คุณพ่อยอดหมอเทวดา - ตอนที่ 986: หญ้าปลุกวิญญาณ
ตอนที่ 986 หญ้าปลุกวิญญาณ
ด้านนอกกระโจมที่พัก ตอนนี้เป็นค˹าคืนที่มืดดำสนิท ทว่าแสง
จันทร์บนท้องฟ้านั้นสว่างไสว
แสงจันทร์ที่สุกสกาวทำให้ป่าเขาทั้งผืนสว่างเป็นสีเงิน หุบเขาและ
ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ หินหน้าตาประหลาดที่โผล่ขึ้นมา เพียงแต่ว่าทั้ง
สองคนนั้นเหาะผ่านอากาศ จึงไม่สนใจว่าใต้ฝ่าเท้าจะเป็นอะไร ทั้งหมด
ล้วนเป็นความรู้สึกของการเดินป่า
“ ที่นี่สวยเหลือเกิน ! ” หนิวซุ่ยฮวาดึงแขนฉินห้าวตง แล้วเอียงหัว
ลงซบที่ไหล่ของเขาพลางพูดว่า “ ยอดรัก ข้าต้องการแค่สามารถอยู่กับ
ท่านตลอดไปก็พอแล้ว ”
สำหรับปัญหานี้ฉินห้าวตงทำได้เพียงเลือกที่จะเงียบ อีกฝ่ายเป็น
ถึงผู้อาวุโสแห่งนิกายราชาผี ใครจะรู้ว่าความทรงจำของนางจะกลับคืน
มาเมื่อไหร่ และเมื่อไหร่จะชักมีดออกมาเผชิญหน้ากัน
หนิวซุ่ยฮวาเงยหน้าขึ้นมามองฉินห้าวตงด้วยดวงตาที่กลมโตแล้ว
พูดว่า “ ยอดรัก ทำไมท่านถึงไม่พูดไม่จา? ท่านไม่ชอบข้าหรือ ? ”
“ เปล่า ข้าชอบเจ้ามาก ! ” สิ่งที่ฉินห้าวตงพูดออกไปนั้นเป็นเรื่อง
จริงแน่นอน ทั้งสองอยู่ร่วมกันมาเป็นเวลานาน หนิวซุ่ยฮวาทำเพื่อเขา
มามากมาย หากพูดว่าไม่ชอบนางคงจะเป็นไปไม่ได้
เพียงแต่ว่าคนที่เขาชอบคือหนิวซุ่ยฮวาในตอนนี้ ไม่ใช่ผู้อาวุโสแห่ง
นิกายราชาผีในตอนแรก แต่เรื่องแบบนี้อธิบายได้ไม่ชัดเจน
หนิวซุ่ยฮวายิ้มหวานเล็กน้อย แต่จากนั้นก็พูดอย่างน่าสงสารว่า “
แต่ว่าทำไมข้าถึงได้รู้สึกว่าท่านจะหนีจากข้าไปล่ะ ? เห็นอยู่ว่าท่านก็อยู่
ข้างกายข้า ทำไมจู่ ๆ ข้าก็รู้สึกว่ามันไม่จริง ”
ฉินห้าวตงพูดว่า “ เอาล่ะ นั่นเป็นเพราะเจ้าคิดลอย ๆ ไปเอง ”
“ อืม ! ” หนิวซุ่ยฮวาพยักหน้า ทันใดนั้นนางก็ชี้นิ้วไปที่บนหน้าผา
สูงชันแล้วพูดว่า “ ยอดรัก ข้าชอบดอกไม้ดอกนั้น ท่านเด็ดมันมาให้ข้า
ได้ไหม ? ”
ฉินห้าวตงมองไปตามมือของนาง ด้านหน้าเป็นหน้าผาที่สูงชัน บน
หน้าผานั้นไม่มีหญ้าเติบโต แต่กลับมีพืชสีเหลืองหนึ่งต้นโตขึ้นมา
มันแตกต่างจากพืชธรรมดา พืชต้นนี้ทั้งก้านและใบของมันทั้งหมด
เป็นสีเหลือง ออกดอกเล็กสีเขียวมรกต
