คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 309 ยืนยันศพ
โดย : หอหมื่นอักษร
หลิวทุยกวนส่ายหน้า “ไม่มีใบรายชื่อ เพราะ สตรีที่ไปวัดเทียนหยวนมีมากเกินไป ตอนศพ หญิงสาวผู้นั้นถูกเจอตัวก็ตายมาสักระยะหนึ่งแล้ว จึงไร้หนทางตรวจสอบจากสตรีที่มากราบไหว้ พระได้”
“อาศัยเพียงร่องรอยบาดแผลตามร่างศพแล้ว สันนิษฐานว่าอาวุธสังหารคือปินปักผมแต่จะตัด ความเป็นไปได้ที่อาจเป็นภิกษุภายในวัดเทียน หยวนออกไม่ได้เสียทีเดียว อย่าว่าแต่ปินปักผม หาได้ง่ายเลย เพราะผู้ชายเองก็ใช้ปักจุกผม
เช่นกัน แถมวัตถุปลายแหลมอย่างปินปักผมก็มี ไม่น้อย…”
หลิวทุยกวนพึมพำในใจว่า จิ้งอ๋องซื่อจื่อพูด จาตรงไปตรงมาเสียจริง ทว่าเนื่องจากสถานะ ของพวกเขาทั้งสองต่างกัน เขาจึงไร้ความโกรธ เคืองในใจ “ลองถามจากพระในวัดเทียนหยวน แล้ว ทว่าผู้ตายเสียชีวิตแล้วหนึ่งเดือนถึงถูกเจอ ตัว ตอนนี้ก็ยังระบุตัวตนไม่ได้เลย หากคิดจะตาม สืบผ่านตัวผู้ต้องสงสัยย่อมเป็นไปไม่ได้”
ฉีซั่วเลื่อนสายตาออกจากม้วนคดี “เหยื่อ ผู้ตายที่เจอเมื่อวานเพิ่งถูกทำร้ายมาไม่นาน เจอ เบาะแสที่พอจะระบุตัวตนของนางหรือไม่”
หลิวทุยกวนยิ้มขมขื่น “เพราะไร้หัวเลยทำให้ ยากจะระบุตัวตนได้”
“ใต้เท้าหลิวถามผู้ดูแลในเขตหรือยัง โดยเฉพาะสองเขตในเมือง ดูว่าระยะนี้ครอบครัว ของชาวบ้านครอบครัวไหนมีคนหายไปบ้าง หาก อายุและเพศของคนที่หายตัวไปสอดคล้องกับศพ หญิงสาวไร้หัวพอดี เช่นนั้นค่อยเชิญมายืนยัน ศพ”
หลิวทุยกวนเผยสีหน้าละอายใจ “เมื่อวานมัว แต่วุ่นๆ หาเบาะแสในจุดเกิดเหตุจนฟั้ามืด กว่า จะได้กลับมาก็เลยยังไม่ทันได้ถาม”
จากนั้นเขาก็รีบส่งคนไปถามสองที่ว่าการ อำเภอ
ทางฝังวัดเทียนหยวนมีเจ้าพนักงานคอย ตรวจสอบต่อ ฉีซั่วไม่รีบร้อนไปที่เกิดเหตุ แต่รอ ข้อมูลจากทางฝังที่ว่าการอำเภอพร้อมกับหลิวทุย กวน
ทั้งสองที่ว่าการอำเภอต่างอยู่ในเขตเมือง หลวง ไม่นานก็ได้รับคำตอบ
ในระยะสามเดือนนี้ที่ว่าการอำเภอทางฝัง ตะวันออกมีคนร้องทุกข์ว่าคนหายห้าคดี ส่วน ที่ว่าการอำเภอทางฝังตะวันตกมีคนร้องทุกข์คน หายสามคดี รวมทั้งหมดมีคดีคนหายแปดคดี
เหยื่อที่หายตัวไปเป็นเด็กไปแล้วสี่คดี หญิงสาว สองคดี บุรุษวัยฉกรรจ์หนึ่งคดีและหญิงชราหนึ่ง คดี
