คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 197 ยืมมีด
โดย : หอหมื่นอักษร
ฉีซั่วได้ฟังคำพูดของหลินเห่า สีหน้าก็ขรึมลง “หากเป็นเช่นนี้ นอกจากหมิงซินเจินเหรินแล้ว ยังมีคนอีกพวกแอบแฝงเข้ามาในวังด้วย”
“ใช่พวกของเฉินมู่หรือไม่”
หลังจากแผนการลอบวางระเบิดที่ถนนจินซิ่ว ของเฉินมู่ล้มเหลวและหนีการจับกุมขององครักษ์ ผ้าต่วน บัดนี้ยังคงลอยนวลอยู่
“มีความเป็นไปได้ ยังจำหวังฝูขันทีคนโปรด คนใหม่ขององค์รัชทายาทหลังจากหวังกุ้ยตายที่ ข้าเคยเกริ่นถึงได้หรือไม่”
หลินเห่าพยักหน้า
“ความโปรดปรานของเขา น่าจะมีความ เกี่ยวข้องกับความผิดปกติขององค์รัชทายาท เดี๋ยวข้าให้คนจับตามองคนผู้นี้มากขึ้นหน่อย ดูว่า จะมีเบาะแสอะไรบ้าง”
หลินเห่ากำชับอย่างไม่วางใจ “อาซั่ว วันหลัง ท่านพยายามออกห่างจากองค์รัชทายาทหน่อย นะเจ้าคะ อู่เซ่อซั่นทำให้คนมีอาการคลุ้มคลั่ง คน ที่ไร้สติสัมปชัญญะน่ากลัวมากที่สุดแล้ว”
“อืม” ฉีซั่วตอบรับ พอนึกถึงไอสังหารที่ฉาย ชัดผ่านนัยน์ตาขององค์รัชทายาทขณะเล่นหมาก รุกอยู่ในศาลา เขาก็แค่นยิ้มเย็นชา
คนไร้สติสัมปชัญญะก็เหมือนดั่งสัตว์ปั่าตกมัน แม้จะน่ากลัวแต่ก็รับมือได้อย่างง่ายดาย
พอองค์รัชทายาทกลับมาถึงวังบูรพาก็รีบเสพ อู่เซ่อซั่นอย่างอดรนทนไม่ไหว ก่อนจะรู้สึกสบาย ไปทั้งตัว
“หวังฝู ข้าเจอปัญหายากข้อหนึ่ง” องค์รัช ทายาทฟุบตัวลงบนเตียงด้วยดวงตาล่องลอย
หวังฝูรีบตอบ “กระหม่อมยินดีช่วยแบ่งเบา ภาระองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ”
มือซ้ายขององค์รัชทายาทวางไว้บนที่เท้าแขน ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงทำให้อารมณ์พลุ่งพล่านของ เขามลายหายไปจนเกลี้ยง “เจ้าว่าทำเช่นไรถึงจะ ทำให้คนผู้หนึ่งตายแล้วหายไปอย่างเงียบๆ หรือ”
หวังฝูชะงักงัน
องค์รัชทายาทสายตาเย็นยะเยือก “ทำไม ตกใจ?”
“เปล่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกำลังคิดว่า สถานะของคนผู้นี้เป็นอย่างไร”
“สถานะไม่ธรรมดา หากตายแบบโจ่งแจ้งคง วุ่นวายไม่น้อย”
หวังฝูเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะกระซิบถาม เสียงเบา “คนที่พระองค์ว่า หรือจะเป็นจิ้งอ๋อง ซื่อจื่อ?”