ตามปกติแล้วดอกไม้ทั่วไปล้วนมีสีสันสวยสดงดงาม ส่วนดอกที่จะ
มีสีเขียวแบบนี้พบได้น้อยมาก
“ ยอดรัก ท่านเด็ดมันมาให้ข้าได้ไหม ? ท่านบอกว่าชื่อของข้าคือ
ดอกไม้มรกตไม่ใช่หรือ ? ดอกไม้นั้นก็เป็นสีเขียวมรกต มันเหมาะกับข้า
พอดีเลย ”
ด้วยพลังฝึกของหนิวซุ่ยฮวาแล้ว ขอเพียงแค่แกว่งแขนใช้พลัง
ปราณออกไปก็สามารถเด็ดดอกไม้นั้นมาได้แล้ว
แต่ตอนนี้นางไม่ต่างกับหญิงสาวธรรมดาทั่วไป ใบหน้าเต็มไปด้วย
ความคาดหวัง หวังว่าคนที่ตัวเองชอบจะเอาดอกไม้มาให้ตัวเองได้
ฉินห้าวตงขยับร่างเล็กน้อย แล้วก็มาถึงที่ข้างหน้าผานั้นแล้วยื่นมือ
ออกไป เด็ดดอกไม้สีเขียวมรกตดอก
น้อย ๆ นั้นมาที่มือ ตอนนี้ในแววตาของเขาปรากฏความดีใจ “ ไม่
คิดเลยว่ามันคือหญ้าปลุกวิญญาณ ! ”
หญ้าปลุกวิญญาณเป็นเครื่องปรุงยาที่หาได้ยากมาก ประสิทธิภาพ
ที่มากที่สุดของมันคือซ่อมแซมพลังปราณที่ได้รับบาดเจ็บของคนได้
แต่สมุนไพรนี้ปกติจะเกิดในพื้นที่ที่มีพลังวิญญาณที่เข้มข้นและ
พื้นที่ที่มีธาตุไฟปกคลุมอยู่ ยากที่จะเจอได้ทั่วไป ทางด้านตาน˺า
วิญญาณจูเชวี่ยถือเป็นที่ที่เหมาะกับสองเงื่อนไขนี้พอดี
หลังจากที่แน่ใจว่านี่คือหญ้าปลุกวิญญาณแล้ว ในใจของฉินห้าวตง
ก็ยินดีมาก เมื่อมีมันแล้ว พลังปราณที่บาดเจ็บของตัวเขาเองก็สามารถ
ฟื้นฟูได้เร็วมากขึ้น
หนิวซุ่ยฮวาเองก็เหาะเข้ามาแล้วพูดด้วยใบหน้าคาดหวังว่า “ เป็น
อะไรไปหรือยอดรัก รีบทัดดอกไม้ให้ข้าสิ ”
เรื่องที่ฉินห้าวตงไม่มีหญ้าปลุกวิญญาณนั้น ถึงแม้ว่าสิ่งนี้จะมีผลที่
น่าอัศจรรย์ในการรักษาจิตวิญญาณที่เสียหาย แต่ว่าเขาก็ไม่กล้าให้หนิว
ซุ่ยฮวาใช้ หากมันรักษาสมองของนางจนหายดี แล้วได้ความทรงจำ
กลับคืนมา พอถึงตอนนั้นแล้วตัวเองคงจะต้องตกที่นั่งลำบากแน่นอน
เขาเด็ดดอกไม้สีเขียวดอกเล็กนั้นออกมา แล้วค่อย ๆ ทัดมันบนหัว
ของหนิวซุ่ยฮวาอย่างระมัดระวัง ในขณะเดียวกันก็เก็บก้านและใบ
ขึ้นมา รอกลับไปแล้วฟื้นฟูจิตวิญญาณที่เสียหายของตัวเอง
หนิวซุ่ยฮวายืนเงียบอยู่ตรงนั้น หลังจากฉินห้าวตงทัดดอกไม้ให้
นางแล้ว นางก็พูดด้วยใบหน้าที่มีความสุขว่า “ ยอดรัก ข้าทัดดอกไม้นี้
แล้วสวยไหม ? ”
“ สวย สวยมากเลย ” ฉินห้าวตงพูดอย่างจริงใจ
