คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 175 ขายหน้า
โดย : หอหมื่นอักษร
จอกเหล้าเพิ่งจะถูกยกขึ้น องค์รัชทายาทเริ่ม รู้สึกตัวสัมผัสได้ถึงภัยร้าย ทว่าแขนข้างที่ไม่มีแรง ทำให้มีปฏิกิริยาตอบโต้ไม่ทัน จอกเหล้าจึงหล่น ลง
เสียงตกดังปึงในท้องพระโรงนั้นดังก้องเป็น พิเศษ
ท้องพระโรงเกิดความเงียบในทันใด สายตา จำนวนมากหันมามอง เห็นจอกเหล้าที่ทำจาก หยกขาวใบหนึ่งกลิ้งหลุนๆ
ที่จริงจอกเหล้าหล่นจากมือถือเป็นเรื่องเล็ก แต่นี่กำลังเลี้ยงต้อนรับคณะทูตจากอวี้หลิว แถม คนที่ทำตกยังเป็นรัชทายาทสืบทอดบัลลังก์ จอก เหล้าหยกขาวที่กลิ้งหลุนๆ จอกนั้น ราวกับกลิ้ง เข้าไปในใจขุนนางต้าโจวผู้รักศักดิ์ศรีทุกคน ความอึดอัดแพร่กระจายไปทั่วท้องพระโรงที่เงียบ สนิท
องค์รัชทายาทพยายามรักษาในหน้าที่ ประดับรอยยิ้มเอาไว้ “ขออภัยด้วย เมื่อครู่นี้ข้า ไม่ทันระวังมือลื่น ทุกคนเชิญ เชิญต่อได้เลย”
เหล่าขุนนางส่งสายตากันอย่างรู้ความนัย อด เพ่งมองมือซ้ายขององค์รัชทายาทไม่ได้
ข่าวที่แพร่ออกมานึกไม่ถึงว่าเป็นเรื่องจริง องค์รัชทายาทเสียมือซ้ายไปจริงๆ!
การค้นพบในครั้งนี้ทำให้เหล่าขุนนางมี ความเห็นแตกต่างกันออกไป ชั่วขณะนั้นไม่มี ถ้อยคำใดหลุดออกมา
สายตาฮ่องเต้ไท่อานจมอยู่ในภวังค์ ทอดสายตามององค์รัชทายาท ก่อนจะดื่มให้องค์ ชายแห่งอวี้หลิว “ครั้งนี้หนทางยาวไกลนัก ลำบากองค์ชายแล้ว”
องค์ชายจากอวี้หลิวชูจอกเหล้าด้วยรอยยิ้ม คล้ายกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ได้ชื่นชมทิวทัศน์ภูมิ
ประเทศที่ยิ่งใหญ่และสวยงามของฝั่าบาท กระหม่อมแทบไม่รู้สึกเหนื่อยเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ขุนนางหลายคนก็ชูจอกเหล้าขึ้นตาม ผลัดกัน ดื่มคารวะให้ราชทูตของอวี้หลิว
หลังจากงานเลี้ยงจบลง ฮ่องเต้ไท่อานนำองค์ รัชทายาทไปที่ห้องทรงพระอักษร “ทำขายหน้า ต่อหน้าองค์ชายแห่งอวี้หลิว เจ้าโยนศักดิ์ศรี ของต้าโจวทิ้งไปหมดแล้วจริงๆ!”
