คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 314 จู่โจมหัวใจ
โดย : หอหมื่นอักษร
ลานด้านหลังโล่งกว้าง ต้นทับทิมต้นหนึ่งแตก กิ่งก้านออกใบสีเขียวขจีและมีดอกสีแดงเล็กๆ ที่ เริ่มเหี่ยวเฉาห้อยตามกิ่งก้าน
ฉีซั่วยืนนิ่งอยู่กลางลาน “พวกข้าไม่เข้าไป แล้วดีกว่า เมื่อวานลองไปสอบสวนสหายทั้งห้า ของลูกสาวท่านมาแล้ว วันนี้กะว่าจะไปสอบสวน อีกรอบ”
“ใต้เท้าหมายความว่า หนึ่งในเด็กพวกนั้นมี คนโกหกอย่างนั้นหรือ”
“พี่สาวอย่าเพิ่งคิดมากไป รอไต่สวนจนทุก อย่างกระจ่างชัดก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
มารดาของเยี่ยนเอ๋อร์สีหน้าเปลี่ยนแล้วเริ่ม สะอึกสะอื้น
ฉีซั่วหันไปหาหัวหน้ามือปราบหลิว “หัวหน้า มือปราบหลิว รบกวนท่านพาแม่นางทั้งห้าคนมา ที่นี่ทีเถิด”
“ได้” หัวหน้ามือปราบหลิวนึกว่าฉีซั่วคร้าน จะวิ่งไปมาหลายรอบ ทว่าพอนึกถึงสถานะของ อีกฝั่ายเขาก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด
ฉีซั่วเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ลำพังแค่ไม่โอ้อวด แสดงอำนาจบาตรใหญ่เฉกเช่นลูกหลานเชื้อพระ วงศ์คนอื่นก็ดีมากแล้ว จะให้เขาวิ่งเต้นไปมา เหมือนข้าราชการอย่างพวกตนได้อย่างไรกัน
หัวหน้ามือปราบหลิวนำลูกน้องเดินออกไป จากนั้นฉีซั่วก็กำชับกับมารดาของเยี่ยนเอ๋อร์ต่อ อีกสองสามประโยค
มารดาของเยี่ยนเอ๋อร์สีหน้าเปลี่ยนไปมาไม่ หยุด จนสุดท้ายถึงพยักหน้า
ชั่วขณะนั้นในลานพลันตกอยู่ในความเงียบ มี ลมพัดผ่านต้นทับทิมหอบเอาดอกไม้โปรยปราย ลงมา
หลังจากผ่านไปสักพัก มารดาของเยี่ยนเอ๋อร์ ก็ถามขึ้นว่า “ใต้เท้า พอจะหาฆาตกรที่ทำร้าย เยี่ยนเอ๋อร์ได้หรือไม่”
ไม่รอให้ฉีซั่วตอบคำถาม นางก็นวดคลึง ดวงตาที่บวมเปั่ง “ข้าได้ยินมาว่า ศพไร้หัวที่เจอ ในวัดเทียนหยวนเมื่อปีก่อน จนปั่านนี้ยังตามหา ตัวฆาตกรไม่เจอเลย…”
ฉีซั่วเหลือบมองหลินเห่า
หลินเห่าปลอบประโลมเสียงอ่อนโยน “ตา ข่ายแห่งสวรรค์ห่างแต่ไม่รั่ว[1] พี่สาวอย่าเพิ่งใจ ร้อนไป เราต้องตามตัวฆาตกรเจอในไม่ช้า แน่นอน”
ความจริงมีคดีฆาตกรรมมากมายที่สุดท้าย แล้วถูกปล่อยทิ้งไว้ แต่เห็นได้ชัดว่านี่เป็นคดี ฆาตกรรมต่อเนื่อง ขอแค่ฝีเท้าของฆาตกรไม่หยุด นิ่ง ความเป็นไปได้ที่จะทิ้งเบาะแสไว้ย่อมมีมาก ขึ้นตามไปด้วย
ผ่านไปไม่นาน สาวน้อยทั้งห้าคนก็เดินตาม เจ้าพนักงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
