คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 929: นิกายราชาผีบุกมาโจมตี
ตอนที่ 929 นิกายราชาผีบุกมาโจมตี
จ่างซุนหลานถามอย่างไม่เข้าใจว่า “ ความหมายของท่านก็คือ ? ”
เซี่ยโหวหงเซี๋ยงพูดขึ้นว่า “ เมื่อวานนี้ถ้าได้ส่งสาส์นไปยังราชวงศ์
เสวียนอู่ ให้พวกเขาส่งคนมารับเจ้าหญิงซิงเยว่กลับไป ขอเพียงแค่เจ้า
หญิงซิงเยว่ออกไปจากเขตแดนของเมืองเทียนหม่า พอถึงตอนนั้นก็จะ
เป็นวันตายของนาง ”
“ ยอดไปเลย ในที่สุดข้าก็จะได้แก้แค้นสักที ! ” จ่างซุนหลานกัด
ฟันด้วยความโมโห “ ไม่ใช่แค่เจ้าหญิงซิงเยว่เท่านั้นที่พวกเราไม่อาจ
ปล่อยไปได้ บรรดานังผู้หญิงพวกนั้นก็ไม่อาจปล่อยไปได้เช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะไอ้เด็กน้อยคนนั้นและนังเด็กผู้หญิงที่ปล่อยหมาออกมา ข้า
ต้องการสับพวกมันเป็นชิ้น ๆ ”
เซี่ยโหวหงเซี๋ยงพูดขึ้นว่า “ เกรงว่าคงไม่ต้องให้เจ้าได้ลงมือสังหาร
เจ้าเด็กแซ่ฉินคนนั้นหรอก คืนนี้คนของนิกายราชาผีส่งเขาไปเข้าเฝ้า
เง็กเซียนฮ่องเต้บนสวรรค์แล้ว ”
จ่างซุนหลานได้ยินดังนั้นจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย “ ท่านใดมี
ส่วนเกี่ยวข้องกับคนของนิกายราชาผีตั้งแต่เมื่อไหร่ ? คนพวกนั้นเป็น
นิกายชั่วร้ายที่ถูกประเทศเสวียนอู่ประกาศจับตายเอาไว้ ถ้าหากท่านไป
มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกเขา ก็อาจจะเป็นภัยต่อตัวท่านได้ ”
“ ไม่ต้องกังวล ข้าแค่แอบทำสัญญาร่วมกันกับพวกเขาเพียงครั้ง
เดียวเท่านั้น…… ”
เซี่ยโหวหงเซี๋ยงเราแผนการยืมมือคนอื่นฆ่าคนตั้งแต่ต้นจนจบให้
ฟัง สุดท้ายเขาจึงพูดขึ้นว่า “ ไอ้เด็กน้อยคนนั้นมีสัตว์อสูรระดับ 7 ที่
เก่งกาจมากอยู่ตัวหนึ่ง เราจะให้นิกายราชาผีฆ่ามันทิ้งเสียก่อน แล้ว
พวกเราค่อยลงมือกับเจ้าหญิงซิงเยว่ แค่นี้ก็จัดงานการได้ง่ายขึ้น
กว่าเดิมแล้ว ”
จ่างซุนหลานพูดว่า “ ตาแก่ วิธีการของท่านดีมาก แต่อย่าให้คน
ของราชวงศ์เสวียนอู่จับได้แล้วกัน ”
เซี่ยโหวหงเซี๋ยงพูดขึ้นว่า “ เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเราก็แค่ย้าย
ทหารป้องกันไฟบริเวณอื่นแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนเรื่องการลงมือนั้น
ให้เป็นหน้าที่ของนิกายราชาผี รับรองว่าไม่มีร่องรอยใดเหลือทิ้งไว้แน่ ”
สามีภรรยาคู่นี้ก็ยังแอบปรึกษาหารือกัน แต่ว่าฉินห้าวตงที่อยู่
ภายในบ้านพักอีกหลังได้ยินเรื่องพวกนี้อย่างชัดเจน
เมื่อครู่นี้ตอนที่เซี่ยโหวหงเซี๋ยงและจ่างซุนหลานคุกเข่าลงด้วย
ความตื่นตระหนก เขาได้แอบเอาเครื่องดักฟังติดไว้บนตัวของสองคนนี้
เจ้าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาได้มาจากโกดังของเผ่าปีศาจ ถูกจัดเป็น
ผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีระดับสูงสุด มีขนาดเท่าเม็ดข้าวเท่านั้น ดังนั้น
