คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 87 ทะเลาะ
โดย : หอหมื่นอักษร
เมื่อพระชายาองค์รัชทายาทเจอถังเวย ขอบ ตานางพลันแดงก่ำ
ไม่ต้องกล่าวถึงรอยไหม้น่ากลัวบนใบหน้า ลำพังแค่ดวงหน้ารูปไข่หงส์อวบอิ่มในเดิมทีก็ แปรเปลี่ยนเป็นรูปเมล็ดทานตะวัน ซูบตอบจนน่า ใจหาย
พระชายาองค์รัชทายาทรั้งร่างของถังเวยมา เอ่ยเสียงสะอื้น “น้องรองทุกข์ใจแย่แล้ว”
ถังเวยไร้ซึ่งชีวิตชีวาดั่งในวันวาน แววตาที่ มองพระชายาองค์รัชทายาทแน่นิ่ง “พี่หญิง เมื่อ วานหมอหลวงจ้าวมาตรวจดูอาการให้ข้า บอกว่า หากยืนหยัดทายาต่อไปก็จะลดรอยแผลเป็นไหม้ นี้ได้ เป็นเรื่องจริงหรือ”
“หมอหลวงจ้าวกล่าวเช่นนั้นแล้ว ย่อมเป็น เรื่องจริง” พระชายาองค์รัชทายาทกล่าวเสียง อ่อนโยน
ความจริงหมองหลวงจ้าวทำตามประสงค์ของ นาง สถานการณ์ของน้องหญิงย่ำแย่เพียงใดก็ยิ่ง ต้องจุดประกายความหวังให้น้องหญิง เพื่อเลี่ยง ไม่ให้นางตรอมใจ
บนโลกนี้จะมียาศักดิ์สิทธิ์ใดช่วยกำจัดรอย แผลไหม้ที่ลึกมากขนาดนี้ด้วยหรือ
พระชายาองค์รัชทายาทไม่ได้มองโลกในแง่ดี นัก
ถังเวยปักใจเชื่อคำพูดของพระชายาองค์รัช ทายาทโดยไม่คิดสงสัย
ในจวนอู่หนิงโหว คุณหนูรองพยศไม่สนฟั้า ดิน มีเพียงคุณหนูใหญ่เท่านั้นที่สามารถปราม นางได้
ในสายตาของถังเวยแล้ว พี่หญิงคือสตรีผู้ สมบูรณ์แบบทุกอย่าง
“พระชายาองค์รัชทายาทเพคะ สนมซุนได้ ยินว่าคุณหนูรองมาเลยมาเยี่ยมเพคะ” นางกำนัล เข้ามาทูลรายงาน
พระชายาองค์รัชทายาทสีหน้าขรึมลง เล็กน้อย “บอกนางไปว่าคุณหนูรองพักผ่อน แล้ว”
นางกำนัลจึงออกไป
ถังเวยเผยสีหน้าดุดัน “พี่หญิง สนมซุนก็คือ ซุนซิ่วหวาหรือ”
พระชายาองค์รัชทายาทกระตุกยิ้มมุมปาก ข้างหนึ่ง “นางนั่นแหละ”
“นังแพศยา!”
พอเห็นใบหน้าบูดบึ้งของถังเวย พระชายา องค์รัชทายาทก็มุ่นคิ้วเล็กน้อย “น้องรอง เจ้า อย่าพูดเช่นนี้”
“เดิมทีนางก็เป็นนังแพศยาอยู่แล้ว เจอที่ จวนจิ้งอ๋องครั้งแรก ข้าก็มองออกว่านางเป็นพวก ต่ำทรามแต่แรกเห็น!”
