คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 912: พูดคำไหนคำนั้น
ตอนที่ 912 พูดคำไหนคำนั้น
หลงว่านเจี้ยนไม่ได้สนใจมู่หรงจิงหงที่เดือดดาลอยู่ เขายังคงพา
เธอถอยออกไป ในขณะเดียวกันก็พูดกับนักเรียนคนอื่นที่อยู่ด้านข้างว่า
“ เซี่ยโหวเป็นยอดฝีมือขอบเขตเหอถี่ พวกเจ้าไม่มีทางสู้ได้หรอก ถอย
เอาตัวรอดมากับข้า ข้าเชื่อว่าเซี่ยโหวมีความน่าเชื่อถือพอ ท่านไม่ทำ
ร้ายพวกเจ้าแน่นอน ”
เมื่อเห็นว่าอยู่ ๆ ก็มีคนหนึ่งกระโดดออกมาอยู่ฝ่ายตนเอง เซี่ยโหว
หงเฟยก็ดีใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเขาจะสำเร็จถึงขอบเขตเหอถี่แล้ว
แต่ถ้านักเรียนเหล่านี้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ตัวเองก็อาจจะรับมือได้ยาก
เช่นกัน
ตอนนี้จากหนึ่งแบ่งเป็นสอง กลายเป็นสองค่าย เช่นนี้จึงง่ายขึ้นมา
หน่อย
เขาหัวเราะแล้วพยักหน้าพูดว่า “ เจ้าหนุ่มไม่เลว มีสติปัญญา
ดี ! คนอื่นก็เหมือนกัน ขอเพียงแค่พวกเจ้ายอมถอย ข้าก็จะไม่ทำร้าย
พวกเจ้า ”
หลงว่านเจี้ยนตะโกนขึ้นอีกครั้งว่า “ ได้ยินแล้วหรือยัง ? พวกเจ้า
รีบมาหาข้า โดยเฉพาะนักเรียนจากวิทยาเขตทางใต้ พวกเราแต่เดิม
แล้วไม่ได้รู้จักคนไร้ประโยชน์คนนั้น ไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตไปแลกเพื่อ
นาง ”
ภายใต้การเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยของทั้งสองคน หลงว่านเจี้ยนก็พา
นักเรียนจากวิทยาเขตทางใต้มาอยู่ฝ่ายเขาได้ 4 คน
นักเรียนอีก 4 คนที่ถูเจียวเจียวพามาลังเลเล็กน้อย และถอย
ออกไปเช่นกัน แม้แต่เซียวยวี่หลงและเสวียผานเองก็เดินไปข้างหลัง
หลงว่านเจี้ยน ถึงอย่างไรแล้วเซี่ยโหวหงเฟยและเซี่ยโหวเจิ้นก็ไม่ใช่
องครักษ์ผี พวกเขาไม่จำเป็นที่จะต้องทุ่มเทเพื่อคนธรรมดาอย่างจ้าวซิง
เยว่อย่างสุดชีวิตเลยจริง ๆ
“ พวกเจ้า……พวกเจ้าทั้งหมดยังเป็นผู้ชายกันอยู่ไหม ! ”
ถูเจียวเจียวโกรธจนแทบบ้า คิดไม่ถึงว่าพวกนักเรียนของสำนัก
ของตัวเองจะไม่มีความรับผิดชอบแบบนี้ ไม่ทันไรก็หายไปถึง 10 คน
ข้างกายของจ้าวซิงเยว่ทันใดนั้นก็ว่างเปล่าทันที
จงเสี่ยวเตี๋ยกุมดาบยาวเอาไว้ในมือแล้วพูดว่า “ ข้าไม่สนใครหน้า
ไหนทั้งนั้น หากเจ้าคิดจะพาจ้าวซิงเยว่ไปต้องผ่านข้าไปก่อน ”
ถูเจียวเจียวก็ตะโกนเสียงดังขึ้นว่า “ ยังมีข้าด้วย ขอเพียงข้ายังอยู่
ก็จะไม่มีทางยอมให้พวกเจ้าทำร้ายศิษย์น้องจากสำนักของเรา ”
