คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 252 บริสุทธิ์
โดย : หอหมื่นอักษร
มีเสียงแส้ฟาดลงบนเนื้อดังก้องในหูของราช เลขาเสิ่นไม่หยุด รวมกับใบหน้าซีดขาวราว กระดาษ ทำให้เขาแน่ใจในความคิดของตัวเอง “หยางจอหงวนโดดเด่นมีอนาคต อีกทั้งยังได้รับ ความไว้ใจจากองค์รัชทายาท ได้รับโอกาสเช่นนี้ ไม่มีเหตุผลให้ทำร้ายองค์รัชทายาท เลยสักนิด เช่นนั้นจึงเหลือความเป็นไปได้แค่สองอย่าง หาก เขาจงใจ เช่นนั้นก็ขัดแย้งกับด้านบนที่กระหม่อม กล่าวเอาไว้เกินไป แต่หากเขาถูกใส่ร้าย คนร้าย แน่ใจได้อย่างไรว่าหยางเจ๋อจะไปเข้าห้องน้ำเวลา ไหน แต่สมมติว่าเขาเป็นชาวฉี นั่นทำให้เรื่องราว เข้าใจได้”
ฮ่องเต้ไท่อานเหลือบมองไปยังเฉิงเม่าหมิง
เฉิงเม่าหมิงมีสีหน้าซับซ้อน “กระหม่อม…มี ความคิดเห็นไม่เหมือนราชเลขาเสิ่นพ่ะย่ะค่ะ”
ราชเลขาเสิ่นเบิกตากว้าง ยากจะปกปิดความ ประหลาดใจที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันได้
“ก่อนหน้านี้ไม่นานนางกำนัลจากอวี้หลิว หายสาบสูญ ซึ่งก็คือนางปลอมตัวเป็นคนที่คอย ทำหน้าที่ขนของแล้วหลบออกไปจากตำหนัก รับรองทูต เรื่องนี้มีความเกี่ยวข้องกับลิ่วล้อของ ฮ่องเต้องค์ก่อน ตอนนี้ยิ่งมีคนปลอมตัวเป็นหยาง เจ๋อ หน้ากากนั้นเหมือนจริงมากจนสามารถอำ พรางตัวจากสหายที่ไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งได้ ใน
ความเห็นของกระหม่อม ในระยะเวลาสั้นๆ เช่นนี้มียอดฝีมือการปลอมตัวปรากฏขึ้นถึงสอง คนมีความเป็นไปได้น้อยมาก เบื้องหลังของสอง เหตุการณ์นี้จะต้องเป็นยอดฝีมือที่มีความ เชี่ยวชาญการทำหน้ากากคนเดียวกัน”
ยอดฝีมือการปลอมตัวเช่นนี้หากพบได้ทั่วไป ต้องเกิดเหตุการณ์วุ่นวายไปทั่วนานแล้ว
เฉิงเม่าหมิงคาดเดา “กระหม่อมแกล้งพูดให้ ดูว่ามีความโน้มเอียงไปตามคนร้าย”
“เช่นนั้นเหตุใดเขาต้องพยายามใส่ร้ายปั้ายสี หยางเจ๋อเล่า” ราชเลขาเสิ่นท่าทางไม่เห็นด้วย
“ในจำนวนคนที่ดื่มสุราเป็นเพื่อนองค์รัช ทายาท หยางเจ๋อเป็นคนที่องค์รัชทายาททรง โปรดปรานและเชื่อใจมากที่สุด ปลอมตัวเป็นห ยางเจ๋อย่อมมีโอกาสลงมือมากที่สุด หลังจาก หลุดรอดไปได้ก็ถือโอกาสลากหยางเจ๋อลงน้ำไป ด้วย อย่างน้อยไม่มีอะไรเสียหาย”
ฮ่องเต้ไท่อานฟังความเห็นที่ต่างกันของทั้ง สองคน แววตาจมดิ่งลง ในฐานะที่สู้รบกับชาวฉี มาหลายปีเช่นพระองค์ เรื่องนี้ไม่เหมือนการ กระทำของชาวฉี