พระชายาองค์รัชทายาทสื่อให้นางกำนัลที่อยู่ รับใช้ออกไปก่อนแล้วเอ่ยเสียงเบา “น้องรอง ต่อ ให้เจ้าคิดเช่นนั้นก็อย่าพูดออกมาตามอารมณ์ ไม่เช่นนั้นจะทำให้เจ้าดูเป็นคนก้าวร้าว”
ถังเวยยังไม่ยอมจำนน “พี่หญิง ความจิตใจดี ของท่านเช่นนี้ วันหน้าจะถูกนางเหยียบหัวเอา ได้”
“น้องรอง การโอนอ่อนไม่ได้หมายความว่า จะต้องเสียเปรียบเสมอไป” เห็นถังเวยไม่ฟัง
ความใดเข้าหู พระชายาองค์รัชทายาทกลับไม่ พร่ำบ่นให้มากเรื่อง เพราะเห็นแก่ว่านางกำลัง อารมณ์ย่ำแย่พอแล้ว
ถังเวยพักอยู่ในวังบูรพาอยู่หลายวัน ภายใต้ คำโน้มน้าวชี้นำของพระชายาองค์รัชทายาทจึง ค่อยๆ มีสติขึ้นมาบ้าง
ดอกเบญจมาศในสวนออกดอกงามบาน สะพรั่ง หลังเที่ยงนางนอนไม่หลับจึงให้นางกำนัล พาไปเดินเล่น
สาวงามอ้อนแอ้นในชุดอาภรณ์ของวังผู้หนึ่งก็ เดินเข้ามา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความฉงน “แม่ นางรองถัง”
ถังเวยมองมา สีหน้ามืดครึ้มในทันใด “ซุน ซิ่วหวา”
ตั้งแต่ซุนซิ่วหวาเข้าวังมาก็ได้รับความโปรด ปรานจากองค์รัชทายาท บ่าวที่ตามรับใช้จึงผยอง อยู่ไม่น้อย นางกำนัลเอ่ยเตือนอย่างไม่ชอบใจนัก “นี่คือสนมซุนเจ้าค่ะ”
ถังเวยกวาดตามองนางนางกำนัลแวบหนึ่ง เอ่ยอย่างไม่เกรงใจ “เจ้าจะพูดมากไปทำไม”
นางกำนัลผงะไป
นี่นางปั่าเถื่อนจากไหนกัน
นางกำนัลที่ติดตามถังเวยมาก็ไม่ยอมอ่อนข้อ ให้เช่นกัน “นี่คือแม่นางรองถัง น้องสาวของพระ ชายาองค์รัชทายาท”
ซุนซิ่วหวายิ้มบาง “ก่อนหน้ายังไม่ได้เข้าวัง ข้าก็รู้จักกับแม่นางรองถังแล้ว วันนั้นได้ยินว่าแม่ นางรองถังเข้าวังมา ข้าเลยไปเยี่ยม แต่น่า เสียดายที่ไม่ได้เจอเจ้า”
ถังเวยยิ้มเย็นชา “เสแสร้งให้มันน้อยๆ หน่อย”
“แม่นางรองถังเข้าใจผิดแล้ว ได้ยินว่าเกิด เรื่องขึ้นกับเจ้า ข้าเป็นห่วงจากใจจริง” ซุนซิ่วห
วาเดินมุ่งหน้าไปทางพุ่มดอกไม้ด้วยท่าทีใจเย็นนิ่ง สงบ
ถังเวยเองก็เดินตามไปอย่างไม่รู้ตัว พอเห็น ใบหน้าจืดชืดดุจดอกเบญจมาศของซุนซิ่วหวา นางก็ยิ่งรู้สึกขัดตานัก
“เจ้าเป็นห่วงเรื่องใดกัน ห่วงว่าข้าจะน่า สังเวชไม่พอกระมัง”
ดวงตาคู่งามของซุนซิ่วหวาเบิกขึ้นเล็กน้อย “เหตุใดแม่นางรองถังถึงกล่าวเช่นนั้น พวกเราไม่ มีเรื่องแค้นใดต่อกันเสียหน่อย”
พอเห็นว่านางกำนัลอยู่ห่างเว้นระยะ เสียง ของซุนซิ่วหวาจึงกดต่ำลงถึงขีดสุด “ข้าแค่คิดไม่ ถึงว่า ผลกรรมจะตามสนองเร็วขนาดนี้”
ถังเวยผงะไป