เซี่ยโหวเจิ้นเลียปากแล้วหัวเราะอย่างเยือกเย็น “ ช่างเป็นสองสาว
ที่ไม่รู้จักเจียมกะลาหัวของตัวเองเลยจริง ๆ อาศัยแค่พวกเจ้าคิดจะ
ต่อต้านข้ากับท่านพ่อ มันก็เป็นแค่คนโง่เพ้อฝันเท่านั้น ในเมื่อพวกเจ้า
สองคนไม่รู้จักชั่วดี อย่างนั้นข้าก็จะพาพวกเจ้าสองคนกลับไปด้วย ถึง
ตอนนั้นจะให้พวกเจ้าได้รู้จุดจบของการล่วงเกินคุณชายใหญ่เซี่ยโหว
อย่างข้า ”
“ ไปตายซะ ข้าฆ่าเจ้าก่อนเลยดีไหม ? ”
ถูเจียวเจียวตะโกนด้วยความโกรธ แล้วพุ่งเข้าใส่เซี่ยโหวเจิ้นไป
พร้อมกับจงเสี่ยวเตี๋ย
ตอนนี้ขาดยอดฝีมือขอบเขตเลี่ยนสวี่ไป 2 คนอย่างมู่หรงจิงหงและ
หลงว่านเจี้ยน แผนที่เพิ่งกำหนดไว้เมื่อสักครู่ก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะ
สำเร็จแล้ว ทำได้เพียงเปลี่ยนกลยุทธเท่านั้น พวกเธอพุ่งเข้าใส่เซี่ยโหว
เจิ้นพร้อมกัน ขอเพียงสามารถจับเขาไว้ได้ ก็จะสามารถทำให้วิกฤตนี้
หมดไปได้
แต่น่าเสียดายที่ด้านข้างนั้นยังมีเซี่ยโหวหงเฟยที่อยู่ในขอบเขต
เหอถี่ยืนอยู่ข้าง ๆ
“ เจ้าเด็กไม่เจียมกะลาหัว ไสหัวไปซะ ! ”
เซี่ยโหวหงเฟยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเซี่ยโหวเจิ้นอย่างกะทันหัน
เขายกแขนเสื้อขึ้นเบา ๆ จากนั้นก็มีแรงที่มองไม่เห็นพุ่งไปกระแทกทำ
เอาหญิงสาวทั้งสองลอยออกไป
เซี่ยโหวเจิ้นหัวเราะอย่างพอใจเสียงดังว่า “ ตอนนี้รู้หรือยังว่าพวก
เจ้าเป็นเพียงตั๊กแตนขวางทางเท่านั้น ? อาศัยแค่สาวน้อยอย่างเจ้าสอง
คนคิดจะต่อสู้กับท่านพ่อของข้า ฝันไปเถอะ ”
เซี่ยโหวหงเฟยเอาสองมือไขว้หลัง พูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า
“ วันนี้ลูกชายข้าอยากทำอะไรก็ย่อมได้ ใครกล้ามาขวาง ข้าก็จะฆ่ามัน
ซะ ! ”
สองพ่อลูกพึงพอใจจนลืมสังเกตรอบตัวไป จึงไม่เห็นว่ามีเงาสอง
ร่างมาถึงที่ด้านหลังตัวเองแล้ว
ตอนที่ฉินห้าวตงและปีศาจสาวน้อยกลับมาถึง ก็ได้เห็นเหตุการณ์
ตรงหน้าพอดี จึงเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
คิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองเพิ่งจะจากไปได้แค่คืนเดียว ก็มีคนมารังแก
ถึงที่ แล้วยังคิดจะแย่งจ้าวซิงเยว่ไปอีก ทันใดนั้นจิตสังหารของฉินห้าว
ตงได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ตาเฒ่า ไปตายซะเถอะ ! ”
เขาไม่ได้ใช้ไม้ตายอย่างโอสถระเบิดพลังปราณขั้นสูง แต่เขาเลือก
ที่จะเรียกคางคกทองคำสามขาระดับ 7 มาแทน
“ กรั่ก…….. ” เหมือนจะรู้สึกถึงความโกรธของเจ้านาย เจ้าคางคก
สามขาทองคำตอนนี้จึงไม่ได้เกรงใจ มันใช้เท้าหน้าขนาดใหญ่ตบไป
ที่เซี่ยโหวหงเฟยทันที
เซี่ยโหวหงเฟยที่กำลังเสแสร้งในตอนนี้รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ เมื่อ
ได้สติกลับมา เท้าขนาดใหญ่เหมือนภูเขาก็กระแทกลงมา
ในตอนนั้นเขาตกใจจนจิตใจกระเจิง พลังปราณในร่างกายก็หมุน
วนอย่างบ้าคลั่ง จนขนาดที่ปล่อยฝ่ามือสองข้างรับเข้าไปอย่างสุดชีวิต
คางคกสามขาทองคำที่มีสายเลือดมังกรอยู่ ตอนนี้เป็นสัตว์อสูร
ระดับ 7 ที่ไร้เทียมทาน พลังจึงไม่ด้อยไปกว่ายอดฝีมือขอบเขตเหอถี่
ระยะสมบูรณ์ เซี่ยโหวหงเฟยที่อยู่เพียงขอบเขตเหอถี่ขั้นต้นจะรับมือได้
อย่างไรกัน
“ แกร๊ก……แกร๊ก…… ” เสียงกระดูกหักดังติดต่อกัน ตอนนี้แขน
ของเซี่ยโหวหงเฟยได้หักออกเป็นสี่ส่วน
จากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมา เท้าของเจ้าคางคกสามขาทองคำนั้นไม่มี
ทีท่าว่าจะหยุดลง มันเหยียบเขาลงบนพื้นดิน จนพื้นกลายเป็นแอ่ง
โคลน
เมื่อเห็นเลือดเนื้อของเซี่ยโหวหงเฟยเกาะติดเต็มเท้าของคางคก
สามขาทองคำนั้น คนอื่นก็ตกใจจนสติหลุดกันไปหมด
ไม่มีใครคิดว่าฉินห้าวตงจะกลับมาทัน และคิดไม่ถึงว่าเขาจะ
ครอบครองสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งดุร้ายขนาดนี้ หลงว่านเจี้ยนเดิมทีที่ยืน
อยู่ด้านข้าง สายตามองดูเหตุการณ์ด้วยสายตาที่ตื่นเต้นคึกครื้น เดิมที
เขาคิดเอาเองว่าพวกถูเจียวเจียวจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ แต่นึกไม่ถึงว่า
ฉินห้าวตงจะเหาะออกมาแล้วทำการฆ่าทันที ขนาดเซี่ยโหวหงเฟยที่
แข็งแกร่งยังตายอย่างน่าเวทนาขนาดนี้
“ ท่านพี่ฉิน ท่านพี่ฉินกลับมาแล้ว ! ”
จ้าวซิงเยว่ตะโกนขึ้นมา แล้วพุ่งตัวเข้าไปในอ้อมแขนของฉินห้าว
ตง เมื่อครู่นี้เธอกลัวแทบตาย มีเพียงแค่การอยู่ข้างกายผู้ชายคนนี้
เท่านั้นถึงจะทำให้เธอมีความรู้สึกที่ปลอดภัยขึ้นมาได้
“ ไม่ต้องกลัว ข้าอยู่นี่แล้ว ไม่มีใครแตะต้องเจ้าได้แล้ว ”
“ แก……แก…… ” คุณชายเซี่ยโหวที่เมื่อสักครู่ยังหยิ่งผยองอยู่
ในตอนนี้ได้ตกใจจนสติแทบหลุดไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อพ่อที่คอยเข้าข้างเขามาตลอดได้ถูกคนอื่นฆ่าตายไป เขาจึงไม่
มีอำนาจใด ๆ ให้พึ่งพาอีก
ในเวลานี้ปีศาจสาวน้อยสองมือเท้าสะเอว มองด้วยความโกรธแล้ว
พูดว่า “ คนเจ้าชู้อย่างเจ้าคิดที่จะมาลักจ้าวซิงเยว่ของข้าไป เบื่อหน่าย
กับการมีชีวิตแล้วเหรอ ? ”
เซี่ยโหวเจิ้นถอยหลังไปหลายก้าวติด ๆ กัน แล้วร้องตะโกนห้วน ๆ
สั้น ๆ ว่า “ ข้าขอบอกพวกเจ้าไว้เลย อาของข้าคือเซี่ยโหยหงเสียนแม่
ทัพใหญ่ของเมืองจินหม่า ตอนนี้พวกแกฆ่าท่านพ่อของข้า ท่านอาของ
ข้าไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่ ”
“ โง่สิ้นดี ! ” ฉินห้าวตงมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยามแล้วพูดว่า
“ แกพูดวัตถุประสงค์มาขนาดนี้แล้วว่าคืออะไรนี่ ? นอกจากให้ข้าฆ่าแก
ทิ้งแล้วยังมีประโยชน์อะไรอีกอย่างนั้นเหรอ ? ”
“ อย่าฆ่าข้า ได้โปรดอย่าฆ่าข้าเลย หากเจ้าปล่อยข้าไป ข้าจะให้
ท่านอาปล่อยพวกเจ้าไปเช่นกัน…… ” เซี่ยโหวเจิ้นพูดด้วยความกลัวจน
ตัวสั่น
“ แกมันโง่ แต่อย่าคิดว่าคนอื่นจะโง่แบบแก ! ” แน่นอนว่าฉินห้าว
ตงไม่เชื่อสิ่งที่เซี่ยโหวเจิ้นพูด ได้สร้างศัตรูที่ยังไม่ได้สะสางกันอย่างเซี่ย
โหวหงเสียนไว้แล้ว การที่ปล่อยเซี่ยโหวเจิ้นไปก็เท่ากับว่าเพิ่มศัตรูอีก
คน
เขาโบกมือ แล้วคางคกสามขาทองคำก็ใช้อุ้งเท้าตบไปอีกครั้ง ตบ
จนเซี่ยโหวเจิ้นเละเป็นดินเหนียว
เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์วิกฤตได้ถูกจัดการเรียบร้อยแล้ว ถูเจียวเจียว
ก็ถอนหายใจยาว เธอก้าวขึ้นมาพูดกับฉินห้าวตงว่า “ พี่ฉิน ยังดีที่พี่
กลับมาทันเวลา ไม่อย่างนั้นวันนี้ต้องเกิดปัญหาใหญ่แน่นอน ”
ฉินห้าวตงถามขึ้นว่า “ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? ”
ฟางจิ้งเอ๋อร์เล่าเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟังอีกหนึ่งรอบ สุดท้ายพูด
ว่า “ เจ้าโง่หลงว่านเจี้ยนไม่เพียงแต่ไม่ช่วย ตรงข้ามยังคิดจะลักพาตัวมู่
หรงจิงหงไปอีกด้วย เราไม่อาจปล่อยเขาไปอย่างแน่นอน ”
ในตอนนั้นสีหน้าของฉินห้าวตงก็เคร่งขรึมขึ้นมา เขาช่วยชายคนนี้
หลายต่อหลายครั้ง เขาไม่เพียงแต่ไม่สำนึกขอบคุณ ตรงกันข้ามยังหา
เรื่องให้ตัวเขาไม่หยุดหย่อน เห็นทีต้องคิดบัญชีสักหน่อยแล้ว
แต่ในตอนที่เขาหันหน้ากลับไปมอง หลงว่านเจี้ยนกับนักเรียนคน
อื่นอีก 8 คนก็หายไป ทิ้งไว้แต่มู่หรงจิงหงที่ยืนถูกสะกัดจุดอยู่ตรงนั้น
ปีศาจสาวน้อยด่าอย่างเดือดดาลขึ้นว่า “ เจ้าขี้ขลาด หนีเร็วจริงๆ
”
หลังจากที่ฉินห้าวตงได้ฆ่าเซี่ยโหวหงเฟยกับเซี่ยโหวเจิ้นไปแล้ว
หลงว่านเจี้ยนก็รู้ตัวว่าไม่ได้การแล้ว จึงหนีไปอย่างไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ส่วนคนอื่นรู้ว่าอยู่ต่อก็ไม่มีอะไรดี จึงหนีตามไปจากที่นี่ด้วยกัน
