คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 265 อาจารย์หู
โดย : หอหมื่นอักษร
ได้ฟังฉีซั่วเล่าเรื่องที่หลินเห่าสงสัยหมอกู่ที่ โรงหมอ เฉิงเม่าหมิงตัดสินใจได้โดยแทบไม่ลังเล “ไปจับคนมา!”
วิธีการทำงานของกององครักษ์ผ้าต่วน ยอม จับผู้ต้องสงสัยธรรมดาทั่วไปไว้ แม้จับผิดตัวก็ ดีกว่าปล่อยเขาไป ยิ่งเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้อง กับอาจารย์หูด้วยแล้ว
องครักษ์ผ้าต่วนจำนวนหนึ่งเปลี่ยนเครื่อง แต่งกายเป็นชุดคนธรรมดา ล้อมโรงหมอตานซิน ถังไว้เงียบๆ
ในห้องพิเศษของร้านน้ำชาที่อยู่ไม่ไกล ฉีซั่ว กับเฉิงเม่าหมิงนั่งข้างหน้าต่าง พวกเขาสามารถ เห็นด้านนอกของโรงหมอได้ชัดเจนจากทาง หน้าต่าง หลังจากดื่มชาไปหลายถ้วย ขณะนี้เห็น คนที่ดูแลจัดการเรื่องต่างๆ ให้เวินเฟิงพ่อลูก อย่างเวินผิงรีบเดินเข้าไปในโรงหมอ
“ผู้ดูแลเวินมาแล้ว” ลูกศิษย์ในโรงหมอ ทักทายด้วยรอยยิ้ม
เวินผิงพยักหน้า มองเข้าไปด้านใน “หมอกู่ ยุ่งอยู่หรือไม่” อยากจะขอรบกวนหมอกู่ไปที่จวน เพื่อเปลี่ยนยาให้นายท่านของจวนข้า”
“หมอกู่กำลังจัดยาอยู่ด้านหลัง ข้าจะไปดู ให้” ลูกศิษย์เดินเข้าไป ไม่นานชายวัยกลางคนก็ แบกกล่องยาเดินตามเขาออกมา
เวินผิงประสานมือคารวะ “รบกวนท่านหมอ แล้ว”
“เกรงใจแล้ว ไปกันเถิด” หมอกู่ยกกล่องยา ขึ้นถือไว้
ในห้องส่วนตัว เฉิงเม่าหมิงจ้องประตูโรงหมอ ตาไม่กะพริบ ดวงตาพลันเป็นประกาย “ออกมา แล้ว คนที่สวมเสื้อตัวยาวแบกกล่องยาใช่หมอกู่ หรือไม่”
เทียบกับความตื่นเต้นของเฉิงเม่าหมิงแล้ว คนที่เดินออกจากโรงหมอสองคนพูดคุยกัน ธรรมดาไม่มีความผิดปกติใด
“นายท่านเวินเมื่อคืนนอนหลับเป็นอย่างไร บ้าง”
“ต้องขอบคุณหมอกู่ นายท่านของพวกเรา นอนหลับได้ดี” ขณะที่พูดเรื่องนี้ ใบหน้าเวินผิงก็ มีความยินดี
ความยินดีนี้ที่จริงแล้วแทบไม่เกี่ยวข้อง กับเวินหรูเซิงแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะวันนี้พอ ฟั้าสางเขาออกไปซื้ออาหารเช้าจึงได้ยินเรื่องใหญ่ ที่น่ายินดีเรื่องหนึ่ง ก็คือแม่นางรองหลินถูก คนร้ายจับตัวไปเรียกค่าไถ่!
ในตอนนั้นความรู้สึกเวินผิงคึกคักฮึกเหิมยิ่ง นัก เขารีบไปซื้อประทัดเส้นยาวมา แต่แน่นอนว่า จุดประทัดฉลองไม่ได้ ได้แต่นำข่าวไปพูดคุย แบ่งปันกับเวินหรูเซิง ใครจะรู้ว่าเวินหรูเซิงได้ฟัง แล้วก็ส่ายหน้า พูดอย่างไม่เห็นด้วยบอกว่าเจ้า คนร้ายจะต้องพบจุดจบ ทำเอาเวินผิงที่กำลัง อารมณ์ดีเสียอารมณ์ไปหลายส่วน
หากไม่ใช่เพื่อให้มีที่กินที่อยู่ เขาจะหนีจาก เจ้าโง่คนนี้ไปให้ไกล
“หมอกู่ ในเมืองเกิดเรื่องที่ทำให้ผู้คนตื่น ตกใจ ท่านได้ข่าวบ้างหรือไม่” เวินผิงท่าทางนิ่ง สงบ เพราะไม่ได้พูดคุยกับเวินหรูเซิงอย่างออกรส เขาจึงอยากจะพูดคุยกับคนข้างๆ นี้แทน
“เรื่องใดหรือ”
“ก็เรื่องที่แม่นางรองหลิน…” จู่ๆ ก็ถูกชาย ฉกรรจ์ถือกระบี่ขนาบทั้งสองข้าง ทำเอาเวินผิง ตื่นตกใจจนคุกเข่าลงกับพื้นเอามือทั้งสองข้างกุม ศีรษะไว้ น้ำเสียงเปลี่ยนไป “อย่าฆ่าข้า ข้าไม่ได้ พูดอะไรทั้งสิ้น!”