หรือว่าหยางเจ๋อถูกให้ร้าย? ความคิดนี้ ปรากฏขึ้น แววตาฮ่องเต้ไท่อานเปลี่ยนเป็นเยือก เย็น
เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ขององค์ รัชทายาท ไม่ว่าการคาดการณ์จะฟังดูเป็นไปได้ มากน้อยแค่ไหน หากไม่สามารถยืนยันได้ พระองค์ไม่มีทางปล่อยผ่านไป แม้จะเป็นจอหง วนที่สอบได้อันดับหนึ่งและจิ้นซื่อทั้งสามคน
“เรียกหยางเจ๋อเข้าวัง”
ไม่ต้องให้รอนาน หยางเจ๋อก็เดินตามขันทีคน หนึ่งเข้ามา
หลายวันมานี้ใช้ชีวิตอยู่ในคุก ไม่สามารถ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ อยู่กับความกังวล ความ ทรมานและหวาดกลัวต่อความเป็นความตาย ข้างหน้า สามารถรักษาสภาพหน้าตาไว้อย่างเดิม
ไม่ใช่เรื่องง่าย ทว่าเขาที่ เดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ท่าทางผึ่งผายคล้ายกับลำไม้ไผ่ข้อตรงและสูง ตระหง่าน ท่าทางอ่อนล้าเหนื่อยโทรมภายนอก ยากจะปิดบังบุคลิกของเขาได้
ฮ่องเต้ไท่อานทอดมองชายหนุ่มที่เดินเข้ามา ใกล้ พลางถอนหายใจอยู่ในใจ คนหนุ่มลักษณะ เช่นนี้ ใครบ้างจะไม่ชื่นชม
“ถวายบังคมฝั่าบาท”
ฮ่องเต้ไท่อานไม่ได้สั่งให้เขายืนขึ้นมา พระ เนตรที่เหมือนมีเมฆหมอกดำทะมึนปกคลุม เพ่งมองเขาอย่างลุ่มลึกราวกับน้ำหมึกสีดำสนิท
ซึ่งมากพอจะทำให้ข้าแผ่นดินที่ยืนในที่นั้นทุกคน ล้วนกลัวจนตัวสั่น
“เล่าเหตุการณ์ให้หยางซิวจ้วนฟังทีสิ” ฮ่องเต้ไท่อานจับจ้องไปที่เฉิงเม่าหมิง
เฉิงเม่าหมิงแสดงรอยยิ้มที่ไม่บ่งบอกอารมณ์ ใด “พบตัวคนที่แอบอ้างปลอมเป็นหยางซิวจ้วน แล้ว เมื่อทำการไต่สวน เขายอมรับสารภาพว่าทำ ตามคำสั่งของเจ้า”
หยางเจ๋อตกใจ
“หยางเจ๋อ เจ้าจะว่าอย่างไร” ฮ่องเต้ไท่อาน ตรัสถามเสียงเข้ม
หยางเจ๋อก้มหน้าจนหน้าผากแตะพื้น เสียงที่ เปล่งออกมามีความสงบ “กระหม่อมเป็นคนต้า โจวมาตั้งแต่บรรพชน ฝั่าบาททรงพระปรีชา”
ฮ่องเต้ไท่อานเลิกคิ้ว “กล่าวเช่นนี้ คนผู้นั้นใส่ ความเจ้าอย่างนั้นหรือ”
“กระหม่อมบริสุทธิ์ กระหม่อมกับองค์รัช ทายาท…” ชายหนุ่มที่สุขุมเยือกเย็น สงบนิ่งมา โดยตลอด ในเวลานี้เสียงเริ่มสะอื้น ลูกตาที่เงย หน้ามองมามีความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ไม่ อาจขจัดออกไปได้ “กระหม่อมกับองค์รัชทายาท
นิสัยเข้ากันได้ดี ในสายตากระหม่อมองค์รัช ทายาทเป็นมกุฎราชกุมาร ยิ่งกว่านั้นยังเป็น สหาย ถ้าหากเลือกได้ กระหม่อมยอมเป็นคนที่ ตายแทน…”