ใบหน้าที่บอบบางของหนิวซุ่ยฮวา ผิวที่ขาวและนุ่มนวล ผมยาวสี
ดำขลับตัดกับดอกไม้เขียวมรกตได้เป็นอย่างดี มองดูแล้วสวยจนน่า
หลงใหล
“ สวยก็ดี ข้าอยากจะทัดมันไว้บนหัวตลอดไป พอเห็นมันแล้วทำ
ให้ข้าคิดถึงยอดรัก ” หนิวซุ่ยฮวาพูดพร้อมกับวางค่ายกลหนึ่งค่าย ทำ
ให้ดอกไม้นี้อยู่ในสภาพที่รักษาให้เบ่งบานตลอดไป
“ ยอดรัก ข้าสวยขนาดนี้ ท่านไม่จูบข้าสักหน่อยหรือ ? ”
เมื่อรับรู้ได้ถึงความรักที่ลึกซึ้งของหนิวซุ่ยฮวา ฉินห้าวตงก็ก้มลงไป
แล้วริมฝีปากของเขาและนางก็บรรจบเข้าด้วยกัน
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว ทั้งสองแยกออกจากกันอย่าง
อ้อยอิ่ง แก้มของหนิวซุ่ยฮวาแดงราวกับสาวน้อยที่เขินอาย
ทั้งสองคนวนรอบภูเขาอีกสักครู่ เมื่อเห็นว่าฟ้าเริ่มมืดสนิทขึ้นเรื่อย
ๆ พวกเขาจึงกลับไปพักผ่อนที่ค่าย
ฉินห้าวตงกลับมาถึงที่กระโจมของตัวเอง แล้วหยิบเอาหญ้าปลุก
วิญญาณออกมา หลังจากกลั่นยาอย่างง่าย ๆ เสร็จแล้วก็กลืนมันลงท้อง
ไป
ไม่นานในหัวของเขาก็มีความรู้สึกเย็นสบายขึ้นมา ผ่านไปสักครู่
เขาก็ทดลองเชื่อมต่อกับเจดีย์เจ็ดชั้น ในชั่วพริบตา เงาของเขาก็หายไป
จากที่เดิม แล้วเข้าไปในหอเจดีย์ทันที
“ เอาล่ะ ดูท่าว่าอาการบาดเจ็บของจิตวิญญาณของตัวเองจะหาย
ดีแล้วจริง ๆ ”
ในใจของฉินห้าวตงดีใจมาก การสามารถใช้เจดีย์เจ็ดชั้นได้ ในเวลา
คับขันมันก็เทียบเท่ากับชีวิตของตัวเอง เมื่อมั่นใจว่าจิตวิญญาณของ
ตัวเองนั้นได้ฟื้นคืนกลับมาเหมือนตอนแรกแล้ว เขาก็กลับมาพักผ่อนที่
กระโจม
เช้าวันต่อมา จู่ ๆ ฉินห้าวตงก็ตกใจตื่นจากความฝัน ไม่รู้ว่าเพราะ
อะไร ในใจของเขาจึงมีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ในตอนนี้เองเขาก็ได้ยิน
เสียงคนร้องตะโกนข้างนอกว่า “ คนของสำนักเต่าทมิฬออกมาหาข้า
เดี๋ยวนี้”
ฉินห้าวตงฟังออกทันทีว่านี่คือเสียงของหลี่เมิ่งเหยา หมายความว่า
อย่างไร ? ผู้หญิงคนนี้บ้าไปแล้วหรือ ? ไม่คิดเลยว่าจะตามมาก่อกวน
เราถึงที่นี่
พูดตามหลักการแล้วสำนักมังกรฟ้าเป็นอันดับที่สี่ ไม่มีคุณสมบัติที่
จะมาที่ตาน˺าวิญญาณจูเชวี่ยได้ แล้วพวกนางมาที่นี่ได้อย่างไร ?
