คุณหนูรองสองชะตา - ตอนที่ 97 ความคิดชั่วร้าย
โดย : หอหมื่นอักษร
หวังกุ้ยขยับเข้าไปตรงหน้าองค์รัชทายาท กระซิบเสียงเบา “องค์รัชทายาท แม่นางใหญ่ หลินเป็นพระชายาเว่ยแล้วคงจัดการยาก แต่ถ้า เป็นแม่นางรองหลินยังมีความเป็นไปได้”
องค์รัชทายาทดวงตาทอประกาย “ว่ามา!”
เดิมทีคนที่เขาสนใจมากที่สุดก็คือแม่นางรอง หลิน ส่วนแม่นางใหญ่หลิน หากเก็บรวบมาด้วย ได้ย่อมเป็นเรื่องดี แต่หากยุ่งยากนักก็ช่างมัน
“ปีนี้แม่นางรองหลินอายุสิบหก กำลังอยู่ ในช่วงวัยหนุ่มสาวอยากมีความรัก แม้แต่สภาพ อย่างเว่ยอ๋องแม่นางใหญ่หลินยังยอมตกลงด้วย ความดีอกดีใจ สถานะของท่านสูงส่ง ใบหน้าก็ หล่อเหลา หากไปมาหาสู่กับแม่นางรองหลินให้ มากหน่อย ยังกลัดกลุ้มว่าแม่นางรองหลินจะไม่ หวั่นไหวอีกหรือ”
องค์รัชทายาทขมวดคิ้ว “ความหมายของเจ้า ก็คือให้ข้าตามเอาใจแม่นางรองหลิน?”
เขาไม่เคยทำเช่นนี้มาก่อน
หวังกุ้ยฉีกยิ้ม “องค์รัชทายาท ใน สถานการณ์ตอนนี้ไม้อ่อนดีกว่าไม้แข็ง ท่านลอง
คิดดูว่าสนมซุนก็ได้มาเพราะหลักการนี้ไม่ใช่ หรือ”
องค์รัชทายาทเลิกคิ้ว
เขาสามารถรับตัวหลานสาวเพียงคนเดียว ของพระชายาจิ้งเข้าวังบูรพาได้โดยไม่ต้องออก แรงสักนิด ก็ไม่ใช่เพราะสนมซุนถูกเขา ครอบครองหัวใจแล้วหรือ
ในเมื่อปลาเต็มใจมาติดเบ็ดเอง คนตกปลา ย่อมไม่ต้องทำอะไร
“มีเหตุผลอยู่บ้าง” องค์รัชทายาทพยักหน้า เล็กน้อยแต่ก็รู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย “ปัญหาอยู่ ที่ว่าข้าจะเข้าหาแม่นางรองหลินอย่างไร ข้าว่านัง หนูนั่นชอบหลบหน้าข้าอยู่เรื่อย”
องค์รัชทายาทไม่ใช่คนโง่ นับตั้งแต่เจอแม่ นางรองหลินที่จวนจิ้งอ๋องครั้งนั้น พอไปจวนอ๋อง ตอนหลังก็ไม่เคยเจอนางอีก คนที่มีใจอยากไต่ เต้าคงไม่มีท่าทีเช่นนี้
“องค์รัชทายาท แม่นางรองหลินคิดอยาก หลบหน้าท่านเพราะความต่างระหว่างท่านมีมาก นัก แต่ท่านสามารถดึงระยะห่างนี้ให้ใกล้ขึ้นได้นี่ พ่ะย่ะค่ะ” ความคิดของหวังกุ้ยพรั่งพรูออกมาดั่ง สายน้ำ ยิ่งพูดอารมณ์ก็ยิ่งมา
“ดึงอย่างไร” องค์รัชทายาทตรัสถามอย่าง ฉงน
หวังกุ้ยตอบด้วยท่าทีจริงจัง “วีรบุรุษช่วย หญิงงาม”
“วีรบุรุษช่วยหญิงงาม?” องค์รัชทายาทมุ่น คิ้วเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว
เขาเป็นถึงผู้สืบทอดบัลลังก์ แต่ต้องเสี่ยง อันตรายช่วยคนน่ะหรือ
