คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 940: ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิต
ตอนที่ 940 ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิต
“ อ๊า……เจ้าคิดจะทำอะไร ? ” อู๋เยว่เหนียงตกใจมาก ในแผนการ
ของเธอขอแค่เธอแสดงท่าทีออกมาเล็กน้อยเท่านั้น พอถึงตอนนั้นจ้าว
เสี่ยนหลงมาเห็นว่าเขาคิดจะล่วงละเมิดเธอ เธอก็จะพูดว่าเขาข่มขู่
บังคับ แค่นี้ก็พอแล้ว และด้วยความโกรธจัด จ้าวเสี่ยนหลงจะต้อง
สังหารฉินห้าวตงแน่นอน
แต่เธอคาดไม่ถึงเลยว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้จะมีความกล้ามากกว่า
ที่เธอคิดเอาไว้เยอะ เดิมทีเธอแค่อยากแสดงท่าทีออกมาเล็กน้อย
เท่านั้น แต่ตอนนี้เธอกลับร่างกายเปลือยเปล่าจนไม่มีอะไรปกปิด
ฉินห้าวตงยิ้มกว้างแล้วพูดขึ้นว่า “ ราชินีคิดอยากจะยั่วยวนข้า
ไม่ใช่หรือ ? เช่นนั้นข้าก็จะให้ความ้ร่วมมือกับท่านเอง ”
ทันใดนั้นเขาก็กอดรัดอู๋เยว่เหนียงมาแนบชิดกาย มันเป็นการ
ล่วงเกินที่โหดมากสำหรับเธอ
“ กรี๊ด……ช่วยข้าด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าที ! ”
อู๋เยว่เหนียงตกใจจนตื่นตระหนกอย่างแท้จริง เพราะจากสภาพ
ของเธอในตอนนี้ ถ้าหากจ้าวเสี่ยนหลงและคนอื่นมาเห็นเขาจะทำ
อย่างไร ? ต่อไปนี้เธอจะมีหน้าอยู่ในวังได้อย่างไร ?
“ ตะโกนอะไร ? มันคือสิ่งที่ท่านต้องการไม่ใช่หรือ ? ”
ฉินห้าวตงหัวเราะเจ้าเล่ห์ ในเวลานี้เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนแล้ว
ว่าพวกจ้าวเสี่ยนหลงได้ยินเสียงตะโกนนี้ก็เร่งฝีเท้ามากขึ้นกว่าเดิม
พวกเขากำลังรีบเดินมาที่ตำหนักอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่คิดว่าเล่นจนพอใจแล้ว เขาก็เพ่งจิตของเขาไปที่เซี่ยโหว
หงเซี๋ยงที่กำลังแอบดูสถานการณ์นี้อยู่ด้านนอก ทันใดนั้นเขาก็ใช้พลัง
จิตเพื่อเรียกใช้วิชาการเคลื่อนย้ายตำแหน่งอันสุดแสนมหัศจรรย์ของ
เขา
เซี่ยโหวหงเซี๋ยงกำลังพาคนหลบอยู่ที่มุม หลังจากที่ได้ยินเสียง
ตะโกนนั้น อีกทั้งยังเห็นว่าจ้าวเสี่ยนหลงและพวกกำลังเร่งฝีเท้าเดินเข้า
ไป ทันใดนั้นมุมปากของเขาก็กระตุกรอยยิ้มพอใจขึ้นมา
“ ไอ้เด็กแซ่ฉิน ข้าจะรอดูว่าครั้งนี้เจ้าจะยังมีชีวิตรอดไปได้อีก
หรือไม่ ในเมื่อเจ้ากล้าไร้มารยาทต่อราชินี รับรองว่าเจ้าต้องถูกตัดหัว
จนขาดสะบั้นแน่นอน ”
ในขณะที่เขากำลังคิดสะใจอยู่นั้น จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป
เนินเนื้อขาวนวลเนียนกำลังสั่นกระเพื่อมอยู่ตรงหน้าเขา
“ หา ? นี่มันเกิดอะไรขึ้น ? ”
เซี่ยโหวหงเซี๋ยงย่อมรู้อยู่แล้วว่าสิ่งตรงหน้านี้มันคืออะไร เขา
พยายามที่จะลุกขึ้นยืน แต่ทันใดนั้นมือทั้งสองข้างของเขาก็กดลงตรง
นั้นพอดี
“ กรี๊ด……ไอ้คนเลว เจ้ารีบปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฝ่าบาท
จะฟันเจ้าเป็นชิ้น ๆ แน่ ! ”
อู๋เยว่เหนียงกำลังหลับตาและพยายามที่จะขัดขืนดิ้นรนอย่างสุด
ชีวิต ดังนั้นเธอจึงไม่รู้ว่าเวลานี้คนที่กำลังนอนทับบนตัวเธออยู่คือเซี่ย
โหวหงเซี๋ยง
“ ราชินี ! ”
หลังจากที่มั่นใจแล้วว่าผู้หญิงที่อยู่ภายใต้อาณัติของเขาคือราชินีอู๋
เยว่เหนียง เซี่ยโหวหงเซี๋ยงก็ตกใจจนสติแทบหลุด ถึงขนาดที่ลืมว่า
ตัวเองจะลุกขึ้นจากตรงนี้
การล่วงละเมิดราชินี แบบนี้เขายังจะมีชีวิตรอดต่อไปได้อย่างไร ?
