คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 117 หวาดระแวง
โดย : หอหมื่นอักษร
ค่ำคืนอันหนาวเหน็บ หวังกุ้ยสั่งให้ข้ารับใช้ แอบนำศพของพระชายาองค์รัชทายาทแบก ออกไปอย่างเงียบเชียบแล้วแขวนไว้บนต้นไม้
ลมหนาวดุจคมดาบ ใต้ต้นไม้มีกองหิมะทับ ถม และมีร่างที่ถูกแขวนกวัดแกว่งไปมาอยู่บน ต้นไม้ ทำให้เกล็ดน้ำแข็งที่เกาะอยู่บนยอดไม้ร่วง ตกกระจายลงใส่ร่างของข้ารับใช้ในวัง
หวังกุ้ยยืนอยู่มุมไกล รอกระทั่งข้ารับใช้ในวัง เดินมาถึงจึงเอ่ยเตือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “หาก
เล่าเรื่องวันนี้ให้ใครฟังแม้แต่คำเดียว จะเอาชีวิต ของพวกเจ้าเสีย”
ข้ารับใช้ที่เพิ่งแบกร่างของพระชายาองค์รัช ทายาทมาต่างร่างสั่นสะท้าน “ข้าไม่กล้าปาก พล่อยแน่นอน!”
ร่างไร้วิญญาณถูกทิ้งไว้ด้านหลัง พอกลับไป อยู่ข้างกายองค์รัชทายาท หวังกุ้ยก็รู้สึกโล่งใจ “องค์รัชทายาท จัดการเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ อีกเดี๋ยวคงมีคนเห็นพระชายาผูกคอจบชีวิต…”
เวลานี้องค์รัชทายาทกำลังตื่นตระหนกระคน หวาดกลัว
เขาไม่ได้กลัวเรื่องที่ตนบีบคอพระชายาจน ตาย แต่กลัวท่าทีตอบสนองของฮ่องเต้ไท่อาน มากกว่า
“เจ้าว่าเสด็จพ่อจะสงสัยสาเหตุการตายของ พระชายาหรือไม่” หลังจากเดินวนภายในห้อง ครบรอบหนึ่งแล้ว องค์รัชทายาทก็ถามหวังกุ้ย
หวังกุ้ยกล้ารับประกันเสียเมื่อไร แต่ยาม เผชิญหน้ากับองค์รัชทายาทที่สติใกล้หลุดกระเจิง เต็มทีจึงทำได้แค่ปลอบประโลม “ขอแค่คนที่รู้ เห็นเหตุการณ์ปิดปากเงียบ คิดดีๆ ดูแล้วก็ไม่ใช่ ปัญหาใหญ่อะไร ท่านถูกลอบสังหารภายในจวน ของพระชายา ทั้งราชสำนักต่างรู้ดีว่าจวนอู่หนิง โหวต้องถูกจัดการแน่นอน หากพระชายาจะทรง
กังวลและตำหนิตนเองจนปลิดชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องน่า แปลกแต่อย่างใด”
องค์รัชทายาทฟังแล้วก็พยักหน้า
หลังจากนั้นไม่นานเสียงฝีเท้าอันวุ่นวายก็ดัง ขึ้น มีคนเข้ามาทูลรายงาน “ท่านอ๋อง พระชายา ทรงผูกคอฆ่าตัวตายพ่ะย่ะค่ะ!”
“รีบไปรายงานเสด็จพ่อเร็วเข้า!”
ภายในวังบูรพาตกอยู่ในสถานการณ์โกลาหล พักหนึ่ง
แต่สิ่งที่องค์รัชทายาทไม่รู้ก็คือฮ่องเต้ไท่อาน ล่วงรู้เรื่องการตายของพระชายาองค์รัชทายาท แล้ว พระชายาองค์รัชทายาทถูกแขวนร่างไว้บน ต้นไม้ต้นใดในวังบูรพาพระองค์ก็ทรงรับรู้อย่าง ชัดเจน
ไม่ใช่เพราะจงใจจับตาดู แต่หลังจากเกิดเรื่อง ลอบสังหาร องค์รัชทายาทอารมณ์ก็ไม่มั่นคง ฮ่องเต้ไท่อานทรงไม่วางพระทัยถึงส่งคนคอย ติดตามเรื่องในวังบูรพา
คิดไม่ถึงว่าการติดตามนี้ องค์รัชทายาทจะ สร้าง ‘ความประหลาดใจ’ ให้เขาครั้งใหญ่
ฮ่องเต้ไท่อานเสด็จไปวังบูรพา พวกจวงเฟยที่ รู้ข่าวก็พากันไปวังบูรพา
ยามที่องค์รัชทายาทเห็นฮ่องเต้ไท่อานก็ร่ำไห้ “เสด็จพ่อ พระชายาฆ่าตัวตายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ฆ่าตัวตาย?”
