คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 151 น้ำลดตอผุด
โดย : หอหมื่นอักษร
จ้าวเฮ่อหลินลูกตาหดลงทันใด จ้องเฉิงเม่าห มิงตาเขม็ง
เฉิงเม่าหมิงกลับไม่มองเขาสักนิด กราบทูล ฮ่องเต้ “เป็นหยางอู่ที่จ้าวเฮ่อหลินบงการหรือไม่ ฝั่าบาทตรัสถามด้วยองค์เองก็ทรงรู้”
หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง ฮ่องเต้ไท่อานจึงตรัส ถาม “คนอยู่ที่ใด”
“อยู่ในกององครักษ์ผ้าต่วนพ่ะย่ะค่ะ”
“นำตัวมา”
เวลาต่อมาเป็นเวลาแห่งการรอคอยที่อึดอัด แทบหายใจไม่ออก จ้าวเฮ่อหลินเหงื่อออกเต็มตัว ใช้แขนเสื้อเช็ดแล้วเช็ดอีก
สีหน้าฮ่องเต้ไท่อานไม่แสดงอารมณ์ ทรง พลิกอ่านฎีกาที่วางอยู่บนโต๊ะทรงงาน ภายใน ห้องที่เงียบจนเข็มตกก็ได้ยินเสียง มีเพียงเสียง พลิกกระดาษเบาๆ ดังขึ้นเท่านั้น
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไร ในที่สุดหยางอู่ก็ ถูกนำตัวมาอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้
ฮ่องเต้ไท่อานโยนสมุดพับลงบนโต๊ะอย่างไม่ ใส่พระทัย สายตาจ้องลึกไปยังคนที่คุกเข่าตัวสั่น พั่บๆ อยู่ที่พื้น
“เงยหน้าขึ้นมา”
หยางอู่เงยหน้าช้าๆ ตามเสียงอันน่าเกรงขาม ที่ดังขึ้น
ชายผู้นี้อายุประมาณสามสิบกว่า หน้าเหลี่ยม คิ้วหนา รูปร่างหน้าตาผึ่งผาย แต่สายตาที่วิบวับ เกินพอดีทำให้ดูเป็นคนสะเพร่าเหลาะแหละ
ฮ่องเต้ไท่อานขมวดคิ้วอย่างไม่พอพระทัย
อันธพาลที่ก่อความวุ่นวายตามหัวถนน อย่างหยางอู่จะเคยคิดที่ไหนว่าวันหนึ่งจะได้พบ โอรสสวรรค์ ในเวลานั้นจึงตกใจจนตั้งสติไม่อยู่ “ชาวบ้านอย่างกระหม่อม ได้เข้า เข้าเฝั้า ฮ่องเต้…”
“เหตุใดเจ้าถึงรับเงินฆ่าคน” ฮ่องเต้ตรัสถาม ด้วยเสียงลุ่มลึก
เผชิญหน้ากับวิธีการทำงานขององครักษ์ผ้า ต่วน หยางอู่ไม่อาจทานทนไหว ไม่ต้องพูดถึงต่อ หน้าประมุขของแผ่นดิน ในเวลานี้สมองเขาไม่มี ความคิดปิดบังแม้แต่น้อย สารภาพออกมาโดยไม่ ต้องลำบากเปลืองแรงเค้นถาม “เป็นใต้เท้าจ้าว ให้กระหม่อมทำเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ!”
