คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 19 แม่ใหญ่มอบปิ่น
สะใภ้หวังยืนอยู่ในเรือนเล็กที่อยู่ห่างไกลของฉินหลิวซี ก่อนจะ
มองไปรอบๆ
ไม่ใช่เรือนหลังใหญ่โตอะไร และไม่ได้มีต้นไม้ดอกไม้อะไร
มากมายด้วย พื้นที่เป็นทรงสี่เหลี่ยม ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมี
ภูเขาจำลองเล็กๆ ประดับอยู่มุมหนึ่ง ด้านล่างภูเขาจำลองมีสระน ้า
เล็กๆ ในสระน ้าปลูกดอกบัวไว้สองสามต้น บัดนี้ใกล้จะสิ้นเดือนเจ็ด
อยู่แล้ว แต่ในสระก็ยังมีดอกบัวดอกหนึ่งบานไหวระริก มีปลาตัวเล็ก
หน้าตาแปลกๆ สองตัวสีดำตัวหนึ่งและสีขาวตัวหนึ่งว่ายวนอยู่ในนั้น
ด้วย
ทิวทัศน์เช่นนั้นทำให้สะใภ้หวังเอ้อระเหยอ้อยอิ่ง เมื่อมองไปทาง
ทิศตะวันออกเฉียงใต้ก็เห็นว่ามีต้นทับทิมปลูกไว้อยู่ต้นหนึ่ง ดอก
ทับทิมบนต้นยังคงบานสะพรั่ง สีแดงสดใสให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวานัก
ลมพัดโชยมาและหอบเอากลิ่นดอกไม้จากที่ไหนสักแห่งลอย
ตามลมมาด้วย สะใภ้หวังกำลังจะตามกลิ่นนั้นไป ฉินหลิวซีก็ออกมา
ต้อนรับนางเสียก่อน
“ท่านแม่มาที่นี่ได้เช่นไรเจ้าคะ” ฉินหลิวซีคารวะสะใภ้หวัง
สะใภ้หวังชะงักฝีเท้าและแย้มยิ้ม “ฟ้ายังไม่ทันมืด ข้าจะมาพูดคุย
กับเจ้าสักหน่อย”
ฉินหลิวซีหันข้างหลีกทางให้และเชิญนางเข้าไปในห้อง
สะใภ้หวังเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ ยกเท้าก้าวเข้าไปข้างใน พอเข้าไป
ในห้องแล้วก็มองไปรอบๆ
ในห้องไม่มีเครื่องเรือนหรือการตกแต่งที่หรูหราแต่อย่างใด มี
เพียงโต๊ะตัวหนึ่งวางอยู่ข้างหน้าต่าง และมีอุปกรณ์การเขียนและ
หนังสือที่พับไว้ลวกๆ จำนวนหนึ่ง ข้างโต๊ะมีตั่งตัวหนึ่งและผ้าห่มผืน
บางสีน ้าเงินเรียบๆ ผืนหนึ่ง
ตรงกลางห้องมีโต๊ะกลมตัวหนึ่งพร้อมชุดน ้าชา สะใภ้หวังนั่งลง ฉี
หวงยกน ้าชาให้
สะใภ้หวังจิบชาพลางหันไปมองฉินหลิว เอ่ย “บ้านหลังนี้ก็ไม่ได้
เล็กอะไร ห้องที่ว่างก็มีตั้งมาก เหตุใดหลายปีนี้เจ้าจึงได้เลือกที่จะอยู่
ในเรือนที่ห่างไกลเช่นนี้เล่า”
ฉินหลิวซีเอ่ยเรียบๆ “สะดวก สงบเจ้าค่ะ”
สะใภ้หวังสำลักไปทันที ที่นี่จะนับว่าสงบได้อย่างไร ตำแหน่งของ
เรือนหลังนี้อยู่ใกล้กับถนนด้านหลัง มีประตูด้านข้างเปิดเข้าออกได้
ทั้งยังได้ยินเสียงต่างๆ อยู่บ้าง
ที่นางบอกว่าสะดวกคงไม่ได้หมายถึงเข้าออกสะดวกหรอก
กระมัง?
สะใภ้หวังระงับความคิดนั้นทันที มองใบหน้าที่จืดชืดนั้นและเอ่ย
ไม่ออกไปชั่วขณะ
มารดาผู้ให้กำเนิดของฉินหลิวซีหน้าตางดงาม ยิ่งไม่ต้องพูดถึง
รูปร่างของนางเลย แต่ฉินหลิวซีกลับดูไม่เหมือนมารดาของเลย
ใบหน้าของฉินหลิวซีไม่ได้นุ่มนวลและมีเสน่ห์ แก้มตอบเล็กน้อย
ริมฝีปากบางเป็นสีแดง แต่แววตากลับฉลาดเฉลียว เมื่อใดที่เชิดหาง
ตาขึ้น นางยิ่งดูเย่อหยิ่งดูแคลนใครต่อใครไปหมดทุกคน
แต่ผิวพรรณของนางยังพอดูได้
สะใภ้หวังเอ่ย “หลายปีมานี้เจ้าอยู่ที่บ้านเก่านี่คนเดียวลำบาก
แล้ว”
ฉินหลิวซีเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะเอ่ย “ก็ไม่นับว่าลำบากอะไร แบบนี้ก็
ดี ข้าชินแล้วเจ้าค่ะ”
สะใภ้หวังได้ยินเช่นนั้นก็ชะงักค้างไปทันที ไม่เอ่ยอะไรมาก เพียง
หยิบปิ่นออกมาจากแขนเสื้อและส่งให้ “ที่จริงเราก็ควรจะจัดงานพิธี
ปักปิ่นให้เจ้า แต่ที่บ้านเกิดเรื่องกะทันหัน ข้าเองก็ไม่สามารถหยิบจับ
อะไรมาได้ ปิ่นเงินอันนี้ข้าเพิ่งจะซื้อมาเมื่อวาน เป็นของขวัญเล็กๆ
น้อยๆ ให้เจ้า”
ฉินหลิวซีมองดูปิ่นเงินลวดลายดอกไห่ถังนั้นแล้วก็อึ้งงันไปครู่
หนึ่ง สักพักก็รับไปแล้วเอ่ยว่า “ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ”
สะใภ้หวังเผยยิ้ม “ขอบคุณอะไรกัน นี่เป็นสิ่งที่ตระกูลฉินควร
จะต้องให้เจ้าอยู่แล้ว หากไม่เกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน เจ้าก็ควรได้ปิ่นที่
ดีกว่านี้ เพราะถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลฉินเรา
แม้ว่าจะเป็นเพียงในนาม แต่เจ้าก็ได้ชื่อว่าเป็นบุตรสาวของภรรยา
เอก”
ฉินหลิวซีนิ่งเงียบและปักปิ่นเงินบนศีรษะของตน ก่อนจะเอื้อมมือ
ไปแตะข้อมือของนางแล้วจึงเอ่ย “ท่านผ่อนคลายลงหน่อย”
ทันทีที่ฉินหลิวซีจับเจอชีพจรก็นิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้า
ขึ้นมองตำแหน่งเรือนบุตรธิดาของสะใภ้หวังซึ่งคล ้าลงเล็กน้อย นาง
อดเม้มริมฝีปากไม่ได้
“ท่านแม่นอนไม่หลับ ไฟในตับมากเพราะความโศกเศร้า นาน
เข้าจะทำร้ายร่างกาย ส่งผลต่ออายุขัย ผ่อนคลายจึงจะมีความหวัง”
แววตาของสะใภ้หวังสั่นไหวเล็กน้อย ดวงตาทั้งคู่ประสานสบกัน