องค์รัชทายาทกระวนกระวายใจเป็นทุนเดิม อยู่แล้ว ถูกฮ่องเต้ไท่อานตำหนิ ทันใดนั้นก็รู้สึก ไม่ได้รับความเป็นธรรม “ลูกเองก็ไม่อยาก ใครใช้ ให้ลูกเสียแขนซ้ายไปเล่า”
ฮ่องเต้ไท่อานได้ฟังคำนี้ ในใจไม่หลงเหลือ ความเจ็บปวดใจแต่ยิ่งกริ้วกว่าเดิม “รู้ว่ามือซ้าย มีปัญหาแล้วเหตุใดถึงใช้มือซ้ายหยิบจอก”
องค์รัชทายาทถูกถามจนนิ่งไป ตอบกลับด้วย ความอับอาย “มีบางครั้งลืมไปยากจะ หลีกเลี่ยง…”
“ฮึ!” ฮ่องเต้ไท่อานแค่นเสียงเย็นขัดคำพูด เถียงข้างๆ คูๆ ขององค์รัชทายาท “เป็นเพราะ แบ่งความสนใจไปมององค์หญิงจากอวี้หลิวถึงได้ ลืมไปกระมัง”
ใบหน้าองค์รัชทายาทขึ้นสีเลือดแดงเข้มอย่าง กับตับหมู “ลูกไม่ได้…”
ฮ่องเต้ไท่อานคร้านจะฟังคำโต้แย้งที่ไร้ น้ำหนัก ตรัสเสียงเย็น “เจ้าเป็นองค์รัชทายาท ของต้าโจว ผู้สืบทอดบังลังก์แห่งแผ่นดิน เคยเห็น หญิงงามมาก็มากไม่ใช่หรือ ในโอกาสเช่นนี้กลับ ถูกแม่นางคนหนึ่งดึงวิญญาณออกไป เสียท่าต่อ หน้าผู้คน ทำให้ข้าผิดหวังยิ่งนัก!”
คำพูดนี้ไม่อาจพูดได้ว่าไม่รุนแรง ใบหน้าองค์ รัชทายาทแทบดูไม่ได้ ในใจหมดสิ้นศรัทธา
เคยเห็นหญิงงามมาก็มาก แต่ไม่มีคนไหนเป็น ของตนสักคน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพระชายาที่รับมา ใหม่ ใบหน้าบานใหญ่เป็นขนมเปียะ เห็นหน้า แล้วไม่เจริญอาหาร
เขาสงสัยว่าเสด็จพ่อไม่พอพระทัย จงใจ ทรมานตัวเขาอยู่
ใบหน้าโกรธแค้นขององค์รัชทายาททำให้ ฮ่องเต้ไท่อานเกิดความรู้สึกท้อแท้ในใจ
ทำเรื่องน่าอับอายต่อหน้าแขกผู้มาเยือนจาก ต่างแดนยังไม่รู้สึกตัว กลับคิดว่าตัวเองไม่ได้รับ ความเป็นธรรม ลูกสารเลวคนนี้เป็นคนพึ่งพา ไม่ได้จริงๆ
เสียงพูดคุยและหัวเราะของเว่ยอ๋องในงาน เลี้ยงดังขึ้นในห้วงความคิดก่อนจะจางหายไป ฮ่องเต้ไท่อานอดใจลอยไม่ได้
องค์รัชทายาทแอบสังเกตสีหน้าของฮ่องเต้ไท่ อาน รู้สึกหวาดกลัวในใจอย่างประหลาด ก้ม ศีรษะและบอกช้าๆ “เสด็จพ่อ ลูกผิดไปแล้ว”
ฮ่องเต้ไท่อานกลับมารู้สึกตัว มององค์รัช ทายาทที่รู้สำนึกผิด ความรู้สึกสั่นไหวในใจค่อยๆ สงบนิ่งลง ก่อนจะตักเตือนด้วยท่าทางเข้มงวด “เจ้าเป็นองค์รัชทายาท ในเวลาที่องค์ชายแห่งอวี้ หลิวมาเยือนย่อมหลีกเลี่ยงการคบค้าสมาคม ไม่ได้ อย่าให้มีเรื่องอย่างเช่นวันนี้เกิดขึ้นอีก”
องค์รัชทายาทให้คำมั่น แต่พอกลับถึงวัง บูรพาไฟโทสะก็ปะทุขึ้นมาอีก
พระชายาองค์รัชทายาทอัปลักษณ์ยิ่งนัก ไม่ อยากไป สนมซุนก็ไปหาบ่อยครั้งแล้วจนเบื่อ หน่าย นี่ก็ไม่อยากไป
สุดท้ายจึงซ่อนตัวในห้องบรรทม มีหวังฝูคอย ปรนนิบัติถวายยาอู่เซ่อซั่น จึงโยนความไม่สบาย ใจทิ้งไปได้
องค์ชายแห่งอวี้หลิวนำขบวนตามเจ้ากรมพิธี การและเจ้ากรมการทูตไปส่งยังตำหนักรับรองทูต ที่จัดไว้เรียบร้อย รอจนไม่มีคนนอก องค์หญิงห ลิงเชวี่ยก็ผุดใบหน้าบึ้งตึง “เสด็จพี่เห็นหรือไม่ องค์รัชทายาทต้าโจวคนนั้นมองข้าตลอดเวลา ท่าทางต่ำช้าน่ารังเกียจ!”