องค์รัชทายาทส่ายศีรษะ
ต่อให้เป็นแค่อันตรายที่ลีบเล็กดุจเส้นผมก็ ไม่ได้เด็ดขาด
หวังกุ้ยเข้าใจองค์รัชทายาทเป็นอย่างดี จึงรีบ เอ่ย “เพื่อดึงระยะห่างให้ใกล้ขึ้นก็เท่านั้น พวก เราแค่ใช้คนของเราเองปลอมเป็นคนร้ายก็ได้ แล้ว”
แบบนี้พอได้อยู่
องค์รัชทายาทเห็นด้วยกับความคิดนี้
“เช่นนั้นกระหม่อมจะไปตามสืบสถานที่ที่แม่ นางรองหลินมักชอบไปบ่อยๆ จากนั้นก็จัดฉาก ละครนี้ขึ้นเสีย”
องค์รัชทายาทคลายปมคิ้วออกจากกัน “ไป จัดการเถิด”
พออารมณ์หงุดหงิดถูกคลี่คลาย องค์รัช ทายาทก็มุ่งหน้าไปหาซุนซิ่วหวา
เมื่อได้ยินว่าองค์รัชทายาทเสด็จมา ซุนซิ่วห วาก็ดีอกดีใจ
แผลบนใบหน้าของนางหายนานแล้ว ส่วน รอยแผลบนนิ้วมือเห็นไม่ชัดเจนเท่าไร ทว่า นับตั้งแต่องค์รัชทายาทจากไปวันนั้นก็ไม่เคยแวะ มาอีกเลย
ตอนแรกนางเองก็ไม่หวังให้องค์รัชทายาทมา เช่นกัน หากปล่อยให้องค์รัชทายาทเห็นรอยขีด ข่วนบนใบหน้าคงไม่ใช่เรื่องดี ทว่าถ้าใบหน้าหาย แล้วแต่ยังไม่เห็นองค์รัชทายาทเสด็จมา นางคง เริ่มร้อนใจขึ้นมาแล้วจริงๆ
สนมในวังบูรพามีอยู่มากมาย องค์รัชทายาท คงไม่ได้ลืมนางไปแล้วกระมัง
แม้สติปัญญาวิเคราะห์ว่ามีความเป็นไปได้ใน ข้อนี้ แต่ในแง่ความรู้สึก ซุนซิ่วหวาจนใจจะทน รับความทุกข์ทรมานนี้ได้
หากว่ากันด้วยเรื่องใบหน้าบุคลิก นางโดด เด่นเหนือใครในวังแล้ว
“ถวายบังคมองค์รัชทายาทเพคะ” ซุนซิ่วห วาทำความเคารพอย่างนอบน้อมต่อองค์รัช ทายาทที่เดินเข้ามา
องค์รัชทายาทอดเลื่อนสายตาไปมองหลังมือ ของซุนซิ่วหวาไม่ได้
อืม ไม่ขัดสายตาขนาดนั้นแล้ว
เขายกยิ้มประดับมุมปาก น้ำเสียงอ่อนโยน นุ่มนวล “รีบลุกขึ้นเร็วเข้า”
ยามที่พระชายาองค์รัชทายาทได้ยินข่าวว่า องค์รัชทายาทไปหาสนมซุน ก็รู้สึกอัดอั้นตันใจ
คิดไม่ถึงว่าองค์รัชทายาทจะมีเยื่อใยต่อซุน ซิ่วหวายาวนานขนาดนี้
พระชายาองค์รัชทายาทนั่งลงบนตั่งตัวยาว ความไม่สบายใจผุดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เว่ยอ๋องเลือกแม่นางใหญ่หลินเป็นพระชายา อย่างเหนือความคาดหมาย แต่ไหนแต่ไรมาองค์ รัชทายาทมักทำสิ่งใดตามใจตนเอง พอเห็นว่า ธรรมเนียมของราชวงศ์จู่ๆ ก็ไม่เป็นไปตาม กฎเกณฑ์เช่นนี้ หรือตำแหน่งพระชายาองค์รัช ทายาทของนางเองก็ไม่ได้มั่นคงอย่างที่นางคิดไว้ แล้ว
พระชายาองค์รัชทายาทรู้สึกถึงภัยอันตราย ในใจ จึงยิ่งจับตาดูซุนซิ่วหวาหนักกว่าเดิม
