คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 202 บ้าคลั่ง
โดย : หอหมื่นอักษร
องค์รัชทายาทหยิบจอกเหล้าจากถาดที่นาง กำนัลถวายให้ขึ้นมาก่อนจะส่งให้ฉีซั่ว “น้องชาย มา พวกเราดื่มกันสักจอก เรื่องที่เจ้าหมั้นหมาย ข้ายังไม่ได้แสดงความยินดีด้วยเลย”
ฉีซั่วยื่นมือไปรับ มุมปากยกยิ้มเป็นมุมโค้ง เล็กน้อย “ขอบพระทัยองค์รัชทายาท”
วาจาที่ใช้คารวะเหล้าออกจะดูเก่าแก่คร่ำครึ ไปหน่อย
เสียงจอกสองใบกระทบกันจนเกิดเสียงใสดัง กังวาน
มือข้างหนึ่งขององค์รัชทายาทถือจอก ส่วน อีกข้างหนึ่งบดบังด้านหน้าของจอกไว้แล้วค่อยๆ ดื่มแต่จับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของฉีซั่วโดยไม่ วางตา
ฉีซั่วดื่มรวดเดียวจนเกลี้ยงก่อนจะยื่นก้นจอก อันว่างเปล่าให้องค์รัชทายาทดู
องค์รัชทายาทยกยิ้ม “เจ้าคอแข็งไม่เบา”
ฉีซั่วหยิบจอกเหล้าใบหนึ่งจากถาดที่นาง กำนัลถือขึ้นมาแล้วส่งไปให้ “กระหม่อมเองก็ อยากดื่มคารวะองค์รัชทายาทสักจอกเช่นกัน ขอให้องค์รัชทายาททรงมีพระวรกายแข็งแรง สม ดั่งใจหวังทุกประการ”
เพราะองค์รัชทายาทบรรลุเปั้าหมายแล้วจึง ดื่มอย่างสุขใจ
“ข้าไปทางนั้นดีกว่า เชิญเจ้าตามสบาย”
ฉีซั่วมองส่งองค์รัชทายาทที่เดินจากไปด้วย ฝีเท้าอันเบาหวิวก่อนจะเอาจอกเปล่าวางกลับใส่ ถาดที่นางกำนัลถือไว้ดังเดิม
จากนั้นนางกำนัลก็เอาจอกเปล่าออกอย่าง รวดเร็วแล้วเปลี่ยนเป็นจอกที่มีเหล้าบรรจุอยู่เต็ม
ท่ามกลางเสียงกลอง เรือมังกรเคลื่อนตัวมุ่ง หน้าไปทางใจกลางของทะเลสาบ บรรยากาศบน เรือก็ยิ่งครึกครื้นขึ้นเรื่อยๆ
องค์รัชทายาทเดินวนดื่มเหล้ารอบหนึ่งแล้ว ถึงเดินมาหยุดอยู่ข้างกายฮ่องเต้ไท่อาน
ฮ่องเต้ไท่อานเห็นว่าใบหน้าของเขาแดงระ เรื่อก็ขมวดคิ้ว “ดื่มให้น้อยๆ หน่อย”
“ลูกไม่ได้…ไม่ได้ดื่มมากมายเท่าไร” องค์รัช ทายาทลิ้นพันกัน ลอบสบถในใจว่า ซวยแล้ว
เหตุใดถึงมาโผล่อยู่หน้าเสด็จพ่อได้
ใบหน้าอันเย็นเยียบของฮ่องเต้ไท่อานทำเอา เขาสร่างเมาไปมาก รีบยกจอกขึ้นกล่าว “เสด็จ พ่อ หลายวันมานี้ลูกยั่วโมโหเสด็จพ่อไม่น้อย ล้วนเป็นเพราะลูกไม่ดีเอง เสด็จพ่ออย่าเก็บมาใส่ พระทัยนักเลยพ่ะย่ะค่ะ”
ได้ฟังคำพูดจาดีๆ เช่นนี้ สีหน้าของฮ่องเต้ไท่ อานจึงอ่อนลงไม่น้อย “เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดี วัน หน้าทำเรื่องใดต้องมีกฎเกณฑ์ ไม่ใช่ว่าอยากทำ สิ่งใดก็ทำ”
พอนึกถึงสถานการณ์ในตอนนั้น ฮ่องเต้ไท่ อานจึงไม่ตรัสสิ่งใดให้มากความ
“ลูกทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ไปเถิด”
องค์รัชทายาทลอบพรูลมหายใจแล้วรีบเดิน จากไป
จวงเฟยและจิ้งเฟยที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักต่างมอง หน้ากัน ในใจผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา ฮ่องเต้ไม่มี อารมณ์เคืองโกรธต่อองค์รัชทายาทเลยจริงๆ