“ฮือๆ นางมาเยี่ยมลูก แต่ถูกลูกก่นด่าไล่ ตะเพิด คิดไม่ถึงว่าระหว่างทางกลับจะผูกคอตาย …”
สำหรับท่าทีร่ำไห้ปาดน้ำตาขององค์รัช ทายาท ฮ่องเต้ไท่อานไม่อยากมองเลยจริงๆ
คิดจะตบตาก็ไม่คิดจะทำให้เหมือนหน่อย!
ฮ่องเต้ไท่อานไม่อาจเปิดโปงเขาท่ามกลาง สายตาทุกคน จึงกริ้วอยู่บ้าง ตรัสเสียงเย็นยะ เยือก “ข้ารับใช้ที่ติดตามพระชายาตายกัน หมดแล้วหรือ”
เสียงร่ำไห้ขององค์รัชทายาทหยุดชะงัก เขา มองไปทางหวังกุ้ย
หวังกุ้ยก้มหน้าลง ตอบเสียงกล้าๆ กลัวๆ “ตอนที่พระชายามาเยี่ยมองค์รัชทายาทพาแค่ นางกำนัลส่องไฟนำทางมาด้วยเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”
เขาเอียงตัวเล็กน้อย นางกำนัลนางหนึ่งที่นั่ง หมอบอยู่ก็โขกศีรษะกับพื้น “หม่อมฉันสมควร ตาย หม่อมฉันสมควรตาย! หม่อมฉันถือไฟส่อง นำทางให้พระชายา แต่ใครจะรู้ว่าเพียงแวบเดียว พระชายาก็ทรงหายไปแล้ว พอตามตัวเจอ พระ ชายาก็ทรง…”
ฮ่องเต้ไท่อานมองนางกำนัลด้วยสายตาเย็น ชา ตรัสเสียงเรียบ “สมควรตายจริงๆ”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา นางกำนัลผู้นี้ก็ถูก ตัดสินโทษประหารแล้ว
นางกำนัลสั่นระริกไปทั้งร่าง ขาอ่อนยวบลง กับพื้น ไม่นานก็มีข้ารับใช้ในวังสองคนมาลากตัว นางออกไป
หวังกุ้ยลอบถอนหายใจ
วันนี้โชคดีที่พระชายาองค์รัชทายาทพานาง กำนัลมาแค่คนเดียวจริงๆ ดังนั้นคนที่ต้องข่มขู่จึง มีคนเดียวเท่านั้น
นางกำนัลรู้ว่าตนเองไม่มีทางรอดแน่นอน แต่ นางยังมีครอบครัว เพื่อปกปั้องความปลอดภัย ของคนในครอบครัวย่อมต้องพูดไปตามคำสั่งของ เขา
พอฮ่องเต้ทรงตรัสเป็นเอกฉันท์แล้ว ก็ยิ่งช่วย ประหยัดไปอีกแรง
หลังจากกวาดตามองคนตรงนั้นแวบหนึ่ง ฮ่องเต้ไท่อานก็ตรัสกับจวงเฟยว่า “เรื่องหลังจาก นี้ของพระชายาคงต้องลำบากเจ้าคอยจัดการ แล้ว”
จวงเฟยรีบกล่าว “ฝั่าบาททรงวางพระทัย หม่อมฉันจะจัดการอย่างดีเพคะ”
“พวกเจ้าเองก็กลับไปเถิด”
“เพคะ”
หลังจากนั้นคนที่ควรจัดการก็จัดการไป ส่วน ใครควรกลับไปนอนก็กลับไปนอน ฮ่องเต้ไท่อาน ตรัสถามองค์รัชทายาทด้วยสีหน้าราบเรียบ “เหตุ ใดเจ้ากับพระชายาถึงทะเลาะกันจนเรื่องบาน ปลายถึงขั้นนี้”
องค์รัชทายาทหัวใจบีบแน่น ตรัสด้วยความ คับข้องใจ “เพราะมือซ้ายของลูกใช้การไม่ได้เลย หงุดหงิด พอเจอพระชายาเลยสบถด่าไปไม่กี่ ประโยค ใครจะคิดว่านางจะคิดสั้น…”
