คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 33 ชื่อเสียงของหมอนักพรตไม่ใช่เรื่องโกหก
ตอนที่ฉินหลิวซีมาถึงจวนตระกูลเฉียนตรงเวลา เฉียนหยวนไว่ก็
รอต้อนรับนางอยู่ที่ประตูใหญ่แล้ว พอเขาเห็นนางก็ก้าวเข้ามา
ต้อนรับด้วยตัวเองด้วยท่าทางนอบน้อมและซาบซึ้งใจ
“คุณชาย ในที่สุดท่านก็มา”
ฉินหลิวซียิ้มน้อยๆ “ตกลงกันแล้วว่าจะมายามเฉิน ข้าไม่ได้มา
สายใช่หรือไม่”
“ไม่หรอก ต่อให้ท่านมาสาย ข้าก็จะรออยู่ดี” เฉียนหยวนไว่โค้ง
คำนับก่อนจะเอ่ย “คุณชายเป็นหมอเทวดาจริงๆ ท่านแม่ของข้าดื่ม
ยาตามที่ท่านสั่งแล้วร่างกายอบอุ่นฟื้นฟูอย่างที่ท่านว่าไว้”
ฉินหลิวซีไม่ได้มีท่าทางภูมิใจอะไร เพียงเอ่ยว่า “เฉียนหยวนไว่
กล่าวหนักไปแล้ว ข้าก็แค่พอจะรู้เรื่องพวกนี้บ้างเท่านั้น”
เฉียนหยวนไว่กลับมองว่าอีกฝ่ายถ่อมตัว จึงยิ่งประทับใจและมี
ความมั่นใจในตัวเขามากขึ้นด้วย “คุณชายเข้าไปนั่งจิบชาในจวน
ก่อนดีหรือไม่ แล้วค่อยตรวจชีพจรให้ท่านแม่”
“ไม่จำเป็น ข้ามาเพื่อตรวจอาการ ท่านนำทางไปก็พอแล้ว”
“คุณชายชัดเจนตรงไปตรงมา เชิญทางนี้เถิด”
ฉินหลิวซีตามเขาเข้าไปข้างใน เพียงแต่ตอนที่กำลังจะเข้าประตู
ไปนั้น สายตาก็เหลือบมองไปทางหัวมุมถนนด้านซ้ายอย่างไม่เป็นที่
สังเกต นางพลันยกยิ้ม
ทันทีที่ร่างของนางลับไปจากสายตา ตรงมุมถนนนั้นก็มีชายคน
หนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาปาดเหงื่อออกจากหน้าผากและจากไปอย่าง
รวดเร็ว
ขณะที่เฉียนหยวนไว่นำทางฉินหลิวซีไปที่เรือนฝูโซ่วถังของฮู
หยินเฉียนผู้เฒ่า บ่าวรับใช้ก็ล่วงหน้าไปแจ้งนางก่อน เมื่อพวกเขา
มาถึง ฮูหยินเฉียนผู้เฒ่าก็แต่งตัวเรียบร้อยรอพวกเขาอยู่ในห้อง
ชั้นในแล้ว พอนางเห็นฉินหลิวซีเข้าก็พยายามจับมือหมัวหมัวที่ดูแล
ข้างกายยันตัวขึ้น
“คุณชายมีวิชาแพทย์สูงส่ง ฝีมือดีทั้งยังมีจิตใจเมตตา ข้ารู้สึก
ซาบซึ้งใจนัก” นางจะคารวะฉินหลิวซีจริงๆ
ฉินหลิวซีหลบเลี่ยงพลางเอ่ย “ฮูหยินผู้เฒ่าไม่ต้องมากพิธีหรอก
เป็นเพราะเฉียนหยวนไว่จ่ายเงิน ข้าก็วินิจฉัยอาการให้เท่านั้น”
นางไม่ได้พูดเรื่องจิตใจอันมีเมตตาของหมอเลย
ฮูหยินเฉียนผู้เฒ่าและบุตรชายของนางล้วนเป็นคนค้าขายกันทั้ง
คู่ พวกเขาไม่จุกจิกหยุมหยิมกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ กลับรู้สึกว่าเช่นนี้ก็
ยิ่งพูดจากันง่าย ข้าจ่ายเงิน ท่านทำงาน ไม่มีอะไรติดค้างต่อกันเป็น
เรื่องที่ดีมาก
“ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณที่ท่านมีฝีมือไม่ธรรมดา” ฮู