“หยางอู่ เจ้าพูดจาเหลวไหล!” แม้จะ คาดการณ์เอาไว้แล้ว แต่มาเห็นหยางอู่เอาเขามา ขายอย่างง่ายดายกับตา จ้าวเฮ่อหลินโกรธจะ แทบระเบิด
หยางอู่มองไปยังจ้าวเฮ่อหลิน เอ่ยด้วยความ งงงวย “ใต้เท้าจ้าวท่านก็อยู่…”
เขาตื่นเต้นเกินไป ไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าจ้าว เฮ่อหลินเองก็อยู่ที่นี่ด้วย
สายตาเย็นชาตวัดไปทอดพระเนตร จ้าวเฮ่ อหลินไม่กล้าเอ่ยปากขัดแล้ว เหงื่อไหลเต็ม หน้าผากราวกับน้ำไหล
“เขาสั่งเจ้าอย่างไร”
หยางอู่กล่าวขึ้นอย่างซื่อๆ แถมยังควักเงินที่ ได้จากงานนี้ออกมาแสดง “กระหม่อมไม่ได้ทำไป เพราะต้องการเงิน เป็นเพราะกลัวว่าหากไม่ทำ ตามที่ใต้เท้าจ้าวสั่ง ใต้เท้าจ้าวต้องทำให้ กระหม่อมลำบากแน่ ฝั่าบาททรงไว้ชีวิตด้วย!” เขาโขกศีรษะกับพื้นดังกึกๆ
ขันทีใหญ่หลิวชวนที่ยืนอยู่ข้างฮ่องเต้รู้สึก ปวดใจ
หากโขกกระเบื้องจนแตก เจ้าสุนัขนี้มีปัญญา ใช้คืนที่ไหน
“พอแล้ว เอาตัวมันออกไป” ฮ่องเต้ไท่อาน รับสั่ง หยางอู่จึงถูกพาตัวออกไปทันที
ฮ่องเต้ไท่อานทอดพระเนตรจ้าวเฮ่อหลิน
จ้าวเฮ่อหลินที่คุกเข่าอยู่ที่พื้นหมอบตัวราบ ราวกับโคลนกองหนึ่ง “กระหม่อมสมควรตาย…”
“เจ้าสมควรตาย แต่เรายังอยากรู้ว่าเจ้าทำ เช่นนี้ไปเพื่ออะไร”
จ้าวเฮ่อหลินศีรษะตกห้อย จมอยู่ในความ เงียบงัน
หรือว่าฝั่าบาททรงล่วงรู้ว่าองค์รัชทายาทอยู่ เบื้องหลัง?
ถ้าเช่นนั้นฝั่าบาทคงกำลังไม่พอพระทัยเป็น แน่
ฮ่องเต้ไท่อานหัวเราะเสียงเย็น “จ้าวเฮ่อห ลิน เจ้านึกว่าเฉิงเม่าหมิงไม่ได้อธิบายเรื่องราวกับ เราหรือ เราไม่เพียงให้โอกาสเจ้า แต่ดูเจ้าเลือก รับผลที่ตัวเองก่อไว้แถมยังทำลายชีวิตคนอื่นนี่สิ”
เฉิงเม่าหมิงที่คุกเข่าอยู่เงียบๆ ลอบตกใจ
ฝั่าบาททรงมีพระปรีชาสามารถในการใช้คำ ยิ่งนัก เมื่อครู่ทรงแกล้งตรัสหลอกเขา
ตอนนี้ถึงตาจ้าวเฮ่อหลินแล้ว สำหรับจ้าวเฮ่ อหลินที่กำลังถูกกดดันอย่างหนักหน่วง เกรงว่า สมองใสของเจ้าหมอนั่นคงไม่เปล่งประกายแล้ว
เป็นอย่างที่เฉิงเม่าหมิงคาดไว้ไม่มีผิด เพราะหยางอู่แทบไม่ลังเลที่จะสารภาพผิด จ้าวเฮ่ อหลินที่เตรียมตั้งรับไว้ก่อนหน้านี้จึงถูกโจมตีจน แตกพ่าย ยิ่งได้ฟังฮ่องเต้ตรัสเช่นนี้ ขณะนั้นจ้าว เฮ่อหลินก็ตื่นตกใจจนอกสั่นขวัญแขวน “กระหม่อมได้รับคำสั่ง กระหม่อมได้รับคำสั่ง จากหวังกงกงขององค์รัชทายาท บอกให้ กระหม่อมทำเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ” มือฮ่องเต้สั่นระริก ปัดโดน ถ้วยชาที่วางอยู่ด้านข้าง ทว่าเขากลับไม่สนใจน้ำ ชาที่หกไหลเลอะเปียกฎีกาจนชุ่ม
จ้าวเฮ่อหลินถึงได้รู้ตัวว่าถูกหลอกให้พูดออก มาแล้ว รีบหันไปมองเฉิงเม่าหมิงทันที
ใบหน้าเฉิงเม่าหมิงนิ่งเฉยแต่ซ่อนรอยยิ้มไว้ใน ดวงตา
จ้าวเฮ่อหลินใจหล่นวูบ เหมือนตกลงไปใน โพรงน้ำแข็ง
เสร็จกัน จบเห่แล้ว!
