คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 200 ชมดอกไม้
โดย : หอหมื่นอักษร
พระชายาจิ้งดึงสติกลับมา “หยั่งเชิงอย่างไร หรือ”
“เสด็จแม่ส่งคนไปบอกในวังว่าจู่ๆ เสด็จแม่ก็ ฝันถึงท่านปั้า รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาเลยอยากเจอ นางสักครั้ง ดูว่านางจะปฏิเสธหรือตอบตกลง”
“ได้ พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปส่งข่าว” พระชายา จิ้งตอบตกลง ทว่าในใจกลับยังปล่อยวางไม่ได้
“เสด็จแม่ ลูกกลับมาแล้ว” ฉีฮ่วนสาวเท้า เดินเข้ามา เห็นฉีซั่วกับฉีฉยงอยู่กันพร้อมหน้าก็ ฉีกยิ้มแปั้น “พี่ใหญ่ น้องหญิง พวกเจ้าอยู่กันครบ เลยหรือ”
ตามประสบการณ์ของเขาแล้วตนต้องโดนบ่น อีกแน่นอน
ทว่าเวลานี้พระชายาจิ้งไหนเลยจะมีอารมณ์ บ่นบุตรชาย นางฝืนเค้นรอยยิ้มบนใบหน้า “กลับ มาแล้วก็ตั้งโต๊ะกินข้าวเถิด เจินจู ไปตามนายท่าน มา”
พอเจินจูได้รับคำสั่งก็จากไปทันที ส่วนฉีฮ่วน ขยิบตาส่งให้ฉีฉยง
เกิดเรื่องใดขึ้น เขาชักกลัวขึ้นมาแล้วสิ!
ฉีฉยงเลื่อนสายตาหนีอย่างเงียบๆ
นางไม่รู้ว่าพี่ใหญ่จะบอกเรื่องนี้กับพี่รอง หรือไม่
ฉีฮ่วน “?”
แต่เพราะอดรนจนทนไม่ไหว เขาจึงมองพระ ชายาจิ้งอย่างเว้าวอน “เสด็จแม่ ในจวนเกิดเรื่อง ใดขึ้นอย่างนั้นหรือ”
“เปล่านี่” พระชายาจิ้งตอบปฏิเสธ
ต่อให้นางจะเชื่อในคำพูดของบุตรชายคนโต และผิดหวังกับหลานสาวเพียงใด แต่เพราะมี เครือญาติทางฝังตระกูลมารดาเป็นคนเช่นนี้ย่อม ทำให้นางดูไม่ดีนัก นางจึงไม่อยากพูดให้มาก ความ
ฉีฮ่วนยังคิดที่จะถามต่อ ทว่าถูกฉีฉยงรั้งไว้
ไม่นานนักจิ้งอ๋องก็มาถึง ครอบครัวห้อมล้อม กินข้าวด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศอึมครึมจึงมลายหายไป
เพิ่งเดินออกจากเรือนหลักมา ฉีฮ่วนก็รีบถาม ฉีฉยงทันที “ตกลงเกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่”
คงไม่ใช่เพราะเสด็จแม่ล่วงรู้เรื่องที่เขากับ สหายแอบไปเที่ยวที่แม่น้ำจินสุ่ยหรอกกระมัง
ไม่ได้นะๆ หากเป็นเช่นนั้นจริง ต่อให้จะเป็น วันคล้ายวันเกิดของเขาก็คงถูกสั่งสอนอย่างเลี่ยง ไม่ได้
ฉีฉยงมองไปทางฉีซั่ว
ฉีฮ่วน “…”
มีแค่เขาคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องสินะ