สายตาของจิ้งเฟยสอดส่ายผ่านฝูงชนก่อนจะ ไปหยุดที่เว่ยอ๋อง
เว่ยอ๋องกำลังสนทนาอยู่กับองค์ชายแห่งอวี้ หลิว ไม่รู้ว่าคุยกันเรื่องใด ทั้งสองถึงยกจอกฉีกยิ้ม เริงร่าเช่นนั้น
แววตานิ่งสงบของจิ้งเฟยทอประกายคลื่น ความอ่อนโยน
ทว่าองค์รัชทายาทเหลือบเห็นฉากนี้ก็โมโห อย่างน่าประหลาด
เพราะเพลิงโทสะมาอย่างกะทันหันจนข่มไว้ ไม่อยู่จึงแผดเผาจนทั้งร่างของเขาร้อนรุ่ม
เขาต่างหากที่เป็นองค์รัชทายาท เจ้าสี่เป็น ใคร มีสิทธิ์อะไรไปพูดคุยกับองค์ชายแห่งอวี้หลิว อย่างออกรสออกชาติเช่นนั้น
องค์รัชทายาทรีบสาวเท้าเดินเข้าไป ทักทาย ด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น “น้องสี่ องค์ชาย พวก เจ้าคุยอะไรกันอยู่หรือ”
สิ่งที่องค์รัชทายาทไม่รู้ก็คือ เวลานี้มีเม็ดเหงื่อ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเขา พวงแก้มทั้งสองข้าง แดงระเรื่อ ดูท่าทางเหมือนดื่มหนักมากแล้ว
“กำลังคุยเรื่องธรรมเนียมประเพณีของอวี้ หลิวอยู่พ่ะย่ะค่ะ” เว่ยอ๋องไม่อยากหาเรื่ององค์ รัชทายาทให้เดือดร้อนวุ่นวายจึงตอบด้วยน้ำเสียง อ่อนโยน
“อ้อ ให้ข้าฟังด้วยคนสิ” องค์รัชทายาทเองก็ อยากดูเป็นมิตรเฉกเช่นเว่ยอ๋องเช่นกัน แต่เพราะ อารมณ์ฉุนเฉียวแผ่ไปทั่วร่างจึงทำให้สีหน้าของ เขาดุดันไม่น้อย
องค์ชายแห่งอวี้หลิวเห็นว่าองค์รัชทายาทดื่ม มากแล้ว แต่ก็อยากเห็นอีกฝั่ายเสียหน้าจึงตอบ รับด้วยท่าทีเป็นมิตร “ไม่ทราบว่าองค์รัชทายาท สนใจเรื่องใดของอวี้หลิวเล่า”
องค์รัชทายาทปรายตาเหล่มององค์หญิงหลิง เชวี่ยที่ใบหน้างดงามสะคราญตาแล้วถามขึ้นว่า “สตรีที่อวี้หลิวเวลาต้องตาหนุ่มคนใดก็จะเลือก กลอนมาตอบโต้กับอีกฝั่ายหรือ”
พอคำพูดนี้หลุดออกมา รอยยิ้มขององค์ชาย ของอวี้หลิวก็แข็งทื่อ คนที่เงี่ยหูตั้งใจฟังรอบทิศ ต่างตกตะลึง
องค์รัชทายาทบ้าไปแล้วหรือ
แม้ว่าการทำให้องค์ชายแห่งอวี้หลิวขายหน้า จะสะใจอยู่บ้าง แต่ฮ่องเต้กับพระสนมทั้งสองต่าง อยู่กันพร้อมหน้า หากต่อยตีกันขึ้นมาจะทำเช่นไร
เว่ยอ๋องหมุนปลายเท้าคิดจะก้าวเดินหนีไป
“ใช่ว่าจะหากลอนมาตอบโต้ตามใจชอบ เช่นนั้น…” องค์ชายแห่งอวี้หลิวสงบสติอารมณ์ แล้วใคร่ครวญหาคำพูดที่เหมาะสม
แต่องค์รัชทายาทกลับเอ่ยวาจาน่าใจหายอีก ครั้ง “แต่น้องหญิงของท่านพอเห็นหยางเจ๋อก็หา กลอนมาต่อด้วยเลยไม่ใช่หรือ”
บัวบานถึงมีรากบัว มีบ๊วยแล้วไม่จำเป็นต้องมี ลูกท้ออะไรนั่น หากมาหาเขาเขาก็ต่อกลอนนี้ได้ ไม่ต่างกัน
เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยเลย สตรีที่เขาสนใจต่อให้ ทุ่มเทมากมายเท่าไรก็ไม่เคยได้มา จนคนอื่นคาบ ไปหมด
เช่นนั้นตำแหน่งองค์รัชทายาทอย่างเขาจะมี ไปทำไมกัน!
