คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 115 มีผลกระทบ
โดย : หอหมื่นอักษร
‘อาจารย์หวัง’ ที่ฮ่องเต้ไท่อานทรงเรียกก็คือ มหาราชครูหมิงซินเจินเหรินเมื่อชาติก่อน
หมิงซินเจินเหรินเดินตามขันทีหลิวชวนไปยัง วังบูรพา ฮ่องเต้ไท่อานเป็นห่วงโอรสจึงเสด็จตาม ไปด้วย
ขณะที่พวกเขาไปถึง องค์รัชทายาทกำลังส่ง เสียงโอดโอยอย่างเจ็บปวด
เมื่อมีหมิงซินเจินเหรินอยู่ด้วย ท่าทีขององค์ รัชทายาทเช่นนี้กลับชวนให้ฮ่องเต้ไท่อานรู้สึกอับ อายอยู่บ้าง แต่ไม่นานก็ถูกเสียงร้องเรียกขององค์ รัชทายาทเบี่ยงเบนความสนใจ
“เสด็จพ่อ หาคนได้แล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“หาเจอแล้ว ท่านผู้นี้คือท่านอาจารย์หวัง” สำหรับคนที่มีความสามารถจริงๆ ฮ่องเต้ไท่อานมี ความเกรงใจไม่น้อย
องค์รัชทายาทคิ้วขมวดพลางมองไปทางหมิง ซินเจินเหริน
หมิงซินเจินเหรินแสดงความเคารพ “ถวาย บังคมองค์รัชทายาท”
“อย่าพูดให้มากความ รีบระงับความเจ็บปวด ให้ข้าเร็วเข้า” เพราะแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยทุกข์ ทรมานเช่นนี้มาก่อน นอกจากฮ่องเต้ไท่อานแล้ว องค์รัชทายาทไร้ซึ่งความอดทนต่อผู้อื่นอย่าง สิ้นเชิง
ฮ่องเต้ไท่อานมุ่นคิ้ว แต่สุดท้ายกลับไม่ได้ตรัส อันใด เพียงตรัสกับหมิงซินเจินเหรินว่า “เชิญ อาจารย์หวังฝังเข็มให้องค์รัชทายาทเถิด”
ฮ่องเต้กล่าวด้วยความยำเกรง ขณะที่หมิงซิน เจินเหรินขยับเข้าใกล้องค์รัชทายาท ทั้งซ้ายขวา
ล้วนมีคนเฝั้าประกบจับจ้องการกระทำของเขาไม่ วางตา
หมิงซินเจินเหรินไม่ใส่ใจ เขาแกะผ้าปิดแผล บนแขนขององค์รัชทายาทอย่างเบามือ จากนั้นก็ สำรวจบาดแผลครู่หนึ่ง
เดิมทีบาดแผลที่ถูกมีดบิดโฉบผ่านนั้นไม่ได้ ลึกมากนัก แต่เพราะผ่านการขูดกระดูกขับพิษจึง ดูน่ากลัวไม่น้อย
เวลาที่หมิงซินเจินเหรินใช้สำรวจช่างสั้นนัก ทว่าสำหรับองค์รัชทายาทแล้วกลับยาวนานจน ทนไม่ไหว
เส้นเลือดสีเขียวบนหน้าผากของเขาปูดโปน สีหน้าเหยเก “เหตุใดถึงยังไม่เริ่มอีก”
หมิงซินเจินเหรินไม่พูดอะไรแต่ยื่นมือไปทาง หลิวชวน
เข็มทองที่ใช้ฝังรักษาองค์รัชทายาทถูก เปลี่ยนใหม่ โดยถูกเก็บอยู่ในมือขันทีใหญ่ผู้ที่ ฮ่องเต้ไท่อานทรงไว้วางใจมากที่สุดมาโดยตลอด
หลิวชวนเปิดกล่องออกก็ปรากฏเข็มสีทองที่ เรียงรายอยู่บนผ้าผืนนุ่ม
หมิงซินเจินเหรินหยิบเข็มทองเล่มหนึ่งขึ้นมา กล่าวกำชับ “องค์รัชทายาทห้ามขยับ”
ยามที่องค์รัชทายาทเห็นเข็มเล่มยาวสีทอง ส่องประกายแสงวิบวับ ทันใดนั้นร่างก็แข็งทื่อ โพล่งขึ้นว่า “ช้าก่อน!”