องค์ชายแห่งอวี้หลิวยิ้มบาง “ท่าทางองค์รัช ทายาทต้าโจวเป็นเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีหรือ หาก เฉลียวฉลาด สามารถควบคุมตัวเอง สำหรับพวก เราอวี้หลิวจึงจะไม่เป็นผลดี”
หากไม่ใช่กำลังทหารมีจำกัด แคว้นไหนจะ ยอมตกเป็นเมืองน้องกันเล่า ในฐานะองค์ชายแห่ งอวี้หลิว เขาย่อมภาวนาให้ต้าโจวกับแคว้นฉีพัง พินาศเละเป็นโจ๊ก
องค์หญิงหลิงเชวี่ยพยักหน้าเห็นด้วย น้ำเสียง ปีติยินดี “ยังดีที่เสด็จพ่อไม่ได้มีแผนการให้ข้า แต่งกับองค์รัชทายาทต้าโจว”
องค์ชายแห่งอวี้หลิวหันไปมองน้องสาว เก็บ ซ่อนความในใจเอาไว้ “หากมีแผนการ น้องหญิง มีหรือจะไม่เชื่อฟังเสด็จพ่อ?”
องค์หลินหลิงเชวี่ยมุมปากคว่ำ น้ำเสียง เปลี่ยนเป็นราบเรียบ “หากเป็นเสด็จพ่อ ข้าย่อม เชื่อฟัง”
องค์ชายแห่งอวี้หลิวหลุดหัวเราะ “น้องพี่สม กับเป็นลูกรักของเสด็จพ่อ”
การมาเยือนครั้งนี้ เขาและน้องสาวต่างก็มี ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ต้องเป็นหูเป็นตาแทน เสด็จพ่อมองสภาพภายในที่แท้จริงของต้าโจว น้องสาวต้องใช้การแต่งงานกวนน้ำให้ขุ่น รอจน
เลือกเปั้าหมายที่เหมาะสมที่สุดแต่ไม่อาจให้น้อง หญิงเป็นคนเลือก บางทีเปั้าหมายอาจไม่ต้องเป็น ถึงองค์รัชทายาทแห่งต้าโจว
“เสด็จพี่วางใจ ข้าเข้าใจเรื่องนี้ดี” องค์หญิงห ลิงเชวี่ยใบหน้างดงาม อุปนิสัยร่าเริง กระฉับกระเฉงและลักษณะอ่อนหวานในงาน เลี้ยง ตอนนี้เหลือเพียงแต่ความเฉยชา
ที่อวี้หลิว สตรีถูกดูถูกเหยียดหยาม แม้จะ เป็นองค์หญิงที่ได้รับความรักและเอ็นดู แต่งงาน ออกไปแล้ว ได้แต่ยอมเป็นเบี้ยล่างของสามี ยาก จะมีโอกาสรับใช้แว่นแคว้นเช่นนี้ เสด็จพ่อยัง รับปากว่าต่อไปจะยกสถานะนางไม่เป็นรองเหล่า
องค์ชาย นางพยายามคว้าโอกาสนี้ไว้จึงไม่รู้สึกว่า ไม่ยุติธรรม
ข่าวเรื่องพระสิริโฉมองค์หญิงจากอวี้หลิวงาม หยาดเยิ้มแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วหลังจบงาน เลี้ยงคืนนั้น พอคุณชายและคุณหนูผู้สูงศักดิ์ของ แต่ละจวนได้รับเทียบเชิญไปงานเลี้ยงที่จะจัดขึ้น ที่สวนฟูั่เซียงจึงเกิดความรู้สึกรอคอยที่จะได้ยล โฉมองค์หญิงจากต่างแดนอย่างเลี่ยงไม่ได้