ส่วนทางฝังหวังกุ้ยก็สืบข่าวเรื่องที่อยากรู้ได้ แล้ว
“แม่นางรองหลินมักจะนัดสหายสองสามคน ออกไปดื่มชาเดินเล่น บางครั้งก็ออกจวนไปเป็น เพื่อนท่านแม่กับพี่สาว และบางครั้งก็อยู่จวน ต้อนรับจวิ้นจู่น้อย…”
องค์รัชทายาทได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้ว
สาวน้อยคนหนึ่งยุ่งมากทีเดียว
“ช่วงระยะสองวันมานี้ แม่นางรองหลินชอบ ขี่หลินเสี่ยวฮวาไปเที่ยวเล่น” พอพูดถึงประโยค ท้าย หวังกุ้ยก็แสดงสีหน้าประหลาดใจขึ้นมา
ถึงอย่างไรก็เป็นถึงน้องสาวแท้ๆ ของว่าที่ พระชายา แต่ปล่อยตัวตามสบายเพียงนี้เชียว หรือ
องค์รัชทายาทนึกว่าหูฝาดไป “ขี่ใครนะ”
“ลาขนน้อยตัวหนึ่งพ่ะย่ะค่ะ แม่นางรองหลิน ตั้งชื่อให้มันว่าหลินเสี่ยวฮวา”
องค์รัชทายาทมุมปากกระตุก
เขานึกภาพเจ้าตัวอะไรนั่นไม่ออกเลยจริงๆ
หวังกุ้ยนึกว่าองค์รัชทายาทไร้ซึ่งความสนใจ “องค์รัชทายาท เช่นนั้นยังจะวางแผนตามเดิม …”
องค์รัชทายาทเหลือบมองเขา “เจ้าพูดจา เหลวไหลอะไรกัน”
เรื่องที่แม่นางรองหลินขี่เจ้าลาขนเกี่ยวข้อง อะไรกับเรื่องที่เขาสนใจในตัวแม่นางรองหลิน ด้วยหรือ
เจ้าหมารับใช้หวังกุ้ยไม่มีไหวพริบขึ้นเรื่อยๆ เลย
เห็นท่าทีรังเกียจขององค์รัชทายาท หัวใจ ของหวังกุ้ยก็บีบรัดแน่น “กระหม่อมจะไปจัดการ เดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ”
แสงแดดอบอุ่นในช่วงต้นเหมันต์ฤดูสาดทอ ทุกซอกทุกมุมทั่วทั้งเมืองหลวง หลินเห่าขี่หลิน เสี่ยวฮวาเดินเล่นด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับไร้ จุดหมาย
ราชครูฉินอวิ๋นชวนขององค์ราชทายาทตาย แล้ว หมอดูฟังเฉิงจี๋เองก็ตายแล้ว อาจารย์ที่ สูญเสียจดหมายลับไปก็เก็บซ่อนร่องรอย ส่วนพี่ หญิงก็กลายเป็นว่าที่พระชายาเว่ย
พอเรื่องราวเปลี่ยนแปลงไปมาก สิ่งที่ไม่รู้ก็ มากขึ้นตามไปด้วย แต่การเปลี่ยนแปลงเรื่อง แต่งงานของพี่หญิงช่วยให้ภัยคุกคามขององค์รัช ทายาทที่มีต่อพวกนางลดน้อยลงชั่วคราว ภายใต้ สถานการณ์ที่ไม่แย่เช่นนี้ นางตัดสินใจรอดู สถานการณ์อย่างเงียบๆ ก่อนดีกว่า
เพราะองค์รัชทายาทอาจจะรนหาที่ตายชิง ก่อความวิบัติขึ้นเองก็ได้
พอไม่มีวิกฤตเผชิญเบื้องหน้า ในที่สุดหลิน เห่าก็มีสมาธิจัดการอีกเรื่องหนึ่ง นางอยากช่วย คนบางคน หากพูดให้ถูกต้องก็คือเด็กคนหนึ่งกับ ขอทานคนหนึ่ง