ฮ่องเต้ไท่อานฟังอย่างสงบ อารมณ์ในใจไม่ กระเพื่อมไหว
ด้วยฐานะและประสบการณ์ของเขา คำพูดที่ กินใจกว่านี้ก็ไม่อาจสั่นคลอนความคิดของเขาได้ สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนแปลงได้คือการกระทำ เท่านั้น
“เช่นนั้นเจ้าจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ อย่างไร” เมื่อฟังหยางเจ๋อกล่าวจบ ฮ่องเต้ไท่อาน ก็ถามออกมาประโยคหนึ่ง
หยางเจ๋อนิ่งไปครู่หนึ่ง มือที่ตกอยู่ข้างลำตัว กำแน่นแล้วคลายออก “กระหม่อมถามใจตนเอง ดูแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องละอาย ขอยอมรับการไต่ สวนพ่ะย่ะค่ะ”
เฉิงเม่าหมิงเข้าใจความคิดของฮ่องเต้ไท่อาน เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้มฝืดเฝือน “หยางซิวจ้วนคงจะ ไม่รู้ว่าการไต่สวนจะต้องเสียเลือดเนื้อ ไม่น่า เหมาะกับบัณฑิตเช่นท่าน”
หยางเจ๋อหลุบตาลง “หากสามารถยืนยัน ความบริสุทธิ์ของข้าได้ ย่อมไม่เกี่ยง”
“จะต้องยุ่งยากขนาดนั้นไปทำไมกัน” ฮ่องเต้ ไท่อานตรัสขึ้นอย่างไม่คาดคิด “หลิวชวน…”
หลิวชวนเดินเข้าไปในประตูด้านหนึ่ง ใช้เวลา ไม่นานเขาก็ยกถาดใบหนึ่งออกมา เดินไปอยู่ต่อ หน้าหยางเจ๋อ บนถาดมีจอกเหล้าที่ทำจากหยก ขาววางอยู่จอกหนึ่ง เหล้าในจอกกระเพื่อมเป็น ระลอกคลื่น คล้ายกับซ่อนน้ำวนที่ลึกจนมองไม่ เห็นเอาไว้
“ดื่มเหล้าจอกนี้ เราถึงจะเชื่อว่าเจ้าบริสุทธิ์” ฮ่องเต้ไท่อานตรัสเสียงเรียบ หัวคิ้วขมวดแน่น
หางคิ้วมีร่อยรอยแห่งกาลเวลาสลักไว้ ริ้วรอยบน พระพักตร์แสดงให้เห็นความเย็นชาของฮ่องเต้
จอหงวนที่สอบได้ที่หนึ่งทั้งสามรอบ ร่อยรอย ที่มาในการปรากฏตัวแทบไม่มีช่องโหว่ ในสายตา ของเขาแล้วหากเป็นชาวฉีจริง หรือแม้แต่มีความ เกี่ยวข้องกับฮ่องเต้ผิงเล่อ ฐานะของจอหงวนผู้นี้ ย่อมไม่ธรรมดา
คนแบบนี้ ปกติแสดงท่าทางสงบนิ่ง ไม่สะทก สะท้าน แต่ที่กลัวที่สุดคือกลัวตาย คนที่ยิ่งมี ฐานะสูงส่งยิ่งเสียดายชีวิต ในฐานะฮ่องเต้เขา ย่อมกระจ่างแจ้งดี อยากเห็นนักว่าต่อหน้าความ เป็นความตาย หยางเจ๋อจะมีปฏิกิริยาอย่างไร
หยางเจ๋อมองจอกเหล้าหยกขาวบนถาด แน่นิ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือออกไป ยกจอกเหล้า ถือไว้ในมือ
การกระทำของเขาทำให้เฉิงเม่าหมิงกับราช เลขาเสิ่นกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ส่วนฮ่องเต้ไท่ อานทอดพระเนตรอย่างเย็นชาและไม่แยแส