ซุนซิ่วหวาตัวเตี้ยกว่าถังเวยเล็กน้อย พอหลุบ สายตาลงนางจึงเก็บซ่อนความลำพองใจที่ยากจะ สังเกตเห็นไว้ได้
นางกำลังลำพองใจจริงๆ
ไม่นานก่อนหน้านี้ นางเป็นเพียงญาติทาง สายเลือดที่เกาะอยู่จวนจิ้งอ๋องดั่งกาฝาก ทำได้
แค่กล้ำกลืนอดกลั้นต่อการกลั่นแกล้งทำร้ายของ ถังเวย ทว่าเวลานี้นางเป็นสนมขององค์รัชทายาท ขอแค่ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าพระชายาองค์รัช ทายาทในวังบูรพาแห่งนี้ ใครจะทำอะไรนางได้ เล่า
แม่นางรองถังที่ผยองโอหังในวันวาน กลับ กลายเป็นเพียงเด็กน้อยน่าสงสารที่เสียโฉม
ฮวงจุ้ยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปมาดีจริงๆ
“แม่นางรองถังชมดอกไม้ต่อไปเถิด ข้าขอตัว ก่อน” ซุนซิ่วหวาฉีกยิ้มอ่อนโยนก่อนจะหมุนตัว กลับไป
ท่าทีลำพองใจของซุนซิ่วหวาเปรียบดั่งเข็ม เล่มยาวที่ทิ่มแทงใจของถังเวย ทิ่มแทงจน สติปัญญาของนางมลายหายจนสิ้น
นางพุ่งตัวเข้าไปคว้าเส้นผมของซุนซิ่วหวา จากด้านหลังท่ามกลางเสียงร้องตกใจของเหล่า นางกำนัล
ซุนซิ่วหวากรีดร้องอย่างเจ็บปวด จะหันร่าง มาเพื่อต้านแรงตามจิตใต้สำนึก ทว่ากลับโดนซัด เข้าหน้าอย่างจัง
“นังสารเลวๆ!” ถังเวยสองดวงตาแดงก่ำ ตะกายใบหน้าของซุนซิ่วหวาอย่างสุดแรง
ซุนซิ่วหวายกมือทั้งสองขึ้นปกปั้องใบหน้า ตามสัญชาตญาณ รอกระทั่งเหล่านางกำนัลเดิน เข้ามาลากตัวถังเวยออกไป นิ้วมือเรียวเล็กดุจ หยกทั้งสองข้างก็ถูกตะกายจนเขียวช้ำเป็นสี เปลือกแตงโม
หนึ่งในนางกำนัลที่ออกมาเดินเป็นเพื่อน ถังเวยรีบวิ่งไปรายงานพระชายาองค์รัชทายาท
ส่วนหนึ่งในนางกำนัลที่ออกมาเดินเล่นเป็น เพื่อนซุนซิ่วหวาก็รีบไปทูลองค์รัชทายาท
ยามที่พระชายาองค์รัชทายาทได้ยินบ่าวรับ ใช้รายงานเช่นนั้น ชาในมือก็สาดกระเซ็น “คุณหนูรองกับสนมซุนทะเลาะตบตีกันหรือ”
นางกำนัลพยักหน้าอย่างลนลาน “ตบตีกัน รุนแรงเชียวเพคะ กระชากเส้นผมของสนมซุน แถมตะกายใบหน้าและมือของสนมซุนอีกด้วย…”
พระชายาองค์รัชทายาทหนังตากระตุก
เรียกว่าถูกซัดฝั่ายเดียวมากกว่ากระมัง
เหมือนจะเป็นเรื่องที่น้องรองกล้าทำเสียด้วย
พระชายาองค์รัชทายาทรีบบึ่งตรงไปทางสวน
ตอนที่นางกำนัลของสนมซุนกำลังฟั้ององค์ รัชทายาทอยู่นั้น นางก็ร่ำไห้ไปด้วย“องค์รัช ทายาทเพคะ สนมซุนของพวกเราอยู่ในสวนดีๆ ก็ ถูกแม่นางรองถังตบตีเพคะ…”
“อะไรนะ” องค์รัชทายาทนึกว่าฟังผิดไป “ทะเลาะตบตีกันหรือ”
สองสตรี?