เขาเปิดกระโจมออกไปด้วยความรู้สึกที่งงงวย ในขณะเดียวกัน
หลัวตงชิง ปีศาจสาวน้อยและคนอื่นต่างก็เดินออกมาจากกระโจม
เหมือนกัน ทุกคนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่พร้อหน้ากัน
หลังจากออกมาแล้วจึงได้พบว่าตอนนี้ได้ถูกล้อมไว้หมดแล้ว
บริเวณรอบ ๆ กระโจมทั้งสี่ทิศมีคนเกือบร้อยล้อมอยู่ พลังการฝึกตน
ต˹าสุดอยู่ที่ขอบเขตเหอถี่ขั้นต้น ด้านหน้าของพวกเขาเป็นคนของ
อาณาจักรจูเชวี่ย แต่นอกจากหลี่เมิ่งเหยาและสมาชิกในทีมของนาง
แล้ว ยังมีผู้อาวุโสเพิ่มมาอีก 2 คน
บนตัวของทั้งสองคนนี้แผ่รังสีพลังที่รุนแรงออกมา พวกเขาเป็นผู้
แข็งแกร่งขอบเขตต้าเฉิง และรอบตัวของพวกเขา มีองค์ชายใหญ่หลิว
หง หลิวเสี่ยวฝู ซ่งเทียน ทุกคนต่างก็จ้องเขม็งมาที่พวกเขาด้วยสายตา
ที่ไม่เป็นมิตร
นอกจากพวกเขาแล้ว ยังมีองครักษ์ที่กษัตริย์นำมาอีกกว่าหนึ่งร้อย
คน เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้อง หลัวตงชิงจึงพูดด้วยใบหน้าหนัก
แน่นว่า “ ทุกท่าน นี่มันหมายความว่าอะไร ? ”
หลิวหงพูดว่า “ เจ้าสำนักหลัว ข้าสิต้องถามท่านว่าสำนักเต่าทมิฬ
ของพวกท่านไปคลุกคลีกับคนของนิกายราชาผีตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ? ”
หลัวตงชิงพูดว่า “ ท่านพูดเหลวไหลอะไรกัน ? สำนักเต่าทมิฬของ
เราใสสะอาดมาตลอด เกี่ยวอะไรกันกับนิกายราชาผี ? ”
เรื่องที่ว่าหนิวซุ่ยฮวาเป็นผู้อาวุโสแปดแห่งนิกายราชาผีนั้น ฉินห้าว
ตงไม่ได้บอกเขาได้ทันเวลา ดังนั้นเขาจึงไม่รู้เรื่องด้วย
“ ไม่เกี่ยวกันจริงหรือ ? ” หลิวหงพูดกับหลี่เมิ่งเหยาว่า “ องค์หญิง
รอง เจ้าเล่าเรื่องราวมาให้ชัดเจนสิ ”
หลี่เมิ่งเหยาก้าวมาข้างหน้าสองก้าว แล้วชี้ไปที่หนิวซุ่ยฮวาแล้วพูด
ว่า “ เจ้ากล้าบอกไหมว่านางไม่ใช่คนของนิกายราชาผี ? ”
ในใจของฉินห้าวตงฉุกคิดขึ้นมาได้ เขารู้แล้วว่าปัญหามันเกิดจาก
จุดไหน
วันนั้นตอนที่หนิวซุ่ยฮวาสู้กับหลี่เทียนป้า นางได้ใช้กรงเล็บผีซึ่ง
เป็นสัญลักษณ์ของนิกายราชาผี แน่นอนว่าหลี่เมิ่งเหยาต้องรู้ปัญหา
ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว เพียงแต่ว่าจิตใจของผู้หญิงคนนี้นั้นลึกล˺ายิ่งนัก ตอน
นั้นจึงไม่ได้พูดออกมา แต่ไปเชิญยอดฝีมือขอบเขตต้าเฉิงมาจาก
อาณาจักรหลวง เมื่อแน่ใจว่าเตรียมพร้อมแล้วจึงได้เริ่มก่อการกบฏต่อ
สำนักเต่าทมิฬ
เขาเดาไม่ผิดเลยสักนิด เนื่องจากหลี่เทียนป้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ วันนั้นหลี่
เมิ่งเหยาจึงได้นำข่าวกลับไปที่อาณาจักรชิงหลง รีบเชิญยอดฝีมือ
ขอบเขตต้าเฉิง คือ หลี่เทียนคั่วและหลี่เทียนสงมา