ยังไม่ต้องเอ่ยถึงสถานการณ์อื่น ไม่นานผู้ร้อง ทุกข์เรื่องหญิงสาวหายตัวไปทั้งสองคดีก็ถูกเชิญ มาที่จวนว่าการ
“คารวะใต้เท้า”
หลิวทุยกวนบอกให้ทั้งสองลุกขึ้นด้วยน้ำเสียง อ่อนโยน
คนร้องทุกข์ทั้งสองคดี คนหนึ่งเป็นชายชรา อายุห้าสิบกว่าปี ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงอายุราว สามสิบกว่าปี
“เชิญท่านลุงเล่าสถานการณ์ของหลานสาว ก่อนเถิด”
ชายชรานวดคลึงดวงตา เอ่ยด้วยน้ำเสียงขม ขื่น “หลานสาวของข้ามีนามว่าหลานฮวา ปีนี้ อายุสิบหกเมื่อห้าวันก่อนหลานฮวาบอกว่าสหาย นัดไปเก็บผักปั่า จนฟั้ามืดก็ยังไม่กลับมา พอข้า ไปตามหาที่บ้านของสหาย นังหนูคนนั้นก็บอกว่า หลานฮวาเก็บผักปั่าได้เต็มตะกร้าเลยกลับก่อน… แต่ข้าหาจนทั่วแล้วก็หาไม่เจอ ดังนั้นเลยไปร้อง ทุกข์…”
ชายชราคุกเข่าลง “พ่อแม่ของนางจากไปเร็ว ทิ้งหลานฮวาเอาไว้ให้ข้าดูแล ใต้เท้าโปรดช่วย ตามหาหลานสาวของข้ากลับมาทีเถิด…”
หลิวทุยกวนเอ่ยปลอบประโลม แล้วถาม ผู้หญิงอีกคนต่อ
หญิงนางนั้นดวงตาบวมเปั่ง เห็นได้ชัดว่า หลายวันมานี้ผ่านการร้องไห้มาไม่น้อย “บุตรสาว ของข้ามีนามว่าเยี่ยนเอ๋อร์ ปีนี้อายุสิบห้า สองวัน ก่อนบอกว่าออกไปเที่ยว สุดท้ายก็ไม่เห็นกลับมา ข้าเองก็ไปถามสหายที่มักไปเที่ยวด้วยกันกับนาง แล้ว แต่ฝังนั้นบอกว่าวันนั้นไม่ได้เจอนาง…”
ทันใดนั้นเสียงร้องไห้ก็ดังขึ้นภายในโถงกลาง
หลิวทุยกวนแอบมองฉีซั่ว พอเห็นว่าอีกฝั่าย ไม่มีท่าทีที่จะพูดอะไรจึงถอนหายใจ “เมื่อวาน เจอศพสตรีคนหนึ่งที่วัดเทียนหยวน สันนิษฐาน ว่าอยู่ในช่วงอายุสิบสี่ถึงยี่สิบปี…”
“ใต้เท้าหมายถึงว่าเกิดเรื่องกับหลานข้าอย่าง นั้นหรือ”
“เยี่ยนเอ๋อร์ เยี่ยนเอ๋อร์ของข้า!”
หลิวทุยกวนรีบบอก “พวกท่านทั้งสองอย่า เพิ่งใจร้อนไป เหตุที่เชิญพวกท่านมาก็เพื่อยืนยัน ศพ”
ชายชรากับหญิงนางนั้นสบตากันก่อนจะมอง หลิวทุยกวนอย่างพร้อมเพรียง
สายตาเช่นนั้นทำให้หลิวทุยกวนจับจ้องพวก เขาพร้อมเอ่ยเตือนอย่างอ้อมๆ ไม่ได้ “สภาพศพ ค่อนข้างน่ากลัว พวกท่านทั้งสองเตรียมใจไว้ ด้วย”
“น่ากลัวอย่างไรหรือ” หญิงนางนั้นรีบถาม ขึ้น
ชายชราเองก็จ้องหลิวทุยกวนไม่วางตา
หลิวทุยกวนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ เสียงอ่อน “ไร้หัว”
ไร้หัว?