พวกนางดูอายุราวๆ สิบสี่สิบห้ากันทั้งนั้น เห็นได้ชัดว่ากำลังหวาดกลัวเมื่อถูกเจ้าพนักงาน พาออกจากเรือน โดยเฉพาะยามเห็นใบหน้าอิด โรยซีดเซียวของมารดาของเยี่ยนเอ๋อร์ มือไม้ก็ยิ่ง วางไม่ถูกที่
มารดาของเยี่ยนเอ๋อร์พุ่งตัวเข้ามาคุกเข่าลง ตรงหน้าพวกนางทั้งห้าคน “ขอร้องพวกเจ้าละ มี ใครรู้เรื่องของเยี่ยนเอ๋อร์บ้างช่วยบอกข้าที จน ปั่านนี้กระทั่งหัวของเยี่ยนเอ๋อร์ก็ยังหาไม่เจอ นาง คงตายตาไม่หลับด้วยซ้ำ…”
สาวน้อยเหล่านั้นเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้ เสียเมื่อไร แต่ละคนเผยสีหน้าตกใจ ไม่รู้ว่าควร ทำตัวอย่างไรดี
หลินเห่าเดินเข้ามาประคองร่างมารดาของ เยี่ยนเอ๋อร์แล้วส่งให้เปั่าจูเป็นคนดูแล จากนั้นก็ หันมาสำรวจสาวน้อยทั้งห้าคน “พวกเจ้าไม่ต้อง กังวลไป ข้าจะถามเรื่องบางเรื่องกับพวกเจ้า
ภายในห้อง หากพวกเจ้าตอบคำถามเสร็จก็กลับ ได้เลย”
สาวน้อยทั้งห้าสบตากันไปมา ความตึงเครียด บนใบหน้าค่อยลดน้อยลง
“น้องสาวคนนี้เดินตามข้าเข้ามาก่อน” หลิน เห่าสุ่มเลือกมาคนหนึ่ง ก่อนจะหมุนตัวเดินนำเข้า ห้องไปก่อน
สาวน้อยที่ถูกเลือกเผยสีหน้าหวั่นวิตก ยืน ร่างแข็งทื่ออยู่ที่เดิมครู่หนึ่งแล้วค่อยก้มหน้าก้มตา เดินตามเข้าห้องไปอย่างช้าๆ
แปลนห้องโถงเชื่อมติดกับห้องทางฝัง ตะวันตก หลินเห่านั่งอยู่ในห้องทางฝังตะวันตก ซึ่งห้องทางฝังตะวันตกก็คือห้องนอนของเยี่ยน เอ๋อร์
เพราะเมื่อก่อนแวะมาเที่ยวหาเยี่ยนเอ๋อร์อยู่ บ่อยๆ สาวน้อยที่เดินเข้ามาจึงคุ้นเคยกับห้องนี้ เป็นอย่างดี ชวนให้นางผ่อนคลายและฟุั้งซ่านไป พร้อมกัน อารมณ์ปันปั่วนเหลือเกิน
“นั่งลงเถิด” หลินเห่าชี้ไปทางเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ไม่ ไกลนัก
สาวน้อยชั่งใจครู่หนึ่งก่อนจะนั่งลงอย่าง ระมัดระวัง
“ข้าจะถามเจ้าไม่กี่คำถาม หวังว่าเจ้าจะตอบ คำถามตามความเป็นจริง”
สาวน้อยพยักหน้า
“วันที่เยี่ยนเอ๋อร์หายตัวไป เจ้าได้เจอนาง หรือไม่”
“ไม่เจ้าค่ะ!” สาวน้อยตอบโดยไม่คิดลังเลใจ สักนิด
“ไม่ต้องใจร้อนตอบเร็วขนาดนั้นก็ได้” หลิน เห่าสีหน้าอ่อนโยน น้ำเสียงสงบนิ่ง “เจ้าดูสิ แม้แต่ชื่อข้ายังไม่ถามเจ้าเลย รอเจ้าออกจาก
ประตูนี้ไป ไม่ว่าใครในบรรดาห้าคนที่ชี้เบาะแส ล้วนไม่ถูกแพร่งพรายออกไปทั้งนั้น ลองคิดถึง มารดาของเยี่ยนเอ๋อร์ที่เสียบุตรสาวไป ลองคิดถึง มิตรภาพระหว่างเจ้ากับเยี่ยนเอ๋อร์ ข้าจึงหวังให้ เจ้าไตร่ตรองดูก่อนแล้วค่อยตอบคำถาม”