ในขณะนั้นในหัวเวินผิงมีเพียงความคิดเดียว
สวรรค์ หรือว่าสิ่งที่เวินหรูเซิงพูดเป็นเรื่อง จริง ใครที่ทำไม่ดีต่อแม่นางรองหลินจะต้องพบ จุดจบ
“ถอย!”
เวินผิงได้ยินประโยคนี้ ผ่านไปครู่หนึ่งจึงได้ กล้ามองซ้ายมองขวา
“เกิดอะไรขึ้น” ลูกศิษย์ในโรงหมอวิ่งออกมา
เวินผิงมองกล่องยาที่ตกอยู่บนพื้น ใบหน้า สับสนมึนงง “ข้าไม่รู้”
“หมอกู่ถูกคนจับตัวไปแล้ว?”
เวินผิงส่ายหน้าเบาๆ “ไม่รู้”
“เหตุใดอะไรเจ้าก็ไม่รู้! ไม่ได้ ข้าต้องไปแจ้ง ทางการ!”
คำพูดของลูกศิษย์เพิ่งหลุดออกมา ทันใดนั้น ก็มีคนกลุ่มหนึ่งโผล่ออกมา ในมือพวกเขาถือ กระบี่ เพียงพริบตาเดียวก็พาตัวลูกศิษย์ไปแล้ว
เวินผิงตกตะลึง พอลุกขึ้นได้เขาก็วิ่งเข้าไปใน ตรอก กลับเข้าไปในจวนตระกูลเวิน ตลอดทางไม่ กล้าหันกลับไปมองสักแวบเดียว
เหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบอยู่ใน สายตาของเฉิงเม่าหมิง เขายืนขึ้น “ซื่อจื่ออยาก ไปกององครักษ์ผ้าต่วนฟังการไต่สวนหมอกู่คนนี้ หรือไม่”
“นี่…สะดวกหรือไม่”
เฉิงเม่าหมิงยิ้มกว้าง “ใครไม่สะดวก ซื่อจื่ อสะดวก”
“เช่นนั้นก็ขอไปดูเรื่องสนุกใกล้ๆ” ริมฝีปากฉี ซั่วยกยิ้มแต่ในใจกลับเย็นเยือก
อาจารย์หูเกี่ยวข้องกับการสิ้นพระชนม์ของ องค์รัชทายาท เดิมทีได้เข้าไปดูเรื่องคึกคักใกล้ๆ ย่อมดีที่สุด แต่เพราะพวกมันจับตาดูอาเห่า เขา จึงไม่สามารถถอนตัวจากเรื่องนี้ได้แล้ว
ภายในศาลาว่าการของกององครักษ์ผ้าต่วน หมอกู่ถูกจับตัวเข้าไปขังอยู่ในห้องไต่สวนลับห้อง หนึ่งที่แม้แต่ลมก็ผ่านไม่ได้
เฉิงเม่าหมิงตัดสินใจดำเนินการไต่สวนเอง
“เจ้าคือหมอของตานซินถัง แซ่กู่?”
