คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 1206 เจตนาฆ่าของตระกูลสวรรค์
………………..
ฉินหลิวซีระงับความคิด ไฟนรกที่รุนแรงพลันหายไปด้วย นางงอ
ปลายนิ้ว นิ้วชี้มือซ้ายดีดออกไป
“คิดจะลอบวางแผนข้า ข้าจะเผาเจ้าให้ตาย” นางตะคอกอย่าง
รุนแรง
เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ทันใดนั้นก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ แย่
แล้ว การตอบสนองในการป้องกันตัวเร็วเกินไป ทันทีที่แผดเผาก็ได้
แผดเผาดวงวิญญาณตนนั้นไปด้วย ยังไม่ทันรู้เลยว่าเขาเป็นใคร ยึด
ร่างมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ฉินหลิวซีหันหน้ามองไปยังอวี้ลิ่งหลานที่ล้มลงบนพื้น ก่อนจะ
เดินไปหา มือสำรวจไปที่จิตในแท่นวิญญาณของเขา จากนั้นก็ดึง
กลับคืนมา มองไปรอบๆ
ตอนนี้ไม่มีใคร เช่นนั้นก็ชนแล้วหนี?
สามจิตเจ็ดวิญญาณของเด็กโชคร้ายผู้นี้ถูกกลืนกินไปมากกว่า
ครึ่งแล้ว กลายเป็นคนโง่แล้ว หากนางค้นดวงวิญญาณของเขาอีก
คาดว่าคงจะดวงวิญญาณแตกสลาย กลายเป็นคนตาย
ฉินหลิวซีมองดูโหงวเฮ้งของเขา ถอนหายใจ เกิดในตระกูลอวี้
ด้อยกว่าอวี้ฉังคงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่กลับมีจิตใจที่อยากจะ
แข่งขันเพื่อความโดดเด่นและมีความอิจฉาริษยา มิเช่นนั้นด้วยโชค
ลาภและฮวงจุ้ยของตระกูลอวี้ อย่างน้อยก็ต้องได้รับความคุ้มครองอยู่
บ้างกระมัง
เดิมทีอยากจะจากไป เมื่อนึกถึงอวี้ฉังคง ฉินหลิวซีจึงอุ้มคนผู้นี้
ขึ้นมา ก้าวเข้าไปในความว่างเปล่า ไม่นานก็มาถึงตระกูลอวี้ โยนเขา
เข้าไปในลานแห่งหนึ่ง ส่วนนางก็ไปที่หลุมศพบรรพบุรุษตระกูลอวี้
ตอนนั้นตระกูลอวี้ถูกขโมยโชคลาภ ดวงวิญญาณขโมยร่างตน
นั้นเป็นผลงานของซื่อหลัว ใครจะไปรู้ว่าเขามีแผนสำรองหรือไม่
ดวงจันทร์บดบังส่วนลึกของเมฆหมอก
ฉินหลิวซียืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า มองหลุมศพบรรพบุรุษ
ด้านล่าง หยิบของที่ได้มาจากซือเหลิ่งเย่ว์ กระโดดหลายครั้ง
ติดต่อกัน วางค่ายอาคมสะท้อนกลับดวงชะตาในบริเวณนี้
ไม่ว่าใครมาลงมือทำสิ่งไม่ดี ก็จะถูกค่ายอาคมสะท้อนกลับ
นางป้องกันปีศาจร้าย และยิ่งป้องกันซื่อหลัว
อย่างไรเสียโชคลาภของตระกูลอวี้นั้นก็รุ่มรวยกว่าตระกูลขุนนาง
หลายตระกูล หากไม่ใช่เพราะตอนนั้นถูกขโมยไปไม่น้อย ก็จะ
เจริญรุ่งเรืองมากกว่านี้
หลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว ฉินหลิวซีก็ใช้กระดาษยันต์ฉีกเป็นร่าง
ตุ๊กตากระดาษ เสกมนต์ส่งสารลงไปบนตุ๊กตากระดาษ จากนั้นก็
ปล่อยมันไป
ตุ๊กตากระดาษส่ายหน้าโบกมือให้นาง เดินขากะเผลกจากไป
ฉินหลิวซี “…”
นางไม่คุ้นเคยกับการทำสิ่งนี้แล้วหรือ ดูเหมือนว่าตุ๊กตากระดาษ
จะขาสั้นข้างยาวข้าง นางทำข้อผิดพลาดโง่ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร
จะต้องเป็นผลสืบเนื่องมาจากที่ไปทำร้ายหายนะอย่างจ้าวอ๋อง
แน่ๆ
ไม่สนใจแล้ว
“รากฐานของตระกูลตัวเองก็เฝ้าเอง รักษาไว้ไม่ได้ เช่นนั้นก็โทษ
ใครไม่ได้” ฉินหลิวซีทิ้งไว้หนึ่งประโยคแล้วหายตัวไปในความว่าง
เปล่า
หลังจากที่นางจากไปก็มีเงาปรากฏขึ้นที่หลุมศพใหญ่ในสุสาน
บรรพบุรุษ รับรู้ถึงค่ายอาคมในสุสานบรรพบุรุษแห่งนี้ อดรู้สึกสบาย
ใจไม่ได้
เจ้าเด็กฉังคงผู้นั้นเก่งไม่เบาเลย เส้นสายไม่เลวเลยทีเดียว!
