คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 248 พยาน
โดย : หอหมื่นอักษร
ห้องน้ำสองห้องนี้เป็นห้องน้ำพิเศษสำหรับ แขก ดังนั้นคนทั้งหกล้วนเป็นลูกค้าของร้านเหล้า หนึ่งในนั้นยังจำราชเลขาเสิ่นกับเฉิงเม่าหมิงได้ เมื่อเดินเข้ามา เขาก็คารวะพลางกล่าวทักทายทั้ง สองคน
คนผู้นี้แซ่หวัง มีตำแหน่งเป็นขุนนางชั้น ผู้น้อยในกรมพระคลัง
“ทั้งสี่ท่านเชิญเล่าถึงช่วงเวลาที่พวกท่านไป เข้าห้องน้ำได้เลย” ราชเลขาเสิ่นเอ่ยขึ้นด้วย ท่าทางเข้มงวด
“ข้าน้อยไปเข้าห้องน้ำตอนใกล้เที่ยง เข้า ห้องน้ำด้านซ้าย…”
“ข้าน้อยไปเวลาประมาณสิบเอ็ดโมงครึ่ง เข้า ห้องด้านซ้ายเหมือนกัน…”
“ข้าน้อยเพิ่งเข้ามาในร้านห้ารสไม่นานก็ไป เข้าห้องน้ำ ตอนนั้นเพิ่งผ่านเวลาสิบเอ็ดโมงไปไม่ นาน เข้าห้องน้ำด้านซ้าย…”
มีเพียงขุนนางผู้นั้นที่ไม่เหมือนคนอื่นเล็กน้อย “ผู้น้อยไปเข้าห้องน้ำทางด้านขวาตอนเที่ยง เพราะตอนที่เข้าไปเห็นคนเดินออกจากห้องน้ำ ทางด้านซ้ายพอดี”
“คนที่ท่านเห็นคือคนไหน” เฉิงเม่าหมิงถาม พลางชี้ไปที่อีกสามคนที่เข้าห้องน้ำ
หัวหน้าหวังมองทั้งสามคนอย่างละเอียด ท่าทางยิ่งดูลังเล “ดูเหมือนว่าไม่ใช่คนเหล่านี้…”
“ท่านแน่ใจ?” เฉิงเม่าหมิงน้ำเสียงยิ่งขึงขัง
หัวหน้าหวังพยักหน้า “ผู้น้อยแม้เห็นเพียง ด้านหลังของเขา แต่คนผู้นั้นรูปร่างผอมบาง เมื่อ ได้เห็นให้ความรู้สึกว่าเป็นคนหนุ่ม ไม่เหมือนสาม ท่านนี้เลย”
แขกของร้านเหล้าที่ไปห้องน้ำ มีคนหนึ่งอ้วน เตี้ย อีกคนรูปร่างสูงใหญ่ มีเพียงคนผมขาวคน เดียวที่รูปร่างผอมแต่ไม่ใกล้เคียงคนหนุ่มสักนิด
“มีแขกที่เข้าห้องน้ำของร้านแต่ออกไปแล้ว หรือไม่” ราชเลขาเสิ่นถาม
ครั้งนี้คนที่เปิดปากพูดเป็นฉีซั่ว “ร้านห้ารส เป็นร้านเหล้าชั้นสูง คนที่มาดื่มกินธรรมดาไม่รีบ ร้อนกินสองสามคำหมด ดูจากเวลาแล้วยังไม่ถึง
ช่วงที่ดื่มเหล้าเสร็จกำลังจะกลับกัน แม้ว่ามีแต่ก็ เป็นส่วนน้อยมาก เสี่ยวเอ้อร์ในร้านบางทีอาจจำ ได้”