“จริงหรือเจ้าคะ”
หลินเห่ายกยิ้ม “แน่นอน”
หลังจากวิเคราะห์ตามคำให้การของภิกษุ น้อย วันนั้นเยี่ยนเอ๋อร์กับสหายปะทะฝีปากกัน ส่วนสหายผู้นั้นก็ไม่กล้ายอมรับ คงเพราะกลัวว่า พอเรื่องแพร่งพรายออกไปจะถูกคนประณาม สาวน้อยอายุสิบสี่สิบห้าไม่ใช่วัยที่มีเล่ห์เหลี่ยม
หากช่วยคลายความกังวลใจของนางได้ ย่อมมี ความเป็นไปได้สูงที่จะได้รับคำตอบ
สาวน้อยคนนั้นรู้สึกผ่อนคลายลงจริงๆ นาง กวาดตามองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่รู้ตัว พอ เห็นว่าหน้าต่างถูกผ้าม่านปิดไว้อย่างมิดชิดจึงเอ่ย เสียงเบาว่า “วันที่เยี่ยนเอ๋อร์หายตัวไปข้าไม่ได้ ออกไปเที่ยวกับนางจริงๆ แต่ข้ารู้ว่าช่วงนี้เยี่ยน เอ๋อร์มักไปไหนมาไหนกับเหมยฮวา เหมยฮวาก็ คือหนึ่งในคนที่ยืนอยู่กลางลานสวมชุดสีขาวคน นั้น…”
หลินเห่าพยักหน้า จากนั้นก็ถามต่ออีกไม่กี่ คำถาม ซึ่งสาวน้อยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
“ข้าออกไปได้หรือยังเจ้าคะ”
“นั่งอีกสักประเดี๋ยวดีกว่า” เห็นสาวน้อยเผย สีหน้างุนงง หลินเห่าจึงกล่าวอธิบายเสียงนุ่มนวล “หากใช้เวลาพูดคุยกับพวกเจ้าพอๆ กัน ก็จะยิ่ง ทำให้คนอื่นคาดเดาไม่ออก”
สาวน้อยได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าปลาบปลื้ม “ขอบคุณพี่สาวมาก…”
อาจเพราะรู้สึกปลอดภัย ขอบตานางจึงแดง ก่ำ น้ำตาค่อยๆ ไหลรินออกมาเป็นสาย “พี่สาว พี่ต้องตามหาตัวฆาตกรที่ทำร้ายเยี่ยนเอ๋อร์ให้ได้ นะเจ้าคะ เยี่ยนเอ๋อร์ช่างน่าสงสารยิ่งนัก…”
“แน่นอน” หลินเห่าลูบมือของนางเพื่อ ปลอบโยน
นั่งจนเวลาผ่านไปสักพักสาวน้อยถึงออกไป แล้วเปลี่ยนเป็นสาวน้อยอีกคนเดินเข้ามาแทน
หลินเห่าพูดในทำนองเดียวกัน สาวน้อยที่ เดินเข้ามาจึงผ่อนคลายลงเหมือนคนแรก จากนั้น นางก็เล่าเรื่องเยี่ยนเอ๋อร์ให้ฟังไม่น้อย น่าเสียดาย ที่นางเองก็ปฏิเสธว่านางไม่ได้ไปเที่ยวกับเยี่ยน เอ๋อร์ในวันนั้นเช่นเดียวกัน
กระทั่งสาวน้อยคนที่สี่เดินเข้ามา หลินเห่า กวาดตามองกระโปรงสีขาวโดยไม่ทิ้งพิรุธใดไว้ ก่อนจะเชิญให้นางนั่งลงด้วยเสียงอ่อนโยน
“วันนั้นข้าไม่ได้ไปเที่ยวกับเยี่ยนเอ๋อร์”
“แต่ทุกคนต่างบอกว่าช่วงนี้เยี่ยนเอ๋อร์ไปไหน มาไหนกับเจ้ามากที่สุดแล้ว”
“พวกนางพูดจาเหลวไหล!”