และในตอนนี้เองพวกของจ้าวเสี่ยนหลงก็พังประตูเข้ามา และใน
ตอนที่เห็นภาพตรงหน้าทั้งหมดนี้ ทันใดนั้นเขาก็ตะโกนลั่นด้วยความ
โมโห “ พวกเจ้า……พวกเจ้ากำลังทำอะไร ? ยังไม่รีบลุกขึ้นมาอีก……”
หลังจากที่เห็นภาพตรงหน้านี้ จ้าวเสี่ยนหลงก็โมโหจนหน้าเขียว
คล˺าตัวสั่นเทา
แต่เจ้าหญิงซิงเยว่ที่เดินตามหลังเขามา หลังจากที่เธอเห็นภาพ
ตรงหน้านี้ จ้าวซิงเยว่ก็ตะโกนอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง “ พวกเจ้า
กำลังทำอะไรกันน่ะ ? หน้าไไม่อายเหลือเกิน ! ”
หลังจากที่ฉินห้าวตงถูกอู๋เยว่เหนียงเรียกตัวเข้าวังไปแล้ว เธอก็รู้สึก
ไม่ค่อยวางใจ ดังนั้นเธอจึงเข้าวังไปพบจ้าวเสี่ยนหลง จากนั้นเธอก็มา
ที่นี่ด้วยเพื่อมาช่วยแก้ต่างให้ฉินห้าวตง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมาพบกับ
ภาพแบบนี้เข้า
ในเวลานี้เซี่ยโหวหงเซี๋ยงเพิ่งได้สติกลับมา เขาพยายามลุกขึ้นมา
จากเตียงด้วยมือไม้ที่พันกัน จากนั้นก็คุกเข่าลงบนพื้นแล้วพูดตัวสั่น “
ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิต ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิต……”
อู๋เยว่เหนียงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวของตัวเอง จากนั้นก็พยายาม
ตะโกน “ ฝ่าบาท ท่านต้องทวงคืนความยุติธรรมให้ข้าด้วย เขา
พยายามกระทำชำเราข้า ! ”
ถึงแม้เธอจะเห็นและไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่อยู่บนตัวของเธอถึง
กลายเป็นเซี่ยโหวหงเซี๋ยงไปได้ แต่ในเวลานี้เธอต้องการล้างมลทินให้
ตนเอง ดังนั้นเธอจึงไม่สนใจใครอีกต่อไป
“ ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนั้นฝ่าบาท……” เซี่ยโหวหงเซี๋ยงพูดตะกุกตะกัก
“ ฝ่าบาท กระหม่อมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ กระหม่อมก็มา
โผล่อยู่ที่ห้องนอนของราชินีแล้ว…… ”
จนถึงกระทั่งตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้จริง ๆ ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
เห็นชัดกันอยู่เมื่อครู่นี้เขายังอยู่ด้านนอกอยู่เลย แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงมานอน
ทับอยู่บนตัวอู๋เยว่เหนียงได้
“ เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อหรือไง ? ” จ้าวเสี่ยนหลงที่กำลังโกรธจัดยก
มือสั่งคนของเขา “ พาตัวเซี่ยโหวหงเซี๋ยงไปประหาร ! ”
เขาออกคำสั่ง จากนั้นขุนนางที่ติดตามมาก็รีบพาองครักษ์ไปจับ
ตัวเซี่ยโหวหงเซี๋ยง
“ ถูกใส่ความ ฝ่าบาท ข้าถูกใส่ความ อ๊าก ! ”
ไม่ว่าอย่างไรเซี่ยโหวหงเซี๋ยงก็คาดไม่ถึงว่าความพยายามทั้งหมด
ของตัวเองที่เพิ่งจะล้างมลทินจากเรื่องที่เขาลอบฆ่าเจ้าหญิงระหว่าง
ทางที่นางกลับวังได้แล้ว เดิมทีเขาคิดว่าตัวเองจะโบยบินไปสู่ความ
รุ่งเรืองอีกครั้ง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าแค่ชั่วพริบตาเดียวเขากลับต้องมีจุด
จบที่การโดนประหารชีวิต
สำหรับการพยายามอธิบายด้วยอาการหน้าซีดตัวสั่นแบบนี้ของ
เขา จ้าวเสี่ยนหลงจะไปสนใจฟังที่ไหนกัน ดังนั้นขุนนางที่ติดตามเขามา
ด้วยย่อมไม่เกรงใจอยู่แล้ว ดาบในมือของขุนนางท่านนี้ฟันลงบนคอ
ของเซี่ยโหวหงเซี๋ยงอย่างแรง
จากนั้นเขาก็กลับมาในห้องนอนแล้วพูดกับจ้าวเสี่ยนหลงว่า “ ฝ่า
บาท ข้าน้อยสังหารชายชั่วผู้นั้นแล้ว ! ”
เห็นได้ชัดว่าในเวลานี้จ้าวเสี่ยนหลงยังคงระงับความโกรธตัวเอง
ไม่ได้ เขาพูดด้วยน˺าเสียงที่ดุดันว่า “ เซี่ยโหวหงเซี๋ยงไม่เห็นราชวงศ์
เสวียนอู่อยู่ในสายตา พยายามล่วงเกินอยู่หลายครั้ง ถ่ายทอดคำสั่งของ
ข้าออกไป ให้ไปสังหารคนของตระกูลเซี่ยโหวสามชั่วโคตร ! ”
ขุนนางของเขารับคำสั่งแล้วรีบส่งคนไปจัดการทันที
จ้าวเสี่ยนหลงหันไปพูดกับอู๋เยว่เหนียงด้วยความโมโหว่า “ ใน
ฐานะที่เจ้าเป็นราชินี แต่เจ้ากลับทำเรื่องบัดสีเช่นนี้ในรั้วในวัง เจ้าบอก
ข้ามาว่านี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น ? ”
“ ข้า……” อู๋เยว่เหนียงพบว่าคำโกหกที่เธอเตรียมมาไว้ใช้ไม่ได้แล้ว
เพราะจู่ ๆ ฉินห้าวตงก็หายตัวไปจากตรงนี้แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย และ
กลายเป็นว่าคนที่อยู่บนตัวของเธอคือเซี่ยโหวหงเซี๋ยง
เธอจึงทำได้เพียงแค่แกล้งเป็นคนที่น่าสงสาร“ ฝ่าบาท ไอ้แก่คน
นั้นมันมาล่วงเกินหม่อมฉัน เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหม่อมฉันนะเพคะ ”
เจ้าหญิงซิงเยว่พูดด้วยความโมโหว่า “ เขาล่วงเกินท่านงั้นหรือ ?