หยางเจ๋อถือจอกเหล้าไว้แน่น สายตา ประสานกับพระเนตรของฮ่องเต้ไท่อาน
“หากความตายสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ ของกระหม่อมได้ สิ่งเดียวที่กระหม่อมต้องการ แต่ไม่ได้มันมา คือเสียดายความรู้ที่ร่ำเรียนมา
ไม่ได้รับใช้แผ่นดิน” เขาพูดจบมุมปากก็ยกยิ้มขม ขื่น จ่อจอกเหล้าจรดริมฝีปากดื่มลงคอจนหมด
จอกเหล้าร่วงลงบนพื้น เกิดเสียงดังตุ้บ หยาง เจ๋อนั่งคุกเข่า ใบหน้าที่ซีดขาวผุดความตื่น ตระหนกในที่สุด
ฮ่องเต้ไท่อานเลิกคิ้ว “เรายังนึกว่า หยางซิวจ้ วนจะไม่กลัว”
หยางเจ๋อหอบหายใจหนัก คล้ายกับเหน็ด เหนื่อย ริมฝีปากที่ยิ้มขมยิ่งกดลึกลงไปอีก “กระหม่อมยังเป็นคน คนย่อมกลัวตายกัน ทั้งนั้น”
“เช่นนั้นเหตุใดเจ้าถึงดื่มลงไปแทบไม่ลังเล”
“เพราะสำหรับกระหม่อมแล้ว ยังมีเรื่องที่ สำคัญกว่าความตาย” ในเวลานี้ ท้องเขาเริ่มร้อน ผ่าวและเจ็บปวด ดูเหมือนว่าเหล้าพิษเริ่มออก ฤทธิ์
“อ้อ แล้วอะไรสำคัญกว่าความตายเล่า”
“ก็คือเรื่องที่กระหม่อมต้องการยืนยันต่อฝั่า บาท…ว่ากระหม่อมบริสุทธิ์” ท่าทางชายหนุ่ม เจ็บปวดทรมาน แต่สายตายังกระจ่างใส “กระหม่อมไม่ยอมแบกรับการคาดคะเนความผิด ฐานปลงพระชนม์องค์รัชทายาท นี่คือสิ่งที่สำคัญ กว่าความตาย”
เขากุมท้องเอาไว้ เหงื่อผุดเต็มหน้าผากขาวๆ จนไหลลงมา เขาล้มลงไปบนพื้นหินที่ถูกขัดจน เป็นมันวาวราวกับกระจก เจ็บปวดทรมานกว่าที่ คิดและยังยากจะทานทนไหว ยิ่งกว่านั้นมีความ แปลกประหลาด…
มีเสียงถอนหายใจจากด้านบนลอยมา
“เราเชื่อเจ้าแล้ว”
หยางเจ๋อเงยศีรษะขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาเป็นประกายความสุข “กระหม่อม…ขอบ พระทัยฝั่าบาท…”
ฮ่องเต้ไท่อานเหลือบมองหลิวชวนทีหนึ่ง
หลิวชวนพุ่งไปที่หยางเจ๋อพร้อมยิ้มด้วย เจตนาดี “หยางซิวจ้วนท่านต้องการไปล้างมือสัก หน่อยหรือไม่”
หยางเจ๋อตกใจ รู้สึกสับสนมึนงงไปหมด “ข้า…”
“หยางซิวจ้วนตามข้ามาเถิด”
หยางเจ๋อถวายบังคมฮ่องเต้ไท่อานอย่างซวน เซ
ฮ่องเต้ไท่อานไม่ตรัสอะไร รอจนหลิวชวน พาหยางเจ๋อถอยออกไปแล้ว ค่อยรับสั่งกับเฉิง เม่าหมิงและราชเลขาเสิ่น “ไปบอกกับคนร้าย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
กลิ่นคาวเลือดยังไม่จางไปจากห้องไต่สวน เฉิงเม่าหมิงกับราชเลขาเสิ่นปรากฏตัวต่อหน้า ชายผู้นั้นอีกครั้ง