คุณหนููใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนที่ 38 เรื่องไร้สาระที่จริงจัง
ฉินหลิวซีกุมท้ายทอยตนเอง สีหน้าของนางงอง ้าลงทันที
การกระแทกที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันนั้นเจ็บปวดที่สุด
เฉินผีเองก็ตกใจเช่นกัน เขาหันไปถามฉินหลิวซีก่อนว่าเป็น
อะไรหรือไม่ จากนั้นจึงเปิดประตูเล็กๆ ที่ติดอยู่กับที่นั่งรถม้าและเอ่ย
ถามด้วยเสียงต ่าลึกว่า “พี่หลี่ เกิดอะไรขึ้น”
กระนั้นก็ไม่ได้ตำหนิเขา เพราะถึงอย่างไรก็รู้อยู่แล้วว่าหลี่เฉิง
ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรประมาทใจร้อน
“จู่ๆ ก็มีคนกระโดดออกมาขวางรถ คุณชายเป็นอะไรหรือไม่
ขอรับ” หลี่เฉิงหันหน้ามาและมองไปที่ฉินหลิวซี สายตาเขามีแวว
ลำบากใจเล็กน้อย
“ไม่เป็นไร” ฉินหลิวซีตอบกลับก่อนจะมองออกไปข้างนอก โอ้
ออกมาได้แล้ว
“ปรมาจารย์ปู้ฉิวใช่หรือไม่ คุณชายของข้าขอเชิญท่านสัก
หน่อย” อิงหนานก้าวเข้ามาและโค้งคำนับด้วยท่าทางสุภาพ แต่
น ้าเสียงของเขากลับฟังดูไม่เต็มใจและมีอาการขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
คนผู้นี้ทำให้พวกเขาลำบากมากเมื่อวานนี้
ฉินหลิวซีเปิดประตูรถม้าและมองไปยังอิงหนาน เมื่อเห็นว่าใต้ตา
เขาดำคล ้าใบหน้าซีดเซียวก็รู้แล้วว่าเมื่อคืนเขาติดอยู่ในป่าวั่นไหว
อย่างน่าอนาถ
สมน ้าหน้า!
ฉินหลิวซีไม่มีความเห็นอกเห็นใจแม้แต่น้อย เอ่ย “หาผิดคนแล้ว
หลี่เฉิง ไป”
“เฮ้”
หลี่เฉิงดึงบังเหียนและกำลังจะขับรถม้าออกไป อิงหนานกระวน
กระวายรีบห้ามอย่างรวดเร็ว “ปรมาจารย์ปู้ฉิว พวกเรามาขอให้ท่าน
ไปรักษาคนด้วยความจริงใจ ท่านเห็นคนตายแต่กลับไม่ช่วย ยังเรียก
ตัวเองว่าหมอได้อีกหรือ”
“อิงหนาน”
อิงหนานถอยหลบและโค้งคำนับน้อยๆ “นายท่าน”
ฉีเชียนก้าวเข้าไปและประสานมือคำนับฉินหลิวซี เอ่ยว่า
“ข้าน้อยฉีเชียน ข้าไม่ได้เข้มงวดกับลูกน้อง ต้องขออภัยปรมาจารย์
ด้วย”
ฉินหลิวซีนั่งอยู่ในรถม้า นางใช้มือข้างหนึ่งเท้าคางพลางเอ่ย
“ท่านก็ไม่เข้มงวดจริงๆ นั่นแหละ ปล่อยให้เจ้าหนุ่มคนนี้พูดปาวๆ
เช่นนี้ หากไปเดินข้างนอก คงโดนรุมกระทืบตาย!”
อิงหนาน “!”
หรือไม่ใช่ท่านที่บีบให้ข้าต้องทำเช่นนี้
ฉีเชียนเอ่ย “ท่านปรมาจารย์เอ่ยถูกแล้ว แต่เมื่อวานท่านก็ได้ให้
บทเรียนพวกเราแล้วมิใช่หรือ”
ฉินหลิวซีแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง กะพริบตาปริบๆ แล้วจึงเอ่ย “ท่าน
พูดเรื่องอะไร บทเรียนอะไร เฮอะ ข้าว่านะคุณชายฉี ท่านจะเอ่ยอะไร
มั่วๆ เช่นนี้ไม่ได้ ข้าเป็นพลเมืองชั้นดีที่เคารพกฎหมายและช่วยเหลือ
ชาวบ้าน ใจซื่อมือสะอาด ท่านใส่ร้ายป้ายสีข้าเช่นนี้ ข้ารับไม่ได้
หรอก!”