เฉิงเม่าหมิงตรวจสอบพบความเกี่ยวข้องกับ องค์รัชทายาทนานแล้วแต่ไม่กล้ากราบทูล ในหัว เขายังไม่ทันคิดหาทางหลบเลี่ยงกลับถูกฝั่าบาท ทรงหลอกถามเอาความจริงได้เสียแล้ว!
จ้าวเฮ่อหลินตกตะลึงมองฮ่องเต้ไท่อาน ใน หัวมีความคิดเพียงอย่างเดียว
โอรสสวรรค์ที่น่าเกรงขาม เหตุใดทรงพระ ปรีชาสามารถเช่นนี้
ฮ่องเต้ไท่อานก้าวยาวๆ มาหยุดอยู่ต่อหน้า จ้าวเฮ่อหลิน ตรัสออกมาทีละคำ “เป็นคนข้าง กายองค์รัชทายาทที่สั่งให้เจ้าทำ?”
จ้าวเฮ่อหลินไม่กล้าตอบ แทบจะเอาหัวมุด ดินหนี
“พูดมา!” ฮ่องเต้ยกขาขึ้นถีบจนเขาหงาย หลัง เสียงเยือกแข็งดุจคมมีด “ไม่อย่างนั้นเราจะ สั่งประหารเจ้าเก้าชั่วโคตร!”
จ้าวเฮ่อหลินลุกขึ้นนั่งคุกเข่าอย่างจนตรอก กราบทูลพลางร่ำไห้ “ใช่พ่ะย่ะค่ะ…”
ฮ่องเต้ไท่อานหายใจเข้าลึก สงบอารมณ์ที่ โหมกระหน่ำดั่งลมฝนพายุพัด จากนั้นก็หันไป ทอดพระเนตรเฉิงเม่าหมิงที่คุกเข่าอยู่อีกคน
เฉิงเม่าหมิงก้มศีรษะลงต่ำกว่าเดิมอีก เล็กน้อย
“เจ้าตรวจสอบพบอะไรอีก”
เฉิงเม่าหมิงรีบตอบ “ทูลฝั่าบาท กระหม่อม พบว่าจ้าวเฮ่อหลินสั่งให้หยางอู่ฆ่าคน แต่ยังตรวจ ไม่เจอสาเหตุที่จ้าวเฮ่อหลินทำเช่นนี้พ่ะย่ะค่ะ”
มีสายตาแค้นเคืองพุ่งมา แต่เฉิงเม่าหมิงรับอ ย่างไม่สะทกสะท้าน หากลูกน้องคิดเอาชนะ หัวหน้า ดิ้นรนอย่างไรก็ไม่สามารถสาดโคลนใส่ ได้
“ยังมีอะไรอีก” เสียงฮ่องเต้ราบเรียบ ทว่า กดดันจนทำให้หายใจไม่ออก
ในใจเฉิงเม่าหมิงต่อสู้กันเองอยู่พักหนึ่ง เขา ตัดสินใจตอบไปตามความจริง “ยังตรวจพบที่มา ที่ไปของนักโทษสองคนนั้น พวกมันคนหนึ่งมีนาม ว่าหวังหู่ อีกคนนามว่าจังซาน เป็นพลทหารใน ค่ายเสวียนอู่”
จากนิสัยระแวงสงสัยของฮ่องเต้ไท่อาน ส่วน ใหญ่จึงนึกคนที่เคยไว้ใจ เมื่อได้ฟังก็นึกถึงเจ้าหนู สกปรกโต้วฉีเซิ่งทันที
จ้าวเฮ่อหลินรับสารภาพว่าคนที่สั่งให้เขาฆ่า คนเพื่อปิดปากคือขันทีหวังกุ้ยคนข้างกายองค์รัช
ทายาท เฉิงเม่าหมิงยังตรวจพบอีกว่านักโทษสอง คนที่ตายเป็นพลทหารในกองกำลังเล็กๆ ของน้า ชายขององค์รัชทายาท ถึงตอนนี้กล่าวได้โดยไม่ ต้องสงสัยเลยว่า ที่แม่นางใหญ่หลินถูกจับตัวไป นั้นเป็นแผนการขององค์รัชทายาท
สารเลว!
