คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 234 มโนธรรม
โดย : หอหมื่นอักษร
ใบหน้าชายที่สวมเสื้อผ้าหยาบๆ บนม้วน รูปภาพถูกนิ้วมือเรียวยาวบังไว้ส่วนใหญ่ เห็น เพียงส่วนคางเท่านั้น
ฉีซั่วมองดูการกระทำของหลินเห่า พลันนึก ถึงภาพวันนั้นที่กลางตรอกแคบและยาวเส้นนั้น นางยกมือขึ้นบังส่วนที่อยู่ใต้ตาของเขา เพียงแต่ เวลานั้นส่วนที่เปิดให้เห็นคือดวงตา ครั้งนี้กลับ เป็นส่วนคางที่ได้เห็น
“อาเห่า?”
หลินเห่าส่ายหน้า หลังจากออกจากสถานที่ คุมขังตู้ชิงตัวปลอมนางค่อยเปิดปากอธิบาย “ข้า แค่อยากปิดใบหน้า จดจำไว้แค่ส่วนล่าง เผื่อวัน ไหนบังเอิญได้เจอเจ้าค่ะ”
เห็นได้ชัดว่าคนผู้นั้นเป็นคนของฮ่องเต้ผิงเล่อ ฝีมือยอดเยี่ยมซ่อนตัวในเมืองหลวงมิดชิดเช่นนี้ จะต้องกบดานนอนจำศีลต่อไปอีกอย่างแน่นอน
“คนผู้นี้อันตรายจริงๆ” เดินอยู่บนถนน ท่ามกลางแสงแดดสดใส ทว่าในใจฉีซั่วกลับจมดิ่ง ลง
คนที่สามารถปลอมเป็นใครก็ได้ตามที่ ต้องการอย่างง่ายดาย ความสามารถเช่นนี้ก่อ ความเสียหายได้เกินจินตนาการ
ทั้งสองคนเป็นเพราะไม่รู้ร่องรอยของยอด ฝีมือการปลอมตัวจึงรู้สึกไม่วางใจ แต่เฉิงเม่าหมิ งกลับเข้าวังไปเข้าเฝั้าฝั่าบาทแล้ว
ฮ่องเต้ไท่อานมองผู้บัญชาการเฉิงถวายบังคม ก็เลิกคิ้วเบาๆ มีเรื่องดีมารายงานอย่างนั้นหรือ
“เสนาบดีเฉิงเข้าวังมีเรื่องใดหรือ”
“กราบทูลฝั่าบาท หาตัวนางกำนัลของอวี้ หลิวที่หายตัวไปพบแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ความยินดี ปรากฏออกมาทางสีหน้าของเฉิงเม่าหมิง
ที่จริงเขาไม่ใช่คนที่เก็บสีหน้าไม่อยู่ แต่เขารู้ ว่าฝั่าบาทมักรักษาพระพักตร์เรียบเฉย ไม่แสดงสี หน้าไม่ว่ากริ้วหรือปีติ และไม่โปรดปรานขุนนาง ที่ไม่แสดงสีหน้าเช่นเดียวกับพระองค์
เป็นอย่างที่คิดพระเนตรฝั่าบาทเผยความ ยินดี “หาเจอแล้ว? คนอยู่ที่ใด”
“ขังอยู่ในกององครักษ์ผ้าต่วน รู้เพียงขุนนาง จำนวนน้อยนิดที่ไว้ใจได้ ไม่ได้ทำให้ตำหนัก รับรองทูตทางนั้นแตกตื่นพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี” ฮ่องเต้ไท่อานยิ้มออกเสียที “บอกเรามา หาคนเจอได้อย่างไร”
เฉิงเม่าหมิงลังเลเล็กน้อย ถอนหายใจยาว ก่อนจะกราบทูล “ทูลฝั่าบาท สามารถหาตัวนาง กำนัลจากอวี้หลิวเจอเป็นเพราะได้ความ ช่วยเหลือจากจิ้งอ๋องซื่อจื่อพ่ะย่ะค่ะ”
สำหรับเขาแล้วความดีความชอบมากมาย เป็นเรื่องดี แต่หากไม่เอ่ยถึงความดีของจิ้งอ๋อง ซื่อจื่อ มโนสำนึกในใจของเขาไม่อาจรับได้
เฉิงเม่าหมิงถึงกับมีความคิดนี้ผุดขึ้นมาโดยไม่ รู้ตัว ชมเชยจิ้งอ๋องซื่อจื่อมากหน่อย ไม่แน่ว่า
ต่อไปซื่อจื่ออาจจะนำเรื่องดีๆ มาให้เขามาก กว่าเดิม
“หืม?” ฮ่องเต้ไท่อานขมวดคิ้วโดยไม่รู้ พระองค์ “เป็นเพราะจิ้งอ๋องซื่อจื่อ?”