แล้วขันทีกับพวกนางกำนัลที่รับใช้ท่านล่ะ หายไปไหนหมด? หรือจะ
บอกว่าตาแก่จอมชั่วเซี่ยโหวเป็นคนไล่ออกไป ? เห็นชัดกันอยู่ว่าเจ้ากับ
ตาแก่ชาติชั่วคนนั้นร่วมมือกันทำเรื่องบัดสีแบบนี้ ! ”
ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนอู๋เยว่เหนียงคงสามารถวางอำนาจกดดันจ้าว
ซิงเยว่ได้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าในวันนี้สถานการณ์มันกลับเปลี่ยนไปจาก
หน้ามือเป็นหลังมือ ความรู้สึกแบบนี้ทำให้อู๋เยว่เหนียงไม่ชินเอาเสียเลย
แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่อาจโต้แย้งได้ในตอนนี้
“ ข้า……ฝ่าบาท หม่อมฉันถูกใส่ความ ! ”
“ ถูกใส่ความ ? ท่านมีอะไรให้ถูกใส่ความ ตอนนี้หน้าตาของ
ราชวงศ์ถูกท่านทำลายจนไม่เหลือแล้ว ! ”
จ้าวซิงเยว่ด่าอู๋เยว่เหนียงอย่างไม่เกรงกลัว จากนั้นก็หันไปพูดกับ
จ้าวเสี่ยนหลงว่า “ เสด็จพ่อ ท่านจะปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้เป็นอันขาด
ไม่อย่างนั้นต่อไปนี้ราชวงศ์ของพวกเราจะยังมีหน้ามีตาได้อย่างไร ”
จ้าวซิงเยว่เป็นคนที่สุขุมเยือกเย็นและเฉลียวฉลาด นอกจากนี้เธอ
ยังเกลียดอู๋เยว่เหนียงเข้ากระดูกดำ ในที่สุดวันนี้ก็หาโอกาสที่จะผลักนัง
งูพิษคนนี้ตกลงไปในขุมนรกได้สักที
ในความคิดของเธอ หากเกิดเรื่องบัดสีเช่นนี้ขึ้นมา จ้าวเสี่ยนหลง
จะต้องเดือดดาล อย่าว่าแต่ฆ่าอู๋เยว่เหนียงเลย อย่างน้อยต้องส่งตัวนาง
เข้าตำหนักเย็นแน่นอน
แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจ้าวเสี่ยนหลงเพียงแค่สบถด้วยความไม่พอใจ
จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากตำหนัก
หลังจากที่เดินมาถึงประตูเขาก็หยุดฝีเท้าลง จากนั้นก็หันไปพูดกับ
บรรดาขันทีและนางกำนัลด้วยน˺าเสียงดุดัน “ พวกเจ้าฟังข้าให้ดี เรื่อง
ในวันนี้ถ้าหากมีใครกล้ามาแพร่งพรายออกไป ข้าจะประหารมัน 9 ชั่ว
โคตร ! ” หลังจากพูดจบเขาก็เดินออกไปจากตำหนักของราชินีทันที
“ เสด็จพ่อ ! ” จ้าวซิงเยว่คิดไม่ถึงเลยว่าจ้าวเสี่ยนหลงจะมีท่าที
ตอบรับเช่นนี้ เพราะเขาไม่ได้ลงโทษอู๋เยว่เหนียงแต่อย่างใด
เธอถลึงตาใส่อู๋เยว่เหนียงแล้วเดินตามเขาออกไป
ฉินห้าวตงยืนอยู่หน้าประตูวังหลวง เขามองเห็นภาพทุกอย่าง
ชัดเจน ซึ่งเรื่องที่เซี่ยโหวหงเซี๋ยงถูกประหารนั้นอยู่ในการคาดเดาของ
เขาอยู่แล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าโทษของราชินีจะเบาขนาดนี้
ในเวลานี้จ้าวเสี่ยนหลงเดินมาหาเขา หลังจากทำเรื่องมองเขาแล้ว
ก็พูดด้วยน˺าเสียงเย็นชาว่า “ เจ้ามากับข้า ! ”
ฉินห้าวตงไม่ได้พูดอะไร เขาเดินตามอยู่ด้านหลังจ้าวเสี่ยนหลง