หากไม่มีขุนนางอยู่ที่นี่ ฮ่องเต้ไท่อานคงจะ ทรงสั่งสอนให้น่วมสักชั่วยาม แล้วเสด็จไปวัง บูรพาต่อยรัชทายาทให้หน้าบวม
แต่ตอนนี้พระองค์ยังต้องสะสางปัญหาที่องค์ รัชทายาทกระทำไว้
ฮ่องเต้ไท่อานคลายไฟโทสะ ก่อนจะออกปาก “จ้าวเฮ่อหลินเป็นรองผู้บัญชาการองครักษ์ผ้า ต่วน รู้กฎแต่ยังทำผิด เพราะไม่พอใจพระชายาที่ เว่ยอ๋องทรงเลือกจึงให้คนจับตัวว่าที่พระชายา เว่ยไป ฆ่าคนปิดปาก ความผิดไม่อาจให้อภัย แต่ คิดถึงเจ้าที่รับใช้ราชสำนักมาหลายปีจึงไม่ลงโทษ คนในครอบครัว เพียงให้ดื่มเหล้าพิษทันที”
จ้าวเฮ่อหลินหมดแรงล้มลงกับพื้น ร่ำไห้ พลางขอบคุณในพระกรุณา “กระหม่อมซาบซึ้ง ในพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้น…”
ราชองครักษ์สองนายก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วลากจ้าวเฮ่อหลินออกไปเหมือนลากร่างสุนัข ตาย
ในตำหนักเกิดความเย็นยะเยือกขึ้นในทันใด นอกจากเสียงขันทีที่พยายามควบคุมลมหายใจ เข้าออกอย่างต่อเนื่องก็เหลือเพียงฮ่องเต้ไท่อาน กับเฉิงเม่าหมิง เจ้าแผ่นดินและขุนนางข้ารับใช้
“เสนาบดีเฉิง” ฮ่องเต้ไท่อานเปิดปาก
เฉิงเม่าหมิงขนหัวลุก รีบตอบ “กระหม่อมอยู่ นี่พ่ะย่ะค่ะ”
“สืบสวนคดีความหลายวันมานี้ ลำบากเจ้า แล้ว”
“เพื่อแบ่งเบาภาระของพระองค์ กระหม่อม ยินดีลำบาก เพียงแต่เกรงว่าจะถวายงานได้ไม่ดี เท่านั้น”
“เสนาบดีเฉิงทำได้ดีมาก จ้าวเฮ่อหลินขุน นางชั่วที่คิดคดทรยศเช่นนี้ไม่ใช่เจ้าเป็นคน ตรวจสอบเจอหรือ” คำสรรเสริญชมเชยเช่นนี้ ไม่ได้ทำให้เฉิงเม่าหมิงสบายใจแต่กลับเป็นแรง กดดันหนักหน่วงเหมือนภูเขาทับอก
“ค่ายเสวียนอู่ที่นั่น เจ้าไปตรวจสอบให้ดี ดู ว่าคนที่ทำผิดมีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับจ้าวเฮ่ อหลิน”
เฉิงเม่าหมิงนิ่งคิด
ความหมายของฝั่าบาท เห็นได้ชัดว่าให้ปิดบัง ความผิดแทนองค์รัชทายาท