เฉิงเม่าหมิงจึงเริ่มเล่าตั้งแต่ฉีซั่วเขียนภาพ ลักษณะของนางกำนัลจากอวี้หลิวที่หายตัวไป อย่างไร ค้นพบว่าหูต้ากับนางกำนัลมีใบหน้า คล้ายคลึงกันได้อย่างไร
ฮ่องเต้ไท่อานฟังจนจบ อดยิ้มออกมาไม่ได้ “ไม่นึกว่าคนที่มีฝีมือการวาดภาพจะมีประโยชน์ ขนาดนี้”
เฉิงเม่าหมิงโต้แย้งในใจ คนมีพรสวรรค์ด้าน วาดภาพนั้นมีมากมาย แต่ไม่เคยเห็นใครนำมาใช้ เป็นเรื่องเป็นราว สุดท้ายแล้วจิ้งอ๋องซื่อจื่อเป็น คนมีความสามารถจริงๆ
กำลังจะอ้าปากพูด ทว่าเขาพลันฉุกคิดขึ้นมา ได้
มากไปไม่ดี ชมมากเกินไปฝั่าบาทอาจนึกว่า เขากับจิ้งอ๋องซื่อจื่อมีความเกี่ยวโยงกัน
“กระหม่อมก็ไม่คาดคิด” เฉิงเม่าหมิงเลือกที่ จะเออออตาม
หลังจากมีความยินดีที่ปรากฏตัวอยู่เป็นเวลา สั้นๆ ฮ่องเต้ไท่อานก็เก็บรอยยิ้ม “จากที่เจ้าเล่า มา ยังมีไอ้สารเลวที่มีฝีมือในการปลอมตัว ลอยชายอยู่ข้างนอกซึ่งยังไม่รู้ว่าซ่อนตัวอยู่ที่ใด”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะ” เฉิงเม่าหมิงก้มศีรษะลง เล็กน้อย
“ค้นหาต่อไป จะต้องหาตัวคนผู้นี้ให้เจอให้ ได้”
“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ไท่อานโบกมือไล่ “เจ้าออกไปเถิด”
เฉิงเม่าหมิงค่อยๆ ถอยออกไป
ฮ่องเต้ไท่อานคลึงหว่างคิ้วพลางรับสั่งกับหลิว ชวน “เรียกตัวอาจารย์หวังเข้ามา”
มีเรื่องให้กังวลใจมากมาย ทำให้ปวดเศียร เวียนเกล้า เช่นนี้จึงขาดอาจารย์หวังไม่ได้
ไม่นาน หมิงซินเจินเหรินก็เดินเข้ามา “ถวาย บังคมฝั่าบาท”
“อาจารย์หวังไม่ต้องมากพิธี เรารู้สึกปวดหัว บีบนวดให้เราสักหน่อย”
หมิงซินเจินเหรินเดินอ้อมไปอยู่ด้านหลัง ฮ่องเต้ไท่อาน ทำความสะอาดมือเรียบร้อยจึงลง มือบีบนวดเบาๆ
อาการปวดหัวทุเลาลง บรรยากาศเงียบสงบ และผ่อนคลายทำให้ฮ่องเต้ไท่อานเผลอระบาย ความรู้สึก “เจอนางกำนัลจากอวี้หลิวแล้ว วิกฤต ครั้งนี้นับว่าผ่านไปได้ชั่วคราว ความรู้สึกที่ถูกคน อื่นควบคุมยากจะรับมือจริงๆ…”