จึงยากที่จะเป็นจุดสนใจ
ดินแดนแห่งปราณวิญญาณไม่ใช่โลกมนุษย์ ต่อให้พวกเซี่ยโหวหง
เซี๋ยงเห็นมันก็ไม่รู้จักว่าคืออะไร
ยิ่งไปกว่านั้นเครื่องดักฟังชนิดนี้ยังมีเครื่องส่งสัญญาณเรดาร์เป็น
ของตัวเอง ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้เครือข่ายอื่น ไม่อย่างนั้นคงไม่
สามารถใช้งานในดินแดนแห่งปราณวิญญาณได้จริง ๆ
หลังจากที่ฟังบทสนทนาของทั้งคู่เสร็จแล้ว ฉินห้าวตงพับแล็ปท็อป
ของตัวเองลง จากนั้นก็กระตุกรอยยิ้มเยาะที่มุมปาก
สองคนนี้กล้าหาญยิ่งนัก กล้าคิดที่จะลงมือได้แม้กระทั่งกับเจ้า
หญิงซิงเยว่
รวมถึงคนพวกนั้นจากนิกายราชาผีอีก ไม่ยอมจบยอมสิ้นสักที ใน
เมื่ออยากจะมาหาเรื่องเรา ฉะนั้นเราก็คงต้องต้อนรับให้ดีหน่อย
ในเวลานี้เขากำลังวางแผน ปีศาจสาวน้อยก็ผลักประตูแล้วเดินเข้า
มาอย่างรวดเร็ว “ พี่ชาย พี่ซิงเยว่บอกว่าพวกเราไปเที่ยวเล่นในเมือง
เทียนหม่ากันดีไหม ? ”
ในบรรดาพวกเขาทั้งหมดนี้ นอกจากถูเจียวเจียวพี่เติบโตขึ้นใน
เมืองเทียนหม่าแล้ว คนอื่นต่างมาที่นี่เป็นครั้งแรกทั้งนั้น ดังนั้นพวกเธอ
จึงอยากออกไปเที่ยวเล่นชมเมืองสักหน่อย
ฉินห้าวตงพยักหน้าแล้วพาเด็กสาวพวกนี้ออกไป แต่ในตอนที่เพิ่ง
จะเดินมาถึงหน้าประตูนั้นก็พบว่ามีทหารกลุ่มหนึ่งเข้ามาขวางทางพวก
เขาไว้
ทหารที่ยืนนำอยู่ด้านหน้าพูดขึ้นว่า “ แม่ทัพเซี่ยโหวมีคำสั่ง ถ้า
หากไม่มีป้ายแม่ทัพ ไม่ว่าใครก็ไม่อนุญาตให้ออกจากพี่พักทั้งนั้น ”
ปีศาจสาวน้อยพูดด้วยความโมโหว่า “ เจ้าหมายความว่า ? พวกข้า
ไม่ใช่นักโทษสักหน่อย ทำไมถึงไม่ให้พวกเราออกไปข้างนอก ? ”
ทหารคนมาเรียนคงพูดขึ้นด้วยสีหน้าขึงขัง “ นี่คือคำสั่งของท่าน
แม่ทัพเซี่ยโหว พวกข้ามีหน้าที่แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ”
เดิมทีจ้าวซิงเยว่ตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก แต่ในเวลานี้สีหน้าของ
เธอกลับเย็นชาขึ้นมาก “ เจ้าหมายความว่าอะไร ? นี่ถึงขนาดกล้าขวาง
ข้าด้วยงั้นหรือ ? ”
ทหารพวกนี้รู้จักฐานะของเจ้าหญิงซิงเยว่ ดังนั้นพวกเขาจึงพูด
ตามที่เซี่ยโหวหงเซี๋ยงมอบหมายเอาไว้ “ ขออภัยด้วยเจ้าหญิง แม่
ทัพเซี่ยโหวเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหญิง
เหมือนกัน กลัวว่าถ้าหากท่านออกไปข้างนอกแล้วจะเกิดอันตรายเข้า ”
จ้าวซิงเยว่ขมวดคิ้วขึ้นมา “ เจ้าไปเรียกเซี่ยโหวหงเซี๋ยงมาหาข้า
เดี๋ยวนี้ ”
ทหารคนนั้นคิดเตรียมที่จะพูดโกหกตั้งแต่แรกแล้ว “ เจ้าหญิง
โปรดอภัยให้ข้าด้วย แม่ทัพเซี่ยโหวส่งข้ามาคอยคุ้มกันความปลอดภัย
ของเจ้าหญิงที่นี่ ถ้าหากไม่มีคำสั่งของท่านแม่ทัพ ข้าและคนของข้าก็ไม่
กล้าละทิ้งหน้าที่ ”
“ เจ้า…… ”
จ้าวซิงเยว่โมโหจนหน้าเป็นสีเขียว แต่ว่าอีกฝ่ายเอาแต่อ้างว่าเป็น