องค์รัชทายาทยิ้มกว้าง “สมแล้วที่ข้าให้ ความสำคัญกับเจ้า เจ้ารู้ใจข้าจริงๆ”
แต่ละครั้งที่เสพอู่เซ่อซั่นจะมีหวังฝูคอย ปรนนิบัติรับใช้ องค์รัชทายาทจึงเห็นหวังฝูเป็น คนที่เขาให้ความไว้วางใจมากที่สุดโดยไม่รู้ตัว นานแล้ว
หวังฝูกลอกดวงตาไปมา เอ่ยเสียงเบา “จิ้ง อ๋องซื่อจื่อสุขภาพอ่อนแอโรครุมเร้า หากตาย เพราะปั่วยหนักคงไม่มีใครสงสัยเป็นแน่พ่ะย่ะ ค่ะ”
“ตายเพราะปั่วยหนักหรือ”
หวังฝูฉีกยิ้ม “มีพิษบางตัวที่ช่วยบรรลุพระ ประสงค์นี้ได้”
เรื่องใช้พิษ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับองค์ รัชทายาท ตอนฆ่าปิดปากคนที่ลักพาตัวหลินฉาน เมื่อก่อนหน้านี้ก็ใช้ยาพิษประหลาดที่ชื่อจื่อซิ่น เช่นกัน
“คนทั่วไปใกล้ชิดจิ้งอ๋องซื่อจื่อได้ยาก แต่ข้าก็ ไม่อยากลงมือด้วยตนเอง”
หากลงมือด้วยตนเอง ก็จะมีความเสี่ยง
หวังฝูกะพริบตาปริบๆ “พระองค์อย่าหลงลืม ไปสิพ่ะย่ะค่ะ ว่ามีคนหนึ่งที่เหมาะสมที่สุด”
“ใครกัน”
“สนมซุน” หวังฝูกดเสียงต่ำขณะพูดสาม พยางค์นี้ออกมา
องค์รัชทายาทชะงักไป จากนั้นก็ตบบ่าของ หวังฝูด้วยรอยยิ้ม
สุดยอดจริงๆ เพราะมีดที่เหมาะสมที่สุดเล่มนี้ อยู่ในวังบูรพาพอดี
อู่เซ่อซั่นที่เหลือยังไม่ทันสลาย องค์รัชทายาท ก็รุดไปหาซุนซิ่วหวาแล้ว
ซุนซิ่วหวากำลังส่องกระจกดูสิวเม็ดใหม่ที่ผุด ขึ้นกลางหน้าผาก พอได้ยินว่าองค์รัชทายาท เสด็จก็รีบจัดแจงผมแล้วบึ่งเข้าไปต้อนรับ
“องค์รัชทายาท…”
มือข้างหนึ่งยื่นมาประคองร่างของนางลุกขึ้น “อย่ามากพิธีรีตองนักเลย”
ซุนซิ่วหวาเงยหน้ามององค์รัชทายาท อารมณ์พลันตื่นเต้นขึ้นมา
หลายวันมานี้องค์รัชทายาทไม่มาหานางที่นี่ เลย
แต่นางไม่เข้าใจเพราะองค์รัชทายาทไม่เสด็จ ไปหาพระชายา และไม่มาหานางที่นี่เช่นกัน เวลา ส่วนมากมักเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่รู้ว่าทำอะไร กันแน่
“ไม่เจอหน้าหลายวัน หวาเอ๋อร์เหมือนสวย ขึ้นไม่น้อย” องค์รัชทายาทกล่าวกับนาง
ซุนซิ่วหวาได้ยินคำทักทายเช่นนั้น นอกจาก จะไม่มีความดีอกดีใจแล้ว นางกลับรู้สึก หวาดระแวงพอสมควร
เหตุใดอยู่ดีๆ องค์รัชทายาทถึงเรียกนางว่า หวาเอ๋อร์ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนยังเรียกนางว่าสนมซุน อยู่เลย
หลังจากผ่านความโปรดปรานและถูกเพิกเฉย ใส่ ซุนซิ่วหวาจึงไม่ได้ลุ่มหลงในความรักดั่ง วันวานอีกต่อไป ความปรารถนาของนางคือหลุด พ้นจากสถานะของสนมแล้วไต่เต้าขึ้นในตำแหน่ง ที่นางต้องการเท่านั้น
องค์รัชทายาทจูงมือซุนซิ่วหวาเดินเข้าห้องไป รอกระทั่งข้ารับใช้รินชาแล้วถอยออกไปถึงทำ จมูกฟุดฟิดดมกลิ่นเสียงเบา “ห้องของหวาเอ๋อร์ ช่างหอมนัก”
“เปลี่ยนกลิ่นกำยานใหม่เพคะ” ขณะที่ซุน ซิ่วหวาตอบก็ยิ่งมั่นใจว่าองค์รัชทายาทมาด้วย จุดประสงค์ที่ไม่ธรรมดาแน่นอน