จ้าวซิงเยว่เร่งฝีเท้าตามมาจากด้านหลัง จากนั้นเธอก็มาดึงมือฉิน
ห้าวตงแล้วกระซิบถาม “ ท่านพี่ฉิน ท่านไม่เป็นอะไรใช่ไหม ? ”
ฉินห้าวตงพยักหน้าตอบรับ “ ข้าไม่เป็นอะไร ”
จากนั้นพวกเขาก็เดินเข้ามาในตำหนักของจ้าวเสี่ยนหลง จ้าวเสี่ยน
หลงสั่งให้ข้ารับใช้ทุกคนออกไป ตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่เจ้าหญิงซิงเยว่
และฉินห้าวตงสองคน
จ้าวซิงเยว่พูดขึ้นอย่างไม่ยอมว่า “ เสด็จพ่อ ราชินีทำเรื่องที่ขัดต่อ
ธรรมเนียมขนาดนี้ แต่ทำไมท่านถึงยังปล่อยนางไปอีก ? ”
จ้าวเสี่ยนหลงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ ไม่ต้องพูดแล้ว ยังมีบาง
เรื่องที่เจ้าไม่รู้ ”
จ้าวซิงเยว่ได้ยินดังนั้นก็พูดด้วยความโมโห “ ข้าไม่รู้เรื่องอะไร
เห็นชัดกันอยู่ว่านางกับตาแก่ชาติชั่วเซี่ยโหว……”
เธอกำลังอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกฉินห้าวตงห้าม
เอาไว้
“ ไม่ต้องพูดแล้ว ข้าคิดว่าฝ่าบาทน่าจะยังมีเรื่องที่ลำบากใจจะพูด
! ”
เดิมทีจ้าวเสี่ยนหลงมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่หลังจากที่ได้ยิน
ประโยคนี้เขาก็รีบหันขวับมาทันที สายตาของเขาจับจ้องไปที่ฉินห้าวตง
“ เจ้ามองอะไรออกงั้นรึ ? ”
ฉินห้าวตงพูดด้วยน˺าเสียงเรียบเฉยว่า “ ไม่ใช่ว่าฝ่าบาทไม่อยาก
ลงโทษราชินี แต่เป็นเพราะไม่กล้าใช่หรือไม่ ! ข้าเดาว่าจะต้องมีอะไร
บางอย่างที่ตกอยู่ภายใต้น˺ามือของอู๋เยว่เหนียง หรือบางทีมันอาจเป็น
เรื่องที่ยากจะอธิบายให้คนอื่นเข้าใจ ”
หลังจากที่ได้ยินประโยคนี้ จ้าวซิงเยว่ก็ตกใจมาก เธอรีบเข้ามาดึง
เสื้อของเขาแล้วพูดขึ้นว่า “ ห้าวตง ท่านอย่าพูดจาไปเรื่อยแบบนี้สิ ”
ไม่ว่าอย่างไรจ้าวเสี่ยนหลงก็เป็นพระราชาของประเทศนี้ ถ้าหาก
พูดแบบนี้ออกมาแล้วทำให้เขาโกรธ เธอไม่อยากจะคิดถึงผลที่จะ
ตามมาเลย
จ้าวเสี่ยนหลงกลับไม่ได้แสดงท่าทีโกรธแต่อย่างใด ในทางตรงกัน
ข้ามเขากลับเกิดความสนใจขึ้นมา เขาจึงถามขึ้นอีกครั้งว่า “ เช่นนั้นเจ้า
ช่วยพูดให้ข้าฟังได้หรือไม่ว่าข้าตกอยู่ในน˺ามือนางได้อย่างไร ? ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ ข้าเห็นว่าลมหายใจของฝ่าบาทมีบางสิ่ง
แปรปรวนเล็กน้อย มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะถูกพวกเขาวางยาพิเศษ
บางอย่าง ”
ใบหน้าของจ้าวเสี่ยนหลงดูตะลึงขึ้นมาทันที “ เรื่องนี้เจ้าก็ดูออกงั้น
หรือ ? ”
หลังจากที่ได้ยินว่าท่านพ่อถูกวางยาพิษ จ้าวซิงเยว่ก็เกิดความ
กังวลขึ้นมาทันที “ เสด็จพ่อ ท่านเป็นอะไรไป ? ไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ ?