ทว่าเข็มทองในมือของหมิงซินเจินเหรินกลับ ไม่หยุดชะงัก มันถูกฝังลงบนแขนขององค์รัช ทายาท เขาเอ่ยถามเสียงจริงจังว่า “องค์รัช ทายาทมีอะไรหรือ”
องค์รัชทายาทก้มศีรษะมองปลายเข็มที่สั่น ไหวเบาๆ ด้วยท่าทีเหลือเชื่อ
ฝังลงไปแล้วจริงๆ ด้วย!
ในเมื่อฝังลงไปแล้ว เขายังจะพูดอะไรได้อีก!
องค์รัชทายาทจึงหุบปากพร้อมสีหน้าเรียบตึง
หมิงซินเจินเหรินหยิบเข็มทองอีกเล่มฝังเข้า ไป
เข็มยาวฝังลงบนผิวหนัง ความจริงมีเพียง ความรู้สึกเจ็บแปล๊บเล็กน้อย ทว่าองค์รัชทายาท ก็ใบหน้าบูดเบี้ยว กัดฟันถาม “ต้องฝังเข็มกี่เล่ม”
“หากองค์รัชทายาทหวาดกลัวก็ทรงมองไป ทางนั้นพ่ะย่ะค่ะ” หมิงซินเจินเหรินชี้ไปอีกฝัง
องค์รัชทายาทมองตามไปโดยไม่รู้ตัว ขวด กระเบื้องสีแดงปากเหลี่ยมใบหนึ่งวางอยู่บนโต๊ะ ไม้จันทน์ขนาดสูง ภายในขวดมีดอกเหมยขี้ผึ้งกำ หนึ่งกำลังผลิดอกเบ่งบาน
ลำพังแค่ขวดพังๆ ใบหนึ่งมีอะไรน่าดูกัน
ทว่าทันทีที่องค์รัชทายาทดึงสติกลับมาก็ ค้นพบว่าแขนถูกฝังเข็มจนครบแล้ว
ฮ่องเต้ไท่อานขมวดคิ้วเล็กน้อย
ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า เหมือนเข็มที่ฝังให้ องค์รัชทายาทมากกว่าองครักษ์หนุ่มก่อนหน้านี้ เสียอีก
“เจ้า…”
ขณะที่น้ำเสียงเกรี้ยวโกรธขององค์รัชทายาท จะระเบิดใส่หมิงซินเจินเหริน ก็ได้ยินอีกฝั่ายเอ่ย ถามว่า “ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง”
องค์รัชทายาทชะงักงันก่อนจะมองแขนที่ ได้รับบาดเจ็บด้วยท่าทีเหลือเชื่อ
ไม่ปวดแล้ว?