ห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเธอเอง ทำให้เธอจับไต๋ไม่ได้เลย
ฉินห้าวตงรู้ดีว่าเซี่ยโหวหงเซี๋ยงกลัวเขาและคนอื่นแอบหนี
ออกไป ดังนั้นก็เลยส่งทหารคนสำคัญมาคอยคุ้มกันที่นี่ ดังนั้นเขาจึงพูด
ขึ้นว่า “ ช่างเถอะ แม่ทัพเซี่ยโหวเองก็มีแผนการของเขาอยู่แล้ว ในเมื่อ
ไม่ให้พวกเราออกไปเที่ยวเล่น พวกเราก็พักผ่อนอยู่ที่นี่กันเถอะ ตลอด
หลายวันมานี้มันเหนื่อยมากจริง ๆ ”
เจ้าหญิงซิงเยว่เองก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วเช่นกัน ดังนั้นพวกเธอจึงทำได้
เพียงแค่เดินกลับไปยังที่พักของตนเองด้วยสีหน้าเศร้าใจ
โชคดีที่เวลาไม่ได้ผ่านไปอย่างเงียบเหงา เพราะเวลา 1 วันสำหรับ
ผู้ฝึกเซียนแล้วถือว่าไม่ได้ยาวนานอะไร
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉินห้าวตงก็กลับไปยัง
บ้านพักของตนเอง
ตอนนี้เขาวางแผนเสร็จเรียบร้อยแล้วว่าจะจัดการพวกนิกายราชา
ผีอย่างไร เขาหยิบเอาระเบิดแรงสูงออกมาแล้วซ่อนไว้ใต้เตียง
ระเบิดแรงสูงชิ้นนี้มีน˺าหนัก 40 กิโลกรัม ถ้าหากมันระเบิดขึ้นมา
พลังทำลายล้างของมันพอกันกับลูกปืนใหญ่ขนาดเล็ก ถ้าหากเป็นบน
โลกมนุษย์ก็คงสามารถระเบิดจนรถถังปลิวขึ้นท้องฟ้าได้
ถ้าหากระดับการฝึกตนเพิ่มสูงขึ้นไปถึงระดับเหอถี่ พลังการ
ป้องกันจะต้องแข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน ดังนั้นระเบิดธรรมดาจึงทำ
อะไรพวกนั้นไม่ได้ แต่ถ้าหากเป็นระเบิดแรงสูงที่มีพลังทำลายล้างจน
น่าตกใจเช่นนี้ ผลลัพธ์ในการระเบิดก็จะแตกต่างออกไป ยิ่งไปกว่านั้น
คนในดินแดนแห่งนี้ไม่รู้จักระเบิด ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีวันคาดถึง
ประสิทธิภาพของมันอย่างแน่นอน
หลังจากที่เอาระเบิดไว้ใต้เตียงแล้ว เขาก็เอารีโมทควบคุมใส่ไว้ใน
กระเป๋าเสื้อของตัวเอง ที่เหลือก็แค่รอให้พวกนิกายราชาผีบุกมาที่นี่แล้ว
ช่วงกลางดึกวันนี้เอง บรรยากาศภายนอกเงียบสงัดมาก แต่ทันใด
นั้นก็มีเงาดำหลายสิบเงาปรากฏขึ้นที่บริเวณรอบที่พักของเขา คนพวก
นี้สวมชุดคลุมสีดำทั้งตัว มองดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกับวิญญาณยาม
ค˹าคืน เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างกันออกไปก็คือหน้ากากผีที่พวกเขาสวมใส่
อยู่นั่นเอง
ชายชุดดำที่ยืนอยู่หน้าสุดสวมหน้ากากสีทอง ส่วนอีก 4 คนที่เหลือ
ด้านหลังของเขาสวมหน้ากากสีเงิน และอีกประมาณ 30 คนคนสวม
หน้ากากสีบรอนซ์
หลังจากที่เข้ามาล้อมบ้านพักหลังนี้เอาไว้แล้ว ชายชุดดำหน้ากาก
สีทองก็ตะโกนเข้าไปในบ้านว่า “ เจ้าเด็กแซ่ฉิน จงออกมารับความตาย
ของเจ้าซะ ”
แต่หลังจากรออยู่นาน ภายในห้องก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใด
แม้แต่น้อย
“ ไอ้เด็กน้อย คิดว่าหลบซ่อนตัวอยู่แล้วจะหนีพวกข้าพ้นหรือไง ?