ดังนั้นเมื่อถามเสี่ยวเอ้อร์ที่อยู่ประจำในห้อง โถง ตั้งแต่เวลาสิบเอ็ดโมงเป็นต้นไปร้านเปิด ให้บริการจนถึงช่วงบ่ายซึ่งเป็นเวลาที่เกิดเรื่อง ขึ้นกับองค์รัชทายาท มีเพียงแขกสองโต๊ะที่ ออกไปก่อน”
ร้านเหล้าชั้นสูงมองว่าลูกค้าที่ตัดสินใจมามัก กลับมาใช้บริการอีก สำหรับแขกสองโต๊ะที่กิน เสร็จและออกจากร้านในตอนนั้น เสี่ยวเอ้อร์บอก ฐานะของพวกเขาไม่ได้ด้วยซ้ำไป
“รีบตามหาคนเหล่านี้กลับมา” เฉิงเม่าหมิงอ อกคำสั่งลงไป
“พวกท่านไปห้องน้ำเมื่อไร” รอคนกลับมา รายงาน ราชเลขาเสิ่นถามอีกสองคนที่เหลือ
“ข้าน้อยไม่ได้สนใจเวลา เพียงแต่แน่ใจว่า เป็นช่วงหลังเที่ยง เมื่อไปถึงพบว่าทั้งสองห้องมี คนใช้งานอยู่จึงกลับมาที่ห้องโถง”
ส่วนอีกคนกลับบอกเวลาได้อย่างแม่นยำ “ข้าน้อยเห็นปั้ายไม้บนประตูห้องน้ำแสดงว่ามี คน กลับมาที่ห้องโถงจึงถามเวลากับเสี่ยวเอ้อร์ เสี่ยวเอ้อร์บอกว่าเป็นเวลาเที่ยงกับอีกสี่สิบห้า นาทีพอดี”
ไม่นานคำพูดนี้ก็ได้รับการยืนยันจากเสี่ยว เอ้อร์ในร้าน “แขกท่านนี้ถามเวลากับข้าน้อย ข้าน้อยจึงหันไปมองนาฬิกาน้ำ เป็นเวลาเที่ยงกับ อีกสี่สิบห้านาทีจริงๆ ขอรับ”
เฉิงเม่าหมิงมองไปยังหยางเจ๋อกับหันเปั่าเฉิง “พวกเจ้าจำได้หรือไม่ว่าไปเข้าห้องน้ำด้วยกัน เมื่อไร”
ทั้งสองคนต่างส่ายหน้า
เฉิงเม่าหมิงจึงสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาไปนำตัว พวกจังเหลียงอวี้ทั้งสามคนและองครักษ์แห่งวัง บูรพามาสอบถาม หนึ่งในองครักษ์บอกเวลาได้ “ตอนที่หยางซิวจ้วนกับหันจิ้นซื่อออกจากประตู
ไปข้าจำเวลาได้ เป็นเวลาเที่ยงกับอีกสิบห้านาที พอดี”
จนถึงตอนนี้ นับว่าเหตุการณ์เริ่มชัดเจนขึ้น มาแล้ว ห้องน้ำด้านซ้ายนั้นตั้งแต่หัวหน้าหวังเห็น คนที่เข้าไปออกมา ขณะนั้นเป็นเวลาเที่ยงพอดี ส่วนห้องน้ำด้านขวากลับเห็นได้ชัดว่ามีคนอยู่ ตลอดตั้งแต่เวลาที่หยางเจ๋อกับหันเปั่าเฉิงไปเข้า ห้องน้ำจนถึงเวลาที่เกิดเรื่องขึ้นกับองค์รัชทายาท