เขารอผ่านไปอีกสักพัก กระทั่งมั่นใจว่าไม่ได้ คิดไปเอง สีหน้าก็อ่อนลง “ดีขึ้นมากแล้ว”
“รออีกประเดี๋ยวค่อยเอาเข็มทองออก”
องค์รัชทายาทสีหน้าเปลี่ยน “แล้วหากเอา ออกจะยังปวดอยู่หรือไม่”
หมิงซินเจินเหรินทูลตอบอย่างอดทน “ระงับ ได้ช่วงเวลาหนึ่ง แต่หากหนึ่งวันฝังเข็มสามครั้งถึง จะระงับความเจ็บปวดได้ทั้งวันพ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทยิ้มดีใจ “เช่นนั้นก็ดี”
เขาแทบทนไม่ไหวแล้วจริงๆ
“ขอบคุณท่านมาก” นานๆ ทีจะเห็นองค์รัช ทายาทกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจสักครั้ง
หมิงซินเจินเหรินขยับปากหมายพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่พูด
ฮ่องเต้ไท่อานมองออกจึงตรัสถาม “อาจารย์ หวังมีเรื่องอยากกำชับหรือไม่”
หมิงซินเจินเหรินเหลือบมององค์รัชทายาท “คือว่า…”
ภายในใจขององค์รัชทายาทกระตุกวูบ
ทำไม
“องค์รัชทายาทพลังลมปราณเสียหาย ต้อง พักผ่อนให้ดีๆ” หมิงซินเจินเหรินกลับมามีสีหน้า เป็นปกติ เอ่ยกำชับพลางดึงเข็มทองออก
ฮ่องเต้ไท่อานรู้ว่าหมิงซินเจินเหรินมีเรื่อง อยากพูดด้วยจึงตรัสขึ้นด้วยสีหน้าเดิมไม่ เปลี่ยนแปลง “หยวนเอ๋อร์ เจ้าพักผ่อนให้มากๆ”
พอเห็นฮ่องเต้ไท่อานกับหมิงซินเจินเหริน กำลังจะกลับ องค์รัชทายาทก็ตะโกนรั้งไว้ “อาจารย์หวัง ข้ามีปัญหาใดใช่หรือไม่”
หมิงซินเจินเหรินเผลอมองฮ่องเต้ไท่อาน
“หยวนเอ๋อร์อย่าคิดอะไรให้มาก เจ้าแค่เป็น แผลภายนอกเท่านั้น รักษาสักระยะหนึ่งก็หาย แล้ว”
หลังจากไม่มีความเจ็บปวดมารุมเร้า สมอง ขององค์รัชทายาทก็กระจ่างชัดเจน “เสด็จพ่อไม่ จำเป็นต้องปลอบใจลูก อาจารย์หวังต้องมองบาง สิ่งออกแน่นอน ลูกเองก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว สภาพ ร่างกายของตนเองเป็นเช่นใดก็สมควรที่จะรู้”
ฮ่องเต้ไท่อานชั่งใจเล็กน้อยพลางมองไป ทางหมิงซินเจินเหริน “หากองค์รัชทายาทยังมี อาการใดอีก อาจารย์หวังโปรดบอกให้ทราบที เถิด”
ฮ่องเต้ไท่อานผิดหวังต่อท่าทีที่แสดงออกมา หลังจากองค์รัชทายาทบาดเจ็บอยู่บ้าง แต่คำพูด ที่ว่า ‘ลูกไม่ใช่เด็กแล้ว’ ขององค์รัชทายาทได้ เตือนสติเขา
ในฐานะที่เป็นทายาทสืบทอดบัลลังก์ก็ควร ทนรับเรื่องต่างๆ ได้แล้ว
หมิงซินเจินเหรินมององค์รัชทายาทแวบหนึ่ง เอ่ยถาม “บาดแผลบนแขนขององค์รัชทายาท เกิดขึ้นเพราะขูดกระดูกขับพิษกระมัง”
“ใช่แล้ว ท่านอาจารย์หวังช่างมีศาสตร์การ รักษาที่ยอดเยี่ยมนัก” ฮ่องเต้ไท่อานเอ่ยชื่นชม
หมิงซินเจินเหรินเงียบไปครู่หนึ่ง เอ่ยพลาง หลุบตาลง “การขูดกระดูกขับพิษช่วยระงับไม่ให้ พิษไหลเข้าหัวใจ นับว่าเป็นวิธีการรักษาที่ เหมาะสมที่สุดในยามคับขัน เพียงแต่…”
รวมถึงฮ่องเต้ไท่อานและองค์รัชทายาท คน อื่นๆ ที่อยู่ตรงนั้นพอได้ยินคำว่า ‘เพียงแต่’ สอง