หลังจากที่หลี่เทียนป้าหายตัวไปสองวัน นางจึงมั่นใจว่าเรื่องนี้
จะต้องเกี่ยวกับนิกายราชาผีอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงได้แอบพบกันกับ
หลิวหง แล้วเล่าเรื่องที่ถูกแต่งเติมเกินจริงให้แก่เขาฟังหนึ่งรอบ หลาย
วันมานี้กษัตริย์จึงได้ร่วมมือกันเพื่อจะจัดการกับสำนักเต่าทมิฬ
หลัวตงชิงพูดด้วยใบหน้าแปลกใจว่า “ นางจะเป็นคนของนิกาย
ราชาผีได้อย่างไร ? ”
“ รองเจ้าสำนักหลัว ท่านไม่ต้องเสแสร้งแล้วล่ะ ” หลี่เมิ่งเหยาพูด
ด้วยสีหน้าที่ดุดัน “ วันนั้นนางได้ใช้กรงเล็บผีจู่โจมรองรองเจ้าสำนักหลี่
เทียนป้าของพวกเรา นอกจากคนของนิกายราชาผีแล้ว ใครจะสามารถ
พอที่จะใช้กรงเล็บผีได้อีกล่ะ ? ”
“ นี่……. ” หลัวตงชิงเองก็ไม่รู้ว่าควรจะจัดการยังไงดี เขาจึงหันไป
หาฉินห้าวตงและหนิวซุ่ยฮวา
เมื่อเห็นว่าคนมากมายต่างพุ่งเป้ามาที่ตัวเอง หนิวซุ่ยฮวาจึงดึง
แขนฉินห้าวตงแล้วพูดว่า “ ยอดรัก พวกเขาพูดอะไรกัน เกี่ยวอะไรกับ
ข้าด้วย ? ”
สมองของฉินห้าวตงหมุนด้วยความเร็วสูง เขารู้ว่าเรื่องราวในวันนี้
จะต้องเกิดปัญหาแน่นอน หากมีแค่เขาและหนิวซุ่ยฮวาก็ยังดี แต่ตอนนี้
เรื่องราวเกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของสำนักเต่าทมิฬอีกด้วย หากยอมรับว่า
สำนักเต่าทมิฬพัวพันกันกับนิกายราชาผี เกรงว่าจะไม่สามารถยืนอยู่
บนดินแดนแห่งปราณวิญญาณได้อีกต่อไป
แต่หากพูดในตอนนี้ กำลังทางฝั่งตัวเองนั้นอ่อนแอมาก หาก
อธิบายไม่ชัดเจน หลัวตงชิงและปีศาจสาวน้อยอาจจะได้รับผลกระทบ
ไปด้วย
หลี่เมิ่งเหยาหัวเราะอย่างเยือกเย็นแล้วมองมาที่เขาแล้วพูดว่า “
เจ้าแซ่ฉิน เจ้าอธิบายมาสิ ตัวตนของผู้หญิงคนนี้สรุปแล้วคืออะไรกัน
แน่ ? ”
ถูเจียวเจียว มู่หรงจิงหงและคนอื่นรู้ความเป็นมาของหนิวซุ่ยฮวา
อย่างชัดเจน เมื่อเห็นว่าตัวตนผู้อาวุโสแปดของนิกายราชาผีถูกจับได้
จึงอดไม่ได้ที่จะร้อนรนใจขึ้นมา
หลังจากฉินห้าวตงลังเลเล็กน้อยจึงพูดว่า “ นางเป็นผู้หญิงของข้า
ไม่เกี่ยวอะไรกันกับสำนักเต่าทมิฬ ”
“ เช่นนั้นจะพูดว่าคนที่สมคบกับนิกายราชาผีมีเพียงเจ้าคนเดียว
อย่างนั้นหรือ ? ” คนที่หลี่เมิ่งเหยาเกลียดที่สุดมีเพียงฉินห้าวตงคน
เดียว ไม่ได้มีความแค้นอะไรกันกับคนอื่น ๆ จากสำนักเต่าทมิฬ
นางพูดกับหลัวตงชิงว่า “ ท่านรองเจ้าสำนักหลัว ข้าเชื่อว่าท่านยัง
งมโข่งอยู่ ตอนนี้ขอเชิญให้พวกท่านถอยไปด้านข้าง แม้ว่าท่านจะไม่
ล้อมปราบนิกายราชาผีกับพวกเรา แต่ก็อย่าออกมาวุ่นวาย ”
หลัวตงชิงกระสับกระส่ายแล้วพูดว่า “ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร ?
