน