คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 191 มาหาถึงที่
โดย : หอหมื่นอักษร
แม้แต่ฮ่องเต้ไท่อานที่จิตใจยากแท้หยั่งถึง ครั้นได้ยินประโยคนี้ยังอดตกตะลึงไม่ได้
ขันทีใหญ่หลิวชวนที่ยืนเงียบๆ อยู่ด้านข้าง แทบกระแอมไอออกมาอย่างอดไม่ได้เช่นกัน
นี่มาแย่งราชบุตรเขยกับฝั่าบาทหรือ
หลังจากผ่านความเงียบที่น่ากระอักกระอ่วน ใจไปแล้ว ฮ่องเต้ไท่อานก็ตรัสว่า “องค์ชาย หมายถึงหยางซิวจ้วน หยางเจ๋อน่ะหรือ”
องค์ชายแห่งอวี้หลิวคลี่รอยยิ้มไร้เดียงสา “กระหม่อมรู้แค่เพียงเขาแซ่หยาง เป็นจอหงวนที่ สอบได้อันดับหนึ่งเมื่อปีที่แล้วของแคว้นต้าโจว พ่ะย่ะค่ะ”
หลิวชวนหางตาพลันกระตุก
ไม่รู้แม้แต่ชื่อแต่กลับถูกตาต้องใจ ชาวอวี้ หลิวไม่ละเอียดลออเลยสักนิด
ฮ่องเต้ไท่อานจับจ้ององค์ชายแห่งอวี้หลิว พลางใคร่ครวญว่าความไม่รู้ของอีกฝั่ายเป็นความ จริงหรือเรื่องโกหก “องค์ชายเพิ่งมาต้าโจว อาจจะยังไม่รู้ว่าหยางซิวจ้วนกับอี๋อานจะมีพิธี อภิเษกในอีกไม่นานนี้แล้ว”
“หยางจอหงวนกับองค์หญิงอี๋อานหมั้นหมาย กันแล้วหรือ” องค์ชายแห่งอวี้หลิวแสร้งทำที คาดคิดไม่ถึง
ฮ่องเต้ไท่อานตรัสด้วยรอยยิ้ม “องค์ชายอยู่ อีกหลายวันหน่อย จะได้อยู่ร่วมดื่มเหล้ามงคล ของพวกเขา”
องค์ชายแห่งอวี้หลิวยากจะปกปิดท่าที ผิดหวังได้ “เช่นนั้นน้องหญิงกับหยางจอหงวน คงไร้วาสนาต่อกัน หากน้องหญิงทราบข่าวนี้ เห็น ทีคงเศร้าใจเป็นแน่”
“บุรุษดีๆ ในต้าโจวมีเป็นพะเรอเกวียน รอ องค์หญิงหลิงเชวี่ยรักษาตัวหายดีเมื่อไร ค่อยๆ เลือกก็ย่อมได้”
องค์ชายแห่งอวี้หลิวกล่าวอย่างนอบน้อม “ถึงเวลานั้น ฝั่าบาททรงช่วยสอดส่องให้ด้วยพ่ะ ย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ไท่อานยิ้มตอบตกลง รอกระทั่งองค์ ชายแห่งอวี้หลิวเดินจากไปแล้วถึงหุบยิ้มแล้วตก อยู่ในห้วงภวังค์
ภายในตำหนักตกอยู่ในความเงียบ ไม่รู้ว่า ผ่านไปนานเท่าไร ฮ่องเต้ไท่อานค่อย ทอดพระเนตรไปทางหลิวชวน “เจ้าไปตามสืบมา
ว่าองค์หญิงหลิงเชวี่ยกับหยางเจ๋อเจอะเจอพูดคุย กันเมื่อไร”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หลิวชวนน้อมรับพระบัญชา ไม่นานก็ตามสืบ ได้ความกลับมาแล้ว
“ทูลฝั่าบาท วันนี้มียอดอัจฉริยะของอวี้หลิว สองสามคนมาประชันต่อบทกลอนกับทางเราที่ โรงน้ำชา เห็นว่าวาจาจองหองโอหังยิ่งนัก สุดท้ายหยางซิวจ้วนออกหน้าถึงกำราบพวกอวี้ห ลิวได้ ตอนนั้นองค์หญิงหลิงเชวี่ยเองก็อยู่ด้วย น่าจะถูกตาต้องใจหยางซิวจ้วนตอนนั้นพ่ะย่ะค่ะ …”
เมื่อได้ยินหลิวชวนเล่ารายละเอียดเรื่องที่ตาม สืบมาได้ ฮ่องเต้ไท่อานก็ส่ายหน้า “เราว่าพวก เขาคงว่างนัก”
ในแง่มุมของฮ่องเต้ไท่อาน นี่ก็แค่อุปสรรค เล็กน้อยเท่านั้น หากรู้ว่าหยางเจ๋อหมั้นหมายแล้ว คงไม่รั้นที่จะแย่ง ส่วนองค์ชายแห่งอวี้หลิวพอ กลับมาถึงจวนรับรอง เขาก็ไร้ซึ่งท่าทีผิดหวังนาน แล้ว
“ตอนนี้ฮ่องเต้แห่งต้าโจวรับรู้ว่าน้องหญิงมีใจ ให้หยางจอหงวนแล้ว”
คิ้วดำเรียวงามขององค์หญิงหลิงเชวี่ยเลิกขึ้น เล็กน้อย “กล่าวเช่นนี้ อีกไม่นานฮ่องเต้แห่งต้าโจ
วก็จะคงรู้เรื่องที่ข้าเจอกับหยางเจ๋อในวันนี้แล้ว กระมัง”
“แน่นอน” นึกถึงแผนการขององค์หญิงหลิง เชวี่ย องค์ชายแห่งอวี้หลิวแอบรู้สึกไม่วางใจ “น้องหญิงคิดว่าทำแบบนี้จะสมใจหวังจริงๆ หรือ”
องค์หญิงหลิงเชวี่ยแบมือเล่นเล็บที่ตัดแต่ง เป็นระเบียบสวยงาม ยิ้มเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “เด็ก สาวน่าสงสารที่ความจำเสื่อมคนหนึ่งอย่างข้าไม่ สนเรื่องศักดิ์ศรีได้ แต่ฮ่องเต้ต้าโจวจะกล้าเมินใส่ เรื่องศักดิ์ศรีหรือ”
“เช่นนั้นก็ขอให้น้องหญิงทำการใดก็ราบรื่น” องค์ชายแห่งอวี้หลิวยกถ้วยชาขึ้นมาแล้วยื่น ออกไปแสดงความนับถือต่อองค์หญิงหลิงเชวี่ย จากใจจริง
วันต่อมา หยางเจ๋อเพิ่งเดินมาถึงประตูจวน ราชการก็ถูกเสียงตะโกนเรียกรั้งไว้ “หยางจอหง วนช้าก่อน”
หยางเจ๋อได้ยินเช่นนั้นก็หันมอง เห็นหญิงสาว ในอาภรณ์ประจำแคว้นอวี้หลิวนางหนึ่งเดินเข้า มา รวมถึงองครักษ์อวี้หลิวสองนายเดินตามมา ด้านหลัง
หญิงสาวเดินมาตรงหน้าก่อนจะทำความ เคารพตามธรรมเนียมของอวี้หลิว เอ่ยเสียงใส กังวานว่า “ข้าเป็นนางกำนัลรับใช้ประจำตัวของ องค์หญิงหลิงเชวี่ย วันนี้มาหาหยางจอหงวนก็ เพื่อส่งมอบของกำนัลให้”
มอบของกำนัล?
เดิมทีสวมอาภรณ์ต่างแคว้นก็ดึงดูดสายตา คนไม่น้อยแล้ว ยิ่งได้ยินนางกล่าวเช่นนั้น คนที่ เดินเข้าออกประตูก็อดชะลอฝีเท้าไม่ได้
ลองฟังหน่อยสิว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น
สายตาของหยางเจ๋อกวาดมองหีบเล็ก ประณีตงดงามที่นางกำนัลถืออยู่พลางเอ่ยเสียง เรียบ “ข้ากับองค์หญิงไม่เคยพูดคุยกัน คงไม่กล้า รับของกำนัลจากองค์หญิง”
นางกำนัลอวี้หลิวเลิกคิ้วด้วยท่าทีตกใจ เอ่ย เสียงแหลม “เหตุใดจะไม่เคยพูดคุยกัน เมื่อวานห ยางจอหงวนกับองค์หญิงของพวกเรายังแสดง ความในใจต่อกันอยู่เลย มีคนเห็นตั้งมากมาย!”
พอประโยคนี้โพล่งออกไป สหายร่วมงานก็ พากันชะงักฝีเท้าแล้วแลกเปลี่ยนสายตากัน
หยางเจ๋อสีหน้าเรียบตึง “ข้ากับองค์หญิงของ แคว้นเจ้าไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน เหตุใดแม่นาง ถึงกล่าวเช่นนี้เล่า”
นางกำนัลอวี้หลิวเผยสีหน้าขึงขัง “เมื่อวาน คนที่ต่อกลอนกับหยางจอหงวนที่หน้าโรงน้ำชาก็ คือองค์หญิงของพวกเรา องค์หญิงชอบพอหยาง จอหงวนตั้งแต่แรกเห็นจึงใช้กลอนท่อนแรกหยั่ง เชิงความคิดของหยางจอหงวนดู หยางจอหงวน เองก็ตอบรับด้วยการต่อกลอนกลับ ซึ่งในแคว้น อวี้หลิวของพวกเราถือว่าจะครองคู่กับคนผู้นี้คน เดียวเท่านั้น ทำไมจู่ๆ ท่านถึงเปลี่ยนใจเล่า”
“เมื่อวานข้าแค่ต่อคำกลอน ไม่ได้มีความคิด แฝงใดเลย รบกวนแม่นางช่วยไปบอกองค์หญิง
ด้วยว่าข้ามีคนที่หมั้นหมายไว้แล้ว อย่าเล่นตลก แบบนี้อีก” พอหยางเจ๋อพูดจบก็รีบสาวเท้าเดิน เข้าจวนราชการไป
“รอเดี๋ยวก่อน!”
นางกำนัลอวี้หลิวตั้งท่าจะตามไป ทว่าถูกคน เฝั้าประตูขวางเอาไว้ “จวนราชการเป็นสถานที่ สำคัญ แม่นางโปรดหยุดก่อน”
“คนต้าโจวอย่างพวกเจ้าไร้สัจจะ!” นาง กำนัลอวี้หลิวกระทืบเท้า หมุนตัวแล้ววิ่งหนีไป
คนที่ยืนมุงรายล้อมดูเรื่องสนุกต่างมองหน้า กัน สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นอิจฉาจอหงวนหนุ่ม แทน
ใกล้อภิเษกกับองค์หญิงต้าโจวแล้วยังล่อองค์ หญิงอวี้หลิวมาติดกับเสน่หาได้ จอหงวนหนุ่มที่มี ดีทั้งความสามารถและหน้าตาถึงจะมีวาสนาใน รักเช่นนี้
ส่วนเรื่ององค์หญิงหลิงเชวี่ยจะยื้อแย่งจอหง วนหนุ่มนั้นไม่มีใครเก็บมาคิดมากนัก เพียงแค่เอา เรื่องที่เกิดขึ้นหน้าจวนราชการบอกเล่าต่อไป อย่างสนุกปาก
ข่าวซุบซิบเช่นนี้รั่วไหลออกไปอย่างรวดเร็ว เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวก็ดังไปถึงหูจวนเวยอู่โหว แล้ว มารดาโค่วจึงรีบส่งคนเอาจดหมายไปให้องค์ หญิงอี๋อานอย่างร้อนใจ
องค์หญิงอี๋อานได้รับจดหมายแล้วก็รีบกลับ จวนโหว
“ท่านแม่ ในจดหมายเขียนว่าหยางเจ๋อตก เป็นข่าวลือ ตกลงเกิดเรื่องใดขึ้นหรือ”
มารดาโค่วบอกข่าวลือที่รู้มาให้ฟัง ทันใดนั้น สีหน้าขององค์หญิงอี๋อานก็เย็นยะเยือก ตบโต๊ะ อย่างแรง “ช่างหน้าไม่อาย!”