ฉีซั่วไม่คิดจะปิดบัง เอ่ยเสียงเรียบว่า “ไม่ใช่ เรื่องใหญ่โตอะไรมากมาย แค่ซุนซิ่วหวาวางยา พิษข้าในน้ำชา พอข้าจับได้ ข้าเลยไปบอกเสด็จ แม่”
ฉีฮ่วนเดินสะดุดจนแทบล้มคะมำ ก่อนจะ ถลึงตามองไปทางพี่ชายคนโต
นี่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ตรงไหน
ฉีซั่วยื่นมือไปตบบ่าเขา “ข้ารู้ว่าเจ้ามีข้อ สงสัยมากมาย แต่ความจริงเจ้าจำไว้แค่เรื่องเดียว ก็พอ อยู่ให้ห่างจากองค์รัชทายาทไว้”
นัยน์ตานิ่งขรึมดั่งท้องฟั้ายามราตรีของพี่ชาย ทำเอาฉีฮ่วนไม่กล้าซักไซ้ไล่เลียงอีกต่อไป เขา พยักหน้าแล้วเก็บรอยยิ้มสบายๆ ที่มักปรากฏให้ เห็นในยามปกติ “ข้าเข้าใจแล้วขอรับ”
“พี่ใหญ่ แต่ข้ามีคำถามอีกข้อหนึ่ง”
ฉีซั่วมองไปทางน้องสาว “เจ้าว่ามา”
“ตอนที่ซุนซิ่วหวาใช้ชาคารวะพี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ทำอย่างไรให้นางมองไม่เห็นหรือเจ้าคะ”
ฉีซั่วยิ้มบาง “พูดถึงคงต้องขอบคุณอาเห่า…”
ฉีฉยงพลันเข้าใจ “ข้าเข้าใจแล้ว!”
ถุงหนังปลาของอาเห่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์จริงๆ ตอนนั้นนางไม่ควรปฏิเสธเลย
“เดี๋ยวนะ เหตุใดถึงไปเกี่ยวพันกับพี่สะใภ้ ใหญ่ได้ แล้วทำไมข้าถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย…”
ฉีฮ่วนไล่ถามตลอดทาง จากนั้นเงาแผ่นหลัง ของสามพี่น้องก็หายลับเข้าไปในค่ำคืนอันมืดมิด
พระชายาจิ้งนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน จนรุ่ง เช้าวันต่อมาก็ส่งคนไปบอกข่าวซุนซิ่วหวา
ซุนซิ่วหวาได้ยินว่ามีคนจากจวนจิ้งอ๋องมาหา ความคิดแรกก็คือฉีซั่วอาการกำเริบแล้วแน่นอน นางไม่แม้แต่จะเชื่อเหตุผลที่เรียกตัวนางกลับไป แม้แต่คำเดียว รีบหาข้ออ้างปฏิเสธทันที
พระชายาจิ้งได้ยินคำรายงานเช่นนั้น ใจที่ กระวนกระวายมาตลอดทั้งคืนก็แปรเปลี่ยนเป็น เยือกเย็น
สำหรับหลานสาว นางรักด้วยใจจริง แม้จะไม่ คลางแคลงใจต่อคำพูดของบุตรชายคนโต แต่นาง ก็ยังพลิกตัวไปมานับครั้งไม่ถ้วนตลอดทั้งคืน เพราะผุดความหวังขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ หวังว่า หลานสาวจะไม่ทำเรื่องพรรค์นี้
แต่สุดท้ายก็ไม่มีปาฏิหาริย์
พระชายาจิ้งยิ้มขมขื่นขณะเดินไปยกถ้วยชา มือสั่นระริกอย่างควบคุมไม่อยู่จนน้ำชาสาด กระเซ็นออกมา
ฉีฉยงกุมมือของพระชายาจิ้งไว้ด้วยความเป็น ห่วง “เสด็จแม่…”