นางกำนัลเสียงสะอื้น “ไม่ใช่ตบตีเพคะ แต่ ถูกตบตีมากกว่า จู่ๆ แม่นางรองถังก็พุ่งเข้าไป กระชากผมของสนมซุน แถมตะกายข่วนใบหน้า ของสนมด้วย…”
องค์รัชทายาทได้ยินเช่นนั้นหนังศีรษะก็ชา วาบ “ข้าจะไปดูเอง”
ตอนที่องค์รัชทายาทมาถึง พระชายาองค์รัช ทายาทเองก็มาถึงแล้วเช่นเดียวกัน
พอเห็นซุนซิ่วหวาที่ถูกนางกำนัลประคองร่าง อยู่นั้น องค์รัชทายาทก็ถลึงตาโต
หญิงสาวที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงผู้นี้คือสนมซุนหรือ
ซุนซิ่วหวายกแขนเสื้อขึ้นปกปิดรอยข่วนบน ใบหน้าครึ่งหนึ่งไว้ พลางร้องเรียกองค์รัชทายาท เสียงสะอื้น
เมื่อเห็นมือที่เต็มไปด้วยรอยเลือดของซุนซิ่วห วา องค์รัชทายาทที่กำลังจะยื่นมือออกไปหาก็หด มือกลับมา
น่าสยองเกินไปแล้ว!
องค์รัชทายาทจนปัญญาจะข่มความรู้สึก สะอิดสะเอียนใจเพื่อปลอบประโลมสนมที่รักได้ จึงนำไฟโทสะระบายใส่พระชายาองค์รัชทายาท “พระชายา เจ้าดูแลน้องสาวเจ้าอย่างไรกันแน่!”
พระชายาองค์รัชทายาทเผยสีหน้าละอายใจ “คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นได้ หม่อม ฉันรับสั่งให้คนในวังไปตามหมอหลวงมาแล้วเพ คะ หากองค์รัชทายาทจะโทษก็โทษหม่อมฉันเถิด
เพราะหม่อมฉันยังคลายปมในใจให้น้องหญิงได้ ไม่ดี…”
ถังเวยใช้มือปิดหน้าพลางร่ำไห้ “พี่หญิง นาง ล้อว่าเหตุที่ข้าเสียโฉมเพราะผลกรรมตามสนอง ข้าถึงได้ลงไม้ลงมือ”
พระชายาองค์รัชทายาทสีหน้าขรึมลง “น้อง รอง เจ้าพูดให้น้อยๆ หน่อย”
องค์รัชทายาทมองถังเวยที่ใช้มือปิดหน้าร่ำไห้ จากนั้นก็หันไปมองซุนซิ่วหวาที่ใช้มือปิดหน้า พลางร้องไห้เสียงกระซิก
เมื่อเห็นองค์รัชทายาทมองมา หยาดน้ำตา ของซุนซิ่วหวาก็ร่วงเผาะ “แม่นางรองถัง เหตุใด เจ้าถึงเอ่ยคำให้ร้ายข้าเช่นนี้ ข้าเพิ่งเข้าเมืองหลวง มาได้ไม่กี่เดือน แทบไม่ได้ไปมาหาสู่กับเจ้าเลย เจ้าเองก็ไม่เคยทำเรื่องใดผิดต่อข้า เหตุใดข้าต้อง ล้อเจ้าว่ากรรมตามสนองด้วยเล่า”
ถังเวยย่อมไม่มีทางยอมรับเรื่องที่ตนเป็นคน ผลักซุนซิ่วหวาตกน้ำ ยิ่งเห็นนางน้ำตาไหลพราก ราวฟั้ารั่ว อารมณ์ก็ระเบิดทันที “เจ้าก็แค่นัง แพศยาที่เสแสร้งแกล้งทำก็เท่านั้น!”
องค์รัชทายาททนฟังต่อไปไม่ไหวจึงพูดขัดขึ้น ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “พระชายา เจ้ารีบเอาตัว น้องสาวของเจ้าออกจากวังไปเดี๋ยวนี้เลย”