“เป็นข้าน้อยเอง ไม่ทราบข้าน้อยทำผิดเรื่อง ใดถึงได้ถูกจับตัวมาที่นี่”
“อาจารย์หู” เฉิงเม่าหมิงตะโกนเรียกออกมา อย่างไม่มีปีมีขลุ่ย
สายตาหมอกู่มีความสงสัย “ใต้เท้ากำลังพูด เรื่องอะไรขอรับ”
เฉิงเม่าหมิงพยักหน้ากับผู้ใต้บังคับบัญชา “ไปตรวจสอบใบหน้าของเขา”
แม้ว่าจับผิดตัว เป็นเพียงแค่หมอประจำใน โรงหมอก็ไม่มีความจำเป็นต้องอ้อมค้อม ต้อง ตรวจสอบให้รู้ว่าคนผู้นี้ปลอมตัวหรือไม่ จากนั้น ค่อยกดดันให้อีกฝั่ายเปิดปาก
ได้ฟังเฉิงเม่าหมิงสั่งการอย่างดุดัน สีหน้า หมอกู่ก็เปลี่ยนไป
องครักษ์ผ้าต่วนสองนายเดินเข้าไป คนหนึ่ง จับตัวไม่ให้เขาขยับ อีกคนเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ อย่างละเอียด
“ใต้เท้านี่คืออะไร ท่านทำอะไร…” หมอกู่ ร้องตะโกน
ไม่ต้องให้เฉิงเม่าหมิงออกคำสั่ง องครักษ์ผ้า ต่วนนายหนึ่งคว้าผ้าที่แขวนอยู่ด้านข้างยัดเข้าไป ในปากเขา ผ้าวางอยู่ในห้องไต่สวนแค่คิดก็รู้ทันที ว่าใช้กับอะไร กลิ่นเหม็นคาวเลือดเข้มข้นทะลัก เข้าไปทั้งในจมูกและปากทันที หมอกู่ต่อสู้อยู่สัก พัก คาดไม่ถึงว่าเขาจะตาเหลือกแล้วสลบไป
เมื่อเขาสลบไป เฉิงเม่าหมิงจึงบังเกิดความ สงสัย
“ซื่อจื่อ ข้าว่าจับผิดคนแล้ว คนผู้นี้น่าจะเป็น หมอธรรมดาๆ ที่นั่งประจำในโรงหมอ” เฉิงเม่าห มิงเดินไปที่ห้องด้านข้างแล้วเอ่ยกับฉีซั่วที่เฝั้าดู การไต่สวนผ่านช่องกำแพง
“คำพูดนี้ ผู้บัญชาการหมายความว่า อย่างไร”
ท่าทางเฉิงเม่าหมิงผิดหวัง ถอนหายใจพลาง กล่าว “ซื่อจื่อท่านลองคิดดู หากนี่เป็นอาจารย์หู จะสลบไปเพราะถูกผ้ายัดปากหรือ”
เป็นไปไม่ได้ พวกกากเดนของฮ่องเต้ผิงเล่อที่ ถูกจับมาได้ล้วนกะโหลกหนา แม้สุดท้ายคนทน ไม่ไหวยอมรับสารภาพ ก็เป็นเพราะถูกทรมาน จนถึงที่สุด
ฉีซั่วยิ้มบาง “ข้ากลับรู้สึกว่าไม่ผิดคนแน่ๆ ผู้ บัญชาการอยากพนันกับข้าสักตั้งหรือไม่”
เฉิงเม่าหมิงรีบส่ายหน้า “ไม่ต้องถึงกับพนัน กัน ข้ารู้สึกว่าซื่อจื่อกล่าวได้ถูกต้อง”
ฉีซั่ว “?”
แม้เขาเป็นคนมีความคิดละเอียดรอบคอบ มากแค่ไหน ทว่าชั่วขณะนั้นกลับไม่รู้ว่าผู้ บัญชาการเฉิงหมายความว่าอะไร
หรือว่าเขาแกล้งพูดตรงข้ามกับใจคิดเหมือน อาเห่า?
ในขณะที่กำลังคิดเช่นนี้ เขาก็ถอยไปด้านข้าง ก้าวหนึ่งโดยไม่ให้ผิดสังเกต แอบเพิ่มระยะห่าง ระหว่างสองคน
ไม่ว่าอาเห่าพูดความจริงหรือพูดตรงข้ามกับ ใจคิดเขาล้วนชอบทั้งนั้น แต่กับพวกใต้เท้าที่เป็น ผู้ใหญ่เช่นนี้…มีปัญหาแล้ว
เฉิงเม่าหมิงกะพริบตา ไม่รู้ว่าตนเองตาฝาด หรือไม่
จิ้งอ๋องซื่อจื่อดูเหมือนว่าอยู่ๆ ก็มีท่าทีเย็นชา ต่อเขา แบบนี้ไม่ได้การแล้ว!
“ซื่อจื่อ…”
ขณะที่เขายื่นมือออกไปจะตบบ่าฉีซั่วก็ได้ยิน เสียงร้องตะโกนจากในห้องไต่สวน “ผู้บัญชาการ เจออะไรบางอย่างขอรับ!”