เมื่อเทียบกับเซี่ยโหวเจิ้นแล้ว หลงว่านเจี้ยนนั้นถือเป็นคนที่มีแผน
ลึกซึ้งมากกว่า รู้ว่าหากพามู่หรงจิงหงไปด้วย จะต้องเจอฉินห้าวตงไล่
ตามฆ่าอย่างบ้าคลั่งแน่นอน ดังนั้นจึงสะกัดจุดเธอและทิ้งไว้ที่นี่
ฉินห้าวตงเข้าไปคลายจุดให้กับเธอแล้วถามว่า “ เทพธิดามู่หรง
เจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม ? ”
มู่หรงจิงหงพูดด้วยความโกรธว่า “ ข้าไม่เป็นไร แต่น่าเสียดายที่
เจ้าโง่หลงว่านเจี้ยนมันหนีไปแล้ว ”
“ วางใจเถอะ ไม่ใช่ว่ายังไม่ถึงเวลาล้างแค้น คนอย่างเขาไม่ช้าก็เร็ว
ต้องได้รับผลกรรมแน่นอน ”
ฉินห้าวตงพูดกับถูเจียวเจียว จงเสี่ยวเตี๋ย และพวกมู่หรงจิงหงว่า “
ขอบคุณพวกเจ้าที่ยึดมั่นในความถูกต้องและออกตัวช่วยเหลือ ! ”
มู่หรงจิงหงพูดว่า “ ทุกคนล้วนเป็นนักเรียนจากสำนักเดียวกัน การ
ที่พวกเราช่วยนั้นเป็นเรื่องสมควรทำอยู่แล้ว ”
จงเสี่ยวเตี๋ยพูดว่า “ พี่ฉิน ท่านไม่ต้องสุภาพกับข้าหรอก ชีวิตของ
ข้าได้ท่านช่วยไว้ การได้ทำบางอย่างเพื่อท่านบ้างถือเป็นเรื่องที่ควรทำ
อยู่แล้ว ”
ถูเจียวเจียวพูดขึ้นว่า “ ไม่ต้องขอบคุณหรอก ตอนนี้ข้าเหลือเพียง
คนเดียวโดดเดี่ยว ดูท่าว่าต่อจากนี้ไปคงต้องตามติดท่านไปแล้วล่ะ ”
ฉินห้าวตงพูดว่า “ ในเมื่อมาจากสำนักเต่าทมิฬ ก็ไม่มีแบ่งเหนือ
แบ่งใต้ ทุกคนต่างเป็นเพื่อนกัน ไม่มีอะไรต้องเกรงใจ ”
เมื่อเรื่องราวคลี่คลายลง ทุกคนต่างก็พากันจัดเตรียมเก็บของอย่าง
ง่าย ๆ จากนั้นก็รีบมุ่งไปยังเขาเจดีย์
พวกเขาเพิ่งจะออกเดินทาง เงาสองเงาก็ปรากฏตัวขึ้นที่บนต้นไม้
ใหญ่ด้านหลัง พวกเขาก็คือรองเจ้าสำนักสองคนจากสำนักเต่าทมิฬหลัว
ตงชิงและไห่เจิ้งหมิงนั่นเอง
ตอนนี้ราชาผีปรากฏตัวขึ้น ในฐานะผู้รับผิดชอบของสำนักเต่า
ทมิฬแล้ว พวกเขาไม่อาจปล่อยให้นักเรียนของตัวเองออกมาโดยไม่ใส่
ใจอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะหลัวตงชิง หลานสาวของตัวเองอยู่ที่ข้างนอก หากว่าขน
หลุดไปแม้แต่เส้นเดียว เกรงว่าคงไม่รู้จะไปอธิบายกับภรรยาที่คอย
เข้าข้างหลานสาวนั้นว่าอย่างไร
หลังจากที่ฉินห้าวตงและพรรคพวกจากไป ทั้งสองก็คอยเฝ้าคุ้มกัน
อยู่ด้านหลังเงียบๆ เพียงแต่หากไม่ถึงคราวคับขัน พวกเขาก็จะไม่ออก
ตัวมาช่วยเหลือ
ไห่เจิ้งหมิงพูดขึ้นว่า “ เมื่อสักครู่นี่ข้าเกือบจะอดลงมือไม่ไหวแล้ว
