คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 191 ย้อนกลับ
เมื่อฉินหลิวซีเห็นว่าฮูหยินเจาต้องการทำลายคำสาปจึงไม่เอ่ย
อะไรมาก หยิบภาพวาดยันต์ออกมา เผายันต์สีเหลืองเพื่อทูลเทพเจ้า
จากนั้นตัวเองก็ไปนั่งขัดสมาธิที่หน้าแท่นบูชา มือทั้งสองข้างนิ้วชี้แตะ
นิ้วโป้ง หงายฝ่ามือขึ้นแล้วหลับตาลง
นางท่องคาถาในใจ นิ้วร่ายมนต์อย่างคล่องแคล่ว ซ ้าไปซ ้ามา
และรวดเร็ว หลังจากนั้นไม่นาน พลังวิญญาณค่ายกลดาวเหนือเทียน
กังก็เคลื่อนไหวโดยไร้แรงลม มาประทับที่ร่างกายของนาง
ฮูหยินเจากับเจาชิงม่านที่อยู่ด้านข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ ใน
ใจแอบตกใจ ประตูและหน้าต่างถูกปิด แต่พลังวิญญาณที่มองไม่เห็น
ดูเหมือนจะปรากฏขึ้นมาในอากาศ ลึกลับเป็นอย่างมาก
ทั้งสองคนมองไปยังฉินหลิวซีที่นังขัดสมาธิอยู่หน้าแท่นบูชา ใน
ใจรู้สึกยำเกรง
นักพรตน้อยผู้นี้ยังเด็กมาก แต่วิชาเต๋าของเขากลับแก่กล้า
ทางด้านนอก ดวงตาของอวี้ฉังคงลุ่มลึก เหมือนมีแสงสีทองวาบ
ผ่านดวงตาไป เขามองดูพลังงานสีม่วงทองหมุนวนมุ่งไปทางเรือน
ตรงหน้าด้วยตาของตัวเอง
ดวงตาของเขาขยับเล็กน้อย คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตรงไปที่
ระเบียบทางเดินของเรือนหลัง นั่งขัดสมาธิ แล้ววางมือทั้งสองข้างวาง
ราบไปกับเข่าแล้วหงายขึ้นเหมือนที่เขาเห็นชิงหย่วนทำ จากนั้นก็
หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย
มู่ซีอุทานด้วยความสงสัย เขาไม่ได้เห็นพลังใดๆ เหมือนกับอวี้ฉัง
คง แต่เมื่อครู่รู้สึกว่าร่างกายอบอุ่นและสบายเป็นอย่างมาก
เมื่อเห็นว่าจู่ๆ อวี้ฉังคงก็นั่งลง เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ด้วย
เหตุผลที่ยอมแพ้ไม่ได้ จึงเดินตามไปนั่งลงด้วย
ภายในเรือน ฉินหลิวซีดึงพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของตน
เชื่อมต่อกับทวารทั้งเจ็ด อ้าปากท่องมนต์คาถาแห่งแสงสีทองอัน
ศักดิ์สิทธิ์
“มหาเทพเสวียนจงแห่งสวรรค์และโลกมนุษย์ มีรากอันทรงพลัง
ฝึกฝนมานานหลายหมื่นกัลป์ ได้พิสูจน์พลังเหนือธรรมชาติ ทั้งใน
และนอกของสามโลก เป็นเทพเจ้าเพียงหนึ่งเดียวของเต๋า…ข้าพเจ้า
ได้รับคำสั่งจากปรมาจารย์แห่งเต๋า สังหารปีศาจปกป้องเต๋า
ปราบปรามวิญญาณร้าย น้อมรับคำสั่ง! ”
มือทั้งสองของนางร่ายมนต์แล้วตีไปที่ตะเกียงน ้ามันทั้งหมด
ยกเว้นตะเกียงชะตาชีวิต ตะเกียงน ้ามันที่เหลือดับไปทีละดวง
ในขณะเดียวกันค่ายกลหมู่ดาวเจ็ดดวงถูกกางออกในห้องจิ้งซื่อ
แห่งหนึ่งของเรือนเล็กๆ แห่งหนึ่งเช่นกัน นักพรตสายดำผู้ชั่วร้าย
ใบหน้ายาวและดวงตาเล็กกำลังนั่งอยู่กลางค่ายกล ทันใดนั้นเขาก็ลืม