หยินเฉียนผู้เฒ่าแย้มยิ้ม
เฉียนหยวนไว่เอ่ย “ถูกต้อง คุณชาย เรื่องการปรับสภาพร่างกาย
ของท่านแม่ข้าคงต้องรบกวนท่านแล้ว”
ฉินหลิวซีจัดให้ฮูหยินเฉียนผู้เฒ่านั่งให้ดี จากนั้นก็จับชีพจรให้
นางอยู่สักพักก่อนจะเอ่ย “ฮูหยินผู้เฒ่าท้องเสียมานาน ม้ามและ
กระเพาะอาหารอ่อนแอ ข้าต้องฝังเข็มให้ฮูหยินผู้เฒ่าก่อน แล้วค่อย
สั่งยาต้มให้ท่านดื่มสักสามครั้งก็หายแล้ว”
“รบกวนคุณชายแล้ว”
ฉินหลิวซีอายุยังน้อยมาก แต่เนื่องจากพวกเขาเคยเห็นตอนที่
รักษาฮูหยินเฉียนผู้เฒ่ามาก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่มีใครไม่เชื่อถือ ทั้ง
ยังให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ขณะที่ฮูหยินเฉียนผู้เฒ่าได้รับการฝังเข็ม นางก็รู้สึกได้ถึงกระแส
อบอุ่นในช่องท้อง และยิ่งรู้สึกพึงพอใจมากขึ้น เนื่องจากนางกังวล
เรื่องสุขภาพร่างกายของลูกสะใภ้มาสักระยะหนึ่งแล้ว จึงไม่ได้ใส่ใจ
เรื่องที่ตนเองท้องเสีย ทั้งยังไม่ค่อยรู้สึกอยากอาหารด้วย นางมักจะ
รู้สึกหนาวในท้องและนอนหลับไม่สนิทยามกลางคืน ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง
ความทุกข์ทรมานเลย
เมื่อเด็กหนุ่มฝังเข็มให้ นางก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในช่องท้อง
นางก็อยากกินอะไรขึ้นมาหน่อยแล้ว
หลังจากนั้นไม่นานฉินหลิวซีก็ดึงเข็มออกแล้วลูบปิดรูเข็ม ก่อน
จะเขียนสั่งยาให้อีกสองแผ่นและส่งให้บ่าวรับใช้ “ฮูหยินผู้เฒ่ามีอายุ
แล้ว แม้ว่าม้ามและกระเพาะจะดีขึ้น แต่ต่อไปจะกินของที่มีฤทธิ์เย็น
ไม่ได้เพื่อไม่ให้ม้ามและกระเพาะอ่อนแอและสูญเสียพลังหยาง
หลังจากกินยาปรับสภาพม้ามและกระเพาะแล้ว ให้กินยาบำรุง
ร่างกายทุกวัน ทั้งหมดนี้เป็นยาที่มีฤทธิ์ไม่รุนแรงมาก ช่วยปรับธาตุ
ทั้งห้าและทำให้ร่างกายแข็งแรงได้”
“ขอบคุณท่านหมอมาก ข้าจะจำไว้” ฮูหยินเฉียนผู้เฒ่าเอ่ยด้วย
ความซาบซึ้ง
เฉียนหยวนไว่ก็ก้าวเข้าไปแสดงความขอบคุณเช่นกัน เมื่อได้ยิน
ว่ามารดาของตนรู้สึกอย่างไรหลังจากได้ฝังเข็มแล้ว แววตาของเขาก็
ยิ่งแสดงความกระตือรือร้นขึ้นและรู้สึกเคารพฉินหลิวซีมากขึ้นด้วย
หมอหนุ่มผู้นี้ยังไม่ถึงวัยสวมหมวกเลย แต่กลับมีวิชาแพทย์ยอด
เยี่ยมเช่นนี้ พอเขานึกถึงข่าวที่พ่อบ้านสืบมาได้ก็ยิ่งตื่นเต้น “ว่ากัน
ว่ามีหมอเทวดาท่านหนึ่งนามว่าปู้ฉิวมาจากอารามชิงผิง คาดว่าคง
เป็นคุณชายแน่แล้ว นับว่าสมคำร ่าลือจริงๆ เป็นข้าที่ตาไม่มีแววก่อน
หน้านี้จึงจำท่านไม่ได้และเสียมารยาทกับท่านแล้ว”