เมื่อเฉิงเม่าหมิงมองผ่านช่องกำแพง เขาเห็น ในมือองครักษ์ผ้าต่วนนายหนึ่งมีหนังบางๆ แกว่ง ไหวๆ
เฉิงเม่าหมิงรีบกลับไปยังห้องไต่สวน
ในตอนนี้หมอกู่ยังเป็นลมล้มพับไปไม่ฟืน กระจุกผมปอยหนึ่งปิดบังใบหน้าเขาเอาไว้ส่วน หนึ่ง ทำให้มองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงทั้งหมด
“จับใบหน้าเขาตั้งตรงขึ้นมา” เฉิงเม่าหมิงส่ง เสียงออกคำสั่ง
องครักษ์ผ้าต่วนนายหนึ่งจับศีรษะหมอกู่ให้ ตั้งตรง เปิดปอยผมกระจุกนั้นออก
“เป็นเขา!” เฉิงเม่าหมิงตื่นเต้นเป็นที่สุด “เป็นคนที่ซื่อจื่อวาดภาพคนลอบวางยาพิษองค์ รัชทายาทจากปากคำของพยาน!”
ภาพวาดนั้นเฉิงเม่าหมิงซ่อนไว้อย่างดีเพื่อ ความปลอดภัย เขารีบนำมาเปรียบเทียบทั้งสอง ภาพ
“ไม่ผิดตัวแน่ เป็นเขา!”
เพียงแต่คนผู้นี้เป็นลมไปเพียงแค่เพราะถูกอุด ปากด้วยม้วนผ้า?
เฉิงเม่าหมิงเลิกคิ้ว ออกคำสั่งลงไป “ทำให้ เขาฟืน”
หลังจากราดน้ำใส่ถังหนึ่ง หมอกู่ค่อยๆ ฟืน ขึ้นมา
“รีบสารภาพมา นี่มันเรื่องอะไรกันแน่” เฉิง เม่าหมิงใช้นิ้วมือสองนิ้วคีบหน้าการหนังแผ่นนั้น เอาไว้พลางเอ่ยถามเสียงเย็น
ผ้าที่อุดปากหมอกู่ถูกเอาออกแล้ว แต่กลิ่น เหม็นคาวเลือดภายในช่องปากยังไม่จางหายไป เขาเอียงศีรษะทำเสียงเหมือนจะขย้อนออกมา สองที จากนั้นจึงเห็นหน้ากากที่เฉิงเม่าหมิงถือไว้ ในมือ
เฉิงเม่าหมิงหัวเราะเสียงเย็น “เจ้าอย่าบอก นะว่า แค่หมอธรรมดาประจำโรงหมอคนหนึ่ง ต้องสวมของเล่นนี่ด้วย”
หมอกู่ปิดปากเงียบ ไม่ปริเสียงใด
“ไม่พูด? เช่นนั้นก็ขอโทษด้วย” เฉิงเม่าหมิ งส่งสายตาให้ผู้ใต้บังคับบัญชา
องครักษ์นายนั้นหยิบแส้เส้นยาวที่มีรอยเลือด เป็นทางออกมาจากชั้นวางด้านข้าง
องครักษ์ผ้าต่วนเหล่านี้คุ้นเคยกับการทรมาน พวกเขาล้วนชำนาญการใช้แรง แส้เส้นนี้ดูเหมือน ไม่ต้องออกแรงมาก เมื่อสะบัดใส่หมอกู่ที่ถูกถอด เสื้อผ้าออกเหลือแต่เสื้อตัวใน หนังเปิดเนื้อแตก เลือดออกทันที
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังขึ้นในห้องไต่สวน เฉิงเม่าหมิงตะแคงหูฟัง เขารู้สึกอยู่ตลอดว่าเสียง ร้องด้วยความเจ็บปวดของหมอกู่คนนี้ดังเป็น
พิเศษ ไม่เหมือนพวกสายสืบที่ถูกส่งตัวเข้ามาใน กององครักษ์
ร้องออกมาสามคำตามแส้ที่สะบัดใส่สามที หมอกู่ก็พูดเสียงสั่น “ข้าพูดแล้ว…”
องครักษ์ผ้าต่วนที่รับหน้าที่ทรมานเห็น สายตาเฉิงเม่าหมิงเป็นสัญญาณบอกให้ถอย ออกไปอยู่ด้านข้าง
“เจ้ามีความเกี่ยวข้องกับอาจารย์หูอย่างไร” เฉิงเม่าหมิงถาม
“ตัวข้า…ก็คืออาจารย์หู”
เฉิงเม่าหมิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปฏิกิริยาแรก คือไม่เชื่อ มีที่ไหนรับสารภาพง่ายดายเช่นนี้ เขา ถึงกับหยิบภาพเขียนแผ่นนั้นขึ้นมาดูอีกครั้ง ชาย คนที่อยู่ตรงหน้าคือคนที่อยู่ในภาพอย่างไม่ต้อง สงสัย
