คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 52 เติบโต
โดย : หอหมื่นอักษร
ไหวอานปัวเป็นชายวัยกลางคนที่มีรูปร่าง หน้าตาได้สัดส่วน ตอนที่เฉินอี๋เข้ามา เขากำลัง พูดคุยอยู่กับผู้ดูแล
“ท่านพ่อ…” เฉินอี๋พุ่งเข้าไปตรงหน้าไหว อานปัวและกอดแขนเขาร้องไห้
ไหวอานปัวเหลือบตามองผู้ดูแล ผู้ดูแลจึง หลบไปยืนที่มุมหนึ่งอย่างรู้กาลเทศะ
“อี๋เอ๋อร์เป็นอะไรไป หรือว่าใครทำให้เจ้า เสียใจมาจากข้างนอก”
เฉินอี๋คว้าแขนเสื้อของไหวอานปัวและร้องไห้ สะอึกสะอื้นหายใจไม่ทัน “ใช่แล้ว ลูกเสียใจมาก ท่านพ่อโปรดออกหน้าแทนลูกด้วย…”
ไหวอานปัวเห็นว่านางคว้าแขนเสื้อตนไว้ นอกจากเขาจะรู้สึกประหลาดใจแล้วก็ยังรู้สึก แปลกใจอีกด้วย
บุตรสาวคนโตไม่ได้ใกล้ชิดเขาเช่นนี้มานาน แล้ว
“อี๋เอ๋อร์อย่าร้องไห้ เล่าเรื่องมาก่อน”
“วันนี้ลูกออกไปข้างนอก ได้ยินมาว่า…” เฉิน อี๋ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตา ท่าทางกระอักกระอ่วน ปนฉุนเฉียว
“ได้ยินเรื่องใดมา”
เฉินอี๋กัดริมฝีปาก “ลูกพูดไม่ออกเจ้าค่ะ”
ไหวอานปัวยิ้มอย่างระอาใจ “ถ้าอี๋เอ๋อร์ไม่พูด ออกมา แล้วพ่อจะออกหน้าให้ลูกได้อย่างไรเล่า”
สีหน้าเฉินอี๋ดูลำบากใจ นางกัดฟันเอ่ย “ลูก ได้ยินมาว่า ผิงจยาโหวซื่อจื่อยุ่งเกี่ยวกับเถ้าแก่ ร้านผิ่นฟัง!”
ปฏิกิริยาแรกของไหวอานปัวคือไม่เชื่อ “อี๋ เอ๋อร์ไปได้ยินข่าวลือมาจากที่ใด”
แม้ว่าเขาจะไม่เคยได้ยินชื่อร้านผิ่นฟัง แต่เถ้า แก่ร้านเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้ชาย หรือว่าทั้งสอง คนนัดพบกันไปเที่ยวหอคณิกา
“ไม่ใช่ข่าวลือนะเจ้าคะ!” ใบหน้าของเฉินอี๋ แดงก่ำ “พวกเขาสองคนทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกัน ในร้านหนังสือ ไม่รู้ว่าในร้านเกิดเรื่องวุ่นวายอะไร ขึ้นมา พวกเขาจึงวิ่งออกมาบนถนนทั้งๆ ที่ก้น
เปลือยเปล่า ทุกคนที่อยู่บนถนนต่างก็เห็นกัน ทั้งนั้น…”
ไหวอานปัวทั้งตกใจทั้งโมโห “จริงหรือ”
เฉินอี๋ปิดหน้าสะอื้นไห้ “ถ้าท่านพ่อไม่เชื่อ แค่ ไปสอบถามดูสักหน่อยก็รู้แล้ว”
“เฉินเอ้อร์ เจ้าออกไปถามดูหน่อย”
ผู้ดูแลที่หลบอยู่ตรงมุมห้องจึงรีบออกไปทันที
ครึ่งชั่วยามต่อมา ผู้ดูแลก็กลับมาอย่าง รวดเร็ว สีหน้าเขาดูซับซ้อนสับสน
“เป็นเช่นไรบ้าง” ไหวอานปัวเอ่ยถามเสียง เข้ม
ผู้ดูแลเหลือบมองเฉินอี๋โดยไม่รู้ตัวและตอบ อย่างระมัดระวัง “นายท่าน เรื่องที่คุณหนูใหญ่ พูด… เป็นเรื่องจริงขอรับ”
“บัดซบ!” ไหวอานปัวตบโต๊ะอย่างแรง
ถ้วยชาสั่นจนฝาครอบหล่นลงบนโต๊ะ เกิด เสียงดังเสียดหู
“ท่านพ่อ ข้าควรทำอย่างไรดีเจ้าคะ” เฉินอี๋ ร้องไห้พลางถามไหวอานปัว
ไหวอานปัวตกอยู่ในความเงียบ
เฉินอี๋หน้าซีด หัวใจบีบแน่น
ไม่เคยมีสักชั่วขณะที่นางรู้สึกอย่างลึกซึ้งว่า ชะตากรรมของนางอยู่ในมือท่านพ่อเท่าตอนนี้
เมื่อก่อนนางโง่เง่าเกินไป เพราะท่านพ่อ แต่งงานใหม่ นางจึงห่างเหิน พ่อลูกจึงไม่ค่อยได้ พูดคุยกันเท่าไรนัก
ถ้านางทำอย่างที่อาเห่าสอนนางในวันนี้ ดึง แขนเสื้อท่านพ่อและทำท่าออดอ้อน นางจะรู้สึก มั่นใจมากขึ้นหรือไม่
เฉินอี๋เดี๋ยวก็รู้สึกเสียใจ เดี๋ยวก็หงุดหงิดโมโห อารมณ์ของนางขึ้นๆ ลงๆ ราวกับนักโทษที่รอคำ ตัดสิน