ตาขึ้น สีหน้าตกตะลึง มองไปยังตะเกียงเจ็ดดาวที่ตัวเองจุดขึ้น
แย่แล้ว มีคนกำลังทำลายมนต์ของเขา
นักพรตสายดำรีบร่ายมนต์เพื่อปกป้องตะเกียงและจุดตะเกียงที่
ดับลงขึ้นใหม่ ยิ้มหยัน
ฉินหลิวซีลืมตาขึ้นด้วยความโกรธเล็กน้อย “บังอาจ! ”
นางจุดยันต์มหาเทพแห่งสวรรค์ มือทั้งสองข้างร่ายเวทมนต์ที่
ซับซ้อนยิ่งขึ้น ดับไฟตะเกียงน ้ามันอีกครั้ง ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบโต้
กลับ นางก็ท่องคาถาทั้งเจ็ด จุดตะเกียงที่ดับให้สว่างขึ้นมาใหม่ และ
ตะเกียงนั้นก็คือตะเกียงต่ออายุเจาชิงม่าน
สิ่งที่เรียกว่ายืมชะตาชีวิตเป็นเพียงการยืมโชคชะตาของอีกฝ่าย
ไปทดแทน และได้พรากโชคกับพลังงานชีวิตไปด้วย ขอเพียงแค่พิธี
การสำเร็จก็จะสามารถยืมชะตาชีวิตของนางได้อย่างสมบูรณ์
สิ่งที่ฉินหลิวซีทำคือการนำสิ่งที่อีกฝ่ายเอาไปกลับคืนมา
ตะเกียงชะตาชีวิตเจ็ดดาวเทียบเท่ากับจุดฝังเข็มที่สำคัญที่สุดบน
ร่างกายของคน หากจุดขึ้นมาทีละดวงต่อเนื่องกัน เมื่อพิธีการสำเร็จ
พลังชีวิตและโชคก็จะกลับคืนมา
ฉินหลิวซีเด็ดขาด ไม่เหลือทางรอดให้แก่อีกฝ่าย รวบรวมนำสิ่ง
ที่สูญเสียไปกลับคืนมา ทั้งยังร่ายคาถาเจ็ดเต๋าบนตะเกียงชะตาชีวิต
ร่ายคาถาสังหารปีศาจใส่อีกฝ่าย ตะเกียงทั้งเจ็ดดวงสว่างไสว
เจาชิงม่านรู้สึกราวกับว่าพลังในร่างกายเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้
ชัด ร่างกายเต็มไปด้วยความอบอุ่น ขจัดความเหนื่อยล้าที่มีก่อนหน้า
นี้ออกไปจนหมดสิ้น
นางประหลาดใจเป็นอย่างมาก
เมื่อนักพรตสายดำเห็นว่าตะเกียงต่อชะตาชีวิตที่สำคัญที่สุดดับ
ลง ซ ้ายังระเบิดอีกด้วย หน้าอกของเขารู้สึกปวดร้าวเหมือนถูกแทง
ด้วยของแหลมคม
เขาร้องด้วยความเจ็บปวด มือกุมหน้าอกพร้อมกระอักเลือดออก
มาเต็มปาก
ใคร ใครมาทำลายคาถาของเขา!
อีกด้านหนึ่ง ในเรือนของจวนขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง สตรีผู้หนึ่งที่มี
โหนกแก้มสูงมองดูบุตรสาวของนางที่ใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความรัก
เอ่ยว่า “ฉิงเอ๋อร์ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเจ้าก็จะสามารถเปลี่ยนแปลง
ชีวิตอ่อนแอในอดีตของเจ้าได้แล้ว ชีวิตในภายภาคหน้าสดใส มี
คู่ครองที่ดีมากมายให้เจ้าได้เลือก แม้แต่พระชายาก็สามารถเป็นได้”
แม่นางผู้นั้นหน้าแดง กำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็เจ็บ
หน้าอกอย่างรุนแรง รู้สึกพะอืดพะอม อาเจียนออกมาเป็นเลือดต่อ
หน้ามารดา สีหน้านางซีดเซียว ตัวแข็งทื่อก่อนจะล้มลงไปด้านหลัง
สตรีผู้นั้นตกตะลึง กรีดร้อง “ฉิงเอ๋อร์!”
คาถาถูกทำลาย ของย้อนกลับ
ฉลาดแกมโกง ความฉลาดนั้นเองที่จะทำให้สูญเสียชีวิต