หรือว่าคนผู้นี้ยังมีการปลอมตัวอีกชั้น? เมื่อ ความคิดนี้ผุดขึ้นมา เฉิงเม่าหมิงก็รีบสั่งให้ ผู้ใต้บังคับบัญชาไปตรวจสอบอีกครั้ง
ผิวหน้าหมอกู่ถูกหยิกแล้วดึงขึ้น เสียงร้อง ด้วยความเจ็บเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ข้ารับสารภาพ เอง เหตุใดต้องทำเรื่องน่าอับอายกับข้าเช่นนี้”
องครักษ์ที่รับผิดชอบการตรวจสอบไม่สนใจ ว่าเขาพูดอะไร หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียด แล้วจึงรายงานต่อเฉิงเม่าหมิง “เรียนผู้บัญชาการ คนผู้นี้ไม่มีหน้ากากชั้นที่สองบนใบหน้าขอรับ”
“เฝั้าเขาเอาไว้ให้ดี”
เฉิงเม่าหมิงรีบเดินไปห้องข้างๆ เอ่ยความ สงสัยที่อยู่ในใจออกมา “คนผู้นี้รับสารภาพง่าย เกินไป แม้ว่าหน้าตาเหมือนภาพอาจารย์หูที่ ซื่อจื่อวาด แต่ข้ารู้สึกอยู่ตลอดว่าเขาโกหก”
เป็นเพราะฉีซั่วมีคำบอกเล่าที่มาของอาจารย์ หูจากหลินเห่า ย่อมสังเกตการณ์ได้ชัดเจน “ผู้ บัญชาการเคยคิดหรือไม่ว่า เดิมทีอาจารย์หูไม่ใช่
สายสืบที่ถูกฝึกฝนมาเป็นพิเศษ แต่เป็นแขกของ คนเหล่านั้น”
เฉิงเม่าหมิงตกใจ ก่อนจะตบบ่าฉีซั่วอย่างแรง “ซื่อจื่อกล่าวได้มีเหตุผล เป็นเจ้าพนักงานเช่นข้า เองที่หลงคิดผิดไปแล้ว!”
ลองนึกดูว่า หากจับชนชั้นสูงชาวต้าโจวมา หวดแส้ใส่สองสามที อีกฝั่ายจะทนไหวหรือ แน่นอนว่าไม่สามารถทนได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ จึง สามารถเข้าใจได้ว่าเหตุใดอาจารย์หูถึงได้สลบไป เพราะผ้าอุดปาก
เฉิงเม่าหมิงมีแผนการในใจแล้ว เขารีบเดิน กลับไปยังห้องไต่สวน
“ในเมื่อเจ้ายอมรับว่าเป็นอาจารย์หู เช่นนั้น บอกมาว่าติดต่อกับคนอื่นอย่างไรเมื่อมีเรื่องที่ ต้องการให้จัดการ ข้าหมายถึงคนพวกเดียวกันที่ เจ้ารู้จักในเมืองหลวง”
“หากมีเรื่องใดก็จะปลอมตัวเป็นคนปั่วยมา หาข้าที่โรงหมอแล้วบอกสถานที่ที่ต้องการให้ข้า ไปพบ ทุกครั้งที่พบกันล้วนไม่ใช่สถานที่เดิม…”
เฉิงเม่าหมิงฟังจบแต่กลับไม่พอใจ “ในฐานะ อาจารย์หู คนที่รู้จักไม่น่าจะมีเพียงไม่กี่คน”
“มีเพียงคนเหล่านี้จริงๆ”
เฉิงเม่าหมิงใบหน้านิ่งไป “ทรมานต่อไป”
ในเมื่อไม่อาจทนการทรมานได้ ตีไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าจะได้รับรู้เรื่องใหม่ๆ ถามไม่ได้ความ อะไรก็ไม่ขาดทุน
ครั้งนี้เปลี่ยนไปใช้วิธีทรมานด้วยการนาบด้วย โลหะเผาไฟร้อนจนเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่อนาบลง ไปบนตัวทำให้เกิดควันสีขาว อาจารย์หูร้องครวญ คราง
นาบลงไปสองรอย อาจารย์หูเอ่ยขึ้นด้วย เสียงสั่นระริกอย่างเจ็บปวดทรมาน “มี…มีคนที่ ฐานะไม่ธรรมดาอีกคนหนึ่ง…”