“ป่าวั่นไหว!” อิงหนานอดเอ่ยขึ้นมาไม่ได้ “ท่านกล้าพูดหรือไม่
ว่าท่านไม่ได้จงใจล่อพวกเราเข้าไปติดอยู่ในนั้น?”
ฉินหลิวซีร้องอุทานก่อนจะเอ่ย “ป่าวั่นไหวหรือ คุณชายฉีท่านนี้
พวกท่านคงมาจากต่างถิ่นกระมัง หรือว่าท่านเข้าไปในป่าวั่นไหวยาม
พลบค ่า?”
นางกระโดดลงจากรถม้าลงมายืนอยู่ตรงหน้าฉีเชียน เอ่ยด้วยสี
หน้าเห็นอกเห็นใจ “คุณชายฉีเป็นคนต่างถิ่นจึงไม่รู้ แต่ทุกคนใน
เมืองหลีต่างก็รู้กันว่า ป่าวั่นไหวนี้ไม่ควรเข้าไปในตอนพลบค ่า เพราะ
อะไรน่ะหรือ ก็เพราะชื่อน่ะสิ!”
อะไรนะ ชื่อหรือ?
“อักษรคำว่าไหว[1]นั้นคือผีเกาะต้นไม้ ต้นไหวซู่ดึงดูดพลังหยิน
อยู่แล้ว เพียงดูคำว่าผีก็รู้ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงคำว่าวั่นไหว[2]เลย นั่น
หมายถึงมีต้นไหวซู่เป็นพันเป็นหมื่นต้นเลยนะ พอแยกส่วนตัวอักษร
ออกมาก็แปลว่าป่าหมื่นผีแล้วไม่ใช่หรือ” ฉินหลิวซี เอ่ยด้วยน ้าเสียง
เห็นอกเห็นใจ “ดังนั้นป่าวั่นไหวแห่งนี้จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า
ป่าวั่นกุ่ย[3] ยามพลบค ่า พอพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว ที่นั่นก็จะเป็น
เวลาที่เหล่าสหายทั้งหลายจะออกมา การเข้าไปในถิ่นของพวกเขาไม่
เท่ากับเป็นการรนหาที่ตายหรือไร”
พวกฉีเชียนพากันหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกใจ
ดังนั้นเสียงผีร้องโหยหวนและเสียงหมาป่าหอนที่พวกเขาได้ยิน
ทั้งคืนก็ไม่ใช่ภาพลวงตาสินะ
“คนท้องถิ่นอย่างเราจะไม่เข้าไปในป่าหมื่นผีในเวลานั้น ถึง
อย่างไรมันก็มีระดับพลังหยินหยางอยู่ เมื่อเข้าไปแล้วก็ยากที่จะบอก
ว่าออกมาได้หรือไม่ ถ้าพวกเขาปล่อยออกมาก็แปลว่าพวกเขาใจ
กว้าง ถ้าไม่ปล่อยออกมาก็ได้แต่ต้องวนอยู่ตรงที่เดิมนั้น” ฉินหลิวซี
เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พวกท่านออกมาได้แล้วก็แปลว่าได้เจอคนดีๆ ไม่สิ
เจอผีดีๆ เป็นเรื่องน่ายินดีจริงๆ!”
อิงหนาน “…”
นายท่าน ถ้าท่านอยากจะลงโทษก็ลงโทษเถิด นี่เป็นครั้งแรกที่ข้า
เห็นได้เห็นคนพูดเรื่องไร้สาระได้จริงจังเช่นนี้ เขาคันไม้คันมืออยาก
ชักกระบี่ออกมาจริงๆ!
[1] อักษรคำว่าไหว (槐) ในภาษาจีน ประกอบด้วยตัวมีอักษรที่มี
ความหมายว่า ไม้ และภูติผีหรือวิญญาณ
[2] วั่นไหว (万槐) คำว่าวั่นแปลว่าหมื่น ในบางกรณีใช้เป็นคำ
วิเศษณ์แสดงถึงจำนวนที่มาก วั่นไหว จึงแปลว่าต้นไหวซู่จำนวนมาก
[3] กุ่ย (鬼) ผี