” ชายหน้ากากทองหัวเราะเยาะ จากนั้นก็หันไปพูดกับชายหน้ากากเงิน
อีกคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้าง “ เจ้าเข้าไปสิ ไปจับตัวไอ้เด็กน้อยคนนั้น
ออกมา ! ”
“ ครับ ! ” ชายหน้ากากเงินตอบรับคำ จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าไปที่
บ้านพักของฉินห้าวตงแล้วใช้ฝ่ามือทุบประตูจนพังออกจากกัน
แต่ในตอนนี้เอง ภายในห้องก็มีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมา กระบี่เซ
วียนหยวนเป็นเหมือนแสงแฟลชที่แล่บผ่านในยามค˹าคืน ก่อนจะฟันไป
ที่ชายหน้ากากเงินอย่างแรง
ชายหน้ากากเงินตะโกนเสียงดังลั่น ทันใดนั้นเขาก็ชกหมัดออกไป
ระดับการฝึกตนของเขาอยู่ในขอบเขตเหอถี่ขั้นต้น อีกทั้งยังมีวร
ยุทธที่แข็งแกร่งทรงพลัง ดังนั้นหมัดของเขาจึงเป็นเหมือนกับเหล็กกล้า
ที่ไม่หวาดกลัวต่อมีดดาบธรรมดา
แต่ต่อให้ฝันไปเขาก็ไม่มีทางคาดคิดว่าที่อีกฝ่ายใช้อยู่ก็คืออาวุธ
เทพกระบี่เซวียนหยวน ทันใดนั้นเองกระบี่ที่มีความคมอย่างเหลือคณา
นับได้แทงทะลุชั้นป้องการพลังลมปราณของเขา จากนั้นมือข้างที่กำ
หมัดของเขาก็ถูกฟันจนขาดออกไป
“ อ๊าก…… ”
ชายหน้ากากเงินส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด เขากำลังเตรียมจะ
หนี แต่ว่ากระบี่เซวียนหยวนที่อยู่ด้านหลังเขาไม่ให้โอกาสมีแต่อย่างใด
กระบี่เล่มนั้นฟันชายชุดดำหน้ากากเงินจนร่างขาดสะบั้น
หลังจากที่ฆ่าชายหน้ากากเงินแล้ว ฉินห้าวตงก็ถือกระบี่เซวียน
หยวนเดินออกมาจากในบ้าน “ มีความสามารถแค่นี้ แต่กล้ามารบกวน
คนอื่นโดยปลุกให้ตื่นจากฝันอีก ! ”
ในแววตาของชายหน้ากากทองเผยให้เห็นถึงความเยือกเย็น เท่าที่
เขารู้ข้อมูลมา ชายหนุ่มตรงหน้านี้เป็นเพียงแค่ขอบเขตเลี่ยนสวี่ขั้น
ปลายเท่านั้น แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ได้ ?