แต่นี่ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าหยางเจ๋อโกหก หรือไม่
หากเขาไม่ได้โกหก คนร้ายใช้ประโยชน์จาก เวลาที่หยางเจ๋อสลบไปวางยาพิษองค์รัชทายาท
ครั้งที่สองที่ไปเข้าห้องน้ำคือการหาข้ออ้าง หลบหนีไปอย่างแนบเนียน เกรงว่าอาศัยช่วง ชุลมุนเผ่นหนีออกไปนานแล้ว
หากเขาพูดโกหก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ออกจาก ห้องน้ำเพียงพลิกแผ่นปั้ายไม้ก็ทำให้มั่นใจได้ว่าใน ห้องน้ำจะไม่มีคนอยู่ หลังจากวางยาพิษเรียบร้อย ก็สามารถกลับไปห้องน้ำได้อีกครั้งก่อนที่พิษในตัว องค์รัชทายาทจะออกฤทธิ์ ใช้แผนทำร้ายตัวเอง เพื่อกุเรื่อง ‘คนร้าย’ อีกคนขึ้นมา
มียอดฝีมือผู้เชี่ยวชาญการปลอมตัวลอยนวล อยู่ข้างนอก ที่จริงตาชั่งในใจเฉิงเม่าหมิงเอนเอียง ไปทางมีคนร้ายอีกคน เพียงแต่เรื่องเกี่ยวข้องกับ
องค์รัชทายาทไม่อาจดูเบา เมื่อไม่มีหลักฐานที่ แน่นอนจึงไม่อาจสรุปคดีแบบส่งๆ ได้
ทำให้คนปวดหัวเหลือเกิน เขาคลึงหัวคิ้ว มองไปทางฉีซั่วโดยไม่ตั้งใจ
ชายหนุ่มท่าทางสงบนิ่ง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไร อยู่
“ผู้บัญชาการ คนทั้งหมดมาแล้วขอรับ”
แขกที่ถูกองครักษ์ผ้าต่วนนำตัวกลับมามี ทั้งหมดห้าคน ขณะนั้นทุกคนดูสับสนมึนงง ท่าทางตื่นตกใจ
“ทั้งห้าท่านวันนี้ตอนกลางวันมาดื่มเหล้าที่ ร้านห้ารสใช่หรือไม่”
คำถามที่เฉิงเม่าหมิงถามขึ้นยิ่งที่ให้ทั้งห้าคน ตื่นกลัว พยักหน้าอย่างลังเล
“พวกท่านไม่ต้องกลัว เพียงตอบคำถามตาม ความจริง ไม่นานก็สามารถกลับไปได้แล้ว” ราช เลขาเสิ่นส่งเสียงปลอบใจ
กลับออกไปแน่นอนว่าคือกลับออกไปไม่ได้ เพียงทำให้คนรู้สึกสงบแล้วค่อยว่ากัน
“ทั้งห้าท่านได้ไปเข้าห้องน้ำหรือไม่”
คนทั้งห้าที่กำลังตื่นตกใจได้ฟังคำถามนี้ก็อด ตกตะลึงไม่ได้
สีหน้าเฉิงเม่าหมิงนิ่งไป “ทำไม หรือว่า คำถามนี้ตอบยาก?”