หลังจากชายชรากับหญิงนางนั้นได้สติก็หน้า ขาวซีด คนหนึ่งส่ายหน้าร่างพลันอ่อนแรง ส่วน อีกคนปิดปากร่ำไห้
พวกเขาเดินมาหยุดอยู่ที่จุดวางศพชั่วคราว
ทั้งๆ ที่แสงตะวันเจิดจ้า ทว่าภายใน ห้องเก็บศพกลับเย็นยะเยือก ชวนให้ใจสั่น สะท้านขนลุกชูชัน
หลิวทุยกวนหยุดฝีเท้าและไม่ขยับเข้าไปใกล้ อีก “อยู่ทางโน้น พวกท่านไปดูกันได้เลย…”
ชายชราเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ทั่วทั้งร่างก็แข็ง ทื่อ
ในทางกลับกันทั้งๆ ที่หญิงนางนั้นกลัวแทบ ไม่ไหวแต่ก็ยังก้าวเท้าอันหนักอึ้งเดินเข้าไปเรื่อยๆ กระทั่งเดินไปถึงข้างศพที่คลุมทับด้วยผ้าสีขาว
ขณะที่เจ้าพนักงานเตรียมจะดึงผ้าออกก็ถูก หญิงนางนั้นรั้งไว้ “ข้า…ข้าเปิดดูเอง”
เจ้าพนักงานมองไปทางหลิวทุยกวน เห็นหลิว ทุยกวนพยักหน้าถึงเดินถอยหลังอย่างเบาเท้า
หญิงนางนั้นจับจ้องศพที่มีผ้าสีขาวปิดกั้น อย่างเอาเป็นเอาตาย ขอบตาแดงขึ้นเรื่อยๆ ใน ที่สุดก็รวบรวมความกล้ามากพอที่จะเปิดผ้าคลุม ศพออก
ถึงแม้จะเตรียมใจมาดีมากแล้ว แต่ชั่ววินาทีที่ เห็นศพไร้ศีรษะก็ยังเผลอกรีดร้องออกมาอย่างอด ไม่ได้ นางเดินเซถอยหลังติดต่อกันหลายก้าว
ส่วนชายชราผู้นั้นปิดตาข้างเปิดตาข้าง ทว่า เขาเห็นสภาพศพได้อย่างชัดเจนเป็นคนแรก
“ไม่ใช่หลานฮวา!” ชายชราตะโกนเสียงดัง เจือไปด้วยความดีใจ
หลิวทุยกวนรีบถามขึ้นว่า “เหตุใดท่านลุงถึง มั่นใจขนาดนั้น”
ชายชราตื่นเต้นอยู่บ้างแต่ก็พยายามข่ม อารมณ์ไว้ ดังนั้นใบหน้าจึงดูเหยเก “หลานฮวา ของข้าผิวคล้ำอ้วนท้วม!”