ฉินห้าวตงมีแผนการของเขาเองอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าคนของนิกาย
ราชาผีพวกนี้ยืนกรระจัดกระจายกันอยู่ ถ้าหากเขาใช้ระเบิดแรงสูง
ขึ้นมาก็ยากที่จะฆ่าคนพวกนี้ให้ตายหมดได้
ถ้าหากต้องการให้ประสิทธิภาพของระเบิดแรงสูงแสดงออกมาได้
อย่างเต็มที่ เขาต้องพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะดึงคนเหล่านี้มา
ใกล้ตัวเขาได้ ดังนั้นก่อนหน้าที่คนพวกนี้จะมาเขาได้กลืนยาโอสถ
ระเบิดพลังปราณขั้นสูงเข้าไป เพราะคิดที่จะเพิ่มระดับการฝึกตน
ตัวเองให้ถึงขอบเขตเหอถี่
“ ไอ้เด็กน้อย คิดว่ามีความสามารถแค่นี้แต่จะมาต้านทานนิกาย
ราชาผีได้ใช่ไหม ? อย่าฝันไปหน่อยเลย ”
ชายหน้ากากทองพูดแล้วหยิบเอามีดดาบด้ามยาวออกมา พลัง
ลมปราณภายในตัวของเขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่าเขาคือ
ยอดฝีมือของเหอถี่ขั้นปลาย
แต่ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะตระหนักได้ถึงความเก่งของฉินห้าวตง
ดังนั้นจึงไม่ได้วู่วามแต่อย่างใด แต่เขาหันไปพูดกับลูกน้องแทน “ บุก
เข้าไปพร้อมข้า อย่ายืดเยื้อเวลาให้นานนัก ยิ่งจัดการให้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดี
! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็บุกนำหน้าไปโดยกวัดแกว่งดาบด้ามยาวใน
มือไปทางฉินห้าวตง ชายหน้ากากเงินตามติดอยู่ด้านหลัง ไหนจะ
องครักษ์ผีที่มีพลังในระดับเลี่ยนสวี่ขั้นสมบูรณ์อีก 3 คน ที่บุกเข้าไป
พร้อมกันอีก
ถึงแม้ว่าฉินห้าวตงจะเพิ่มระดับพลังตัวเองไปถึงขอบเหอถี่แล้ว แต่
ถึงอย่างไรทางฝั่งเขาก็มีแค่คนเดียว อีกฝ่ายมีคนเยอะขนาดนั้น
นอกจากนี้ยังไม่มีคนที่อ่อนแอแม้แต่น้อย ถ้าหากต่อสู้กันจริง ๆ มีแต่เขา
เท่านั้นที่จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ
แต่ตอนนี้เขาบรรลุเป้าหมายแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องสู้กับคนพวกนี้
อีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงหันไปยักคิ้วและยิ้มให้ชายหน้ากากทอง เขาหยิบ
เอารีโมทออกมาแล้วจัดการกดปุ่มสีแดงทันที
ชายหน้ากากทองพาคนของเขาบุกไปที่ด้านหน้า และไม่เข้าใจว่า
เจ้าของที่อยู่ในมือฉินห้าวตงคืออะไร พวกเขาคิดว่ามันคงเป็นอาวุธ
อะไรบางอย่าง ดังนั้นจึงไม่ได้ลงมือในทันที
วินาทีที่กดปุ่มสีแดงนั้น ฉินห้าวตงก็หลบเข้าไปในเจดีย์ 7 ชั้นอย่าง
รวดเร็ว
คนของนิกายราชาผีได้ล้อมเขาไว้หมดแล้ว ทว่าจู่ ๆ เขาก็หายตัว
ไปอย่างไร้ร่องรอย
“ เขาล่ะ ? เขาหายไปไหนแล้ว ? ”
พวกนิกายราชาผีที่ในมือถือมีดดาบตะโกนขึ้นมา พวกเขาตามหา
ตัวฉินห้าวตงไปทั่ว
ชายหน้ากากทองรู้สึกถึงลางสังหรณ์อะไรบางอย่างได้ เขารีบ
ตะโกนขึ้นว่า “ ที่นี่มีอันตราย รีบ…… ”