ในจวนแม่ทัพ สะใภ้หลินกำลังบ่นกับ บุตรสาวที่กำลังจัดเตรียมอาภรณ์สำหรับไป ร่วมงานเลี้ยง “ใครเป็นคนกำหนด เหตุใดถึงมีแต่ พวกคุณหนูน้อยอย่างพวกเจ้าที่ได้ไป”
นางเองก็อยากไปเห็นองค์หญิงจากอวี้หลิว สักครั้งว่างามแค่ไหน
ฮูหยินผู้เฒ่าใบหน้าเข้ม “เจ้าก็บังเอิญเจอ เรื่องตื่นเต้นไปทั่วให้น้อยหน่อยเถิด เรื่องศพหญิง ไร้หัวที่วัดเทียนหยวน คนจากศาลาว่าการมาถาม หาเจ้าสองครั้งแล้ว”
สะใภ้หลินท่าทางเขินอาย “ข้าแค่พูดไปงั้นๆ เท่านั้นแหละ ใช่แล้ว เหล่าคุณชายที่อายุยังน้อย ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนองค์ชายจากอวี้หลิว ถึงเวลาแม้ จะจัดงานเลี้ยงแยกกันแต่ก็อยู่ในบริเวณเดียวกัน อาเห่าเจ้าต้องเตือนจิ้งอ๋องซื่อจื่อว่าอย่าได้เที่ยว เดินเพ่นพ่าน” เรื่องบางเรื่องต้องปั้องกันไว้ก่อน
หลินเห่าคลี่ยิ้ม “ท่านแม่วางใจเถิด ร่างกาย ซื่อจื่อไม่เหมาะสม งานเลี้ยงครั้งนี้จึงไม่ได้ไป”
มีเรื่องยุ่งยากในชาติที่แล้ว ฉีซั่วจึงเลือกจะ หลบเลี่ยง เหตุผลบอกปัดก็ง่ายนิดเดียว ในเมื่อ พวกเขารู้ว่าจิ้งอ๋องซื่อจื่อร่างกายอ่อนแอ ล้มปั่วย เป็นเรื่องปกติ
สะใภ้หลินได้ฟังดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป เล็กน้อย
ลูกเขยไม่สบายอีกแล้ว? แบบนั้นนางยิ่งไม่ วางใจ!
“อาเห่า…”
“จวิ้นจู่น้อยรอข้าอยู่ ข้าขอตัวไปก่อนนะเจ้า คะ” หลินเห่ารู้ว่ามารดากำลังคิดอะไรจึงรีบชิง หนีก่อน
รถม้าของจวนจิ้งอ๋องจอดรออยู่ที่หน้าประตู ใหญ่ คุณชายรองฉีฮ่วนยืนจูงม้าอยู่ด้านข้าง เห็น รถม้าของจวนแม่ทัพเคลื่อนออกมา เขาก็เคาะ ประตูรถม้า “พี่สะใภ้ออกมาแล้ว”
ฉีฉยงเลิกผ้าม่านหน้าต่างรถม้าขึ้น มอง ออกไปนอกหน้าต่างทางที่หลินเห่ากำลังโบกมือ “อาเห่า พวกเรานั่งรถม้าคันเดียวกันไม่ดีกว่าหรือ ระหว่างทางจะได้คุยกันไปด้วย”
“ได้สิ”
เห็นหลินเห่าตอบรับ ฉีฉยงก็ลงจากรถม้า “พี่ รอง ข้าจะไปนั่งกับอาเห่านะเจ้าคะ”
“อ้อ…” ฉีฮ่วนยังไม่ทันได้พูดอะไรก็เห็น น้องสาวเข้าไปในตู้รถม้าของจวนแม่ทัพแล้ว เขา หันไปมองรถม้าที่ว่างเปล่าข้างกายแล้วมองดูม้าที่ จูงอยู่ จู่ๆ ก็รู้สึกปวดใจ
ขนาดสะใภ้ใหญ่ยังไม่ได้ตกแต่งเข้าบ้าน แต่ สถานะของเขากลับยิ่งตกต่ำลงเสียแล้ว