ในเมื่อไม่มีคนรอบข้างแล้ว แต่องค์รัชทายาท ก็ยังคงไม่ยอมรับ นี่จึงทำให้ฮ่องเต้ไท่อานอดมอง เขาหลายครั้งไม่ได้
ในความทรงจำของเขาองค์ชายตัวน้อยที่ เรียกเสด็จพ่อเสียงหวานโดยไร้ซึ่งความกังวลใด สุดท้ายก็มีความคิดเป็นของตัวเองแล้ว
มองดวงหน้าที่มีความละม้ายคล้ายกับเขา หลายส่วน ฮ่องเต้ไท่อานยากจะจินตนาการได้ว่า ก่อนหน้านี้จะเกิดสถานการณ์ที่องค์รัชทายาทบีบ คอพระชายาองค์รัชทายาทจนตาย
ฮ่องเต้ไท่อานช่วงชิงบัลลังก์มาได้ย่อมเป็นคน จิตใจโหดเหี้ยมอำมหิต ทว่าหากโหดเหี้ยมต่อคน อื่นเขานั้นไม่รู้สึกอะไร แต่พอเห็นว่าโอรสกล้า กระทำต่อภรรยาเช่นนี้จึงผุดความหวาดระแวงใน ใจขึ้นมา
สามารถบุ่มบ่ามฆ่าภรรยาได้ในระยะเวลา สั้นๆ ใครจะรู้ว่าภายใต้ขาดการยั้งคิดจะทำเรื่อง ใดได้อีกบ้าง
แน่นอนว่าความหวาดระแวงในเวลานี้กลับ เป็นเพียงต้นหญ้าที่เพิ่งงอกออกมาในยามวสันตฤ ดูเท่านั้น แต่ยังไม่อาจสั่นคลอนตำแหน่งในใจของ ฮ่องเต้ไท่อานได้
“หยวนเอ๋อร์ เรื่องนี้ข้าขอเตือนเจ้าว่า วัน หน้าหากเจอเรื่องใดต้องสะกดอารมณ์ไว้ ไม่ว่า คำพูดใดก็ต้องตรึกตรองให้ดีก่อนพูดออกมา ไม่เช่นนั้นอาจจะก่อความวุ่นวายมาให้เจ้าได้” ฮ่องเต้ไท่อานเอ่ยกำชับซึ่งแฝงนัยลึกซึ้ง
“ลูกสำนึกผิดแล้ว”
รอกระทั่งฮ่องเต้ไท่อานเสด็จกลับ องค์รัช ทายาทก็ผ่อนลมหายใจ
ถือว่ากลบเกลื่อนจนผ่านไปได้แล้ว
“หวังกุ้ย คอยจับตามองพวกข้ารับใช้ที่ จัดการศพของพระชายาด้วย อย่าให้เกิดเรื่องที่ไม่ ควรเกิดขึ้นอีก”
“พระองค์วางใจได้ คนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ล้วนเป็นคนที่เชื่อใจได้ทั้งนั้น”
องค์รัชทายาทพยักหน้า ความอ่อนล้าพลัน คืบคลานเข้ามา เขาจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงเข้าสู่ ห้วงนิทรา ไร้ซึ่งความฝันใดตลอดทั้งคืน
วันต่อมาหิมะตกอีกแล้ว เกล็ดหิมะขนาด ใหญ่ที่ตกลงมาดุจพรมสีเงินที่ปูบนพื้น ทว่าไม่ นานก็ถูกคนที่เดินสัญจรผ่านทำลายจนสิ้น
หากเทียบกับการนอนหลับสบายตลอดทั้งคืน ขององค์รัชทายาทแล้ว จวนอู่หนิงโหวที่หลังจาก ได้รับข่าวการจากไปของพระชายาองค์รัชทายาท กลับเหมือนอยู่ในห้วงฝันอย่างไรอย่างนั้น
พระชายาองค์รัชทายาทผูกคอตาย?