ฮ่องเต้ไท่อานไม่กลัวที่จะเล่าให้อาจารย์หวัง ฟัง
ในฐานะคนที่ต้องเชื่อฟังคำสั่ง เรียกหาเมื่อไร ก็มา อาจารย์หวังไม่ได้ออกนอกวังไปสัมผัส
อิสรเสรีนานแล้ว แม้ได้ฟังอะไรก็สามารถกลืนลง ท้องให้เรื่องผ่านเลยไปได้อย่างง่ายดาย
“อาจารย์หวัง เจ้าว่าในโลกนี้มีคนที่สามารถ ปลอมตัวได้เก่งกาจเช่นนี้อยู่จริงหรือ”
ดวงตาหมิงซินเจินเหรินเป็นประกาย เขา หลุบตาลง “คนทั่วไปเช่นกระหม่อมไม่ค่อยเข้าใจ เรื่องนี้พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้ไท่อานถอนหายใจ ไม่ตรัสอะไรอีก
นางกำนัลของอวี้หลิวถูกจับตัวกลับมาได้ นับว่าพ้นวิกฤต เฉินมู่แทบไม่ปริปาก หาตัว
ผู้ชำนาญการปลอมตัวยิ่งแทบจะเป็นหัวใจสำคัญ ของเรื่องนี้ การแต่งตั้งรัชทายาทก็กลายเป็นเรื่อง ที่คนในราชสำนักทุกคนตั้งแต่ขุนนางขั้นสูงลง มาถึงขุนนางชั้นน้อยต่างให้ความสนใจมากที่สุด
วันประกาศอย่างเป็นทางการกำหนดไว้เป็น วันที่ยี่สิบเดือนเจ็ด เพราะเวลากระชั้นชิด ศาลา ว่าการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องล้วนมีงานยุ่งล้นมือ กรม พิธีการยิ่งยุ่งจนไม่สามารถปลีกตัวได้
เมืองหลวงทั้งเมืองปกคลุมไปด้วยบรรยากาศ ความสงบสุขเป็นมงคลยิ่ง หัวข้อการสิ้นพระชนม์ ขององค์หญิงหลิงเชวี่ยที่ถูกพูดถึงตามตรอกซอก ซอยต่างๆ ถูกแทนที่ด้วยเรื่องการแต่งตั้งรัช
ทายาท คล้ายกับเรื่องน่าตกใจที่เกี่ยวข้องกับการ ฆาตกรรมองค์หญิงสองพระองค์ไม่เคยเกิดขึ้น
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงภาพที่ปรากฏขึ้น ภายนอก ในความเป็นจริงการตายขององค์ หญิงหลิงเชวี่ยนำมาซึ่งผลกระทบที่เหมือนกับ คลื่นใต้น้ำที่ซัดสาดอย่างรุนแรง ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ ที่สงบนิ่ง
หลินเห่าได้ยินจากปากโค่วหว่านว่าเรื่องนี้มี ผลกระทบต่อองค์หญิงอี๋อาน
วันนั้นโค่วหว่านไปร้านน้ำปรุงไร้กลิ่น พอเห็น หลินเห่าก็ร้องเรียกออกมาด้วยความยินดี “พี่ หญิงหลิน ท่านก็อยู่ด้วยหรือ!”