คำนี้ก็ตึงเครียดขึ้นมา โดยเฉพาะหมอหลวงที่ยิ่งสี หน้าเปลี่ยนไป
หมิงซินเจินเหรินเอ่ยต่อ “เมื่อครู่กระหม่อม ลองตรวจดูบาดแผลแล้ว พบว่าเส้นชีพจรภายใน บางส่วนได้รับความเสียหายจากพิษ”
“แล้วจะเป็นอย่างไร” ฮ่องเต้ไท่อานตรัสถาม เสียงขรึม
องค์รัชทายาทจับจ้องหมิงซินเจินเหรินอย่าง เอาเป็นเอาตาย รอเขาพูดประโยคต่อไป
หมิงซินเจินเหรินสีหน้านิ่งขรึม “ต่อไปแขน ข้างซ้ายขององค์รัชทายาทคงเคลื่อนไหวได้ไม่ ว่องไวขนาดนั้นแล้ว…”
“เจ้าว่าอะไรนะ” องค์รัชทายาทลุกขึ้นพรวด เพราะผ่านการฝังเข็มมาแล้ว แขนข้างซ้ายจึงไม่ รู้สึกปวดเท่าไรแล้ว ทว่าใบหน้ากลับซีดเซียวจน น่ากลัว
หมิงซินเจินเหรินก้มหน้าโดยไม่พูดสิ่งใดอีก
องค์รัชทายาทเดินรุดหน้าขึ้นไปก้าวหนึ่ง นัยน์ตาเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย พูดขึ้นทีละคำ “อาจารย์หวัง คำพูดเมื่อครู่หมายความว่า อย่างไร”
เสียงทุ้มต่ำของฮ่องเต้ไท่อานดังขึ้น “หยวน เอ๋อร์ อย่าเพิ่งใจร้อน”
มุมปากขององค์รัชทายาทแข็งทื่อ พยายาม สะกดความกระวนกระวายใจไว้
ฮ่องเต้ไท่อานดูสงบมากกว่าเขา “อาจารย์ หวัง แขนซ้ายขององค์รัชทายาทส่งผลถึงขั้น ไหน”
“ถ้าดีหน่อย แขนข้างซ้ายก็แค่ยกของหนัก ไม่ได้ แต่หากแย่กว่านั้น…” หมิงซินเจินเหริน เงียบไปก่อนจะมองไปทางฮ่องเต้ไท่อาน
“อาจารย์หวังพูดได้เลยไม่เป็นไร”
“หากสถานการณ์แย่หน่อยก็ส่งผลกระทบต่อ การจับและคว้าของ แน่นอนว่าผลกระทบไปถึง ขั้นไหนคงต้องดูหลังจากฟืนฟูเรียบร้อยก่อน องค์ รัชทายาทมีข้อได้เปรียบในการรักษาดีขนาดนี้ อย่าท้อใจไปเลยพ่ะย่ะค่ะ…”
อย่าท้อใจไปเลย…ในสมองขององค์รัชทายาท ผุดคำพูดนี้วนเวียนไปมา เหมือนถูกค้อนหนัก กระแทกใส่เข้าอย่างจัง
คำปลอบประโลมที่ฟังดูไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่าแขนซ้ายของเขาพิการแล้ว หรือ
เขาเป็นทายาทคนต่อไป เป็นฮ่องเต้ในวัน ข้างหน้า มีกษัตริย์เมืองไหนบ้างที่เป็นคนพิการ!
ฮ่องเต้ไท่อานได้ฟังคำพูดของหมิงซินเจินเห รินก็ยากจะรับได้ แต่เพราะความคิดของเขายาก แท้หยั่งถึง การสะกดกลั้นอารมณ์จึงสูงกว่าองค์ รัชทายาทมากนัก
“เช่นนั้นคงต้องรบกวนให้อาจารย์หวังช่วย ฟืนฟูอาการให้องค์รัชทายาทแล้ว”
หมอหลวงขี้ขลาดที่หลบอยู่ตรงมุมกำแพงได้ ยินเช่นนั้นก็อดมองหมิงซินเจินเหรินแวบหนึ่ง ไม่ได้
เก็บคนผู้นี้ไว้ในวังแล้วหรือ
“หยวนเอ๋อร์ เจ้าไม่ต้องคิดมาก รักษา อารมณ์ให้คงที่ไว้มีผลช่วยฟืนฟูอาการบาดเจ็บ ได้”
หลังออกจากวังบูรพา ฮ่องเต้ไท่อานก็รับสั่ง ต่อหลิวชวน “เตือนทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนี้ ว่าห้ามแพร่งพรายอาการขององค์รัชทายาท ออกไปแม้แต่คำเดียว”
หลิวชวนใจสะท้าน รีบขานรับทันที