ต่อให้ศพสตรีผู้นี้เน่าเฟะแค่ไหนแต่ก็ยังพอดู ลักษณะภายนอกออก ศพสตรีไร้ศีรษะนี้มือเรียว เล็ก ผิวเนียนละเอียด พอจะจินตนาการออกว่า เด็กสาวเป็นคนผิวขาว
“หลานฮวาอ้วนท้วมกำยำ นางไม่ใช่หลานฮ วา ไม่ใช่หลานฮวา…” ขณะที่ชายชราพูดซ้ำๆ ก็ เห็นหญิงนางนั้นยืนนิ่งไม่ขยับ สองมือปิดปาก แน่น
ราวกับหญิงนางนั้นตื่นจากห้วงฝัน โผเข้าไป ใช้มือยันไม้กระดานจับจ้องร่างศพจนแทบทะลุ
เพียงชั่วเวลาไม่กี่อึดใจ นางก็ระเบิดเสียง ร้องไห้ออกมา “เยี่ยนเอ๋อร์ เยี่ยนเอ๋อร์ของแม่! เหตุใดเจ้าถึงมาอยู่ในสภาพนี้ เหตุใดถึงเป็น เช่นนี้!”
เห็นหญิงนางนั้นโผเข้าหาร่างศพ เจ้า พนักงานก็รีบขวางไว้อย่างรวดเร็ว
ฉีซั่วเดินเข้ามา “พี่สาวแน่ใจหรือว่านี่เป็น บุตรสาวของท่าน”
“ไม่ผิดแน่” หญิงสาวใช้สองมือปิดหน้า น้ำตาทะลักไหลผ่านร่องมือ “ตรงข้อมือของเยี่ยน เอ๋อร์มีปาน ตำแหน่งและลักษณะเหมือนกันทุก ประการ…”
ฉีซั่วหันไปพยักหน้าให้หลิวทุยกวน
หลิวทุยกวนเข้าใจในทันที จากนั้นก็สั่งให้ ลูกน้องพาชายชรากับหญิงนางนั้นกลับโถงกลาง ไป
หญิงนางนั้นร้องไห้ไม่หยุด ส่วนความดีใจใน ตอนแรกของชายชราก็แปรเปลี่ยนเป็นความเซื่อง ซึม
ต่อให้วันนี้จะยืนยันว่าไม่ใช่ศพของหลาน ตัวเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลานสาวจะ ปลอดภัย ยิ่งไปกว่านั้นเห็นมารดาคนหนึ่งต้อง สูญเสียบุตรสาวไป ไม่ว่าใครย่อมรู้สึกไม่ดีทั้งนั้น
“ท่านลุงกลับไปก่อนได้เลย ข้าจะส่งคนตาม หาตัวหลานสาวของท่านต่อไปแน่นอน”
“ขอบคุณใต้เท้ามาก” ชายชราโขกศีรษะกับ พื้นให้หลิวทุยกวน
ในเมืองหลวง ทุกๆ ปีมีคดีคนหายตัวไปไม่ น้อย โดยเฉพาะเด็กๆ หากคาดหวังว่าเจ้า พนักงานจะตามตัวกลับมาได้นั้นแทบจะเป็นไป ไม่ได้เลย ดังนั้นจึงมีคนมากมายไม่มาร้องทุกข์
ส่วนคดีฆาตกรรม ความจริงคดีที่ไขไม่ได้มี มากกว่าคดีที่ไขได้มากนัก
พอชายชราจากไปแล้ว จึงเหลือเพียงเสียง ร้องไห้เจ็บปวดของหญิงนางนั้น หลายครั้งที่หลิว ทุยกวนอยากเอ่ยถาม แต่พอเห็นฉีซั่วรอคอย อย่างเงียบๆ เขาจึงอดใจไว้ให้เวลาหญิงนางนั้น ระบายความเศร้าออกมาก่อน
สุดท้ายหญิงนางนั้นก็หยุดร้องไห้แล้วคุกเข่า ลงต่อหน้าพวกเขาทั้งสอง “ใต้เท้าทั้งสองช่วย ตามหาตัวฆาตกรที่ทำร้ายบุตรสาวข้าให้ได้ทีเถิด เจ้าค่ะ!”
ฉีซั่วประคองนางลุกขึ้น เอ่ยถามเสียง อ่อนโยน “พี่สาวพอจะจำรายละเอียดตอน บุตรสาวออกเรือนได้หรือไม่”