ทั้งห้าคนถูกทำให้ตกใจ รีบร้อนส่ายหน้า “ไม่ได้ไปขอรับ”
“ไม่ได้ไปสักคนเดียว?” เฉิงเม่าหมิงเลิกคิ้ว “มีคนเห็น อีกเดี๋ยวหากถูกชี้ตัวออกมา ก็จะไม่ได้ นั่งถามคำถามกันที่นี่แล้วนะ”
ถูกขู่เช่นนี้ ทั้งห้าคนพากันส่ายหน้าอย่างแรง
“ข้าน้อยไม่ได้ไปจริงๆ ห้องน้ำของที่ร้าน เหล้านี้ดีแค่ไหนก็ไม่สะดวกสบายเท่าที่บ้าน ออก จากบ้านทุกครั้งหากไม่จำเป็นข้าน้อยไม่เข้า ห้องน้ำที่อื่น”
คำพูดนี้ทำให้คนอื่นๆ พลอยพยักหน้าตาม อยู่ข้างนอกหากไม่ใช่ทนไม่ไหวจริงๆ ใครจะ อยากเข้าห้องน้ำกันเล่า
ในห้าคนนี้มีสามคนที่นั่งโต๊ะเดียวกัน อีกสอง คนนั่งคนละโต๊ะ เป็นไปได้น้อยที่จะโกหก
เฉิงเม่าหมิงให้ทั้งห้าคนหันหลัง แล้วเรียก หัวหน้าหวังมาดู
หัวหน้าหวังส่ายหน้าตั้งแต่คนแรกยันคน สุดท้าย
ราชเลขาเสิ่นชี้ไปที่คนคนหนึ่งในกลุ่มนั้น “คนนี้ดูจากด้านหลังผอมบาง ตัวสูง เหตุใดท่าน ถึงบอกว่าไม่ใช่”
หัวหน้าหวังทำหน้าปันยาก “คือไม่ตรงกับ ความรู้สึกและภาพที่ติดอยู่ในความจำ…”
“เดี๋ยวก่อน!” เฉิงเม่าหมิง จู่ๆ ก็ขัดขึ้น ลากห ยางเจ๋อมา “หัวหน้าหวัง ท่านมองดูอีกที”
สายตาหัวหน้าหวังมองไปที่ด้านหลังของห ยางเจ๋อ สายตาพลันจ้องเขม็ง “เป็นเขา!” ดวงตา ของเขาเบิกกว้าง น้ำเสียงที่บอกว่าเป็นหยางเจ๋อ ยิ่งแน่ใจ “เป็นเขา!”
เกิดความเงียบขึ้นในทันใด
เฉิงเม่าหมิงสายตาวาวโรจน์ จับจ้องหัวหน้า หวัง “หัวหน้าหวังไปห้องน้ำตอนกี่โมง”
“ตอนเที่ยงขอรับ” คำถามนี้ หัวหน้าหวังเพิ่ง ตอบไป
หันเปั่าเฉิงกับคนอื่นๆ สีหน้าเปลี่ยนไป
“เมื่อสักครู่องครักษ์บอกว่า ข้ากับพี่หยางไป เข้าห้องน้ำด้วยกันเป็นเวลาเที่ยงกับอีกสิบห้า นาที!”
คนอื่นๆ อีกสามคนเอ่ยอย่างมั่นใจ “ไม่ผิด ก่อนหน้านี้พวกเรากำลังดื่มเหล้า ไม่มีคนออกไป ไหน”
หัวหน้าหวังไปห้องน้ำตอนเที่ยงตรง เห็นคน ที่คล้ายกับหยางเจ๋อ แต่ในเวลานั้นหยางเจ๋อกับ พวกของเขากำลังดื่มเหล้า นี่ชัดเจนแล้วว่ามีคน ปลอมเป็นหยางเจ๋ออยู่จริง และคนผู้นั้นต้องเป็น คนปลงพระชนม์องค์รัชทายาทอย่างแน่นอน!
การค้นพบนี้ทำให้หันเปั่าเฉิงกับคนอื่นๆ ตื่นเต้น เป็นสหายกันมานานพวกเขาย่อมเข้าใจห ยางเจ๋อดี ใจจริงไม่เชื่อว่าหยางเจ๋อจะทำร้ายองค์ รัชทายาท
การค้นพบครั้งนี้ทำให้เฉิงเม่าหมิงมีความ มั่นใจอย่างแรงกล้า รีบสอบถามเจ้าของร้านกับ เสี่ยวเอ้อร์ “ในช่วงเวลาเที่ยงครึ่งจนถึงบ่ายสาม โมงเห็นคนที่คล้ายกับหยางซิวจ้วนออกไปจาก ร้านหรือไม่”
“นอกจากแขกสองโต๊ะนั้น ยังไม่มีใครเรียก เก็บเงิน”
คำตอบนี้ ทำให้เฉิงเม่าหมิงขมวดคิ้วมุ่น