”
จ้าวเสี่ยนโบกมือปัดแล้วพูดขึ้นว่า “ ไม่ต้องกังวล อย่างน้อยตอนนี้
ก็ยังไม่เป็นอะไร ”
จากนั้นเขาก็หันไปถามฉินห้าวตง “ เจ้ามองออกได้อย่างไร ? ”
“ เพราะว่าข้าคือหมอ ก่อนหน้านี้หลายคนต่างเรียกข้าว่าหมอ
เทวดา ”
“ หมอเทวดารึ ? ” จ้าวเสี่ยนหลงพูดต่ออีกว่า “ ดูเหมือนว่าทักษะ
ทางการแพทย์ของเจ้าจะสูงมาก เช่นนั้นเจ้าช่วยรักษาอาการป่วยให้ข้า
ได้หรือไม่ ? ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ พิษบนตัวท่านมันไม่ธรรมดา ข้าต้องจับชีพ
จรของท่านอย่างละเอียดก่อนถึงจะรู้ว่ามันคืออะไร ”
ถ้าหากเป็นอาการป่วยธรรมดาเขาก็ยังพอสอบถามอาการแล้ว
มองออกว่ามันคือโรคอะไร แต่พิษในตัวของจ้าวเสี่ยนหลงนั้นไม่
เหมือนกัน ลมหายใจของเขาไม่แน่นอน ดังนั้นจึงต้องจับชีพจรก่อนถึง
จะระบุได้
“ เช่นนั้นเจ้าช่วยตรวจดูให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ! ”
สีหน้าของจ้าวเสี่ยนหลงดูดีใจขึ้นมา มันวิเศษมากที่สามารถระบุ
อาการของโรคได้โดยใช้วิธีการจับเส้นชีพจร
เมื่อก่อนเขาเคยพบหมอมาตั้งหลายคน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใคร
สามารถหาอาการป่วยของเขาเจอได้
ดังนั้นเขาจึงลากเก้าอี้มาแล้วนั่งลง จากนั้นก็ยื่นข้อมือให้ฉินห้าวตง
ฉินห้าวตงเอามือขวาวางบนจุดชีพจรของเขา จากนั้นก็เริ่มจับชีพ
จรให้เขาอย่างละเอียด
หลังผ่านไปถึง 2 นาทีเต็ม เขาถึงดึงมือออกมา
จ้าวซิงเยว่ถามขึ้นอย่างเป็นกังวลว่า “ ห้าวตง อาการป่วยของท่าน
พ่อข้าเป็นอย่างไรบ้าง ? ท่านจะต้องช่วยเขาให้ได้นะ ”
ฉินห้าวตงตอบกลับ “ มันยุ่งยากมาก พิษที่ฝ่าบาทได้รับไม่ใช่พิษ
ธรรมดา แต่มันคือแมลงพิษที่แปลกประหลาดมาก ”
เมื่อครู่นี้เขามองออกแล้วว่าแมลงพิษชนิดนี้มีลักษณะคล้ายคลึง
กันกับตัวกู่ของประเทศจีน (ตัวกู่ 蛊 แมลงมีพิษหลายชนิดที่อยู่ในไห
เอาไว้ทำร้ายคน) แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ค่อยเหมือนตัวกู่เท่าไหร่ มัน
ซ่อนตัวอยู่ในไขกระดูกและเดินไปรอบ ๆ ไม่สามารถระบุตำแหน่งของ
มันได้อย่างแน่ชัด และนี่คือเหตุผลว่าทำไมถึงต้องจับชีพจรเป็น
เวลานาน ”
จ้าวเสี่ยนหลงแสดงสีหน้าดีใจขึ้นมา “ เจ้าหนุ่ม เจ้าพูดถูก ข้าถูก
แมลงพิษของอู๋เยว่เหนียงจริง มันชื่อว่าด้วงฝังกระดูก แมลงพิษชนิดนี้
พบเห็นได้ยากมาก นอกจากนี้มันยังเก่งกาจมากอีกด้วย ถ้าหากมัน
แสดงฤทธิ์ขึ้นมาก็จะทำให้เจ็บปวดกระดูกจนแทบอยากจะตาย ”
จ้าวซิงเยว่พูดด้วยความโมโห “ ทำไมนังอสรพิษคนนี้ต้องวางยา
ท่านพ่อด้วย ? แล้วเหตุใดท่านพ่อถึงไม่ลงมือฆ่านาง ? ”
“ ลูกรัก เรื่องนี้จะให้พูดแล้วมันก็ยาว ไว้เดี๋ยวเราค่อยพูดกันดีกว่า
”
จ้าวเสี่ยนหลงหันไปมองฉินห้าวตงด้วยสีหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วย
ความหวัง “ เจ้าหนุ่ม เจ้าพอจะรักษาพิษในการฆ่าได้หรือไม่ ? ”
ฉินห้าวตงพูดขึ้นว่า “ ด้วงพิษฝังกระดูกประเภทนี้มันจัดการได้
ยากจริง เพราะมันไม่เพียงแต่ฝังตัวลงไปได้ลึกเท่านั้น นอกจากนี้มัน
มักจะเปลี่ยนตำแหน่งอยู่บ่อยครั้ง ถ้าหากเป็นในอดีตข้าก็คงไม่มีวิธี แต่
ตอนนี้ข้ามีวิธีรักษาท่าน ! ”
จบตอน