เมื่อชาติก่อนนางหนีจากแหล่งกบดานของ ฮ่องเต้ผิงเล่อกลับเข้าเมืองหลวง นางหลบซ่อน คนของฮ่องเต้ผิงเล่อที่ตามไล่ฆ่าพลางสืบหาความ จริงเรื่องการตายของพี่หญิงของตนเอง
ถึงแม้นางจะฝึกวิชาประหลาดหายากติดตัว จากอาจารย์มาบ้าง แต่ถึงอย่างไรสองมือก็ยากจะ ต่อกรกับสี่มือ ดังนั้นยามเผชิญกับพลังวรยุทธ์ขั้น สุดยอดจึงทำได้แค่หนี มีครั้งหนึ่งนางเกือบถูกจับ ได้ แต่มีขอทานคนหนึ่งช่วยปกปั้องนาง จนนาง หนีจากภัยอันตรายครั้งนั้นมาได้
ตอนหลังนางก็ตามหาขอทานคนนั้นพบ จนรู้ ชื่อของเขา เขามีนามว่าอาซิง
นางแทบเอาตัวเองไม่รอดจึงไม่กล้าทำความ รู้จักกับอาซิงมากนัก นางให้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อ เป็นการขอบคุณอาซิงไป อาซิงกำกระเปั๋าหูรูดที่ มีเหรียญเงินแน่นพลางร่ำไห้ บอกว่าเสี่ยวเย่ว์ เลี่ยงน้องชายของเขาตายเพราะอากาศเหน็บ หนาวเมื่อสามปีก่อน หากตอนนั้นมีเงินให้น้องไป หาหมอ ไม่ปล่อยให้น้องหิว บางทีน้องชายเขา อาจจะยังไม่ตาย
หากนางเจอตัวพวกเขา นางจะทำให้เสี่ยว เย่ว์เลี่ยงของอาซิงมีชีวิตต่อไป
หลินเห่าขี่หลินเสี่ยวฮวาวนเวียนไปมาด้วย ท่าทีไม่รีบไม่ร้อน
นางเจออาซิงแถวๆ บริเวณนี้ ถึงแม้เมือง หลวงจะมีอาณาเขตกว้างขวาง แต่ขอทานก็มี กฎระเบียบที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรเช่นกัน จุด ขอทานจะถูกกำหนดเป็นที่ หากวิ่งไปถิ่นอื่นคง ถูกสั่งสอนเอาได้
หากดวงดี การหาตัวสองพี่น้องอาซิงเจอ น่าจะไม่ใช่เรื่องยาก
แต่นางค้นพบว่านางดวงไม่ค่อยดีนัก วนเวียน มาสองวันแล้วอย่าว่าแต่ไม่เจออาซิงเลย แต่ เหมือนนางจะนำพาเรื่องเดือดร้อนมาด้วย
หลินเห่าใช้สายตากวาดมองคนที่อยู่บริเวณ ใกล้เคียงซึ่งทำตัวลับๆ ล่อๆ ก็รู้สึกฉงนอยู่บ้าง
การคุ้มกันในเมืองหลวงแย่ขนาดนี้เชียว หรือ นางเจอโจรที่คิดปล้นกันกลางถนน?
ใช่ว่านางจะไม่มั่นใจในความงามของตนเอง แต่ตอนออกจวนนางแต่งตัวธรรมดา ดูไม่เหมือน คนมีเงินเลยสักนิด
ภายใต้หางตา สองคนนั้นขยับเข้ามาใกล้นาง ขึ้นเรื่อยๆ
คนที่เดินอยู่ด้านหน้าพุ่งเข้ามาขวางหลินเห่า ไว้ก่อนจะเปล่งเสียงร้องโอดโอยดังขึ้นอย่างน่า สังเวช
มือที่จับบังเหียนของหลินเห่ากำแน่น สายตา เย็นชาคอยดูว่าชายที่เดินซวนเซแล้วทิ้งตัวดีดดิ้น อยู่บนพื้นเบื้องหน้านางผู้นี้คิดจะทำอะไร