“นั่นสิ ถึงขนาดส่งนางกำนัลส่วนตัวไปหาถึง ที่”
แม้จะได้ยินมาว่าหยางเจ๋อปฏิเสธอย่างไร้เยื่อ ใย ทว่ามารดาโค่วก็ยังรู้สึกอับอายอยู่ดี
“น่าแปลกยิ่งนัก องค์หญิงจากอวี้หลิวนั่นไม่รู้ ว่าหยางเจ๋อหมั้นหมายกับท่านแล้วหรือ”
องค์หญิงอี๋อานยิ้มเย็นชา “นางย่อมรู้อยู่เต็ม อกแต่จงใจจะขัดขวางข้า!”
เห็นนางลุกขึ้น มารดาโค่วก็รีบเอ่ยถาม “เจียวเจียวจะไปไหน”
กลัวว่ามารดาโค่วจะพูดจาพร่ำเพรื่อ องค์ หญิงอี๋อานจึงไม่ได้บอกว่านางจะไปสะสางบัญชี กับองค์หญิงหลิงเชวี่ย กลบเกลื่อนไปว่า “ข้าจะ กลับวังไปฟั้องเสด็จย่า”
“อย่าร้องไห้โวยวายกับไทเฮานะ…” มารดา โค่วรีบกำชับ
องค์หญิงอี๋อานขึ้นเกี้ยวก่อนจะออกคำสั่ง “ไปตำหนักรับรองทูต”
ผ่านไปไม่นาน เกี้ยวก็มาหยุดอยู่หน้าประตู ตำหนักรับรองทูต องค์หญิงอี๋อานลงมาจากเกี้ยว ก่อนจะเดินไปพร้อมข้ารับใช้ที่ห้อมล้อม
เมื่อสองวันก่อนองค์หญิงอี๋อานเพิ่งแวะมา เยี่ยมเยียนองค์หญิงหลิงเชวี่ยที่บาดเจ็บตรงศีรษะ คนเฝั้าประตูเห็นเพียงแวบแรกก็จำได้แล้วจึงรีบ ทำความเคารพ
“ข้ามาเยี่ยมองค์หญิงหลิงเชวี่ย รบกวนไป บอกให้ที” ช่วงเวลาจากจวนเวยอู่โหวมาถึงจวน รับรอง องค์หญิงอี๋อานพอจะสะกดไฟโทสะได้ บ้างแล้ว อย่างน้อยก็ห้ามแสดงท่าทีเดือดดาล ออกไป
คนเฝั้าประตูเผยสีหน้าประหลาดใจ “องค์ หญิงหลิงเชวี่ยออกไปตั้งแต่เช้าแล้ว ตอนหลังองค์ ชายออกไปตามหาจนปั่านนี้ยังไม่กลับมาเลยพ่ะ ย่ะค่ะ”
“ไม่มีใครอยู่เลยหรือ” องค์หญิงอี๋อานได้ยิน เช่นนั้น ก็เดือดเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาอีกครั้ง
นี่กินปูนร้อนท้องเลยหลบหน้าหลบตา หรือ ว่าออกไปตามตอแยหยางเจ๋ออีกกันแน่
นางหมุนตัวเดินออกไปข้างนอกด้วยสีหน้า เย็นเยียบ ทว่าพอเงยหน้าขึ้นก็เจอเข้ากับองค์ ชายแห่งอวี้หลิวเข้าพอดี
“องค์หญิงหลิงเชวี่ยไม่ได้กลับมาพร้อมกับ องค์ชายหรือเพคะ”
องค์ชายแห่งอวี้หลิวจับจ้ององค์หญิงอี๋อาน นัยน์ตาทอประกายความสงสัย “องค์หญิงอี๋อาน มาหาน้องหญิงของข้าหรือ”
“องค์หญิงหลิงเชวี่ยได้รับบาดเจ็บ ข้าเลย เป็นห่วง ดังนั้นเลยแวะมาเยี่ยมเยียน” องค์หญิง อี๋อานแม้คำพูดคำจาจะดูดี ทว่าในใจเพลิงไฟ กำลังลุกโชน
องค์ชายแห่งอวี้หลิวมองนางด้วยสายตาอะไร กัน