นึกไม่ถึงว่าเจ้าหนุ่มนั่นอยู่ ๆ ก็กลับมา แล้วยังมีสัตว์อสูรระดับ 7 อีกด้วย
เจ้าสัตว์อสูรของเขาตัวนี้นั้นแข็งแกร่งมาก แม้ว่าข้าที่อยู่ขอบเขตเหอถี่
ขั้นปลายก็เกรงว่าจะไม่ได้เปรียบอะไร ไม่รู้จริง ๆ ว่าไปหาของวิเศษ
แบบนี้มาจากที่ไหน ”
“ เจ้าหนุ่มคนนี้ช่างเป็นคนที่ทำให้ข้าประหลาดใจอยู่ตลอดเวลา ”
หลัวตงชิงจิ๊ปาก “ ก่อนหน้านี้เจ้าคางคกสามขานั่นยังเป็นแค่สัตว์อสูร
ระดับ 5 เท่านั้น ทำไมจู่ ๆ ถึงได้กลายเป็นสัตว์อสูรระดับ 7 ไปได้ ไม่
เข้าใจจริง ๆ ”
ไห่เจิ้งหมิงพูดขึ้นว่า “ ดูท่าว่าเมื่อคืนที่เขาออกไปกับหงอิงนั้นไม่ใช่
การนัดหมาย แต่เป็นการไปช่วยเพิ่มขั้นพลังให้สัตว์อสูรตัวนี้แน่เลย ”
หลัวตงชิงพยักหน้า เมื่อวานหลังจากที่ฉินห้าวตงจากไป พวกเขาก็
ได้ตามไปดูเช่นกัน เพียงแต่ฉินห้าวตงได้วางค่ายกลพรางตาเอาไว้ พวก
เขาจึงมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้นบ้าง
ไห่เจิ้งหมิงพูดขึ้นว่า “แต่ตอนนี้มีปัญหาอยู่เล็กน้อย ฉินห้าวตงได้
ฆ่าเซี่ยโหวหงเฟยไป ด้วยอิทธิพลอันใหญ่โตของตระกูลเซี่ยโหวแล้ว คง
ไม่ยอมวางมือยุติเรื่องราวนี้แน่นอน ”
หลัวตงชิงทำเสียงเหอะออกมาอย่างเยือกเย็นว่า “ กลัวอะไรกัน ?
พวกเราจากสำนักเต่าทมิฬยังต้องกลัวคนเมืองจินหม่าอย่างพวกเขา
แล้วเหรอ ? ”
“ เรื่องกลัวน่ะไม่กลัวหรอก ก็แค่เป็นปัญหาอยู่เล็กน้อยเท่านั้น ”
ไห่เจิ้งหมิงพูด “ เจ้าหลงว่านเจี้ยนจากวิทยาเขตทางใต้คนนั้นน่า
รังเกียจเสียจริง คิดไม่ถึงเลยว่าจะทำกับเพื่อนร่วมสำนักของตัวเองแบบ
นี้ได้ ทีแรกข้ายังคิดว่าเขาเป็นคนที่มีพรสวรรค์ดี และสามารถปลุกปั้น
ได้ คิดไม่ถึงเลยว่าศีลธรรมของเขาจะแย่ขนาดนี้ ”
หลัวตงชิงทำหน้าเคร่งขรึมลงแล้วพูดว่า “ คนแบบนี้เอาไว้ไม่ได้
รอข้ากลับไปจะไปคุยกับภรรยาสักหน่อย ต้องสั่งสอนเจ้าเด็กนี่อย่าง
หนักให้ได้ ”
ไห่เจิ้งหมิงเลียปากแล้วพูดว่า “ ตาเฒ่าหลัว เรื่องใหญ่จะพูดสอง
ประโยคได้เหรอ ใครไม่รู้บ้างว่าเจ้าเคารพบูชาภรรยาอย่างเข้มงวด
ขนาดหายใจแรง ๆ ยังไม่กล้าเลย ”
หลัวตงชิงหน้าแดงแล้วพูดว่า “ ใครบอก ? นั่นเป็นเพียงข่าวลือ
เท่านั้น ในบ้านข้าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ”
ไห่เจิ้งหมิงทำสีหน้าหยอกล้อพูดว่า “ พอเถอะ เราอายุปูนนี้แล้ว
ใครจะไม่รู้จักเจ้าบ้าง ทำเป็นบอกว่าพูดคำไหนคำนั้น แม้ว่าเจ้าพูดอย่าง
หนึ่ง พี่สะใภ้ไม่พูดอะไรเลย พอพูดขึ้นมาก็เป็นเรื่องใหญ่เลย…… ”
จบตอน