เพราะเมื่อก่อนองค์รัชทายาทไม่เคยสนใจว่า จะกลิ่นกำยานเป็นแบบใดด้วยซ้ำ
องค์รัชทายาทไม่ใช่คนที่ใจเย็น คุยไปได้สอง ประโยคก็เปลี่ยนเข้าประเด็นหลักทันที “หวา เอ๋อร์ไม่ได้กลับจวนอ๋องนานแล้วกระมัง”
ซุนซิ่วหวาขนตาสั่นระริก พยักหน้าเบาๆ
“ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้ากับพระชายาจิ้ง เปรียบดั่งแม่ลูก น่าจะกลับไปเยี่ยมเยียนบ่อยๆ”
ซุนซิ่วหวาก้มหน้าลงเผยให้เห็นลำคอยาว ระหง “หม่อมฉันเข้าวังบูรพามา เดิมทีก็เพื่อ
ปรนนิบัติรับใช้พระองค์ แล้วจะมีเหตุผลกลับไป บ่อยๆ ได้เช่นไรเล่าเพคะ”
“ไม่หรอก เจ้าควรกลับไป”
ซุนซิ่วหวาเงยหน้ามององค์รัชทายาท ความ ฉงนพาดผ่านแววตา
องค์รัชทายาทควานล้วงหยิบขวดกระเบื้อง เล็กๆ ใบหนึ่งออกมาก่อนจะยื่นไปตรงหน้าซุน ซิ่วหวา
“นี่คือ…”
“หวาเอ๋อร์ ข้าต้องการความช่วยเหลือจาก เจ้า”
เสียงขององค์รัชทายาทอ่อนโยนดั่งวารี ทว่า ซุนซิ่วหวาได้ยินเช่นนั้นกลับรู้สึกใจหวิวอย่างน่า ประหลาด
“พระองค์ทรงอยากให้หม่อมฉันทำสิ่งใด หรือ”
“คิดหาวิธีทำให้ฉีซั่วกินของในนี้เข้าไป” องค์ รัชทายาทชี้ไปที่ขวดกระเบื้องเล็กๆ นั้น
ซุนซิ่วหวาร่างสั่นสะท้าน รูม่านตาขยายเบิก กว้าง “องค์รัชทายาท!”
เสียงร้องนี้เต็มไปด้วยความหวาดผวา ใบหน้า หล่อเหลาดวงนั้นขององค์รัชทายาทเปลี่ยนไปใน สายตาของนางทันที
“ทำไมหรือ ไม่เต็มใจ?”
“พระ พระองค์…หากกินของที่อยู่ในนี้เข้าไป แล้วจะเป็นอย่างไรหรือเพคะ” ซุนซิ่วหวาเอ่ย เสียงสั่นเครือ
องค์รัชทายาทฉีกยิ้ม “เจ้าไม่ต้องกลัว หาก กินเจ้าสิ่งนี้เข้าไปแค่ทำให้ท้องเสียจนล่วงเกินเขา นิดหน่อย ทุกครั้งที่ข้าไปเล่นหมากรุกกับฉีซั่ว เขา มักทำให้ข้าพ่ายแพ้จนหมดรูป ไม่รู้ความเลยสัก นิด ข้าแค่อยากสั่งสอนทำให้เขาได้รู้จักความ ลำบากบ้างก็เท่านั้น”
เห็นองค์รัชทายาทเลื่อนขวดนั้นมาให้ ตรงหน้า ซุนซิ่วหวาก็รีบชักมือกลับอย่างไว น้ำตา พลันนองอาบหน้า
“พระองค์ หม่อมฉันทำไม่ได้…”
นอกจากนางจะเป็นคนโง่ถึงจะเชื่อว่าของใน ขวดนี้แค่ทำให้ท้องเสียเท่านั้น
“ทำไม่ได้หรือ” สามคำนี้เปรียบดั่งชนวน เพลิงที่ทำให้ไฟโทสะขององค์รัชทายาทปะทุพลุ่ง พล่านขึ้นมา เขากระชากเสื้อของซุนซิ่วหวาลาก นางขยับเข้ามาใกล้ “เรื่องแค่นี้เจ้าทำไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าทำอะไรได้บ้างเล่า”
เพลิงโชติช่วงที่อยู่ในส่วนลึกของนัยน์ตาคู่นั้น ทำเอาซุนซิ่วหวาสะอึกไป
เวลานี้นางตระหนักรู้อย่างชัดเจนเป็นอย่างดี ว่าชีวิตของนางตกอยู่ในเงื้อมมือของบุรุษบ้าคลั่ง ผู้นี้แล้ว
“พระองค์ หม่อมฉัน…หม่อมฉันจะลองดูเพ คะ…”
องค์รัชทายาทคลายมือออก สีหน้ากลับมา อ่อนโยนดังเดิม “ข้ารู้ว่าหวาเอ๋อร์เอาใจใส่ข้าดี ที่สุดแล้ว”
ซุนซิ่วหวาพยายามเค้นรอยยิ้มออกมา นิ้วอัน เย็นเยียบสั่นไม่หยุด