อู่หนิงโหวฮูหยินกลอกตาขาวก่อนที่ร่างจะล้ม ลงไป
“ฮูหยิน ฮูหยิน…” บ่าวรับใช้พากันหน้าเสีย รีบประคองร่างนางไว้
หลังจากอู่หนิงโหวฮูหยินสงบสติลงได้แล้วถึง ปล่อยโฮร้องไห้อย่างเจ็บปวด “เฉียงเอ๋อร์ของข้า …”
อู่หนิงโหวปากสั่นระริกโดยไม่พูดไม่จา
“ท่านโหว ฮูหยิน ขอแสดงความเสียใจด้วย” คนที่มาแจ้งข่าวแสดงความเสียใจประโยคหนึ่ง ก่อนจะกลับวังไปรายงาน
อู่หนิงโหวฮูหยินคว้ามือของอู่หนิงโหวมา ร่ำ ไห้จนแทบขาดใจ “ท่านพี่ เหตุใดเฉียงเอ๋อร์ถึงทำ เรื่องโง่เขลาเช่นนี้ เรื่องที่ลอบสังหารองค์รัช ทายาทไม่ใช่ความผิดของนางเสียหน่อย…”
อู่หนิงโหวน้ำเสียงเจ็บปวด “เฉียงเอ๋อร์ทำ เพื่อจวนโหว!”
เรื่องที่องค์รัชทายาทถูกลอบสังหารเปรียบดั่ง ดาบแหลมคมเล่มหนึ่งแขวนอยู่เหนือจวนอู่หนิง โหว รอแค่เวลาที่ดาบแหลมคมเล่มนั้นจะตกลง
มา แล้วดูว่าจะเป็นแผลถลอกหรือเส้นเอ็นฉีกขาด ถึงกระดูก
ซึ่งรอเพียงท่าทีของฮ่องเต้เท่านั้น
แต่ตอนนี้เฉียงเอ๋อร์ตำหนิตนเองจนฆ่าตัว ตาย ต่อให้ฮ่องเต้จะทรงรักองค์รัชทายาทมาก เพียงใดก็ไม่มีทางจัดการกับจวนโหวแน่นอน
แต่เพราะข่าวน่าเศร้าใจอย่างมากของ บุตรสาว ภายในใจลึกๆ ของอู่หนิงโหวย่อมไร้ซึ่ง ความดีใจ
จวนอู่หนิงโหวไม่เป็นไรแล้ว ฮว่าเอ๋อร์เองก็ไม่ เป็นไรแล้วเช่นกัน
ข่าวเรื่องที่พระชายาองค์รัชทายาทปลิดชีวิต ตนเองแพร่สะพัดไปทั่ว ปฏิกิริยาของคนนับไม่ ถ้วนเหมือนกับอู่หนิงโหว จวนอู่หนิงโหวแคล้ว คลาดแล้ว
แน่นอนว่าภายหลังจากนี้ นอกจากฮ่องเต้จะ ไม่มีพระราชดำรัสด่าทอตำหนิจวนอู่หนิงโหว ยัง ทรงประทานของกำนัลปลอบใจไม่น้อย จากนั้น เรื่องที่องค์รัชทายาทถูกลอบสังหารที่จวนพ่อตาก็ ผ่านไปพร้อมกับเรื่องสิ้นพระชนม์ของพระชายา องค์รัชทายาท
ขณะที่ในวังกำลังวุ่นๆ กับการจัดงานถวาย พระเพลิงของพระชายาองค์รัชทายาท หลังจากที่ เฉิงเม่าหมิงผู้บัญชาการองครักษ์ผ้าต่วนได้ฟัง องครักษ์ไปั่หูรายงานผลจนจบ ก็ตกอยู่ในอาการ ลำบากใจ