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจบประโยคดี ก็ได้ยินเสียงระเบิดดังปัง
จากนั้นแรงระเบิดก็ระเบิดขึ้นจากในบ้านพักของฉินห้าวตง
ระเบิดแรงสูงน˺าหนัก 40 กิโลกรัมเทียบเท่าได้กับลูกปืนใหญ่ 1 ลูก
ถึงแม้คนพวกนี้จะมีระดับพลังที่แข็งแกร่งมาก แต่สุดท้ายก็ต้องตาย
ด้วยแรงระเบิดอย่างน่าเวทนา บรรดาองครักษ์ผี 30 กว่าคนไม่มีใคร
เหลือรอดเลยสักคน ทุกคนถูกระเบิดร่างเละจนหมด
ระดับการฝึกตนของชายหน้ากากเงินอยู่ในขอบเขตเหอถี่ ดังนั้น
พวกเขาจึงอาศัยเกราะป้องกันของลมปราณ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่อาจ
ต้านทานแรงระเบิดได้ ทำให้พวกเขาถูกแรงอัดของระเบิดฉีกร่างจน
กลายเป็นชิ้นเนื้อลอยกระจัดกระจาย
ทว่าชายหน้ากากทองใช้พลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตนเองเข้ามา
ป้องกัน และวินาทีที่ระเบิดระเบิดออกนั้น เขาก็ถอยออกไปไกลกว่า
หลายสิบเมตรแล้ว
แต่ถึงจะเป็นอย่างนี้ แรงอัดของระเบิดแรงสูงก็ทำให้เขาเสียแขน
ไปข้างหนึ่ง เขาตะเกียกตะกายอยู่บนพื้นแล้วกระอักเอาเลือดกองใหญ่
ออกมา
วินาทีที่เกิดระเบิดขึ้นนั้น ฉินห้าวตงก็ส่งตัวเองเข้าไปหลบอยู่ใน
เจดีย์ 7 ชั้น
ที่นี่เป็นเหมือนมิติที่อยู่แยกออกมา ดังนั้นมันจึงไม่ได้รับผลกระทบ
จากแรงอัดของระเบิดในเมืองเทียนหม่าแม้แต่น้อย
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็คิดว่าในเวลานี้
ระเบิดน่าจะสิ้นฤทธิ์แล้ว ดังนั้นเขาจึงพาตัวเองย้ายกลับไปที่เมืองเทียน
หม่าอีกครั้ง
ในตอนที่เขากลับมาถึงบ้านพักหลังนี้ใหม่อีกครั้งก็พบว่ามันได้
กลายเป็นหลุมแนวยาวขนาดใหญ่กว่าหลายสิบเมตรไปแล้ว นอกจาก
หมอกควันที่ลอยคละคลุ้งอยู่ในเวลานี้ บรรดาคนของนิกายราชาผีต่าง
ถูกแรงอัดของระเบิดฉีกร่างออกเป็นชิ้น ๆ หมดแล้ว
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ฉินห้าวตงเองก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน ดู
เหมือนว่าความแรงของระเบิดจะเกินกว่าที่เขาจินตนาการเอาไว้มาก
จากนั้นเขาก็เริ่มมองไปรอบด้าน เขาจะปล่อยให้คนของนิกาย
ราชาผีล่วงรู้ความลับของเขาไม่ได้เป็นอันขาดดังนั้นเขาไม่สามารถ
ปล่อยให้มีใครเหลือรอดไปได้
ชายหน้ากากทองที่อยู่ห่างออกไป 100 เมตรตะเกียกตะกายขึ้นมา
จากพื้น แต่ในเวลานี้หน้ากากบนใบหน้าของเขาถูกแรงอัดของระเบิด
ฉีกจนพัง เผยให้เห็นใบหน้าที่ดุร้ายของเขา
หลังจากที่เห็นชิ้นเนื้อของลูกน้องและแขนอีกข้างหนึ่งของตนเองที่
ตกอยู่บนพื้น ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องราวมันถึงเกิดขึ้นอย่างฉับพลันแบบนี้ ? นี่
มันคืออะไรกันแน่ ? ทำไมมันถึงมีพลังทำลายล้างสูงขนาดนี้ ?
“ ฉินห้าวตง เจ้ารอข้าก่อนเถอะ นิกายราชาผีของข้าไม่ปล่อยเจ้า
ไว้แน่…… ”
จบตอน