สมาชิกของสำนักเต่าทมิฬของเราไม่มีทางสมคบคิดกับนิกายราชาผีได้
แน่ ”
เขาหันไปพูดกับฉินห้าวตงว่า “ เจ้าหนุ่ม นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ?
เจ้ารีบบอกข้ามาให้ชัดเจนได้ไหม ? ”
ฉินห้าวตงมองหนิวซุ่ยฮวาที่ตื่นตระหนกอยู่ข้างกายเขา ตอนนี้ใน
ฐานะผู้ชาย เขาไม่อาจละทิ้งนางไปโดยไม่ใส่ใจได้ เขาจึงพูดว่า “ ท่าน
รองเจ้าสำนัก เรื่องนี้พูดครึ่งเดียวมันไม่ชัดเจน ข้าเป็นคนทำเองก็ย่อม
ต้องรับผิดชอบเอง ไม่เกี่ยวอะไรกันกับสำนักเต่าทมิฬ ”
หลัวตงชิงยังคงพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “ นี่จะเป็นไปได้อย่างไร
ผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางเป็นคนของนิกายราชาผี เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันหรือ
เปล่า ? ”
“ รองเจ้าสำนักหลัว เขาเองยอมรับผิดแล้วยังจะมีอะไรเข้าใจผิด
อีก หวังว่าพวกท่านอย่าไปเข้าร่วมแล้วกัน ”
หลี่เมิ่งเหยาโบกมือไปข้างหลัง “ ท่านอาวุโสทั้งสอง ลงมือได้ ! ”
หลี่เทียนสงและหลี่เทียนคั่วเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว เมื่อได้ยิน
คำสั่งของหลี่เมิ่งเหยาแล้วจึงพุ่งเข้าไปหาฉินห้าวตงและหนิวซุ่ยฮวา
ทันที
พวกเขาทั้งสองล้วนสำเร็จถึงขอบเขตต้าเฉิงขั้นสูงสุดแล้ว หากดึง
ออกมาหนึ่งคนตามอำเภอใจก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าหนิวซุ่ยฮวา
พวกเขาสองคนเข้าจู่โจมเต็มกำลัง หนิวซุ่ยฮวาดึงฉินห้าวตงมาไว้ที่
ด้านหลัง แล้วพูดว่า “ ยอดรัก ท่านรีบหนีไป ”
พูดจบนางก็ยื่นมือทั้งสองออกไป แล้วใช้กรงเล็บผีอีกครั้ง กรงเล็บ
ที่ยิ่งใหญ่รับการจู่โจมของยอดฝีมือขอบเขตต้าเฉิง 2 คน เพียงแต่ว่า
ตอนนี้นางคนเดียวสู้กับศัตรูสองคน แน่นอนว่าต้องเสียเปรียบ
หลังจากเสียงปะทะกันดังขึ้น หนิวซุ่ยฮวาก็ถอยไปข้างหลังสิบกว่า
ก้าว มุมปากมีเลือดสดไหลล้นออกมา เห็นได้ชัดว่าการปะทะครั้งนี้นาง
ได้รับบาดเจ็บจากภายใน
จบตอน