พระชายาจิ้งมองฉีซั่ว “ซั่วเอ๋อร์ เจ้าคิดจะ จัดการกับซิ่วหวาอย่างไรต่อหรือ”
“ลูกไม่คิดจะทำอะไรนางทั้งนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
พระชายาจิ้งอดตกตะลึงไม่ได้
ทว่าฉีฉยงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ “พี่ใหญ่ จะ ปล่อยให้นางทำร้ายท่านอย่างนี้หรือ”
ฉีซั่วฉีกยิ้มอย่างไม่เห็นด้วยนัก “คนที่อยาก ทำร้ายข้าจริงๆ คือองค์รัชทายาทต่างหาก ส่วน ซุนซิ่วหวา ลำพังแค่อยู่ข้างกายองค์รัชทายาท เกรงว่าก็มีจุดจบดีๆ ยากมากแล้ว เหตุผลที่ข้านำ
เรื่องที่นางทำมาบอกเสด็จแม่ก็เพราะไม่อยากให้ วันหน้าเสด็จแม่ต้องเสียใจกับนางอีก”
ฉีฉยงกะพริบตาปริบๆ เข้าใจความหมายของ พี่ชายคนโตแล้ว
องค์รัชทายาทต่างหากที่เป็นบทลงโทษอัน ยิ่งใหญ่ของซุนซิ่วหวา แต่หากเสด็จแม่ตาสว่าง มองเห็นธาตุแท้ของซุนซิ่วหวาแต่แรกคงไม่ต้อง ทุกข์ทรมานใจกับหมาปั่าเนรคุณจนถูกหลอกใช้ งานอีกครั้ง
พี่ใหญ่ไม่คิดปิดบังเรื่องนี้ ความจริงก็เพราะ คำนึงถึงเสด็จแม่
“แต่องค์รัชทายาท…” นึกถึงเรื่องนี้พระชายา จิ้งก็ใจเต้นอย่างกระวนกระวาย ลืมแผลใจที่ หลานสาวทำไว้กับนางไปชั่วขณะ
“เรื่ององค์รัชทายาทมอบให้เป็นหน้าที่ของ ลูกเถิด เสด็จแม่ไม่ต้องกังวลไป”
พระชายาจิ้งพยักหน้า แต่นางจะวางใจจริงๆ ได้อย่างไร “เรื่องของซิ่วหวา ข้ายังไม่ได้บอกพ่อ ของเจ้า”
“ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องบอกเสด็จพ่อพ่ะย่ะ ค่ะ”
คนที่คิดเล็กคิดน้อยระแวดระวังตัวอยู่เสมอ เช่นฝั่าบาท สำหรับคนที่ต้องไปมาหาสู่ด้วยอย่าง เสด็จพ่อ ไม่รู้เรื่องเลยย่อมจะดีกว่า ส่วนองค์รัช ทายาท หากไม่ไปมาหาสู่เลยก็คงไร้มารยาท ถึง เวลาที่ต้องช่วยดันเขาให้แพ้ภัยตนเองสักทีกระมัง
“ได้” พระชายาจิ้งพรูลมหายใจอย่างไม่รู้ตัว
เพราะความจริงนางเองก็ไม่มีหน้าไปบอกเขา เรื่องหลานสาวเช่นกัน
หลังออกจากเรือนหลักมา ฉีฉยงก็เต็มไปด้วย ความกังวล “องค์รัชทายาทผุดความคิดอยากฆ่า พี่ใหญ่ขึ้นมาแล้ว ตอนนี้ใช้วิธีหลบหน้าหลบตาก็
ยังพอถูไถไปได้ชั่วคราว แต่วันหน้าเล่าจะทำเช่น ไร”
ฉีฮ่วนเองก็ไร้ซึ่งชีวิตชีวาไปแล้วเช่นกัน “นั่น สิ วันหน้าเขายังต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้อีกต่างหาก”