องค์รัชทายาทโอบเอวของนาง “ความดีของ เจ้า ข้าล้วนจำขึ้นใจ วันหน้าตอบแทนเจ้าคืน แน่นอน”
“ขอบพระทัยเพคะ”
หลังจากองค์รัชทายาทเสด็จกลับไป ซุนซิ่วห วาก็จับจ้องขวดกระเบื้องเล็กนั้นที่วางอยู่อย่าง เงียบๆ ไม่วางตา ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรถึงยื่น มือคว้ามันมาไว้ในมือ
ขวดเนื้อกระเบื้องเย็นเฉียบสัมผัสฝั่ามืออัน เนียนนุ่มของนาง
นางใช้แรงสูดลมหายใจก่อนจะเก็บขวดใบนี้ ไว้อย่างระมัดระวัง
นางไม่อยาก แต่นางไม่มีทางเลือก…
ผ่านไปอีกสองวัน ประจวบกับเป็นวันคล้าย วันเกิดของจวิ้นจู่น้อยฉีฉยงและองค์ชายรองฉีฮ่ วน เพราะคำนึงถึงเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นขององค์ หญิงหลิงเชวี่ย ทั้งสองจึงไม่ได้เขียนเทียบเชิญหา ใคร แค่นัดสหายคนสนิทไปร่วมฉลองเล็กๆ กัน ด้านนอก พอตกเย็นก็ค่อยร่วมสังสรรค์กินบะหมี่ อายุยืนกับคนในครอบครัว
การมาเยือนของซุนซิ่วหวาทำเอาพระชายา จิ้งประหลาดใจไม่น้อย
“เหตุใดซิ่วหวาถึงออกวังมาได้เล่า” แม้จะ ผิดหวังต่อหลานสาวผู้นี้มาก ทว่าพระชายาจิ้งจะ ดูดายไม่สนใจเลยก็ไม่ได้
“วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของน้องทั้งสอง หม่อมฉันตั้งใจขอองค์รัชทายาทมาร่วมอวยพรวัน คล้ายวันเกิดให้น้องทั้งสองเพคะ”
“ไม่ใช่วันคล้ายวันเกิดใหญ่โตอะไร คุ้มกับที่ เจ้าตั้งใจออกวังมาเสียเมื่อไรกัน พวกเขาทั้งสอง ไม่ใส่ใจด้วยซ้ำ วิ่งออกจวนไปเที่ยวเตร็ดเตร่แต่ เช้าแล้ว หากรู้แต่แรกว่าเจ้าจะกลับมาคงให้ฉยง เอ๋อร์รออยู่ที่จวน” ขณะที่พระชายาจิ้งกล่าว ทันใดนั้นหัวใจที่ถูกหลานสาวทำให้เย็นยะเยือกก็ กลับมาอบอุ่นใหม่อีกครั้ง
ซุนซิ่วหวาฉีกยิ้ม “วันคล้ายวันเกิดเรื่อง ความสุขสำคัญที่สุด หากหม่อมฉันได้อยู่เป็น
เพื่อนเสด็จน้ามากหน่อยก็ถือว่าไม่ได้มาเสีย เที่ยว”
“เช่นนั้นซิ่วหวารออีกเดี๋ยวค่อยกลับวัง พวก เราเองก็ไม่ได้ทานข้าวร่วมกันมานานแล้ว”
“เพคะ พี่ชายก็ออกไปด้วยหรือ”
“ปกติซั่วเอ๋อร์ไม่ชอบความคึกคักเลยอยู่ใน จวน”
“เช่นนั้นตอนเที่ยงก็ชวนพี่ชายมาทาน ด้วยกันเถิด หม่อมฉันเองก็ไม่ได้เจอพี่ชายมานาน
แล้ว ตั้งแต่เขาหมั้นหมายกับแม่นางรองหลินก็ยัง ไม่ได้มีโอกาสแสดงความยินดีกับเขาเลย”
“ได้สิ” พระชายาจิ้งตอบรับโดยไม่ได้คิดอะไร มากนัก
ซุนซิ่วหวาว่าง่ายน่าเอ็นดู พอเอาอกเอาใจก็ เอาใจเสียจนอีกฝั่ายรู้สึกสบายตัว นางรู้ว่าหาก กล่าวถึงเรื่องในวังบูรพาคงจุดประกายไฟโทสะ ของพระชายาจิ้งขึ้นมาแน่ จึงไม่เอ่ยถึงสักคำก่อน จะเปลี่ยนประเด็นไปที่เรื่องมารดาของตนที่ตาย ไปแล้ว
สายสัมพันธ์พี่น้องระหว่างพระชายาจิ้งกับ มารดาซุนลึกซึ้งมาก ย่อมสนทนาอย่างเบิกบาน
สองน้าหลานพูดคุยเรื่องเครือญาติร่วมกันจนถึง เวลามื้อเที่ยงโดยไม่รู้ตัว
จากนั้นพระชายาจิ้งก็ให้บ่าวรับใช้ไปเรียกฉี ซั่วมา