อวี้ฉังคงที่ติดตามฉีเชียนมาซีเป่ยได้จามขึ้นมา ไม่สนใจสายตา
เป็นกังวลของฉีเชียนที่มองมา ชี้ที่แผนภาพพลางกล่าวว่า “ซีเป่ยเป็น
อาณาเขตของตระกูลเฉวียน ท่านไม่ต้องคิดถึงกำลังทหาร แต่
จำเป็นต้องพยายามสร้างความประทับใจที่ดี ข้าได้ดูอย่างละเอียดแล้ว
ไม่สามารถจ่ายเงินค่าจ้างทหารได้ ทหารก็ค่อนข้างคิดลบ ท่านควัก
เงินส่วนตัวออกมาใช้เถิด ยิ่งระดับต ่าเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องการค่าจ้าง
ทหารมากขึ้นเท่านั้น”
ฉีเชียนพยักหน้า “ข้าก็คิดเช่นนี้ เพียงแต่กลัวว่าเฉวียนจิ่งจะคิด
ว่าข้ากำลังซื้อใจคน”
อวี้ฉังคงหัวเราะ “ท่านคิดมากไปแล้ว หากทหารตระกูลเฉวียน
ติดสินบนได้ง่ายขนาดนั้น เช่นนั้นชื่อเสียงของตระกูลเฉวียนก็คงไม่
ยิ่งใหญ่ขนาดนี้”
ฉีเชียนรู้สึกเขินอายเล็กน้อย “เป็นข้าที่ตื้นเขินเอง”
“ท่านเป็นคนในราชวงศ์ มีความคิดเช่นนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก หาก
พวกจ้าวอ๋องอยู่ที่นี่ ก็ใช่ว่าจะไม่มีความคิดเช่นนี้” อวี้ฉังคงเอ่ยเสียง
เรียบ
หลังจากที่เขากล่าวจบ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอยู่ข้างนอก
เฉวียนจิ่งมาแล้ว
เพียงแต่ผู้ที่มากับเขาเป็นกงกงประกาศราชโองการจากเมือง
หลวง และเนื้อหาในราชโองการล้วนทำให้พวกเขาประหลาดใจและ
ตกใจเล็กน้อย
เฉวียนจิ่งกับอวี้ฉังคงมองหน้ากัน กล่าวว่า “รุ่ยอ๋อง ท่าน
เตรียมพร้อมแล้วหรือไม่”
ให้ภูมิหลังอย่างเป็นทางการแก่เขา นี่หมายความว่าอย่างไร ทุก
คนที่นี่ต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ
ฉีเชียนได้สติกลับมา โค้งคำนับทั้งสอง “ขอทั้งสองท่านโปรด
ช่วยข้าด้วย”
ตำแหน่งใหญ่นั้น เขาต้องขึ้นไปนั่งอย่างปลอดภัย
เฉวียนจิ่งเดินออกมาจากกระโจมทหาร มองดูเกล็ดหิมะที่ตกลง
มา พ่นลมหายใจแล้วก้าวยาวเดินจากไป
ฉีเชียนมองไปยังอวี้ฉังคง กล่าวว่า “ฉังคง ท่านคิดว่าสิ่งที่กล่าว
ในราชโองการเป็นจริงหรือไม่”
อวี้ฉังคงสีหน้าเรียบเฉย “จริงหรือไม่นั้นสำคัญด้วยหรือ ท่านคือ
รุ่ยอ๋อง บุตรชายของพระสนมหวงกุ้ยเฟยที่จากไปแล้ว ย่อมดีกว่าบุตร
ที่อยู่ภายใต้ชื่อของนางสนมหรูเฟยไม่ใช่หรือ”
ฉีเชียนนึกถึงสตรีผู้นั้น สีหน้าเย็นชา หลังจากเงียบไปนานก็
กล่าวเพียง “อืม”
อวี้ฉังคงคุยกับเขาอยู่สักพัก จากนั้นก็กลับไปที่กระโจมของ
ตัวเอง ทบทวนการจัดวางกำลังครั้งถัดไป ขณะที่กำลังจะนอนลง ก็ได้
ยินเสียงดังก๊อกแก๊ก
เขาหันไปมอง ตุ๊กตากระดาษขาสั้นข้างยาวข้างตัวหนึ่งปรากฏ
ตัวขึ้นในความว่างเปล่า เดินวนรอบตัวเขาหนึ่งรอบ จากนั้นก็เผาไหม้
ตัวเอง เสียงของฉินหลิวซีดังเข้าไปในหูของเขา