ฉีซั่วมองพวกเขาสองคนด้วยสีหน้าที่ขรึมลง “เหตุผลที่บอกพวกเจ้าเรื่องนี้ก็เพื่อให้พวกเจ้า รับรู้จะได้ระมัดระวังตัวไว้ หากแสดงทีท่าออกมา จะเป็นการทำลายจวนอ๋องมากกว่า เข้าใจ หรือไม่”
ทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน
“เข้าใจ เพียงแต่กังวลว่าวันข้างหน้า…”
ฉีซั่วมุมปากกระตุกเล็กน้อย ทอดมองท้องฟั้า กว้าง “องค์รัชทายาทไร้ศีลธรรม ฮ่องเต้เองก็มี โอรสไม่มาก วันหน้าเป็นเช่นไรใครจะรู้ได้เล่า”
ฉีฮ่วนกับฉีฉยงสบตากัน พวกเขาต่างก็เห็น ความตกตะลึงผ่านแววตาของอีกฝั่าย
วันต่อมาอากาศแจ่มใส แสงตะวันเจิดจ้าสาด กระทบตามตรอกซอกซอย บนท้องถนนเริ่ม คึกคักขึ้นมาแล้ว
ฉีซั่วนัดหลินเห่าออกไปดูทุ่งดอกไม้
ทุ่งดอกไม้อยู่แถบชานเมือง ยามที่หลินเห่า เห็นทะเลดอกกุหลาบสุดลูกหูลูกตา นางก็ตกใจ ไปพักใหญ่จนลืมพูดไปชั่วขณะ
“อาเห่าดูสิ คุณภาพของดอกกุหลาบที่นี่ไม่ แย่เลยใช่หรือไม่ หากนำมาทำน้ำปรุงคงไม่เป็น ปัญหา” ฉีซั่วใช้มือเด็ดกุหลาบสีแดงดอกโตมา หนึ่งดอกแล้วยื่นให้หลินเห่า
หลินเห่ามองดอกกุหลาบสีสันสวยสดที่ส่ง กลิ่นหอมรัญจวนก็พยักหน้าเห็นด้วย “คุณภาพ ดีกว่าที่เก็บข้างนอกเสียอีก”
นางยืนมองซ้ายมองขวารอบทิศทุ่งดอกไม้ ราวกับตกอยู่ในห้วงฝันก็มิปาน “ท่านค้นพบทุ่ง ดอกไม้นี้ได้อย่างไรหรือเจ้าคะ”
ฉีซั่วยิ้มบาง “นี่เป็นกิจการของจวนจิ้งอ๋อง”
เห็นท่าทีตกใจของหลินเห่า เขาก็อธิบาย เพิ่มเติม “เสด็จแม่ชื่นชอบดอกกุหลาบมาก ตอน ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเมืองหลวง เสด็จพ่อเลยซื้อทุ่ง ดอกไม้แห่งนี้ไว้ รอดอกไม้บานสะพรั่งเมื่อไรค่อย เลือกดอกที่ดีที่สุดส่งกลับไปปักแจกันในจวน อ๋อง”
หลินเห่า “…”
จู่ๆ ก็รู้สึกว่าคนตรงหน้าช่างดูขัดหูขัดตาเสีย เหลือเกิน ทำอย่างไรดี
ทางฝังองค์รัชทายาท นับตั้งแต่เมื่อวานก็ส่ง คนคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของจิ้งอ๋องซื่อจื่อ สุดท้ายองค์รัชทายาทก็ได้รับรายงานว่า “จิ้งอ๋อง ซื่อจื่อพาแม่นางรองหลินไปชมดอกไม้พ่ะย่ะค่ะ”
วันต่อมา
“จิ้งอ๋องซื่อจื่อพาแม่นางรองหลินไปเก็บ ดอกไม้พ่ะย่ะค่ะ”
วันต่อมาอีก
“จิ้งอ๋องซื่อจื่อพาแม่นางรองหลินไปเดินเล่น พ่ะย่ะค่ะ”
องค์รัชทายาทที่จิตใจฟุั้งซ่านรอแล้วรอเล่าจิ้ง อ๋องซื่อจื่อก็ไม่ตายสักทีจึงเดือดดาล ก้าวเท้าไป หาซุนซิ่วหวาอย่างเร่งรีบ