แม้ว่าองค์ชายแห่งอวี้หลิวจะไม่อยากให้ สถานการณ์ตึงเครียด แต่เวลาสีหน้าเริ่มขรึมลง หลายส่วน
หากรับมือด้วยใบหน้าอันยิ้มแย้ม พวกต้าโจว เหล่านี้คงดูแคลนอวี้หลิว
“องค์รัชทายาท กฎของอวี้หลิวหากเอามาถก ประเด็นกันต่อหน้าหญิงสาวที่หมั้นหมายแล้วคง ไม่ดีนัก”
“สตรีของอวี้หลิวหาบุรุษท่ามกลางสายตาคน มากมายได้ แต่ถกประเด็นต่อหน้าคนมากมาย ไม่ได้ กฎของพวกท่านช่างน่าประหลาดนัก” สมองขององค์รัชทายาทพองขึ้นจนคุมลิ้นตนเอง ไม่ได้แล้ว
ทุกคนที่คอยแอบฟัง “…” องค์รัชทายาทช่าง กล้าพูดเหลือเกิน!
“เสด็จพี่ นี่คือองค์รัชทายาทของต้าโจวหรือ เพคะ” องค์หญิงหลิงเชวี่ยเดินขึ้นมาหนึ่งก้าว ดวงตางดงามจับจ้ององค์รัชทายาทแน่นิ่ง
องค์ชายแห่งอวี้หลิวผ่อนลมหายใจ
น้องหญิงเป็นเด็กผู้หญิงที่นิสัยกล้าได้กล้าเสีย หากนางออกหน้าย่อมดีกว่าเขามากนัก
“งานเลี้ยงต้อนรับวันนั้น เจ้าก็เจอข้าแล้วนี่” องค์รัชทายาทเอ่ยขึ้น
“ข้าจำไม่ได้แล้ว” ดวงตากลมโตขององค์ หญิงหลิงเชวี่ยดูใสซื่อไร้พิษสง “ที่แท้องค์รัช ทายาทของต้าโจวก็เป็นเช่นนี้นี่เอง…”
นางลากเสียงยาว ถึงแม้จะฟังน้ำเสียงเย้ย หยันไม่ออก ทว่ากลับชวนให้ทุกคนรู้สึกย่ำแย่ไม่ น้อย
แต่องค์รัชทายาทกลับไม่สังเกตเห็น เพราะ ความร้อนจึงกระชากเสื้อคลายออก “นึกออก แล้ว เจ้าก็คือคนที่ถูกก้อนหินกระแทกใส่หัว นี่เอง”
ทุกคน “…” ชั่วขณะนั้นไม่รู้ว่าจะขายหน้า แทนองค์รัชทายาทหรือขายหน้าแทนองค์หญิงจา กอวี้หลิวดี
องค์หญิงหลิงเชวี่ยแทบเก็บอารมณ์ไม่ไหว แล้วเช่นกัน
นึกว่าองค์รัชทายาทต้าโจวเป็นแค่พวกหื่น กาม คิดไม่ถึงว่าจะเป็นพวกหื่นกามที่ปากคอ เราะรายด้วย!