“อี๋เอ๋อร์…” ไหวอานปัวมองใบหน้าซีดเซียว ของบุตรสาว เอ่ยอย่างยากลำบาก “ถ้าต้อง ยกเลิกการหมั้นหมายกับคนบัดซบนั่น เจ้าจะ ยินดีหรือไม่”
ดวงตาของเฉินอี๋เต็มไปด้วยความประหลาด ใจ “ท่านพ่อพูดจริงหรือเจ้าคะ”
เมื่อเห็นสีหน้าปีติของบุตรสาว ไหวอานปัวก็ รู้สึกโล่งใจแต่ก็รู้สึกขมขื่นเช่นกัน “พ่อย่อมไม่ อยากให้เจ้าแต่งงานกับคนบัดซบนั่น เพียงแต่ว่า เจ้าเพิ่งจะหมั้นหมายก็ต้องมาถอนหมั้น ทำให้เจ้า ไม่ได้รับความเป็นธรรมแล้ว…”
“ยังดีกว่าให้ลูกแต่งไปกับเขาแล้วรู้ว่าเขา สกปรกแค่ไหนนะเจ้าคะ”
ไหวอานปัวยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีกที่เห็น บุตรสาวรู้ความเช่นนี้ “เป็นความผิดของพ่อเองที่ ไม่ได้สืบให้ดีก่อน”
เฉินอี๋หลุบตาลง เอ่ยเบาราวกระซิบ “ไม่โทษ ท่านพ่อ เรื่องส่วนตัวแบบนี้ ต่อให้สืบก็ยากที่จะรู้ ได้”
“อี๋เอ๋อร์ พ่อผิดต่อเจ้าแล้ว”
เฉินอี๋มองไหวอานปัว ใบหน้าที่เต็มไปด้วย ความรู้สึกผิดนั้นทำให้นางเกิดความคิดบางอย่าง
ความคิดนั้นราวกับเปลวไฟที่แผดเผาหัวใจ นาง
นางรู้ว่า นางต้องพูดอะไรบ้างเพื่อให้นางรู้สึก ดีขึ้น
หากนางไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ นางจะต้องนึก เสียใจภายหลังอย่างแน่นอน!
เสียงเศร้าสร้อยของสาวน้อยดังขึ้นในห้อง “เป็นลูกที่โชคร้ายเอง ได้ยินท่านแม่บอกว่านี่เป็น การแต่งงานที่ดีมาก เดิมทีข้ามีความสุขมาก”
‘ท่านแม่’ จากปากของเฉินอี๋ย่อมไม่ได้ หมายถึงมารดาผู้ให้กำเนิดที่ตายไปแล้วของนาง แต่เป็นสะใภ้หลิวแม่เลี้ยงของเฉินอี๋
ผู้ดูแลที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องไม่ต่างอะไรกับ มนุษย์ล่องหน พอได้ยินเช่นนั้นก็เหลือบมองเฉิน อี๋อย่างมีนัย
คุณหนูใหญ่เติบโตแล้วจริงๆ
คำว่า ‘การแต่งงานที่ดีมาก’ เปรียบเสมือน หนามแหลมจำนวนมากที่ทิ่มแทงลึกเข้าไปใน หัวใจของไหวอานปัว ฟังอย่างไรก็เสียดหู
“การแต่งงานที่ดีกับผีน่ะสิ!” ไหวอานปัวสบถ ด้วยความโกรธ แต่เมื่อเห็นว่าบุตรสาวอยู่ต่อหน้า เขาจึงไม่พูดอะไรมาก
เฉินอี๋ยิ้มอย่างเวทนาตนเอง “ท่านแม่ก็นับว่า ทุ่มเท ยังพาข้าไปเป็นแขกที่จวนผิงจยาโหว เพื่อให้ข้าได้พบกับจวนผิงจยาโหวซื่อจื่อสักครั้ง เมื่อเทียบกับสตรีที่ไม่มีโอกาสได้พบสามีก่อนจะ
แต่งงานก็นับว่าดีแล้ว เพียงแต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ …”
พอไหวอานปัวได้ยินที่เฉินอี๋พูด เขาก็นึกขึ้น ได้ว่าสะใภ้หลิวฮูหยินของเขาและผิงจยาโหวฮู หยินเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทั้งสองไปมาหาสู่กันเป็น ประจำ
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ สีหน้าของไหวอานปัวก็ เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ฮูหยินอยู่ที่ใด”
ผู้ดูแลรีบตอบ “ฮูหยินพาคุณชายและคุณหนู รองออกไปที่ถนนขอรับ”
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพวกเขาออกไปชมขบวนแห่ จอหงวน
หากเป็นในยามปกติแล้ว ไหวอานปัวจะไม่คิด มาก แต่เวลานี้ความสงสัยกำลังก่อตัวขึ้นในใจ ของเขา เมื่อคิดว่าฮูหยินพาบุตรชายและบุตรสาว ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้า ในขณะที่บุตรสาวคน โตต้องเดินถนนคนเดียว เขาก็โมโหขึ้นมาทันที
“ไปตามกลับมา!”