เห็นแววตาอีกฝั่ายดีใจอย่างแท้จริง หลินเห่า ก็คลี่ยิ้ม “ร้านน้ำปรุงนี้เป็นกิจการของจวนข้า”
โค่วหว่านพยักหน้า กวาดตามองของประดับ ตกแต่งร้านด้วยความสนใจ “ข้าได้ยินมา อยาก มาเดินดูตั้งนานแล้ว นึกไม่ถึงว่ามาครั้งแรกก็ บังเอิญเจอพี่หญิงหลิน”
“โค่วหว่าน เจ้าเรียกใครเป็นพี่สาว” เสียง อึมครึมเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
โค่วหว่านหันกลับไปก็ตกใจ “พี่หญิง? ไม่ใช่ ว่าท่านไม่ออกจากบ้านหรือ”
องค์หญิงอี๋อานมองนางด้วยสายตาเย็นชา “ทำไม แม้แต่ออกจากบ้านข้าก็ทำไม่ได้อย่างนั้น หรือ”
ถูกพี่สาวแท้ๆ ไล่บี้ต่อหน้าหลินเห่า โค่วห ว่านสุดจะทน เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ “พี่หญิง เข้าใจผิดแล้ว ข้านึกว่าท่านอยู่ที่จวน”
“หากข้าอยู่จวนก็คงไม่รู้ว่าเจ้ามีพี่สาวเพิ่มมา อีกคน” องค์หญิงอี๋อานมองหลินเห่าด้วยใบหน้า เหมือนจะยิ้มก็ไม่เชิง
ขณะนั้นหลิงเอ๋อร์เดินเข้ามาจากทางด้านหลัง เมื่อเห็นองค์หญิงอี๋อานก็ยกมือขึ้นปิดปาก “อ๊ะ
ท่านใช่แม่นางคนที่มาวันนั้นหรือไม่…ไม่ใช่สิ ท่าน เป็นองค์หญิง”
องค์หญิงอี๋อานถูกจับได้เรื่องฐานะที่แท้จริง สี หน้าจึงเปลี่ยนไป กลัวว่าจะดึงดูดความสนใจของ คนทั่วไป แทบไม่สนใจน้องสาวตนเองอีกต่อไป รีบเดินออกไปทันที
หลิงเอ๋อร์เดินเข้าไปยืนข้างๆ หลินเห่าแล้ว กระซิบถาม “คุณหนู ข้าไม่ได้หาเรื่องปวดหัวให้ ท่านใช่หรือไม่เจ้าคะ”
“ไม่หรอก” หลินเห่าอยากจะชมออกมาด้วย ซ้ำว่าทำได้ดี
ขณะนั้นเองชุนนีก็เดินเข้ามา ยอมรับผิด อย่างตรงไปตรงมา “เป็นข้าที่ให้หลิงเอ๋อร์พูด เช่นนั้นเจ้าค่ะ”
หลินเห่าหัวเราะพร้อมบอกว่าไม่เป็นอะไร
สาวน้อยทั้งสองเริ่มคุ้นหน้าโค่วหว่าน
“ท่านคือ…”
ชุนนีปฏิกิริยาโต้ตอบว่องไว ดึงหลิงเอ๋อร์ มาแล้วปิดปากนาง
โค่วหว่านจำทั้งสองคนได้ ในตอนนั้นทั้งตกใจ ทั้งดีใจและเป็นกังวล ที่ตกใจและดีใจเป็นเพราะ ได้พบว่าคนที่ประสบเรื่องร้ายเช่นเดียวกันมีที่ พึ่งพิงที่ดี ที่เป็นกังวลก็เพราะกลัวว่าจะทำให้เรื่อง ที่ตกอยู่ในมือคนค้ามนุษย์ชั่วเวลาหนึ่งรั่วไหล ออกไป
หลินเห่าเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง “นางเป็นสหายของข้า ต่อไปมาซื้อเครื่องหอมคิด ราคาแค่แปดส่วน”
“ได้เจ้าค่ะ” ชุนนีเข้าใจความหมายของหลิน เห่า แกล้งทำเป็นไม่รู้จักโค่วหว่าน
โค่วหว่านแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก ยิ่ง รู้สึกว่าหลินเห่าน่าคบหา “พี่หญิงหลินหากท่านมี เวลา พวกเราไปนั่งคุยกันหน่อยเถิด”
หลินเห่าเชิญนางไปนั่งที่ด้านหลัง
“พี่หญิงหลิน ข้าทำให้ท่านเดือดร้อนแล้ว พี่ หญิงของข้าระยะนี้อยู่ในจวนตลอด อารมณ์ไม่ ค่อยดี”
อยู่ในจวนตลอด? หลินเห่าฟังความหมาย ออก