นางกัดริมฝีปาก กุมหน้าร่ำไห้ “ข้านึกแล้ว เชียวว่าต้องถูกคนยิ้มเยาะ…”
หึๆ ลำพังแค่เด็กสาวความจำเสื่อมคนหนึ่ง อย่างนางมีอะไรให้ต้องกลัว หากเสียงโวยวายดัง ไปถึงหูของฮ่องเต้ต้าโจว ดูสิว่าใครจะถูกสั่งสอน หากขุนนางต้าโจวเห็นองค์รัชทายาทปะทะฝีปาก กับเด็กสาวคนหนึ่งคงผิดหวังกับฮ่องเต้องค์ถัดไป บ้างกระมัง
องค์หญิงหลิงเชวี่ยเล่นไปตามแผนการ แต่ นางไม่รู้ว่าองค์รัชทายาทในเวลานี้ถูกฤทธิ์ของอู่ เซ่อซั่นครอบงำจนควบคุมสติสัมปชัญญะไม่ได้ อย่างสิ้นเชิง
ร่างของเขาราวกับเพลิงไฟแผดเผา ต้องทำ อะไรสักอย่างถึงจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง
“ร้องอะไรเล่า” องค์รัชทายาทร้อนจนทนไม่ ไหว เดินรุดเข้าหาหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
เว่ยอ๋องกังวลว่าจะเกิดเรื่องจนทำให้ขายหน้า จึงรั้งแขนขององค์รัชทายาทไว้ “พี่ใหญ่ดื่มหนัก เกินไปแล้ว ข้าพาท่านไปนอนพักก่อนดีกว่า”
“ปล่อย!” เพราะถูกเว่ยอ๋องแตะต้องตัว เปรียบดั่งน้ำมันกระเด็นเข้าไปในถังดินปืน เวลานี้ องค์รัชทายาทควบคุมตนเองไม่ได้อีกต่อไป
เว่ยอ๋องตกตะลึงตาค้าง
องค์รัชทายาทจะลงไม้ลงมือกับองค์หญิงหลิง เชวี่ยต่อหน้าต่อตาทุกคนเช่นนี้หรือ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น เขาก็รีบเอาตัวไปคั่นกลาง ระหว่างพวกเขาสองคน ยิ่งไม่กล้าปล่อยมือเข้าไป ใหญ่
“เกิดเรื่องใดขึ้น” เสียงนิ่งขรึมดังแว่วมา
เว่ยอ๋องหันไปมองทันที “เสด็จพ่อ…”
ฮ่องเต้ไท่อานใช้สายตาเย็นชากวาดมองผ่าน ร่างของเว่ยอ๋องแล้วมาหยุดอยู่ที่ร่างขององค์รัช ทายาท
หากเป็นยามปกติ ลำพังแค่สายตาเย็นยะ เยือกของฮ่องเต้ไท่อานก็พอกำราบให้องค์รัช ทายาทแน่นิ่งได้แล้ว ทว่าเวลานี้ในดวงตาของ องค์รัชทายาทมองไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น เขาเห็น เพียงเพลิงไฟกองหนึ่งเท่านั้น
ร้อน ร้อนเกินไปแล้ว!
เขาใช้แรงกระชากเสื้อผ้า มีลมโชยเข้ามา หอบเอาไอเย็นจากสายน้ำพัดพาเข้ามาด้วย
ความร้อนรุ่มที่บีบให้เขาคลุ้มคลั่งเหมือนจะ หาทางออกให้เขาได้แล้ว
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน องค์รัช ทายาทรีบถอดองค์ทรงเครื่องจนเกลี้ยงก่อนจะวิ่ง ไปข้างเรือ
การกระทำนี้สร้างความตกตะลึง รวมถึง ฮ่องเต้ไท่อานที่อยู่ท่ามกลางหมู่คนก็พลอยชะงัก งันไปชั่วขณะ
กระทั่งมีเสียงดังจ๋อม ไม่รู้ว่าขันทีรับใช้คนใด กรีดร้องขึ้นว่า “แย่แล้ว องค์รัชทายาทกระโดด ลงทะเลสาบไปแล้ว!”
จากนั้นก็มีเสียงร้องตกใจตะโกนโหวกเหวก