ผู้ดูแลรีบสั่งให้คนออกไปตามหาบนถนนทันที
ไหวอานปัวบอกให้เฉินอี๋กลับไปที่ห้องก่อน “อี๋เอ๋อร์กลับไปพักที่ห้องเถิด”
“ท่านพ่อจะพูดกับท่านแม่เรื่องการถอนหมั้น ของลูกหรือเจ้าคะ”
ไหวอานปัวพยักหน้า
“หากได้ข้อสรุปแล้ว ท่านพ่อช่วยส่งคนไป บอกให้ลูกรู้สักนิดได้หรือไม่”
ท่าทางระมัดระวังตัวของบุตรสาวทำให้ไหว อานปัวแสบตาแทบอยากจะร้องไห้ “ได้สิ อี๋เอ๋อร์ ไปพักผ่อนให้สบายใจเถิด”
เฉินอี๋ย่อตัวลงคารวะ แล้วหมุนกายจากไป พร้อมกับรอยยิ้ม
สวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่านางอยากจะเห็นท่านพ่อ เผชิญหน้ากับแม่เลี้ยงของนางมากเพียงใด แต่ นางก็ทำไม่ได้
หากนางอยู่ต่อ จะทำให้ท่านพ่อของนางไม่ อาจพูดบางคำออกมาต่อหน้านางได้และอาจ ปกปั้องภาพลักษณ์ของแม่เลี้ยงโดยไม่รู้ตัว มี เพียงนางไม่อยู่ด้วยเท่านั้น ท่านพ่อถึงจะสามารถ
ถามข้อสงสัยเหล่านั้นออกมาได้โดยไม่ต้อง พะวักพะวน
อาเห่าพูดถูก หนทางข้างหน้านางจะต้อง พึ่งพาตนเอง ขวากหนามต่างๆ นางก็ต้องเป็นคน กำจัดด้วยตนเอง
เฉินอี๋เหยียดหลังตรง เดินออกไปอย่างสงบ นิ่ง
เด็กสาวที่สูญเสียมารดาไปตั้งแต่เด็กและยิ่ง เหินห่างจากบิดามากขึ้นเรื่อยๆ ผู้นี้เปลี่ยนแปลง ไปอย่างสิ้นเชิงและเติบโตขึ้นอย่างแท้จริงแล้วใน เวลานี้
ตอนที่ไหวอานปัวฮูหยินกลับมาพร้อมลูกๆ ก็ เป็นเวลาที่ฟั้ามืดแล้ว
หลังจากสั่งให้สาวใช้พาลูกๆ ทั้งสองไป อาบน้ำอาบท่า ไหวอานปัวฮูหยินก็กลับเข้าไปใน ห้อง “ท่านพี่ให้คนไปตามข้า มีเรื่องอะไรหรือเจ้า คะ”
“เที่ยวเล่นพอหรือยัง” ไหวอานปัวถามเสียง เย็น
ไหวอานปัวฮูหยินรู้สึกได้ว่าท่าทีของไหว อานปัวผิดปกติ นางจึงอธิบายพร้อมรอยยิ้ม “ข้า อยู่ข้างนอกนานหน่อย เพราะพาพวกซิ่วเอ๋อร์กิน อะไรเล็กน้อยที่ร้านห้ารสด้วย”
ไหวอานปัวแค่นเสียงเย็นชา “อยู่ข้างนอกตั้ง นานขนาดนี้ เจ้าไม่ได้ยินข่าวลืออะไรบ้างเลย หรือ”
ไหวอานปัวฮูหยินชะงักงัน “ข่าวลืออะไร ท่านพี่ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เจ้าคะ”
“คนทั้งถนนเห็นผิงจยาโหวซื่อจื่อกับชายผู้ หนึ่งเกลือกกลั้วมั่วสุมกัน แถมกางเกงก็ไม่ใส่!” ไหวอานปัวท่าทางโกรธจัด “เจ้าหาคู่ครองที่ดี ให้กับอี๋เอ๋อร์จริงๆ!”
ไหวอานปัวฮูหยินสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มอง เขาด้วยท่าทางไม่อยากเชื่อ “ท่านพี่ว่าอย่างไร นะ”
เรื่องที่ผิงจยาโหวซื่อจื่อชอบผู้ชายถูกเปิดเผย แล้วหรือ!