เมื่อได้ยินสิ่งที่นางพูด อวี้ฉังคงก็ขมวดคิ้ว มีความรู้สึกเย้ยหยัน
และเย็นชาเล็กน้อย ตระกูลสวรรค์ไร้ความปรานี สิ่งที่กล่าวมานั้นเป็น
เรื่องจริง หากฉีเชียนรู้เข้าจะทำอย่างไร
และเรื่องที่เกิดขึ้นกับอวี้ลิ่งหลานกลับทำให้เขากังวลใจอยู่บ้าง
คิดไม่ถึงว่าน้องรองไม่ใช่น้องรองคนเดิมมาตั้งนานแล้ว ไม่แปลกใจ
เลยที่ขัดแย้งกันเช่นนี้ เมื่อก่อนน้องรองไม่ได้เสแสร้งขนาดนี้
โง่แล้ว ก็ดี
รักษาชีวิตไว้ อยู่ในตระกูลก็จะปลอดภัยไปจนแก่เฒ่า
อวี้ฉังคงถอนหายใจยาว
ในวังหลวง
ได้ยินมาว่าจวนจ้าวอ๋องถูกฟ้าผ่าอย่างอธิบายไม่ได้ ครึ่งหนึ่งของ
ห้องถล่มลงมา คุณชายตระกูลอวี้ผู้นั้นหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ส่วนจ้าวอ๋องก็เอาแต่บอกว่ามีผี ขาของเขาก็สั้นข้างยาวข้างอย่าง
อธิบายไม่ได้ เอาแต่ร้องตะโกนว่าจะหาปรมาจารย์มาไล่วิญญาณร้าย
จับผี ทำให้ฮ่องเต้ที่ยังคงรักษาอาการบาดเจ็บรำคาญเป็นอย่างมาก
ไม่ต้องพูดว่าเป็นปีที่มีเรื่องมากมาย ร่างกายมังกรของตัวเองล้ม
ป่วย ทำได้เพียงนอนรักษาอยู่บนเตียง ส่วนมหาราชครูจู่ๆ ก็หนีไป
หาเท่าไหร่ก็ไม่พบ ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกกลั่นแกล้งทอดทิ้ง
นอกจากนี้ ข่าวที่กรมอาญาส่งมาก็ทำให้เขากังวลใจ
ร้านยาตำหนักอายุวัฒนะถูกปิดตรวจสอบ เจ้าของร้านถูกจับ แต่
คนเมื่อมาถึงกรมอาญาก็ทำลายกรมอาญาจนเละแล้วหลบหนีออก
จากคุกไปอย่างเงียบๆ ทำให้เขารู้สึกถึงภัยคุกคามครั้งใหญ่
ได้ยินผู้บังคับบัญชาบอกว่าเจ้าของร้านผู้นั้นประหลาดเล็กน้อย
ไม่ค่อยเหมือนพ่อค้าธรรมดาทั่วไป ราวกับนักพรตที่มีฝีมือไม่
ธรรมดา
ฝีมือไม่ธรรมดา
มหาราชครูก็เป็นเช่นนี้ เจ้าของร้านขายยาก็เป็นเช่นนี้ ซ ้ายังมี
ความเคลื่อนไหวของศาสนาพุทธและลัทธิเต๋า ล้วนทำให้เขารู้สึก
หวาดกลัวและถูกคุกคาม
อาณาจักรของเขาดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยมั่นคงอย่างที่เขาคิดไว้
แต่มีอันตรายที่เขามองไม่เห็นมากมาย เขาไม่ใช่ผู้สูงส่งในสายตา
ของราษฎร มีคนบางคนที่อยู่เหนือเขา
ความคิดเช่นนี้ ทำให้เขาไม่มีความสุขเป็นอย่างมาก
ด้วยเหตุนี้อารมณ์ของฮ่องเต้จึงคาดเดาได้ยากและฉุนเฉียวมาก
ขึ้นเรื่อยๆ มองทุกคนด้วยสายตาสงสัยและพิจารณา
อย่าปล่อยให้ผู้อื่นล่วงล ้าขอบเขตอำนาจของตัวเอง
ภัยคุกคามจะต้องจับกดหมอนให้ตาย นักพรตที่ฝีมือไม่ธรรมดา
ก็ไม่มีข้อยกเว้น
เสนาบดีลิ่นสังเกตเห็นเจตนาสังหารอันแปลกประหลาดของ
ฮ่องเต้ เขารู้สึกกังวลเล็กน้อย ล่าช้าไม่ได้แล้ว จะต้องรีบตัดสินใจเรื่อง
รัชทายาทโดยเร็วที่สุด จากนั้นก็จัดพิธีพระบรมศพ!