สาวน้อยสีหน้าโมโห ทว่าหลินเห่ากลับมอง ท่าทีกระวนกระวายในใจของนางออก เพราะเหตุ นี้จึงพูดประโยคทำนองนั้นออกไปอีก ก่อนจะปิด ท้ายว่า “เหมยฮวา เจ้าเป็นคนฉลาด น่าจะ สังเกตเห็นว่าระยะเวลาที่พวกนางทั้งสามเข้ามา พอๆ กัน อีกเดี๋ยวเจ้าก็เหมือนกัน ดังนั้นคนนอก ไม่มีทางรู้ว่าคนที่ไปวัดเทียนหยวนกับเยี่ยนเอ๋อร์ ในวันนั้นเป็นใคร เจ้ามีเรื่องใดให้ต้องกังวลใจอีก
เล่า เจ้าอายุแค่สิบห้าปี จะทนอยู่กับความละอาย ใจไปจนชั่วชีวิตเลยหรือ”
“ข้า…” เหมยฮวาขยับปาก
คำพูดนี้เปรียบดั่งค้อนหนักที่ทุบลงกลางใจ นาง ทำให้ความมั่นใจที่นางมีอยู่เปียมล้น สั่นคลอน
“เหมยฮวา เจ้าเล่าเรื่องที่เจ้ารู้ออกมาก็พอ นอกจากจะช่วยจับตัวฆาตกรที่ฆ่าเยี่ยนเอ๋อร์ได้ ในเร็ววันแล้ว ยังชั่วลบล้างปมมืดในใจ ไม่ใช่แค่ เพื่อเยี่ยนเอ๋อร์แต่เพื่อเจ้าด้วย”
การเจรจาต้องมีทักษะ ทุกถ้อยคำที่หลินเห่า เอ่ยออกไปจึงทำให้เหมยฮวารู้สึกว่าเจ้าพนักงาน ปักใจเชื่อว่าเป็นนาง สำหรับสาวน้อยที่ไม่เคย ผ่านเรื่องแบบนี้มาก่อนย่อมเป็นแรงกดดัน มหาศาลอย่างไม่ต้องสงสัย
“พวกท่านไม่สงสัยบ้างเลยหรือว่าคนที่ไป เที่ยวกับเยี่ยนเอ๋อร์จะเป็นฆาตกร” เหมยฮวาถาม ออกไป
หลินเห่ามั่นใจได้ทันทีว่าปากที่ปิดแน่นสนิท ของเหมยฮวาถูกเปิดออกแล้ว
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน วันนั้นมีภิกษุเห็นว่า พวกนางแค่ทะเลาะกันไม่กี่ประโยค ระหว่าง
สหายหากมีเรื่องทะเลาะกันบ้างไม่ใช่เรื่องปกติ หรือ คงไม่ถึงขั้นฆ่าแกงแล้วตัดหัวทิ้งเช่นนั้น เจ้า พนักงานสันนิษฐานเอาไว้บ้างแล้วว่าฆาตกร น่าจะเจอเรื่องสะเทือนใจจนอาการคลุ้มคลั่ง”
“เรื่องนี้จะไม่รั่วไหลออกไปจริงๆ น่ะหรือ”
“ข้ารับประกันได้เลย”
“ข้า ข้าบอกก็ได้…” เหมยฮวายกสองมือขึ้น ปิดหน้า ความกดดันที่แบกรับในหลายวันมานี้ถูก หลอมกลั่นกลายเป็นน้ำตาที่ไหลพรั่งพรู
หลินเห่ายื่นผ้าเช็ดหน้าให้อย่างเงียบๆ
ทว่าเหมยฮวาไม่ได้รับมา นางใช้แขนเสื้อซับ น้ำตาแทนแล้วเอ่ยขึ้นว่า “วันนั้นข้ากับเยี่ยน เอ๋อร์ไปขอพรเรื่องความรักที่วัดเทียนหยวน สุดท้ายตอนระบายความในใจขณะปล่อยสัตว์น้ำ ตรงริมทะเลสาบดันค้นพบว่าชายในดวงใจของ พวกเราสองคนคือคนคนเดียวกัน…”
——————–
[1]ตาข่ายแห่งสวรรค์ห่างแต่ไม่รั่ว สำนวนนี้ หมายถึงสวรรค์เบื้องบนมีความเที่ยงธรรม ไม่มี ทางปล่อยให้คนชั่วลอยนวลแน่นอน